ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 150 จริง ๆ แล้ว... มีโชคเข้าขั้นสุด
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 150 จริง ๆ แล้ว... มีโชคเข้าขั้นสุด
บทที่ 150 จริง ๆ แล้ว… มีโชคเข้าขั้นสุด
พระจันทร์สว่างกระจ่างฟ้าท่ามกลางดาวดวงน้อย เสียงจากแผงหมูกระทะหลายแห่งในหมู่บ้านใจกลางเมืองเต็มไปด้วยเสียงชนแก้ว และเสียงทายลูกเต๋าอันอึกทึก
ทว่าเมื่อผ่านย่านที่วุ่นวายนี้ไป จะพบกับอาคารบ้านสร้างเองที่ตั้งเบียดเสียดกันอย่างแออัด หน้าตึกหนึ่งแขวนป้ายไฟวิ่งหลากสีสันกะพริบวิบวับ เขียนตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัวว่า อพาร์ตเมนต์แห่งความรัก
ภายในห้องชุดเดี่ยวบนชั้นสี่ ชายผู้มีนิสัยประหลาดกำลังจ้องมองโทรศัพท์มือถือด้วยความตื่นเต้น
เขาคือ ชางชิงเป่ย ชายคนที่ตัดนิ้วตัวเองโชว์ในคลิปวิดีโอนั่นเอง ชางชิงเป่ยพบว่าวิดีโอที่เขาเพิ่งโพสต์ไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน มียอดผู้ชมทะลุล้านครั้งแล้ว และมีคนกดไลก์กว่าเจ็ดหมื่นกว่าครั้ง…
เขากำลังจะดังเป็นพลุแตก!
แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ดีใจเกินสองวินาที โทรศัพท์ก็แจ้งเตือนขึ้นมา
วิดีโอของคุณถูกลบเนื่องจากละเมิดข้อกำหนด!
ชางชิงเป่ยตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น
ทำไมถึงลบวิดีโอของเขา!
“ฉันเป็นคนพูดออกไปเองว่าจะคุกเข่าขอโทษ แต่เพราะบริษัทเร่งงานจนไม่ได้เช็กโทรศัพท์แค่คืนเดียว…” เขาบ่นพึมพำด้วยความเสียดาย เมื่อเห็นกระแสของตนถูกคนอื่นชิงตัดหน้าขโมยไปเสียแล้ว
ชายหนุ่มเปิดดูโทรศัพท์ มองด้วยความริษยาไปยังบัญชีเหล่านั้นกลายเป็นที่รู้จัก และได้ผู้ติดตามมากมายจากการขอโทษซู่เป่า คนแรกที่แอบอ้างเป็นเขาได้ไลฟ์สดคุกเข่าบนทุเรียน ตอนนี้มีผู้ติดตามตั้งหนึ่งแสนคนแล้ว แถมยังฉวยโอกาสนี้ขายทุเรียนจนได้ส่วนแบ่งกำไรเปล่า ๆ ไปหลายหมื่นภายในสองวัน!
“ยัยบ้า… ไร้ยางอายที่สุด!” ชางชิงเป่ยจ้องมองโทรศัพท์ด้วยตาแดงก่ำ
คนที่สองที่แอบอ้างเป็นเขาเลือกไลฟ์สดคุกเข่าบนเศษแก้ว พร้อมกับร้องไห้โฮเล่าเรื่องราวรันทดหลอกลวงผู้คน…
ก่อนจะปิดท้ายด้วยการขายถ้วยชามสารพัดชนิด แค่ยอดขายแก้วน้ำอย่างเดียวก็พุ่งทะลุหมื่นชิ้นไปแล้ว!
“พวกแกคิดว่าฉันโหดเหรอ… ฉันถึงขั้นไลฟ์สดตัดนิ้วตัวเองเลยนะ!” ชางชิงเป่ยมองด้วยดวงตาเป็นประกายด้วยความโลภ “แต่ทำไมฉันถึงมีคนติดตามแค่หมื่นกว่าคน… มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด!”
เมื่อได้ลิ้มรสความสำเร็จชั่วคราว ตอนนี้เขาจึงคิดหนักเพื่อทำวิดีโอใหม่อีกชิ้นเพื่อรีบตามกระแส ไม่อย่างนั้นหากชื่อเสียงซาลง เขาก็จะไม่มีโอกาสดังอีก…
ขณะเลื่อนดูวิดีโอต่าง ๆ ทันใดนั้นเขาก็เจอคลิปที่มีหัวข้อว่า [สาวคบสามหนุ่มพร้อมกัน โดนแฟนหนุ่มทั้งสามจับได้คาหนังคาเขา] ซึ่งน่าจะเป็นวิดีโอที่ถูกถ่ายโดยคนดูรอบ ๆ
ชางชิงเป่ยเพ่งมองอยู่พักหนึ่ง จู่ ๆ ดวงตาก็เปล่งประกายขึ้นมา เมื่อเขาจำได้ว่าเด็กในวิดีโอคือซู่เป่า!
