ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 17 กระโปรงดาวของซู่เป่า
บทที่ 17 กระโปรงดาวของซู่เป่า
เหวยหว่านโอบกอดหานหานที่กำลังร้องไห้โยเย พลางสะอื้นไห้ตามลูกสาว ในอกของเธอรุ่มร้อนด้วยความขมขื่น ทว่าหัวใจกลับค่อย ๆ เย็นชา
ความรักความผูกพันตลอดห้าหกปีที่ผ่านมา กลับไม่อาจหลอมละลายหัวใจที่ด้านชาของซูจื่อหลินได้เลย
ในขณะนั้นเอง เสียงวิดีโอคอลจากคุณแม่ของเธอก็ดังขึ้น เมื่อปลายสายเห็นทั้งลูกสาวและหลานสาวพากันร้องไห้จนหน้าดำหน้าแดง จึงรีบละล่ำละลักถามด้วยความตกใจ
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?! ใครรังแกพวกแก!”
เหวยหว่านสะอื้นพลางพรั่งพรูเรื่องราวความอัดอั้นทั้งหมดให้แม่ฟัง คุณยายของหานหานฟังแล้วก็โกรธจนตัวสั่น
“เห็นไหม! ฉันบอกแล้วไม่มีผิด! แต่ก่อนตระกูลซูมีหลานสาวแค่หานหานคนเดียว ใคร ๆ ก็ประคบประหงมแกประหนึ่งเจ้าหญิง แต่พออีเด็กนั่นโผล่มา ทุกคนก็ถอดหัวใจไปให้มันหมด ไม่เห็นหานหานอยู่ในสายตาอีกต่อไป!”
หานหานที่นั่งซบตักแม่ได้ยินเช่นนั้นก็นึกถึงความน้อยเนื้อต่ำใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอถูกพ่อดุด่าและทำรุนแรง แต่กลับไม่มีลุงหรืออาคนไหนเข้ามาปลอบโยนเลยสักคน ยิ่งคิดเด็กหญิงก็ยิ่งแผดเสียงร้องไห้จ้าหนักกว่าเดิม
“แม่คะ อย่าพูดแบบนั้นสิ…” เหวยหว่านเอ่ยปรามอย่างอ่อนแรง
“ทำไมจะพูดไม่ได้!” คุณยายของหานหานตวาดแหว “มันคือความจริง! ฉันยอมไม่ได้หรอกนะ หลานสาวแท้ ๆ ของบ้านเรา กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้เด็กที่หอบนามสกุลอื่นเข้ามา!”
“ซู่เป่ากำลังจะเปลี่ยนมาใช้นามสกุลซูแล้วค่ะแม่” เหวยหว่านบอกเสียงเบา คุณยายส่ายหน้าพรืด
“ยิ่งร้ายเข้าไปใหญ่! ต่อไปหานหานของฉันจะเอาอะไรไปโดดเด่นสู้มันได้? แกต้องระวังนังเด็กป่านั่นให้ดีนะ มันไม่ใช่เด็กซื่อ ๆ อย่างที่เห็นหรอก!”
“แกไม่รู้ล่ะสิ ตอนอยู่เมืองหนานเฉิง มันใจคอโหดเหี้ยมถึงขั้นผลักแม่เลี้ยงตกบันไดจนแท้งลูก! เท่านั้นยังไม่พอ พวกลุง ๆ ตระกูลซูยังหลงมันจนมืดบอด ทั้งที่มันผิดเต็มประตูแต่กลับใช้อำนาจสั่งถล่มตระกูลหลินจนล้มละลาย!”
เหวยหว่านขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย “แต่ข่าวที่ออกมา บอกว่าแม่เลี้ยงคนนั้นแท้งเองแล้วปัดความผิดให้เด็กไม่ใช่เหรอคะ?”
“แกคอยดูนี่!” คุณยายรีบตัดบท “ฉันจะส่งคลิปความจริงให้แกดู จะได้ตาสว่างเสียที!”
