ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 166 แผนการของซูเหอเวิ่น
บทที่ 166 แผนการของซูเหอเวิ่น
ขณะที่ซู่เป่ากำลังกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เสียงเปิดประตูห้องของคุณนายซูผู้เฒ่าก็ดังขึ้น ปัง!
“ดึกดื่นป่านนี้แล้ว มาทำอะไรกันตรงนี้? ทำไมไม่หลับไม่นอน!” หญิงชรามองภาพตรงหน้าพลางขมวดคิ้วมุ่น
ซูอีเฉินเม้มริมฝีปาก พยายามหาคำตอบที่ฟังดูปกติที่สุด “พวกเรา… กำลังยืนคุยกันอยู่นิดหน่อยครับ”
คุณนายซูผู้เฒ่าเริ่มบ่นอุบในทันที “คุยอะไรกันป่านนี้? พวกลูกไม่นอนก็ช่างเถอะ แต่เด็ก ๆ ต้องนอนนะ! ถ้าเด็กนอนไม่พอจะโตได้ยังไง? ช่างเหลวไหลกันจริง ๆ!”
“แล้วเธอกับเธอน่ะ! มาสุมหัววุ่นวายอะไรกับเขาด้วย?” สายตาเฉียบคมของคุณนายจ้องเขม็งไปที่มู่กุยฝานและซูอิงเอ๋อร์
ซูอีเฉินนั้น คุณนายซูผู้เฒ่ารู้ดีว่าเขานอนไม่ค่อยหลับ มักจะอยู่โยงจนถึงตีสามตีสี่เสมอ แต่มู่กุยฝานกับซูอิงเอ๋อร์มายืนเกะกะอยู่กลางระเบียงตอนตีสองทำให้เธอเริ่มคันไม้คันมือ อยากจะคว้าไม้ปัดขนไก่มาหวดเรียงคนนัก
มู่กุยฝานรีบชูมือขึ้นประหนึ่งขอยอมแพ้ “เอ่อ… คุณแม่ครับ ผมเปล่าทำอะไรผิดนะครับ” เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่ผู้สังเกตการณ์ ยืนอยู่เฉย ๆ ทั้งคืน ไม่ได้มีส่วนร่วมกับความวุ่นวายเลยสักนิด!
ทว่าคุณนายซูกลับก้มลงคว้า รองเท้าแตะใต้เท้าขึ้นมาถือไว้ข่มขวัญ
วินาทีนั้นทุกคนรีบหนีกลับห้องกันคนละทิศละทางทันที ประหนึ่งเจอภัยพิบัติที่น่ากลัวจนทำอะไรไม่ถูก
ซู่เป่าแอบแลบลิ้นปลิ้นตาแล้วรีบกุมมือ ซูจิ่นอวี้ วิ่งหนีสุดชีวิต “คุณยายโมโหแล้ว! พวกเราหนีเถอะค่ะแม่!”
คุณนายซูเคาะรองเท้ากับพื้นเบา ๆ ก่อนวางลงที่เดิม พลางมองระเบียงซึ่งกลับมาเงียบสงบอีกครั้งด้วยความเหนื่อยใจ
จริง ๆ เลยนะ… โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้ว ยังต้องให้คนแก่อย่างฉันคอยห่วงอีก
ถ้าวันไหนฉันไม่อยู่แล้ว บ้านนี้จะเป็นยังไงนะ…
คุณนายซูบังคับรถเข็นกลับเข้าห้องพลางจัดผ้าคลุมไหล่ให้เรียบร้อย เงาหลังของเธอช่างดูเหนื่อยล้าและผ่านโลกมาโชกโชน
ซูจิ่นอวี้เดินถอยหลังพร้อมหันกลับมามองเงาหลังของคุณแม่ของเธอเป็นระยะ ดวงตาของเธอเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา สายตาอาลัยอาวรณ์ไม่อยากละไปแม้แต่วินาทีเดียว จนกระทั่งบานประตูห้องปิดลง…
ไม่เป็นไร…
ยังมีเวลา…
เธอปลอบใจตัวเอง ก่อนจะถึงวันที่สิบสี่เดือนเจ็ด เธอยังพอมีเวลาบอกลาทุกคนอย่างดี…
หลังจากกลับเข้าห้องแล้ว คุณนายซูผู้เฒ่ากลับนอนไม่หลับอย่างที่คิด เธอนอนมองเพดานเงียบ ๆ ในหัวคิดวนเวียนอยู่แต่เรื่องของหลานสาว
พรุ่งนี้เช้าจะทำอะไรให้ซู่เป่ากินดีนะ?