“สวรรค์ช่วยฉันแท้ ๆ!” ชางชิงเป่ยรู้สึกตื่นเต้นจนตัวสั่น
เขารีบบันทึกวิดีโอนี้ไว้ แล้วเลือกตัดต่อช่วงหนึ่ง พร้อมตั้งชื่อเรื่องว่า บังเอิญเจอซู่เป่า #จับภาพสดกำลังเหยียบเรือสามลำ
พาดหัวนี้ช่างดึงดูดใจสุด ๆ คนอื่นแค่เห็นชื่อซู่เป่าคู่กับการเหยียบเรือสามลำ ต่อให้เป็นผีก็ยังต้องถูกดึงดูดให้กดเข้ามาดู!
อัตราการรับชมจนจบพุ่งทะลุเพดาน คอมเมนต์และยอดไลก์ระเบิดพุ่งทะยานเหมือนขึ้นจรวด ชางชิงเป่ยไม่ลืมแนบลิงก์โฆษณาไว้ท้ายวิดีโอ เพื่อกอบโกยเงินทุกหยดจากการเข้าชม
“ซู่เป่านี่แหละคือต้นไม้เงินต้นทองที่แท้จริง!”
ในห้องเช่าที่แออัดและยุ่งเหยิง ม่านถูกรูดปิดจนมืดสลัว ท่ามกลางบรรยากาศที่ไร้รูปร่าง กลับมีความเย็นยะเยือกบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้น…
*
วันถัดมา
เมื่อชางชิงเป่ยลุกขึ้นมาด้วยรอยคล้ำใต้ตา สิ่งแรกที่เขาทำคือการเช็กรายได้จากวิดีโอ “รายได้ต่อวัน 3,268 หยวน… ว้าว! สุดยอดไปเลย!”
“วันละสามพันกว่า เดือนหนึ่งก็สิบกว่าหมื่น… จะไปทำงานให้เหนื่อยทำไมกัน!” ชายหนุ่มกระโดดขึ้นด้วยความดีใจ พึมพำในลำคอ
เขาตัดสินใจลาออกจากงานทันที เพื่อมุ่งมั่นยึดซู่เป่าเป็นต้นเงินต้นทองของเขา…
จังหวะนั้นเอง ประตูถูกเคาะดังปัง ๆ!
“เลขห้อง 404 ชางชิงเป่ย! จ่ายค่าเช่าบ้านได้แล้ว!” เสียงตะโกนแหบพร่าของเจ้าของบ้านดังมาจากด้านนอก “คุณค้างค่าเช่ามาหลายเดือนแล้วนะ!”
ที่หน้าประตูคือ คุณซูเสี่ยวอวี้ เจ้าของห้องเช่า เธอสวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นตัวโคร่ง รองเท้าแตะคีบ และคาบอมยิ้มอยู่ในปาก เธอยกมือเกาขอบกางเกงพลางบ่นกับตัวเอง “ไอ้ชางชิงเป่ยนี่ ค้างค่าเช่าหกเดือนแล้วยังไม่ยอมย้ายออกอีก… พอมาทวงทีไร ถ้าไม่อยู่ก็ไม่ยอมเปิดประตู เป็นพวกเบี้ยวเก่งจริง ๆ วันนี้จะเก็บเงินได้ราบรื่นไหมนะ?”
