ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 179 จับเขาไว้! แลกเปลี่ยนกันอย่างเป็นมิตร!
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 179 จับเขาไว้! แลกเปลี่ยนกันอย่างเป็นมิตร!
บทที่ 179 จับเขาไว้! แลกเปลี่ยนกันอย่างเป็นมิตร!
ชางชิงเป่ยเอนหลังพิงหัวเตียงไม้ ที่ทั้งแข็งและเย็นเฉียบ พลางกวาดสายตานับยอดเงินที่หามาได้ในคืนเดียวด้วยท่าทางมีความสุข
แม้ตัวเลขสรุปจะยังไม่ออกมา แต่เขาประเมินคร่าว ๆ จากทั้งค่าโฆษณา การเชื่อมต่อลิงก์ต่าง ๆ รวมถึงค่าลิขสิทธิ์ที่พวกบัญชีคนดังรีโพสต์วิดีโอของเขาไป… รายได้เริ่มต้นน่าจะแตะหลักแสนแน่นอน!
“รวยแล้ว… รวยแล้วเว้ย!”
ชางชิงเป่ยเพลิดเพลินกับภาพอนาคตอันรุ่งโรจน์ ตอนนี้เขามีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคนแล้ว ตามกระแสน่าจะพุ่งไปถึงหนึ่งล้านคนก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากบริหารจัดการดี ๆ รายได้เดือนละล้านก็อยู่แค่เอื้อม
เขากวาดสายตามองไปรอบห้องเช่าเดี่ยวที่แสนคับแคบและเรียบง่าย ห้องที่เขาเคยซุกหัวนอนไปวัน ๆ อย่างฝืดเคือง ไร้ซึ่งรสนิยมหรือคุณภาพชีวิตใด ชางชิงเป่ยรู้สึกว่าหัวเตียงมันแข็งจนทนไม่ไหวอีกต่อไป
คนที่มีรายได้เดือนละล้านอย่างเขา จะยังทนอาศัยอยู่ในรูหนูแบบนี้ได้ยังไง?
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปฯ ทันที เดิมทีคิดหาบ้านเช่าในหมู่บ้านหรู ๆ สักแห่ง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ… ระดับเขาแล้วจะเช่าบ้านไปทำไม ซื้อขาดไปเลยสิ!
ทว่าในวินาทีนั้นเอง ขณะกำลังเลื่อนหน้าจอกลับพบว่าวิดีโอที่เป็นบ่อเงินบ่อทองของเขา ถูกถอดออกจากระบบไปแล้ว!
“อะไรวะ?” ชางชิงเป่ยรีบลุกขึ้นนั่งตัวตรง
เกิดอะไรขึ้น?
เขาเปิดดูหลังบ้านและพบข้อความแจ้งเตือนจากทางแพลตฟอร์ม
[วิดีโอของคุณถูกสงสัยว่าละเมิดกฎ จึงถูกถอดออกจากระบบเรียบร้อยแล้ว]
ชางชิงเป่ยหัวเราะพรวดด้วยความโมโห วิดีโอที่เขาตัดต่ออย่างประณีต วัตถุดิบเขาก็ถ่ายมาเองกับมือ ไม่มีความรุนแรง ไม่ลามก ไม่มีการพนันหรือยาเสพติด แล้วไปผิดกฎตรงไหน?
มันเป็นไอ้หน้าไหน อิจฉาจนต้องมารายงานเขากัน!
ชางชิงเป่ยตาขวาง เขาจัดการเปลี่ยนชื่อวิดีโอใหม่แล้วพยายามอัปโหลดขึ้นไปอีกครั้งทันที แต่ผลที่ได้กลับน่าเจ็บใจยิ่งกว่าเดิม เพราะบัญชีของเขาถูกระงับการใช้งานไปเสียแล้ว
เขาโทรหาฝ่ายบริการลูกค้าของแพลตฟอร์มทันที แต่กลับได้รับแจ้งสั้น ๆ ว่า เขาแอบถ่ายผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า ละเมิดสิทธิในภาพลักษณ์ของบุคคลอื่น และทางคู่กรณีแจ้งความประสงค์ว่าจะฟ้องร้องดำเนินคดี
“พวกคุณหาเรื่องรีดไถผมชัด ๆ! เห็นผมเริ่มดังเข้าหน่อยก็มารวมหัวกันใส่ร้ายผม!” ชางชิงเป่ยคำรามอย่างเดือดดาล “ผมจะยื่นอุทธรณ์!”
ทว่าคำตอบจากปลายสายกลับเย็นชาไร้เยื่อใย “ขออภัย ทางคู่กรณีมีหลักฐานครบถ้วน เราไม่รับเรื่องอุทธรณ์ สิ่งที่คุณควรกังวลตอนนี้คือหมายศาลที่กำลังจะส่งไปต่างหาก”
ชางชิงเป่ยโกรธจนแทบปาโทรศัพท์ทิ้ง เขาไม่สนเรื่องคดีความเลยสักนิด แพลตฟอร์มใหญ่ขนาดนี้ มีวิดีโอละเมิดกฎอัปโหลดเข้ามาเป็นแสนต่อวัน ใครจะมาไล่ฟ้องได้หมด?