ถ้าซู่เป่าเข้าโรงเรียนอนุบาลแล้วคงจะโตไว
แล้วโรงเรียนประถมล่ะ จะให้เข้าที่ไหนดี?
ซู่เป่าฉลาดขนาดนั้น คงจะเรียนทันเพื่อนได้ไม่ยากหรอกมั้ง?
อย่างน้อยก็คงไม่ทำให้ปวดหัวเหมือนหานหานใช่ไหม?
คุณนายซูยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่านจนนอนไม่หลับ พอหันไปเห็นท่านผู้เฒ่าซูที่นอนกรนสนั่นไม่สะทกสะท้านกับสิ่งใด ก็เกิดหมั่นไส้จนเผลอเตะเข้าสีข้างของสามีไปหนึ่งที!
นี่เป็นการขยับร่างกายตามสัญชาตญาณความโมโห จนหญิงชราเองก็ยังไม่ทันรู้ตัวว่าเท้าสะกิดคนไปแล้ว ในหัวยังคงวนเวียนอยู่แต่เรื่องโรงเรียนของหลานจนไม่ได้สังเกตปฏิกิริยาของคนข้างกาย
ท่านผู้เฒ่าซูสะดุ้งพลิกตัวพลางคว้าผ้าห่มมาคลุมจนมิดหัว
คุณนายซูบ่นกระปอดกระแปดเสียงเบา “นอนเข้าไป! เสียงดังขนาดนี้ยังหลับลงได้เหมือนหมูไม่มีผิด!”
“ครอก… ฟี้…”
คนบ่นถึงกับพูดไม่ออก ตอนสาว ๆ เธอเคยอ่านนิยายที่ชอบบรรยายว่า ‘หลับสนิทจนฟ้าผ่าก็ไม่ตื่น’ แล้วคิดว่ามันเกินจริง ใครจะไปนึกว่าชีวิตจริงจะได้แต่งงานกับชายที่หลับลึกราวกับซ้อมตายแบบนี้!
“เฮ้อ…”
สุดท้ายเธอก็นอนพลิกไปมาจนทนไม่ไหว ลุกขึ้นมาเตรียมอาหารเช้าเสียเลยดีกว่า
เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งซูอิงเอ๋อร์ ซู่เป่า และซูเหอเวิ่น ไม่มีใครโผล่หัวออกมาจากห้องได้เลยสักคน
จะมีก็แต่ซูอีเฉินที่ยังคงรักษามาตรฐานคนนอนดึกตื่นเช้า เดินลงมาทานมื้อเช้าได้ตามปกติ
ท่านผู้เฒ่าซูดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่า กำลังนั่งจิบชาพร้อมกับทำหน้าบึ้ง “เจ้าห้ายังไม่ตื่นอีกเหรอ? แล้วซูเหอเวิ่นล่ะไปไหนเสียล่ะ? จะพากันขี้เกียจเลียนแบบซูจื่อซีกันหมดบ้านหรือไง?”
“แล้วมู่กุยฝานล่ะ?”
ซูอีเฉินจิบชาเข้มเพื่อปลุกตัวเองก่อนตอบ “ออกไปวิ่งแล้วครับ”
“ซูอีเฉิน… เมื่อคืนตอนดึกแอบไปห้องฉุกเฉินมาอีกแล้วใช่ไหม?” ท่านผู้เฒ่าซูพ่นลมหายใจออกทางจมูก
ที่ท่านถามแบบนี้ เพราะสังเกตเห็นความผิดปกติที่ทุกคนดูอิดโรยเหมือนไม่ได้หลับไม่ได้นอน และคิดว่าเมื่อคืนคงมีใครเจ็บป่วยกะทันหันจนต้องวุ่นวายกันทั้งบ้าน
เรื่องนี้พอจะเข้าใจได้… แต่เด็กคนอื่น ๆ ควรจะเต็มไปด้วยความสดชื่น กลับนอนตื่นสายกันหมดแบบนี้
มันน่านัก!