ห้องเดี่ยวห้องนี้อยู่มุมสุดของชั้นสี่ ติดกับทางขึ้นบันได นอกจากมีเสียงดังจากคนขึ้นลงตลอดเวลาแล้ว แสงสว่างยังเข้าไม่ถึง เพราะถูกกำแพงตึกอื่นล้อมไว้ถึงสามด้าน แถมหมายเลขห้อง 404 ยังฟังดูไม่เป็นมงคลเลย
ด้วยเหตุนี้ค่าเช่าจึงถูกมาก เพียงเดือนละ 450 หยวน หกเดือนเท่ากับ 2,700 หยวน เมื่อรวมค่าน้ำค่าไฟแล้ว…
“รวมทั้งหมด 3,268 หยวนพอดี…” ซูเสี่ยวอวี้เงยหน้าขึ้นแล้วเคาะประตูอีกครั้ง ในใจแทบไม่ได้หวังอะไรเลย เพราะชางชิงเป่ยทั้งยากจนและขี้เกียจ เงินเดือนแต่ละเดือนยังไม่พอค่ากินดื่มหรือค่าบุหรี่ของเขาด้วยซ้ำ
รายได้เดือนละไม่ถึงสามพัน แต่กลับสูบบุหรี่หวงเหอโหลวราคาซองละ 50 หยวน แถมยังซื้อสกินในเกมครบทุกตัว ซูเสี่ยวอวี้ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
ในตอนนั้นเอง ซูจิ่นอวี้ที่เกาะอยู่บนคอของเธอก็จามออกมาอีกครั้ง…
ซูเสี่ยวอวี้เคาะประตูรัวขึ้น จากด้านในมีเสียงซุกซิกดังขึ้นพร้อมเสียงตอบกลับมาราวกับรำคาญใจว่า “เออ! รู้แล้ว เดี๋ยวก่อน!”
ไม่นานหลังจากนั้น ประตูห้อง 404 ก็เปิดออก ชางชิงเป่ยมีหนวดเครารุงรัง และรอยคล้ำใต้ตาที่หนักมาก เขาถือโทรศัพท์พลางพูดด้วยความไม่พอใจ “ก็แค่ค่าเช่าหกเดือน ทวงอยู่ได้ทุกวันน่ารำคาญ! บอกมาสิ รวมทั้งหมดเท่าไหร่!”
ซูเสี่ยวอวี้ประหลาดใจมาก
ลูกหนี้เรื้อรังอย่างชางชิงเป่ยยอมจ่ายเงินแล้วหรือ?
เธอยังไม่รู้ตัวเลยว่าช่วงหลายวันนี้โชคของเธอช่างดีเหลือเกิน!
“คุณค้างค่าเช่าหกเดือน รวมค่าน้ำค่าไฟ ทั้งหมด 3,268 หยวน!”
ชางชิงเป่ยชะงักไปเล็กน้อย
3,268 หยวน?
มันจะบังเอิญขนาดนี้เชียวหรือ?
รายได้ประจำวันที่เขาเพิ่งตรวจสอบเมื่อครู่ก็คือ 3,268 หยวนพอดีเป๊ะ…
ยอดเงินนี้คือยอดหลังหักภาษี ซึ่งสามารถถอนออกมาได้ทันที ชางชิงเป่ยพึมพำพึมพำด้วยความเสียดายสุดซึ้ง ก่อนจะกัดฟันถอนเงินจำนวนนั้นออกมาส่งให้ซูเสี่ยวอวี้
เขาส่งเสียงเหอะในลำคอพลางคิดว่า สถานที่เน่า ๆ แบบนี้ยังต้องจ่ายตั้งสามพันกว่าหยวน รอให้เขาหาเงินได้มากกว่านี้อีกหน่อยเถอะ จะรีบย้ายออกไปจากสถานที่ผีสิงแห่งนี้ทันที!
ห้อง 404 ทั้งมืดทั้งอับ แถมยังคับแคบจนน่าอึดอัด เขาเบื่อหน่ายมานานเต็มทนแล้ว
ซูเสี่ยวอวี้ปิดสมุดลงพลางกำชับ “ถ้าเดือนหน้าจะอยู่ต่อ ก็อย่าลืมจ่ายค่าเช่าให้ตรงเวลาด้วยล่ะ ทุกครั้งที่มาหาไม่เคยจะเจอตัวนายเลย”
ชางชิงเป่ยกลอกตาด้วยความรำคาญ แล้วปิดประตูใส่หน้าเธอเสียงดังปัง!
“เหอะ! ถ้าพ่อใหญ่มีเงินเมื่อไหร่ จะไปหาอพาร์ตเมนต์ย่านไฮโซอยู่ให้ดู ใครอยากดักดานอยู่ในหมู่บ้านกลางเมืองแบบนี้กัน!” เขาบ่นอุบอิบ
ซูเสี่ยวอวี้โยนปากกากับสมุดลงในถุงไนลอนพลาสติกใบใหญ่สีแดงเหลืองน้ำเงินของเธอพลางยืดเส้นยืดสายท่าทางอารมณ์ดี “เรียบร้อย!”
