ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 172 ผู้หญิงที่ไม่ฟังคำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 172 ผู้หญิงที่ไม่ฟังคำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
บทที่ 172 ผู้หญิงที่ไม่ฟังคำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
มู่กุยฝานหันขวับกลับไปมอง เสียงลมยังคงหวีดหวิวอยู่ข้างหู แต่กลับไร้วี่แววของคนที่เพิ่งตะโกนว่า “มีคนตกน้ำ” เมื่อครู่
ทว่าเพราะเสียงตะโกนนั้นเอง ทำให้ผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงต่างพากันวิ่งกรูกันเข้ามาล้อมวง
“เร็วเข้า! มีคนตกน้ำ!”
“ช่วยด้วย… ใครว่ายน้ำเป็นบ้าง รีบลงไปช่วยเร็ว!”
“รีบเรียกเรือกู้ภัยเร็วเข้า!”
เสียงความตื่นตระหนกดังระงม ริมฝั่งที่เคยเงียบสงบพลันวุ่นวายขึ้นมาทันตา มีคนเจ็ดแปดคนมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ซึ่งในจำนวนนั้นมีบรรดาบล็อกเกอร์ที่ถือกล้องไลฟ์สดปะปนอยู่ด้วย เสียงพากย์หน้ากล้องดังระคนกันจนฟังไม่รู้เรื่อง
“พระเจ้า! พี่น้องครับ มีคนตกน้ำ! แย่แล้ว ผมว่ายน้ำไม่เป็น! ใครก็ได้ช่วยที…” เสียงหนึ่งตะโกนอย่างร้อนรน
“ทุกคนดูสิครับ มีคนตกน้ำอีกแล้ว แม่น้ำสายนี้มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีเรื่องบ่อยจัง…” อีกคนตั้งข้อสังเกตพลางแพนกล้องไปมา
“ขอบคุณพี่ใหญ่ที่ส่งเฟอร์รารี่มาครับ! อ้าว มีอีกคนส่งฟอร์ดเฟียสต้ามาด้วย! เอาล่ะ… ผมจะลองเสี่ยงตายดูสักตั้งนะทุกคน ช่วยสวดมนต์ให้ผมด้วย!” ส่วนนี่คือคนไร้จรรยาบรรณชอบฉวยโอกาสขอของขวัญจากความตายของผู้อื่น…
ท่ามกลางความโกลาหล ชายวัยกลางคนคนหนึ่งรีบถอดเสื้อออก เตรียมกระโดดลงไปในน้ำ บรรดานักไลฟ์ต่างรีบหันกล้องไปจับภาพฮีโร่ทันที
“คุณลุงคะ ลงไปไม่ได้นะ!” ซู่เป่ารีบถลาเข้าไปคว้าขากางเกงของชายคนนั้นไว้แน่น
ชายคนนั้นคิดว่าเด็กน้อยเป็นห่วงความปลอดภัยของเขา จึงรีบปลอบ “ไม่ต้องกังวลนะหนู ลุงว่ายน้ำเก่ง!”
“ไม่ได้ค่ะ ในน้ำมันอันตราย…” ซู่เป่าส่ายหน้าด้วยท่าทีร้อนรน
มือเล็ก ๆ ของเธอไม่ยอมปล่อย ด้ายแดงบนข้อมือเปล่งแสงเรืองรองอย่างลึกลับ ต่อให้เป็นผู้ชายที่มีพละกำลังมากเพียงใดก็ดิ้นไม่หลุด
“เฮ้ย! เด็กนี่เป็นอะไรน่ะ มาขวางทำไมเสียเวลา! พ่อแม่ไปไหนเนี่ย!” คนรอบข้างเริ่มโวยวาย
ผู้ใหญ่หลายคนทำท่าจะเข้ามาดึงตัวซู่เป่าออกไป มู่กุยฝานที่เพิ่งตะเกียกตะกายขึ้นมาจากริมตลิ่งเห็นเข้าพอดี จึงตวาดเสียงเข้มดุดัน “ใครกล้าแตะต้องลูกสาวฉัน!”
เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับแฝงรังสีอำมหิตทำเอาทุกคนชะงักและชักมือกลับโดยสัญชาตญาณ มู่กุยฝานกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนเอ่ยเสียงเย็น “ไม่มีใครตกน้ำทั้งนั้น ผมลงไปตรวจสอบมาแล้ว”
ทุกคนมองเสื้อผ้าเปียกปอนของเขาด้วยความฉงน “คุณลงไปดูมาแล้วเหรอ?”