“ซู่เป่าเองก็ยังตื่นไม่ไหวเหมือนกันครับ” ซูอีเฉินไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง เอ่ยเสียงเรียบ
ท่านผู้เฒ่าซูเปลี่ยนสีหน้าทันควัน “อ้อ… ซู่เป่านั่นไม่เป็นไรหรอก เธอเป็นเด็กผู้หญิง…”
ซูอีเฉินเหลือบตาขึ้นมองคุณพ่อตัวเองหนึ่งครั้งด้วยสายตาว่างเปล่า
ท่านผู้เฒ่าซูรีบกระแอมเปลี่ยนคำพูด “เอ่อ… หมายถึงเด็กผู้หญิงก็ควรจะนอนเร็วตื่นเร็วเหมือนกัน! เดี๋ยวฉันให้คนขึ้นไปปลุกพวกนั้นเอง”
อย่างน้อยก็ให้ตื่นมากินอาหารเช้าก่อนแล้วค่อยกลับไปนอนต่อก็ยังดี… เดี๋ยวจะเป็นโรคกระเพาะเอา
“เมื่อคืนนี้ฟ้าร้องดังมากเลยนะ คุณรู้ไหม?” คุณนายซูถือตะกร้าซาลาเปาทอดพลางบังคับรถเข็นไฟฟ้าออกมาจากครัว
“หืม? อากาศแบบนี้จะมีฟ้าร้องได้ยังไง?” ท่านผู้เฒ่าซูชะงัก ขมวดคิ้วสงสัย
คุณนายของบ้านแสยะยิ้มประชด “หึ! แค่ฟ้าร้องที่ไหนล่ะ หลังคาบ้านจะปลิวหายไปอยู่แล้วคุณยังไม่ได้ยินเลยมั้ง?” หญิงชรายังคงบ่นอุบด้วยความหงุดหงิด “ก็รู้อยู่หรอกว่าคุณน่ะมันหลับเหมือนหมู!”
ท่านผู้เฒ่าซูทำปากเบ้ใส่ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ก่อนหันกลับไปสนใจหนังสือพิมพ์ในมือต่อเพื่อตัดบท
ในห้องของซูเหอเวิ่น
ที่จริงเขาตื่นมานานแล้ว แต่ตอนนี้เขากำลังก้มหน้าก้มตาเขียนบางอย่างลงบนกระดาษเอาเป็นเอาตาย!
“เมื่อคืนนี้น้องสาวเก็บกวาด วิญญาณอาฆาต ไปได้ถึง 23 ตน และ วิญญาณร้าย อีก 1 ตน!”
แม้ในจำนวนนั้นจะไม่ได้นับรวมผีสาวท้องแหว่งกับคุณยายชุดศพเข้าไปด้วย แต่ซูเหอเวิ่นก็ยังรู้สึกว่ากำไรเน้น ๆ อยู่ดี
“ตอนนี้ x=2 , y=23, z=1…”
เขานั่งดีดลูกคิดในใจ เหมือนจะมองเห็นแสงแห่งชัยชนะแล้ว!
ซูเหอเวิ่นอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าทุกวันเขาอาจิ่นอวี้ออกไปเดินเล่นสักรอบ
แล้วพาวิญญาณกลับมาวันละสัก 20 ตน…
แค่ไม่ถึงห้าวัน! KPI ของน้องสาวก็เสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว!
ทว่ามันก็ได้แค่คิดเท่านั้นแหละ เพราะท้ายสุดแล้วเขารู้ดีว่ามันไม่ส่งผลดีต่อดวงจิตของซูจิ่นอวี้เท่าไหร่นัก
ซูเหอเวิ่นนั่งเค้นสมองต่อ…
ไม่ได้การละ แทนที่จะมัวแต่พึ่งโชคชะตาให้ผีมาหา ทำไมเราไม่เป็นฝ่ายรุกขยี้พวกมันก่อนล่ะ?!
