ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 18 วิวาทกลางงานเลี้ยง ซู่เป่าผู้ไม่ยอมเสียเปรียบ
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 18 วิวาทกลางงานเลี้ยง ซู่เป่าผู้ไม่ยอมเสียเปรียบ
บทที่ 18 วิวาทกลางงานเลี้ยง ซู่เป่าผู้ไม่ยอมเสียเปรียบ
เหวยหว่านจ้องมองซู่เป่าที่กำลังเดินลงมา เด็กน้อยสวมใส่ชุดกระโปรงลายดวงดาว ช่างเปล่งประกายล้อแสงไฟระยิบระยับ ราวกับยกท้องฟ้าและทางช้างเผือกมาไว้ก็ไม่ปาน ดวงตาของเธอไหววูบเพราะทึ่งในความงาม
ทว่าในวินาทีต่อมา… ความริษยาก็เข้าจู่โจมหัวใจของเธออย่างรุนแรง!
กระโปรงสวยสง่าขนาดนี้ เธอแทบไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต…
ชุดที่ล้ำค่าขนาดนี้ควรเป็นหานหาน
เจ้าหญิงน้อยที่เป็นดวงใจของเธอต่างหากที่ได้สวมใส่…
พวกเขาไม่รักหานหานแล้วจริง ๆ สินะ
เหวยหว่านพยายามรวบตัวลูกสาวเข้ามากอดพลางกระซิบปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนหวังให้สงบลง
“หานหาน ว่านอนสอนง่ายนะลูก เดี๋ยววันหลังแม่ซื้อชุดใหม่ที่สวยกว่านี้ให้หนูนะ”
หานหานกลับไม่ยอมฟังแถมยังดิ้นรนงอแงไม่หยุดหย่อน เธอร้องลั่นอย่างดื้อรั้น
“หนูไม่เอา! หนูจะเอาชุดนั้น! หนูอยากได้ชุดที่ยัยซู่เป่าใส่!”
คุณยายของหานหานที่เพิ่งได้สติจากความตระการตาของชุด ก็เริ่มโหมไฟริษยาจากด้านข้าง
“โอ้โฮ! นั่นมันรุ่นลิมิเต็ดของแบรนด์ GYFY ไม่ใช่เหรอ? ในประเทศมีแค่ชุดเดียวเท่านั้นแหละ! เฮ้อ… ถ้าไม่มีนังเด็กคนนั้นมาขวางหูขวางตา ชุดนั่นก็ต้องเป็นของหานหานของเราไปแล้ว!”
เหวยหว่านยากทัดทาน เมื่อตรองดูแล้วเธอก็เห็นคล้อยตาม!
เดิมทีตระกูลซูมีเพียงหานหานเป็นเจ้าหญิงน้อยเพียงหนึ่งเดียว ของขวัญและสิ่งที่ดีที่สุดในโลกย่อมต้องตกเป็นของลูกสาวเธอแต่เพียงผู้เดียว
แล้วตอนนี้ล่ะ?
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ซู่เป่า หัวใจของทุกคนมีแต่ซู่เป่า…
จนหานหานถูกทอดทิ้งไม่ไยดี!
เหวยหว่านรู้สึกรันทดใจจนเกินเยียวยา ราวกับตระกูลซูทั้งบ้านติดค้างเธอ และหานหานไว้มากมายมหาศาล ทุกคนกลับหลงลืมไปว่า ในวันที่ชุดกระโปรงนี้ส่งมาถึง ครอบครัวซูก็ได้สั่งตัดชุดเจ้าหญิงให้หานหานด้วยเช่นกัน
ซู่เป่ามีชุดลายดวงดาว หานหานก็มีชุดที่งดงามไม่แพ้กัน แม้รูปแบบแตกต่างกันบ้าง แต่ราคาก็สูงลิบพอกัน ทว่าความโลภและริษยาทำให้พวกเธอไม่อาจมองเห็นสิ่งที่ตนเองมีอยู่ได้เลย
หานหานได้ยินคำยุยงก็ยิ่งอาละวาดหนัก แม้เหวยหว่านจะพยายามรั้งตัวไว้เพื่อพากลับห้อง แต่เด็กหญิงกลับสลัดหลุด และวิ่งถลันลงบันไดไป
“หานหาน! หยุดนะลูก!” เหวยหว่านรีบไล่ตามไปด้วยความร้อนรน
*
ณ บริเวณสวนดอกไม้
ซู่เป่านั่งอยู่ที่โต๊ะเล็ก ๆ กำลังเตรียมทานเค้กฉลองวันเกิดร่วมกับเพื่อนวัยเดียวกันอีกหลายคน
ท่ามกลางกลุ่มเด็กหญิงตัวน้อย มีเด็กชายคนหนึ่งนั่งโดดเด่นอยู่ข้างซู่เป่า เขาคือ ซูเหอเหวิน พี่ชายคนโต (ลูกชายของซูอีเฉิน) ซึ่งกำลังทำหน้าที่ตามคำสั่งประกาศิตของคุณพ่อ นั่นคือการคอยดูแล ‘เด็ก’
ใบหน้าของซูเหอเหวินเย็นชาและเคร่งขรึม ดูเท่สมวัย เขาถอดแบบนิสัยหน้านิ่งมาจากซูอีเฉินไม่มีผิดเพี้ยน
ส่วนซู่เป่าบรรจงตัดเค้ก กลิ่นหอมหวานเย้ายวนทำให้เด็ก ๆ พากันน้ำลายสอ แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังแอบกลืนน้ำลายด้วยความอยากชิม แต่เค้กชิ้นแรกที่ตัดออกมา เธอกลับยื่นส่งให้พี่ชายก่อนอย่างมีน้ำใจ
“พี่ชายคะ… ชิ้นนี้หนูให้พี่นะ!”