“ใช่ ไม่มีใครอยู่ในนั้น” มู่กุยฝานพยักหน้ายืนยัน
ความจริงแล้วก่อนหน้านี้ มู่กุยฝานสัญญากับซู่เป่าไว้ว่าจะไม่ลงน้ำพร่ำเพรื่อ และเธอก็ได้มอบยันต์สีเหลือง ให้เขาติดตัวไว้แล้ว ตอนเขาเห็นร่างหญิงสาวกระโดดลงไปและตั้งใจเข้าไปช่วย เขาก็พบความผิดปกติบางอย่างเข้าเสียก่อนจึงรีบถอยออกมา
เขาตัดสินใจโกหกออกไปเพื่อกันไม่ให้ประชาชนทั่วไปลงไปเสี่ยงอันตราย และเตรียมโทรเรียกเรือกู้ภัยให้มาตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
แต่ในวินาทีนั้นเอง หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งก็แหวกฝูงชนเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด “ลูกสาวฉัน! นั่นลูกสาวฉัน…”
เธอวิ่งถลาไปริมน้ำโดยไม่ลังเล ก่อนกระโดดลงไปดัง ตูม! พร้อมกับกรีดร้องเสียสติ “จวินเอ๋อร์! จวินเอ๋อร์!”
“จวินเอ๋อร์ แม่อยู่นี่แล้วลูก!”
“กลับมาเดี๋ยวนี้!” มู่กุยฝานตวาดลั่น แต่หญิงคนนั้นไม่ฟังคำเตือนแม้แต่นิดเดียว เธอมุ่งหน้าฝ่ากระแสน้ำออกไปราวกับเสียสติ
เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหันจนไม่มีใครตั้งตัวได้ทัน เมื่อเธอลงไปในน้ำลึกระดับอก ร่างของเธอก็ถูกกระแสน้ำพัดจนเสียหลักและเริ่มดิ้นรนหาทางรอด
“ช่วยด้วย… อึก… ช่วยด้วย!” เธอร้องขอชีวิตตามสัญชาตญาณ
“โธ่เอ๊ย! ว่ายน้ำไม่เป็นแล้วจะลงไปทำไมเนี่ย!” ผู้คนริมฝั่งเริ่มกระสับกระส่าย
“ผมเรียกเรือกู้ภัยมาแล้ว” ชายคนเดิมพยายามจะลงไปช่วยอีกครั้ง แต่มู่กุยฝานที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ยกมือห้ามไว้
“ทุกคนดูสิครับ คุณป้าคนนั้นกำลังจะจมแล้ว! เรือกู้ภัยยังอยู่อีกไกลจะมาทันไหมเนี่ย!” บรรดาสตรีมเมอร์ตะโกนแข่งกันหน้ากล้อง
ชายวัยกลางคนเห็นท่าไม่ดีจึงตวาดใส่มู่กุยฝานด้วยความโกรธ “ชีวิตคนสำคัญนะ! คุณเข้ามาขวางผมทำไม!”
“นั่นสิ! เขาว่ายน้ำเป็นก็ปล่อยเขาไปสิ คนจะตายอยู่แล้วนะ!” คนรอบข้างเริ่มรุมประณาม
“คนบ้านนี้เป็นอะไรกัน! ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่เอาแต่ก่อเรื่อง ถ้าไม่ใช่ญาติจะขี้เกียจรีบร้อนแบบนี้ไหม!”
มู่กุยฝานเห็นว่าคำเตือนใช้ไม่ได้ผล จึงตัดสินใจใช้ท่ากวาดขาล้มชายคนนั้นลงกับพื้นทันที ก่อนหันไปสั่งซู่เป่า “ลูกรัก กดเขาไว้!”
ซู่เป่ารับคำทันควัน เธอกระโดดขึ้นไปนั่งทับแผ่นหลังของชายคนนั้นเต็มแรง
ชายวัยกลางคนกระเสือกกระสนดิ้นรน แต่กลับลุกไม่ขึ้นราวกับถูกภูเขาทับไว้
“ผมบอกแล้วไงว่าห้ามลงไป ไม่ว่าใครก็ห้ามลงไปทั้งนั้น!” มู่กุยฝานกวาดสายตาเย็นชาใส่ฝูงชน
บรรยากาศเงียบกริบไปชั่วอึดใจ ก่อนเสียงด่าทอจะปะทุขึ้นด้วยความโกรธแค้น มู่กุยฝานไม่สนใจเสียงนกเสียงกาเหล่านั้น เขาโทรศัพท์สั่งการ ไม่นานเรือกู้ภัยที่อยู่ใกล้สุดก็เร่งเครื่องตรงดิ่งมาทางนี้
เขากะระยะทางในใจ เรือน่าจะมาถึงภายในสองนาที… ตามหลักการช่วยชีวิต ตราบใดที่เรือมาถึงในเวลาที่กำหนด โอกาสรอดชีวิตก็คือร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างมากเธอก็แค่สำลักน้ำและเพลียไปบ้างเท่านั้น
แสงแดดยามเย็นทอดเงาพาดผ่านร่างของหญิงที่กำลังดิ้นรน มู่กุยฝานกังวลอยู่สิ่งเดียวคือ ผีร้ายใต้น้ำจะลากเธอลงไป… แต่เขาไม่ได้แคร์ชีวิตของผู้หญิงคนนี้เท่ากับชีวิตของพลเมืองดีบริสุทธิ์
จะหาว่าเขาเย็นชาหรือใจยักษ์ใจมารก็ตามที แต่ทำไมต้องเอาชีวิตคนดี ๆ ไปแลกกับคนไม่รู้จักฟังคำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ด้วย?