โรงพยาบาลเอย แหล่งผีดุผีเฮี้ยนเอย หรือแม้แต่หลุมศพบ้านคนอื่น…
เอ่อ… ช่างมันเถอะ ข้อหลังนี่ดูจะข้ามเส้นศีลธรรมไปหน่อย
เมื่อรู้สึกว่าไอเดียเข้าท่า เขาจึงรีบตะลุยโลกอินเทอร์เน็ต ค้นหาพวกพิกัดสยองขวัญ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผีหลอนที่สุด หรือ พวกถนนมรณะอะไรทำนองนั้น…
แต่ในจังหวะกำลังเลื่อนเพลิน ๆ เขาก็ไปสะดุดเข้ากับวิดีโอหนึ่ง…
ซึ่งมันคือวิดีโอที่เขาบันทึกเอาไว้ด้วยมือตัวเอง!
ในคลิปนั้นปรากฏผีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังพ่นน้ำลายบ่นว่าสภาพแวดล้อมในประเทศมันแย่ อากาศเมืองนอกหอมหวานกว่าเยอะ สุดท้ายพอโดนจับได้ก็โกรธจนหน้ามืดกระโจนเข้าใส่กล้อง…
นี่มันวิดีโอตอนจับผีคราวก่อนชัด ๆ!
วิดีโอต้นฉบับนี้เขาเป็นคนโพสต์ลงในเว็บไซต์ทฤษฎีการเห็นผีของตัวเอง โดยทำการตัดต่ออย่างดี ทั้งเบลอหน้าของ ซู่เป่า และดัดแปลงเสียงจนจำไม่ได้ เว้นแต่คนในครอบครัวที่ใกล้ชิดจริง ๆ เท่านั้นถึงจะดูออก
“โดนดูดคลิปไปงั้นเหรอ?!” ซูเหอเวิ่นถึงกับพูดไม่ออก
บล็อกเกอร์จอมขโมยคลิปคนนี้ใช้ชื่อว่า ‘เด็กเทพชิงเป่ยคนนั้นไง’ พอลองเลื่อนเช็กดูหน้าโปรไฟล์ก็พบว่าเต็มไปด้วยคลิปที่ขโมยชาวบ้านมาทั้งนั้น
ที่น่าโมโหคือคลิปผีฝรั่งปลอมดันมียอดวิวพุ่งกระฉูด ดูเหมือนเพิ่งอัปโหลดไปไม่กี่วันแต่ยอดไลค์ปาไปตั้ง 500,000 ในขณะที่คลิปอื่นที่ขโมยมาได้แค่หลักพันเท่านั้น
ซูเหอเวิ่นเลื่อนดูคอมเมนต์พลางเบ้ปาก
“โอ๊ยแม่เจ้า! ตอนจบที่พุ่งเข้ามา ฉันเกือบหัวใจวายตายคาที่!”
“ขอพิกัดหน่อย นี่หนังเรื่องอะไร? ใครรู้บอกที!”
“เชดเข้! นี่มัน CG หรือเปล่าเนี่ย? ฮือๆๆ ดูเหมือนจริงจนขนลุก!”
“ไม่ใช่หนังนะทุกคน! ฉันเซียนหนังสยองขวัญ ดูมาหมดทั้งโลกไม่เคยเห็นฉากนี้ แสดงว่าบล็อกเกอร์ทำเอง… เอฟเฟกต์ระดับพระเจ้ามาก จนคนนึกว่าเป็นของจริง ยอมใจเลย กดติดตามด่วน!”
เด็กหนุ่มจัดการกดรายงานวิดีโอทันทีโดยไม่เสียเวลาพิมพ์ด่า พร้อมส่งหลักฐานลิงก์ต้นฉบับไปให้แพลตฟอร์มตรวจสอบ จากนั้นเขาก็ปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำ แปรงฟัน ล้างหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้าโดยไม่รีบร้อน พอเดินลงบันไดมาเปิดดูอีกที คลิปนั้นก็ถูกปลิวหายไปเรียบร้อยแล้ว
“ก็ทำงานไวดีนี่” ซูเหอเวิ่นเปรยขึ้นด้วยความพอใจ ก่อนจะสะบัดเรื่องนี้ทิ้งไปจากหัว
**
ณ ห้องเช่าซอมซ่อในหมู่บ้านกลางเมือง
ชางชิงเป่ยตื่นเต้นจนตัวสั่น ขณะจ้องมองยอดวิวของบัญชีสำรองพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงแจ้งเตือนจากระบบหลังบ้านดังไม่หยุด ช่างเป็นเสียงที่ไพเราะราวกับเสียงสวรรค์
ห้าแสนไลค์! ยอดการเข้าชมทะลุยี่สิบล้านครั้งไปแล้ว!
