ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 178 แสงแดดจะริบหรี่เพียงใด ก็ต้องเรียนรู้ที่จะรวบรวมมัน...
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 178 แสงแดดจะริบหรี่เพียงใด ก็ต้องเรียนรู้ที่จะรวบรวมมัน...
บทที่ 178 แสงแดดจะริบหรี่เพียงใด ก็ต้องเรียนรู้ที่จะรวบรวมมัน…
ผีเจ้าชู้หันไปมองโร่วจิ่น แล้วเอ่ยถาม “แม่ของเธอได้รับโทษที่สาสมแล้ว แต่เธอยังพอมีโอกาสไปเกิดใหม่ได้นะ จะไปไหม?”
“ไม่ไปแล้วค่ะ ฉันจะอยู่กับแม่… ถึงท่านจะร้ายกาจแค่ไหน ท่านก็ยังเป็นแม่ของฉัน” โร่วจิ่นหัวเราะขื่น ๆ พลางส่ายหน้าปฏิเสธ
เธอรู้ดีว่าตนเองมีส่วนทำให้คนมากมายต้องตาย และแม่ของเธอก็สมควรแก่ความตายจนไม่อาจได้รับความเมตตา โดยเฉพาะเรื่องของจวินเอ๋อร์…
ตลอดสองวันที่เธอเข้าสิงร่างแกล้งจมน้ำเพื่อล่อลวงผู้อื่น เธอรู้สึกว่าบาปหนาหนักอึ้งเหลือเกิน โร่วจิ่นจึงโจนเข้าหาน้ำเต้าวิญญาณอย่างไม่ลังเล ร่างของหญิงสาวสลายกลายเป็นไอมรณะถูกดูดกลืนหายวับไปทันที
น้ำเต้าวิญญาณนอนนิ่งอยู่บนพื้น แสงสายหนึ่งพาดผ่านจนประกายสีแดงเข้มดูโดดเด่นขึ้น ซู่เป่าเก็บน้ำเต้าขึ้นมาเช็ดทำความสะอาด แล้วนำไปแขวนไว้ตรงด้ายแดงบนข้อมือตามเดิม
“ซู่เป่า เป็นอะไรไป?” มู่กุยฝานเดินเข้ามาอุ้มลูกสาวขึ้นแนบอก
นี่ควรจะเป็นครั้งแรกที่ซู่เป่าภูมิใจกับการปราบผีร้ายด้วยตัวเอง แต่เขากลับสัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งในใจของเด็กน้อย ซู่เป่าจึงเล่าเรื่องราวที่ได้รับรู้มาให้พ่อฟังด้วยน้ำเสียงสับสน
“คุณป้าผีร้ายจมน้ำตายเอง พี่โร่วจิ่นก็ตายเพราะช่วยเธอ แล้วทำไมเธอถึงเอาความแค้นไปลงกับคนอื่นล่ะ?”
“พี่จวินเอ๋อร์ก็ไม่รู้เรื่องรู้ราว แถมอายุเท่ากับพี่โร่วจิ่นด้วย ทำไมคุณป้าผีร้ายถึงไม่ยอมปล่อยเธอไป?”
“รวมถึงคุณป้าแม่ของพี่จวินเอ๋อร์ด้วย… เธอตามหาลูกอย่างร้อนรนมาตลอด แต่ถ้าพี่จวินเอ๋อร์สำคัญขนาดนั้น ทำไมเธอถึงพูดคำพูดร้าย ๆ ทำร้ายจิตใจพี่เขาแบบนั้นล่ะคะ? เธอบอกว่าถ้าอยากตายก็ไม่ห้าม มีแรงก็กระโดดลงไปเลย…”
ซู่เป่าถามรัวเป็นชุดเกี่ยวกับความย้อนแย้งของผู้ใหญ่ มู่กุยฝานนึกถึงผู้หญิงวัยกลางคนคนนั้นที่เอาแต่สร้างความวุ่นวาย เมื่อศพลูกสาวถูกกู้ขึ้นมาเธอกลับไม่ยอมรับความจริง แถมยังทำร้ายเจ้าหน้าที่กู้ภัยและโยนความผิดให้คนอื่น
เขาอุ้มซู่เป่าขึ้นไปยังดาดฟ้าเรือ สายลมเย็นยามค่ำคืนช่วยคลายความอึดอัดในใจได้บ้าง “แม่ของโร่วจิ่นเสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ลูกสาวตาย เพราะความคึกคะนองอยากซักผ้าริมน้ำแท้ ๆ ส่วนคุณป้าคนนั้นเธอก็ไม่คิดว่าคำพูดพล่อย ๆ ตอนโกรธจะทำให้ลูกสาวตายจริง ๆ”
“พวกเธอต่างจมอยู่กับความรู้สึกผิดจนแบกรับไม่ไหว เพื่อบรรเทาใจตัวเอง พวกเธอจึงโทษคนอื่นหวังจะลดทอนความรู้สึกผิดในใจลงบ้าง…” มู่กุยฝานลูบศีรษะลูกสาวด้วยความอ่อนโยน “ร่าเริงหน่อยสิ วันนี้หนูเก่งมากนะ อย่างน้อยโร่วจิ่นก็สำนึกผิดไม่ใช่หรือ? โลกนี้ยังมีด้านดี ๆ อยู่เสมอ”
“คนเราไม่ควรจ้องมองแต่ด้านมืด ถึงแสงแดดจะริบหรี่เพียงใด เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะรวบรวมมันเอาไว้…”
“อืม! พ่อพูดถูกค่ะ หนูจะคิดถึงแต่เรื่องดี ๆ!” ซู่เป่าซบไหล่พ่อ คิดตามครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า
เมื่อกลับถึงบ้าน ซู่เป่าก็หลับปุ๋ยไปด้วยความเหนื่อยอ่อน ซูอีเฉินเองก็รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย เดิมทีตั้งใจจะเปิดคอมพิวเตอร์ทำงานต่อ แต่พอหาวออกมากลับรู้สึกง่วงอย่างไม่น่าเชื่อ
เขานึกแปลกใจ เพิ่งสังเกตว่าช่วงนี้เขาเข้านอนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ …
อีกด้านหนึ่ง สำหรับเจ้าแม่ราตรีอย่างซูจิ่นอวี้ คืนของเธอเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น!
โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่ซู่เป่าซื้อให้นั้นยอดเยี่ยมมาก เธอหลงใหลการเลื่อนดูคลิปสั้นและอ่านคอมเมนต์อย่างเพลิดเพลิน ซูจิ่นอวี้กลิ้งไปมาบนเตียงพลางกลั้นหัวเราะ ก่อนลอยลงมาชั้นล่างเพราะไม่อยากกวนลูกสาว แต่เธอก็เห็นมู่กุยฝานนั่งอยู่บนโซฟาก่อนแล้ว
เธอรีบปิดหน้าจอโทรศัพท์ทันที โดยไม่ทันสังเกตวิดีโอของชางชิงเป่ยที่เพิ่งผ่านตาไป…
ขณะนี้มู่กุยฝานกำลังถือน้ำยาล้างเล็บ ล้างสีที่ซู่เป่าทาให้ตอนหัวค่ำออก ซูจิ่นอวี้เห็นท่าทางนั้นก็นึกขำ
ซูจิ่นอวี้รู้ดีว่าเธอกำลังจะไปเกิดใหม่ สิ่งเดียวที่เธอขอ คือให้มู่กุยฝานในฐานะพ่อ ดูแลซู่เป่าให้ดี
ตอนนี้เธอสบายใจแล้ว ส่วนเรื่องในอดีต เธอตายไปแล้ว ไม่รู้จะยึดติดไปทำไม?
คิดได้แบบนั้น ก็ลอยออกไปเล่นโทรศัพท์ข้างนอก
ส่วนมู่กุยฝานมองไปยังกล้องของซูเหอเวิ่นที่วางอยู่บนโซฟา เขาไม่ได้คิดรื้อฟื้นเรื่องอดีตกับซูจิ่นอวี้มากนัก อุบัติเหตุครั้งนั้นคือสิ่งที่เขาทำผิดต่อเธอ สิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้คือดูแลซู่เป่าให้ดีที่สุด และดูแลตระกูลซูแทนเธอเท่านั้น
ขณะที่เขากำลังเก็บกล้อง เขากลับได้ยินเสียงจากโทรศัพท์ของซูจิ่นอวี้ลอยแว่วมาจากข้างนอก เป็นเสียงวิดีโอตัดต่อใจร้าย…
‘หนูน้อยซู่เป่ายืนมองศพตาไม่กะพริบ เด็กที่ชาวเน็ตเคยเอ็นดู แท้จริงแล้วเลือดเย็นขนาดนี้เลยหรือ?’
มู่กุยฝานชะงักมือทันที! ส่วนซูจิ่นอวี้ที่ดูวิดีโออยู่ข้างนอกโกรธจนแทบขาดใจ “บ้าจริง! ไอ้หมาที่หากินกับการทำร้ายเด็กแบบไร้ขอบเขตนี่!” เธอด่าทอด้วยความโมโหจัดหลังจากเห็นลูกสาวโดนใส่ร้ายบนโลกออนไลน์
สายตาของ มู่กุยฝาน พลันเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็ง
ย้อนกลับไปตอนนั้น ตระกูลซูได้ลงมือจัดการด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาด ปราบปรามและสั่งปิดบัญชีนับร้อยที่บังอาจใส่ร้ายหรือสร้างกระแสในแง่ลบต่อซู่เป่า ใครจะไปคิดว่าตอนนี้ยังมีพวกไม่กลัวตาย กล้าเสนอหน้ากลับมาลองดีอีกครั้ง!
ในดวงตาของเขาปรากฏแววสังหารอันเยือกเย็นจนน่าขนลุก…
ในขณะเดียวกัน ชางชิงเป่ยกำลังนั่งตัดต่อวิดีโออย่างขะมักเขม้น สำหรับเขาแล้ววัตถุดิบชั้นยอดขนาดนี้ ถ้าไม่คั้นเอามูลค่าออกมาสูงสุด เขาย่อมไม่มีวันหยุดมือเด็ดขาด
“ซีรีส์วิดีโอชุดนี้ ถ้านับยอดเข้าชมรวมกันก็น่าจะเกินร้อยล้านครั้งไปแล้ว!” ชางชิงเป่ยลิงโลดจนดอกไม้บานสะพรั่งในใจ “รายได้หลักล้านต่อเดือน… คราวนี้คงไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป!”
เขาเริ่มเพ้อฝันถึงภาพตัวเองได้เข้าไปอาศัยในคฤหาสน์หรู ขับรถสปอร์ตคันงาม และมีสาวสวยห้อมล้อมซ้ายขวา เสพสุขท่ามกลางช่วงชีวิตรุ่งโรจน์…
โดยหารู้ไม่ว่าเงามืดแห่งหายนะกำลังคืบคลานเข้าหาเขาในไม่ช้า