“ไม่กิน” ซูเหอเหวินกลับเบือนหน้าหนีพลางเอ่ยสั้น ๆ
เขาทำหน้าปั้นปึ่ง เพราะวีรกรรมของหานหานที่ผ่านมา ทำให้เขารู้สึกรังเกียจสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าน้องสาวเข้ากระดูกดำ และไม่อยากเสวนากับซู่เป่าเลยแม้แต่น้อย
แววตาที่เคยเป็นประกายของซู่เป่าหม่นแสงลงทันที เธอจำใจเก็บเค้กชิ้นนั้นกลับมาพลางพึมพำ
“อื้อ…”
ในขณะที่วิญญาณ จี้ฉางซึ่งยืนดูอยู่ข้าง ๆ เห็นความเศร้าในแววตาเด็กน้อยก็อดรนทนไม่ได้
“เฮ้ ยัยหนู อย่าไปสนใจเด็กคนนั้นเลย! วันนี้วันเกิดเธอแท้ ๆ อาจารย์จะสอนวิชาอาคมเล็ก ๆ ให้เธอเอาไว้ใช้สักอย่างดีไหม?”
ยังไม่ทันที่ซู่เป่าได้อ้าปากตอบ ร่างหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้ตรงเข้าหาเธอ!
หานหานคว้าชายกระโปรงของซู่เป่าไว้แน่นพลางออกแรงฉากกระชากด้วยความโกรธแค้น
“ชุดนี้เป็นของฉัน! แกมันยัยเด็กน่ารำคาญ! แกแย่งกระโปรงฉันไป!”
หานหานสะสมความแค้นไว้เต็มอก เธอออกแรงผลักซู่เป่าสุดแรงจนเด็กน้อยเซถลา มือที่ถือเค้กอยู่เสียหลักทำให้ครีมเค้กเลอะเปรอะเปื้อนลงบนชุดกระโปรงแสนสวยทันที!
“แต่นี่เป็นกระโปรงที่คุณลุงใหญ่ให้หนูมานะคะ…” ซู่เป่าชะงักงัน เธอพยายามระงับอารมณ์และอธิบายอย่างใจเย็น แต่หานหานกลับไม่รับฟังเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น เธอเหวี่ยงมือฟาดเข้าใบหน้าของน้องสาวตัวน้อยสุดแรงเกิด!
เพียะ!
“ฉันจะตีแกให้ตาย! ตีให้ตาย!” หานหานแผดเสียงร้องโวยวาย “ฉันเกลียดแก! ห้ามแกมาอยู่ที่บ้านฉัน! ไสหัวออกไปเลยนะ!”
ซู่เป่าหมดความอดทนลงทันที!
หานหานคนนี้รังแกเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า แย่งตุ๊กตากระต่าย แย่งกระโปรง แล้วตอนนี้ยังกล้ามาตบหน้าเธออีก?!
สุภาษิตว่าไว้ ลุงทนได้แต่ป้าทนไม่ได้! [1]
ใบหน้าจิ้มลิ้มของซู่เป่าเปลี่ยนเป็นขึงขังดูจริงจังขึ้นมาทันที เธอไม่ยอมโอนอ่อนให้อีกต่อไป มือน้อย ๆ ยกขึ้นแล้วฟาดกลับไปเต็มแรงเป็นการตอบโต้!
เพียะ!!
หานหานตกใจสุดขีดจนตาค้าง เธอรีบตะปบแก้มที่แดงเถือกพลางร้องไห้โฮ
“ฮือ… แม่บอกว่าเพราะแกคนเดียว! เพราะแกมาแย่งความรักของคุณปู่คุณย่ากับพวกคุณลุงไปหมด!” หานหานแผดเสียงร้องไห้ “นอกจากมาแย่งทุกอย่างไปจากฉันแล้ว แกยังกล้าตีฉันอีก ยัยน้องสาวตัวแสบ! ฉันเกลียดแก!”
ซู่เป่าเม้มริมฝีปากแน่น แม้สภาพแวดล้อมใหม่ ทำให้เธอรู้สึกไม่มั่นคงอยู่บ้าง แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววดื้อรั้นไม่ยอมคน เธอมองหน้าหานหาน พลางประกาศกร้าว
“พี่ตีฉันก่อน ฉันก็ต้องตีคืน!”