เธอลากรองเท้าแตะเดินลงบันไดอย่างสบายใจ เมื่อถึงใต้ต้นไทรใหญ่ด้านล่าง เห็นบรรดาคุณลุงคุณป้ากำลังนั่งจับกลุ่มคุยกันพร้อมดูแลหลาน ๆ ในที่ร่ม
“เอ้า เสี่ยวอวี้ เก็บค่าเช่าห้อง 404 ได้หรือยังจ๊ะ?” คุณป้าคนหนึ่งร้องทัก
“เรียบร้อยแล้วค่ะ คราวนี้ยอมจ่ายรวบยอดมาครบทั้งหกเดือนเลย” ซูเสี่ยวอวี้ยิ้มกว้าง
กลุ่มคุณลุงคุณป้าถึงกับตกตะลึง “ว้าว นี่พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไงกัน?”
“นั่นสิคะ หนูก็รู้สึกประหลาดใจเหมือนกัน” ซูเสี่ยวอวี้พยักหน้าเห็นด้วย
พูดจบเธอก็เคี้ยวอมยิ้มที่เหลือเพียงนิดในปากจนแหลกละเอียด แล้วดีดแท่งอมยิ้มในมือทิ้ง
แท่งพลาสติกนั้นลอยละลิ่วตกลงในถังขยะอย่างแม่นยำราวกับจับวาง
“ว้าว!” ซูเสี่ยวอวี้เบิกตากว้างด้วยความทึ่ง
แม่นขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย? วันนี้ทำอะไรก็ดีไปหมด!
หลังจากกินอมยิ้มเสร็จ เธอรู้สึกกระหายน้ำเล็กน้อย เมื่อเดินเลี้ยวออกจากซอยจึงแวะซื้อเครื่องดื่มร้านขายของชำเจ้าประจำ เจ้าของร้านสาวเห็นหน้าเธอก็รีบทักขึ้น “เก็บค่าเช่าเสร็จแล้วเหรอ?”
“อืม… เสร็จแล้วค่ะ” ซูเสี่ยวอวี้ตอบ
แปะ!
เธอบิดเปิดฝาเครื่องดื่มพลางจิบน้ำ พร้อมกับพลิกฝาขึ้นมาดูตัวอักษรด้านหลัง ทันทีที่เห็นข้อความ เธอก็แทบจะสำลักน้ำอัดลมพ่นออกมา
“เป็นอะไรไป อย่าบอกนะว่าได้รางวัลขวดฟรีอีกแล้วน่ะ?!” เจ้าของร้านรีบทักเหมือนกับรู้ทัน
“ไม่ใช่ค่ะ…” ซูเสี่ยวอวี้ส่ายหน้าพรืด
“ค่อยยังชั่ว คุณนี่นะ ไม่กี่วันมานี้ซื้อน้ำร้านฉันทีไร เปิดได้รางวัลขวดฟรีทุกที จนฉันแอบสงสัยแล้วว่าคุณแอบใช้โปรแกรมโกงหรือเปล่า” เจ้าของร้านถอนหายใจโล่งอก
ซูเสี่ยวอวี้ไอแห้ง ๆ พลางยกมือขึ้นลูบจมูกแก้เก้อ เธอมองอีกฝ่ายด้วยสายตาใสซื่อไร้เดียงสา ก่อนยื่นฝาขวดที่เพิ่งเปิดส่งให้เจ้าของร้านดูชัด ๆ
“ขอเพิ่มอีกหนึ่งลังค่ะ” เธอเอ่ยเสียงเรียบ ท่าทางสงบนิ่งราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดาในชีวิตประจำวัน
เจ้าของร้านถึงกับยืนนิ่งเป็นรูปปั้นไปครู่หนึ่ง จึงยื่นมือที่สั่นเทาออกไปรับฝาขวดนั้นมาพิจารณา ราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตา หล่อนถึงขั้นหยิบแว่นสายตาขึ้นมาสวมแล้วเพ่งมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งดวงตาเบิกโพลนด้วยความตกตะลึง เมื่อพบว่าด้านหลังฝาขวดเขียนตัวอักษรสีแดงชัดเจนว่า ‘รับเพิ่มอีกหนึ่งลัง’
“นี่มัน… นี่มันเกินไปแล้ว!” เจ้าของร้านอุทานออกมา พลางเงยหน้ามองซูเสี่ยวอวี้ที่ยังคงยืนจิบน้ำอัดลมสบายใจเฉิบ “ดวงคุณมันจะเข้าขั้นปีศาจเกินไปแล้วนะ!”
ซูเสี่ยวอวี้ไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงแค่ยักไหล่เบา ๆ พลางใช้นิ้วก้อยแคะหูอย่างไม่ยี่หระ ขณะที่ซูจิ่นอวี้ที่เกาะอยู่บนบ่าของเธอกำลังโพสท่าจิกกล้อง พร้อมกับหัวเราะคิกคักสะใจอยู่ข้างหู