อีกอย่าง พวกเขาจะรู้ได้ยังไงว่าเขาอยู่ที่ไหน พรุ่งนี้เขาก็ย้ายออกแล้ว!
สิ่งที่เขาเสียดาย คือผู้ติดตามห้าแสนคนนั่นต่างหาก หายวับไปกับตา!
แถมแพลตฟอร์มยังมีสิทธิ์อายัดรายได้ทั้งหมดที่ค้างอยู่ในบัญชีด้วย หมายความว่าเงินหนึ่งแสนหยวนที่เขาวาดฝันไว้ ถูกชุบมือเปิบไปต่อหน้าต่อตา!
“ไอ้สารเลว!” เขาสบถอย่างเครียดแค้น “ไอ้พวกเว็บไซต์รังแกคนจน!”
เขาเปลี่ยนไปใช้บัญชีรอง แต่ก็ไม่สามารถอัปโหลดได้ แม้เซ็นเซอร์จนภาพเบลอก็ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ สุดท้ายบัญชีรองที่เขาเคยลงวิดีโอจากเว็บเล็ก ๆ อย่าง “ทฤษฎีการเจอผี” ก็ถูกแบนตามไปด้วย
ชางชิงเป่ยแทบอยากอาเจียนออกมาเป็นเลือด ประเด็นร้อนแรงระดับนี้มักอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ถ้าเขาไม่รีบกอบโกยในช่วงเจ็ดวันนี้ ยอดวิวก็จะดิ่งเหว และไม่รู้ว่าโอกาสทองแบบนี้จะมาอีกเมื่อไหร่!
เขาตัดสินใจใช้บัตรประชาชนของพ่อมาเปิดบัญชีใหม่ทันที “ฉันรู้วิธีเรียกยอดวิวดี… อย่างแรกต้องชนกับประเด็นร้อน! สร้างเรื่องใหม่ขึ้นมาบนกระแสเดิม!”
วิธีที่เขาเลือกคือการแกล้งเป็นคนอื่น
เขาสิงโซเชียลทั้งคืนจนไปเจอแอคเคานต์ของเด็กผู้หญิงที่ตกน้ำสองคนนั้น เขาแอบเซฟภาพถ่ายและวิดีโอเซลฟี่ของพวกเธอมามิกซ์รวมกันทำเป็นวิดีโอใหม่เพื่อสวมรอยเป็นพวกเธอ
วันที่สอง ชางชิงเป่ยเริ่มแผนการสร้างดราม่า เขาเขียนข้อความลงในแอปจดบันทึกแล้วโพสต์ลงไป
“ฉันทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ หลายวันมานี้มีแต่คนมาบอกว่าเขาช่วยชีวิตฉัน แล้วบังคับให้ฉันต้องกตัญญูดูแลพ่อแม่ของเขาในอนาคต ถึงขั้นเรียกเงินจากครอบครัวฉันไปให้พ่อแม่เขา! เขาเป็นใครกัน ทำไมฉันต้องเลี้ยงดูพ่อแม่เขาด้วย ฉันขอให้เขาช่วยตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาเองที่ปีนขึ้นมาไม่ได้ นั่นมันดวงซวยของเขาเอง จะมาโทษฉันได้ยังไง?”
ข้อความที่เขียนในนามของเด็กสาวผู้ไร้ความกตัญญูนี้ถูกโปรโมตด้วยการซื้อโฆษณา…
และมันก็ได้ผล วิดีโอนี้ระเบิดความนิยมรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม!
ชาวเน็ตแห่กันเข้ามาด่าทอด้วยความโกรธจัด “เขาช่วยชีวิตคุณไว้ยังผิดอีกเหรอ? ไม่สำนึกคุณยังไม่พอ ยังกล้าพูดแบบนี้อีก คุณยังเป็นคนอยู่ไหม!”
ชางชิงเป่ยสวมวิญญาณเด็กสาว ตอบกลับทันควัน “แล้วฉันขอร้องให้เขาช่วยตอนไหนล่ะ?”
ยิ่งเขาตอบโต้ด้วยถ้อยคำร้ายกาจ ชาวเน็ตยิ่งเดือดดาล ทุกการด่าทอและการแท็กเพื่อนมาดู ยิ่งส่งให้วิดีโอพุ่งทะยาน เพียงไม่ถึงครึ่งวันยอดไลค์ก็ทะลุแสน…
“นี่แหละ… เคล็ดลับการเพิ่มยอดวิว!” ชางชิงเป่ยยิ้มเหยียดด้วยความสะใจ
เริ่มจากการปั่นกระแสให้คนเกลียดเพื่อสะสมผู้ติดตาม แม้คนเหล่านั้นจะกดติดตามเพียงเพื่อมาด่าเขา แต่นั่นก็คือชัยชนะและเม็ดเงินมหาศาลสำหรับเขาแล้ว!
