ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 654 ขัดขวาง
มู่หรงกวานเย่ว์หาได้กลับเข้าไปไม่ หญิงชรายังคงยืนอยู่ที่เดิม
ขบวนเสด็จของฮ่องเต้ไหนเลยจะเคลื่อนตัวด้วยความรวดเร็วได้
ด้วยเหตุนี้ขบวนเสด็จของเฉินมั่วฉือจึงเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ
หลิงอวี้จื้อที่ปะปนอยู่ในขบวนพยายามก้มศีรษะลงต ่า ตลอดเวลา
ซึ่งหากมองผ่านๆ แล้วไม่น่าจะมีใครจดจำนางได้
ทว่าขณะที่เดินผ่านจื่ออีนั่นเอง จู่ๆ จื่ออีก็ยื่นมือออกมาขวาง
หน้าหลิงอวี้จื้อเอาไว้ แล้วลากนางออกมาจากขบวน
เฉินมั่วฉือที่จับตาดูเหตุการณ์ความเป็นไปทางด้านนี้อยู่โดย
ตลอด เมื่อเห็นดังนั้นจึงสั่งการทันทีว่า
“หยุดเกี้ยว”
มู่หรงกวานเย่ว์สีหน้าเคร่งขรึม
“สนมหยวน เป็นถึงสนมของฝ่ายใน แต่งกายเช่นนี้ได้อย่างไร
กัน แล้วการที่เจ้าปะปนเข้าไปในหมู่นางกำนัลมีจุดประสงค์อะไร
กันแน่?”
หลิงอวี้จื้อหาได้เกรงกลัวมู่หรงกวานเย่ว์ไม่ เพียงแต่รู้สึกเหนื่อย
หน่ายยิ่งนัก นางลงทุนทำถึงขนาดนี้แล้วยังถูกมู่หรงกวานเย่ว์จับได้
อีก นี่ไม่ใช่แค่โชคร้ายธรรมดาๆ แล้ว เพราะเห็นอยู่ชัดๆ ว่ามู่หรงก
วนเยว่มาพุ่งเป้ามายังนางโดยเฉพาะ
“แล้วการที่ไทเฮาทรงเอาแต่จับตาดูหม่อมฉันตลอดเวลา ทรง
ต้องการอะไรกันเล่าเพคะ?”
อำนาจของมู่หรวกวานเย่ว์หาได้ข่มขวัญหลิงอวี้จื้อๆ ได้ไม่ เพรา
นางยังมีสีหน้าเรียบเฉยเอ่ยตอบกลับหนึ่งประโยคเรียบๆ
ส่วนเฉินมั่วฉือบัดนี้ลงจากเกี้ยวเป็นที่เรียบร้อยและกำลังเดินตรง
มาทางนี้
เกิดเรื่องเช่นนี้ระหว่างทางนับว่าเหนือความคาดหมายของเขา
เช่นกัน นึกไม่ถึงเลยว่าเสด็จแม่จะทรงล่วงรู้ได้รวดเร็วปานนี้ว่าหลิ
งอวี้จื้อหายตัวไป หูตาของพระองค์มีมากกว่าที่เขาคาดการณ์เอาไว้
เสียอีก เมื่อคิดได้ดังนั้น สีหน้าของเฉินมั่วฉือก็เข้มขึ้นมากกว่าเดิม
หลายเท่า
“เสด็จแม่ หม่อมฉันจะพาสนมสนมหยวนออกไปเดินเล่น ดังนั้น
จึงให้นางแต่งกายเป็นนางกำนัล ทั้งหมดนี้เป็นความคิดของหม่อม
ฉันทั้งสิ้น สนมหยวนเพียงแค่ทำตามตำสั่งเท่านั้น”
“เหลวไหลสิ้นดี ฮ่องเต้ พิธีบูชาฟ้ามิใช่เรื่องล้อเล่น แต่เจ้ากลับ
ให้ท้ายสนมหยวนกระทำเรื่องเช่นนี้ได้”
น ้าเสียงของมู่หรงกวานเย่ว์เกรี้ยวกราดเป็นอย่างมาก
มู่หรงกวานเย่ว์กล่าวจบก็ตวัดสายตามองไปยังหลิงอวี้จื้อ
“สนมหยวน คุกเข่าลง”
หลิงอวี้จื้อไม่มีทางเลือก ได้แต่คุกเข่าลงตามคำสั่ง
ส่วนนางกำนัลคนอื่นๆ ดูท่าทางหวาดกลัวมู่หรงกวานเย่ว์เป็น