ขณะที่เสียงประณามดังมาจากสตรีมเมอร์และผู้คนรอบข้าง มู่กุยฝานยังคงยืนนิ่งดุจขุนเขา ไม่ไหวติงต่อคำด่าทอใด ๆ…
“ผู้ชายคนนี้เย็นชาเป็นบ้า! พาเด็กมาด้วยแท้ ๆ แต่กลับทำตัวใจจืดใจดำ ไม่แปลกใจเลยที่ลูกสาวจะร้ายกาจพอกัน ลูกไม้มันหล่นไม่ไกลต้นจริง ๆ!”
“คนเรามันไม่มีสามัญสำนึกกันเลยหรือไง! ทำไมถึงทำตัวใจร้ายได้ขนาดนี้!”
“พูดจาสวยหรูว่ากลัวคนอื่นเป็นอันตรายเลยไม่ให้ลงไป แต่นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายนะ! จะต้องรอให้คนตายไปต่อหน้าต่อตาถึงจะพอใจใช่ไหม?”
“แหม เสแสร้งเหลือเกิน! คิดว่าทำแบบนี้แล้ว จะดูเป็นคนดี ได้ชื่อเสียงหรือไง!”
ในกลุ่มเหล่านักไลฟ์พากันก่นด่า มีเพียงชางชิงเป่ยเท่านั้นที่นิ่งเงียบ ทว่าดวงตาของเขากลับเปล่งประกายวาววับด้วยความตื่นเต้น จนแทบจะกักเก็บไว้ไม่ไหว
นับตั้งแต่เสียงตะโกน “มีคนตกน้ำ” ดังขึ้น เขาก็คว้าโอกาสทองนี้ไว้ทันที มือไม้รีบคว้าโทรศัพท์สองเครื่องออกมา แยกกล้องสามตัวเล็งไปยัง ซู่เป่า, มู่กุยฝาน และผู้หญิงที่กำลังดิ้นรนอยู่ในแม่น้ำคนนั้น
เก็บข้อมูลให้ครบทุกมุม! อย่าให้พลาดแม้แต่วินาทีเดียว!
ชางชิงเป่ยรู้ดีว่าเหตุการณ์นี้จะกลายเป็นกระแสร้อนระอุในโลกออนไลน์ในไม่ช้า และเมื่อถึงเวลานั้น ก็ไม่มีใครถือครองข้อมูลที่สมบูรณ์ไปกว่าเขาอีกแล้ว
เขาจินตนาการไปถึงตอนตัวเองตัดต่อวิดีโอชุด [ความจริงของเหตุการณ์ทั้งหมด] ปล่อยออกมาเป็นระลอกทุกครึ่งชั่วโมงเพื่อดึงยอดผู้ติดตามให้พุ่งทะยาน ชางชิงเป่ยรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะกลายเป็นเศรษฐีในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้ว!
ในขณะที่เขากำลังฝันกลางวัน เสียงอุทานด้วยความตื่นตระหนกก็ดังขึ้นท่ามกลางฝูงชน
“ดูนั่นเร็ว!!!”
สายตาทุกคู่หันไปมองร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวผมสีเหลือง สวมกระโปรงจีบสั้นสีเทา ค่อย ๆ ลอยละล่องมาตามผิวน้ำภายใต้แสงอาทิตย์อัสดง
ทุกคนต่างปักใจเชื่อทันทีว่าเป็นศพจมน้ำเสียชีวิต เพราะเธอลอยนิ่งสนิทไร้การเคลื่อนไหวอยู่บนผิวน้ำ…
แต่แล้วในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงและหวาดหวั่น เหตุการณ์สยองขวัญก็พลันเกิดขึ้น
ศพหญิงสาวคนนั้นจู่ ๆ ก็ยกมือขึ้นมากะทันหัน แล้วคว้าหมับฉุดร่างของหญิงวัยกลางคนลงสู่ใต้น้ำอย่างรวดเร็ว!!