หลังจากนั้น ชางชิงเป่ยก็โพสต์ข้อความยั่วยุแบบเดิมติดต่อกันหลายวัน เพื่อปั่นกระแสให้ถึงขีดสุด เมื่อเห็นว่าได้จังหวะเหมาะสมแล้ว เขาก็รีบลบวิดีโอต้นเรื่องทั้งหมดทิ้งทันที พร้อมเปลี่ยนชื่อและข้อมูลส่วนตัวใหม่ทั้งหมด
เขาจงใจสมัครบัญชีอื่นที่ไม่ได้ใช้ชื่อจริงทิ้งไว้ แล้วนำชื่อบัญชีเดิมไปสวมรอยแทน เพื่ออำพรางร่องรอยเดิมให้หมดสิ้น เหลือไว้เพียงวิดีโอล่าสุดที่พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาซ้ำ ๆ ว่า “ขอโทษนะคะ ฉันขอถอนตัวจากโลกออนไลน์แล้ว…”
แผนการขั้นต่อไปของเขาคือการโพสต์วิดีโอวิวทิวทัศน์คุณภาพสูง คอนเทนต์แนวความรักละมุนละไม และพื้นหลังหน้าจอมือถือสวย ๆ เพื่อล้างภาพลักษณ์ใหม่
ชางชิงเป่ยคำนวณไว้เสร็จสรรพว่า ชาวเน็ตส่วนใหญ่มักมีความจำสั้นและลืมง่าย เมื่อเวลาผ่านไปพวกเขาจะแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร และคิดว่าเขาคือสตรีมเมอร์สายโรแมนติก ส่วนแฟนคลับที่เหลืออยู่ก็จะกลายเป็นฐานผู้ติดตามจริง ๆ ของเขา ซึ่งคอนเทนต์ประเภทนี้มักรักษาแฟนคลับไว้ได้ยาวนาน
ส่วนเรื่องที่ว่าการสวมรอยครั้งนี้ จะทำให้เด็กสาวตัวจริงต้องเจ็บปวดจากการโดนรุมด่าเพียงใด ชางชิงเป่ยไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ ขนาดตัวเขาเองยังแทบเอาตัวไม่รอด จะไปสนคนอื่นทำไม? โดนด่าแค่ไม่กี่คำไม่ถึงกับตายหรอก ขอแค่เขาได้เงินเข้ากระเป๋าก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน!
“ฮี่ ๆ… รวยแน่…” ชางชิงเป่ยหัวเราะในลำคอ ดวงตาฉายแววละโมบวูบวาบ
เขาบริหารจัดการบัญชีใหม่อย่างอารมณ์ดี พลางฮัมเพลงและกดสั่งอาหารเดลิเวอรี่มาฉลอง
ไม่นานนักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ชางชิงเป่ยคิดว่าเป็นพนักงานส่งอาหารจึงรีบไปเปิดประตูทันที แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำเอาเขาชะงักกึก เพราะมีชายฉกรรจ์สวมเสื้อยืดสีดำหลายคนยืนเรียงรายอยู่หน้าห้อง
ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น มีชายร่างสูงใหญ่เป็นพิเศษคนหนึ่งยืนพาดแขนอยู่ขอบหน้าต่างปลายระเบียงทางเดิน สายตามองทอดไปยังวิวด้านนอกอย่างสงบนิ่ง
เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู เขาก็หันกลับมามองด้วยสายตาที่เย็นเฉียบพลันแล้วเอ่ยถามสั้น ๆ “ชางชิงเป่ย?”
“พวกคุณเป็นใคร?” ชางชิงเป่ยถามกลับอย่างระแวดระวัง
มู่กุยฝาน ไม่ตอบ แต่กลับบีบนิ้วมือเบา ๆ จนข้อต่อส่งเสียงดังชัดเจนในความเงียบ
เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก ทว่าเป็นรอยยิ้มชวนให้สันหลังวาบ “จับตัวเขาไว้! อ้อ… ระวังเรื่องน้ำหนักมือให้พอเหมาะพอดีด้วยนะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเขาอย่างเป็นมิตรหน่อย”
ชางชิงเป่ยยังไม่ทันได้อ้าปากประท้วง หมัดหนัก ๆ ก็พุ่งเข้าใส่ใบหน้าเต็มแรงจนเขาเห็นดาวระยิบระยับไปหมด สมองมึนงงจนแทบประคองสติไม่อยู่
นี่มันเรียกว่าการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเป็นมิตรตรงไหนกันวะ!