อย่างมาก บางคนที่ขี้กลัวมากหน่อยก็ถึงกับตัวสั่นงันงก และตอนนี้
ทุกคนก็เอาแต่ก้มหน้าลงไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นเลยสักคน
เมื่อเห็นหลิงอวี้จื้อคุกเข่าลง มู่หรงกวานเย่ว์จึงค่อยชายตามองลง
มายังนาง
“สนมหยวน นับตั้งแต่ที่เจ้าเข้าวังมา ก็เอาแต่ยั่วยวนฮ่องเต้ไม่
หยุดหย่อนให้ทรงลุ่มหลงจนกระทำเรื่องเหลวไหลถึงเพียงนี้เพื่อเจ้า
ข้าจึงเก็บเจ้าเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป ทหาร ประทานผ้าแพรให้สนม
หยวน”
นี่ต้องการแขวนคอนางให้ตายสินะ มู่หรงกวานเย่ว์เองแข็งกร้าว
ไม่เบา ถึงกับกล้าออกคำสั่งฆ่านางต่อหน้าเฉินมั่วฉือได้
แน่นอนว่าการกระทำนี้ทำให้ความสัมพันธ์แม่ลูกดำเนินมาถึง
จุดสิ้นสุด มู่หรงกวานเย่ว์นับเป็นสตรีจอมวางแผนมากเล่ห์เพทุบาย
คนหนึ่ง ทว่ากลับไม่สันทัดกับการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างตน
กับบุตรชายเอาเสียเลย
ได้แต่เข้มงวดกับเฉินมั่วฉือมาตลอด จึงไม่น่าแปลกใจที่
ความสัมพันธ์ของแม่ลูกนับวันจะยิ่งห่างเหินขึ้นเรื่อยๆ
ในเวลาเช่นนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นคือการรักษาชีวิตเอาไว้ก่อน
แต่หลิงอวี้จื้อเองก็ไม่ได้กังวลสักเท่าไรนัก มีเฉินมั่วฉืออยู่ทั้งคน มู่
หรงกวานเย่ว์ฆ่านางไม่สำเร็จอยู่แล้ว
สิ้นเสียงของมู่หรงกวานเย่ว์ พลันก็มีโมโม่รูปร่างใหญ่โตกำยำ
เข้ามาคุมตัวหลิงอวี้จื้อเอาไว้ พวกนางกดบ่าซ้ายขวาของหลิงอวี้จื้อ
เอาไว้คนละข้างซึ่งหลิงอวี้จื้อเองก็มิได้ขัดขืน ปล่อยให้โมโม่สอง
คนจับกุมนางเอาไว้เช่นนั้น
แต่ครานี้ มู่หรงกวานเย่ว์คาดการณ์ผิดไป เพราะกระทำเช่นนี้ไม่
มีทางสังหารนางได้สำเร็จ เห็นทีว่ามู่หรงกวานเย่ว์คงจะไม่รู้จัก
บุตรชายของตนเองดี เพราะเขามิใช่เด็กน้อยเฉกเช่นในอดีตอีก
ต่อไปแล้ว เฉินมั่วฉือในตอนนี้คือชายหนุ่มผู้ที่สามารถกุมอำนาจ
ควบคุมซีเว่ยเอาไว้ได้ ดังนั้นการกระทำทุกอย่างของมู่หรงกวานเย่ว์
จึงกลับกลายเป็นการกระทำก้าวก่ายอำนาจไป
ดูเหมือนว่าพ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักจะมีความคิดเช่นนี้กัน
มาก พวกเขามักคิดอยู่เสมอว่าลูกของตนยังเล็ก แต่แท้ที่จริงแล้วลูก
ที่พวกเขาคิดเสมอว่ายังคงเป็นเด็กน้อยนั้นโตเป็นผู้ใหญ่ตั้งนานแล้ว
เฉินมั่วฉือเป็นพวกรักในหน้าตาของตนเองเสียด้วย เมื่อเห็นว่ามู่
หรงกวานเย่ว์ไม่ไว้หน้าตนเองเช่นนี้ พลันเขาก็หน้าตึงพร้อมกับ
คำรามออกมาเสียงดังว่า
“ปล่อยมือ ดูสิว่าหน้าไหนกันที่กล้าแตะต้องนาง”