“ดังแล้วโว้ย!” ชางชิงเป่ยกระโดดตัวลอย หมุนไปรอบห้องด้วยความอารมณ์ดี
หลายวันที่ผ่านมาเขาพยายามปล่อยคลิปจากการไลฟ์ครั้งก่อน พยายามเกาะกระแสแฮชแท็ก #ซู่เป่า #จีบสาวสามคนพร้อมกัน จนคลิปแทบจะเน่ารายวัน รายได้วันแรกได้สามพัน วันที่สองเหลือพันเดียว หลังจากนั้นก็ลดฮวบเหลือหลักร้อย…
เขารู้ดีว่ากระแสมันสั้น เขาต้องการอะไรใหม่ ๆ เพื่อมาหล่อเลี้ยง
แต่วิดีโอใหม่ ๆ ที่เขาฝืนตัดต่อออกมามันก็มีแต่เนื้อหาเดิม ๆ แค่เปลี่ยนมุมกล้อง เปลี่ยนชื่อเรื่อง ผลคือยอดวิวเงียบกริบจนน่าใจหาย!
ชางชิงเป่ยมีบัญชีอยู่สองอัน บัญชีรองเอาไว้โพสต์คลิปสัพเพเหระขโมยชาวมาโพสต์ไปเรื่อย ไม่เคยคิดเลยว่าไอ้บัญชีที่ไม่ได้ตั้งใจทำนี่แหละ จะสร้างปาฏิหาริย์ให้เขา
“ขึ้นอีกแล้ว! ขึ้นไม่หยุดเลย!” ชางชิงเป่ยเช็กยอดเงินในระบบ “แค่คืนเดียว ฟันไปสองพันกว่า!”
ตามแผนที่เขาวางไว้ วิดีโอนี้ยาวพอจะดึงกระแสได้อีกพักใหญ่ แถมเขายังเนียนแปะลิงก์โปรโมตแอปที่กำลังจัดแคมเปญใหญ่ไว้ใต้คลิปด้วย คำนวณดูแล้วรายได้วันละห้าพันอยู่แค่เอื้อม!
“คลิปยาวแบบนี้ อย่างน้อยก็อยู่ได้สักครึ่งเดือน รอจนจบแคมเปญโปรโมตแอป… เงินแสนก็ลอยเข้ากระเป๋าสบาย ๆ!”
แต่ในขณะกำลังฝันหวาน พอเขารีเฟรชหน้าแอดมินอีกครั้ง ข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานก็เด้งขึ้นมา
‘ผลงานของคุณถูกสงสัยว่าเป็นการลอกเลียนแบบ จึงได้ถูกนำออกจากระบบแล้ว’
อะไรวะเนี่ย!!
เงินแสนของฉัน!
ชางชิงเป่ยโกรธจนตัวสั่น แผดเสียงด่าลั่นห้อง “แพลตฟอร์มเฮงซวย! คนลอกเลียนมีตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องมาจับฉันคนเดียวด้วยวะ!!”
เขารู้สึกไม่ยอมรับความจริง ในใจคิดไปเองว่าต้องมีไอ้หมาขี้อิจฉาคนไหนแน่ ๆ มากดรายงาน!
ชางชิงเป่ยกัดฟันกรอด จัดการสมัครบัญชีสำรองใหม่อีกอันทันที แล้วแอบล็อกอินเข้าไปในเว็บไซต์ที่ชื่อว่า ทฤษฎีการเห็นผีเพื่อเตรียมขโมยเนื้อหาของซูเหอเวิ่น มาสร้างรายได้ให้ตัวเองต่อไปอย่างลับ ๆ…