แม่เคยสอนไว้ว่า อย่ายอมให้ใครรังแกฝ่ายเดียว
หากฝ่ายตรงข้ามเปิดฉากใช้กำลังและพูดคุยกันด้วยเหตุผลไม่รู้เรื่องแล้ว
เธอก็ต้องตอบโต้กลับไปให้แรงพอ ๆ กัน!
ในเมื่อได้พยายามอธิบายเหตุผลให้พี่หานหานฟังแล้ว แต่อีกฝ่ายกลับเพิกเฉยแถมยังลงไม้ลงมือกับเธอก่อน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กน้อยตัดสินใจสู้ยิบตา!
เด็กน้อยทั้งสองต่างโผเข้ากอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด เชือกสีแดงบนข้อมือของซู่เป่าก็พลันเปล่งแสงสีแดงอ่อนจางออกมาอย่างลึกลับจนแทบสังเกตไม่เห็น
ทันใดนั้นซู่เป่าก็สะบัดฝ่ามือตบเข้าใส่หานหานเต็มแรงจนร่างของอีกฝ่ายปลิวหวือกระเด็นออกไปทันที!
หานหานล้มลงกองกับพื้น รู้สึกเหมือนใบหน้าไหม้พองด้วยความแสบร้อน เธอแผดเสียงร้องไห้จ้า
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา เด็ก ๆ รอบข้างต่างยืนนิ่งเป็นหินด้วยความตะลึงพรึงเพริด…
แม้แต่ซูเหอเหวินยังงงงวยไปชั่วขณะ กว่าจะตั้งสติได้ก็ตอนเห็นหานหานกระเด็นออกไปแล้ว
แม้เขาไม่ชอบน้องสาว แต่หน้าที่ดูแลที่พ่อมอบหมายมานั้นสำคัญ ซูเหอเหวินจึงรีบเข้าไปพยุงซู่เป่าทันที
“เป็นอะไรไหม?!” พี่ชายถาม
ซู่เป่าตาแดงก่ำ เธอส่ายหน้าช้า ๆ เม้มปากแน่นเป็นเส้นตรงโดยไม่ยอมเอ่ยคำใดออกมา
ผิดกับหานหานที่กรีดร้องลั่นจนเสียงแหลมทะลุโสตประสาท บรรดาผู้ใหญ่ที่อยู่ละแวกนั้นต่างพากันวิ่งกรูเข้ามาดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจ
ในวงสังคมชั้นสูง ทุกคนต่างพร่ำสอนลูกหลานให้เป็นสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ใครจะไปคาดคิดว่าคุณหนูแห่งตระกูลที่มั่งคั่งที่สุด มาวางมวยกันกลางงานเลี้ยงแบบนี้!
เหวยหว่านวิ่งเข้ามาเป็นคนแรก เธอเห็นรอยฝ่ามือชัดเจนบนใบหน้าของหานหานก็ถึงกับตัวสั่นด้วยความโกรธ
“ทำไมเธอถึงทำรุนแรงกับพี่สาวแบบนี้!”
“พี่สาวเป็นคนตีหนูก่อนค่ะ…” ซู่เป่าขยำชายกระโปรงที่เปื้อนเค้กไว้แน่นพลางตอบเสียงสั่น
“พูดจาเหลวไหล!” เหวยหว่านตวาดลั่น “พี่เขาจะไปตีเธอก่อนได้ยังไง!”
ซูเหอเหวินขมวดคิ้วมุ่นพลางเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“คุณอาสะใภ้รองครับ ความจริงคือหานหานเป็นฝ่ายเริ่มตีก่อนจริง ๆ ”
“มันนั่นแหละที่ตีฉันก่อน! ยัยซู่เป่าแย่งกระโปรงของฉันไปแล้วยังกล้าตีฉันอีก! มันเป็นเด็กนิสัยไม่ดี! มันเป็นยัยดอกบัวขาวจอมเจ้าเล่ห์!” หานหานได้ยินดังนั้นก็ยิ่งอาละวาดหนักกว่าเดิม เธอกรีดร้องระคนสะอื้น
ถ้อยคำที่หานหานจดจำมาจากแม่และคุณยายถูกพ่นออกมาอย่างรวดเร็ว ลื่นไหลเกินวัย
สายตาของแขกเหรื่อในงานที่เฝ้ามองอยู่เริ่มเปลี่ยนไปทันที เสียงซุบซิบเซ็งแซ่ดังขึ้นอื้ออึงไปทั่วบริเวณ
“โอ้… ที่แท้ชุดที่ซู่เป่าใส่อยู่ ก็คือชุดที่ไปแย่งหานหานมาหรอกหรือเนี่ย!”
เด็กคนนี้เพิ่งเข้าบ้านมาแท้ ๆ ก็กล้าแย่งของรักของพี่สาว
แถมคนในตระกูลซูยังหลงจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้น… หานหานตัวน้อยช่างน่าสงสารจริง ๆ !
[1] ลุงทนได้แต่ป้าทนไม่ได้ หมายถึง สิ่งที่ควรอดทนใครเล่าจะทนไม่ได้