ไม่นานนัก วิดีโอคลิปหนึ่งก็ถูกส่งเข้ามาในมือถือของเหวยหว่าน
ในคลิปเป็นเสียงดัดแปลงของบุคคลที่อ้างว่าเป็นเพื่อนสนิทมู่ชิ่นซิน พร้อมหลักฐานใบแจ้งภาวะวิกฤตทางการแพทย์ที่ระบุว่ามู่ชิ่นซินแท้งลูกและเสียเลือดมากถึงสองครั้ง
นอกจากนี้ยังมีภาพเหตุการณ์รุนแรงที่บอดี้การ์ดชุดดำโยนคนแก่ออกจากบ้าน และภาพที่ซูอิงเอ๋อร์ใช้กำลังบังคับหลินเฟิงด้วยความโหดเหี้ยม
ภาพคนตระกูลซูในคลิปถูกเบลอใบหน้าไว้ทั้งหมด มีเพียงใบหน้าใสซื่อของ ซู่เป่า คนเดียวที่ปรากฏชัดเจนโดดเด่น
“เห็นหรือยัง!” เสียงคุณยายดังลอดมาตามสาย “เสียเลือดมากจนวิกฤตถึงสองรอบ! แม่เลี้ยงที่ไหนจะเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงเล่นเพื่อใส่ร้ายเด็กคนหนึ่ง? ยัยเด็กคนนี้แหละคือ ‘ดอกบัวขาว’ ของจริง เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวตั้งแต่ตัวเท่าเมี่ยง!”
“วันนี้มันกล้าตีหานหาน แต่คนบ้านซูกลับไม่มีใครเข้าข้างลูกแกเลย นั่นหมายความว่า มันเป่าหูทุกคนจนอยู่หมัดแล้ว! ลับหลังเรา มันคงใส่ร้ายหานหานไปสารพัดอย่าง!”
เหวยหว่านจ้องมองวิดีโอนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงและหวาดระแวงเป็นเท่าตัว
“ดูเหมือนว่า… หนูต้องระวังเด็กคนนี้ไว้ให้มากจริง ๆ”
การสนทนาที่เผ็ดร้อนนี้ไม่ได้ถูกปิดบัง หานหานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จดจำทุกถ้อยคำได้แม่นยำ…
‘ซู่เป่าฆ่าน้องชาย’
‘ซู่เป่าเจ้าเล่ห์’
‘ซู่เป่าเป็นเด็กนิสัยไม่ดี’
คำเหล่านี้ถูกสลักลงในใจของเด็กหญิงด้วยความริษยา
*
แผนการแฉของมู่ชิ่นซินนั้นแยบยลนัก เธอไม่ได้ส่งข้อมูลให้สื่อใหญ่ แต่ใช้วิธีปล่อยเป็นข่าวลือวงใน เพียงหนึ่งสัปดาห์ เรื่องเล่าขานเกี่ยวกับเด็กน้อยที่ทำร้ายแม่เลี้ยงจนแท้ง อีกทั้งสั่งล้มละลายตระกูลหลิน ก็แพร่สะพัดไปทั่วสมาคมคุณนายไฮโซ และกลุ่มสาวสังคมชั้นสูง
เหล่าผู้ชายตระกูลซู ที่วัน ๆ มุ่งมั่นแต่เรื่องงานและไม่เคยชายตาแลข่าวซุบซิบไร้สาระ จึงไม่มีใครระแคะระคายเลยว่า ‘พายุ’ กำลังตั้งเค้าในงานวันเกิดที่พวกเขากำลังจะจัดขึ้น
ณ วันงานวันเกิดของซู่เป่า
คฤหาสน์ตระกูลซูถูกเนรมิตให้กลายเป็นวิมาน เพื่อเปิดตัวเจ้าหญิงน้อยเป็นทางการ ตู้เสื้อผ้าของซู่เป่าอัดแน่นไปด้วยชุดราตรีสไตล์เจ้าหญิงและโลลิต้า หลากสีสันสดใสราวกับสายรุ้ง
“เลือกสักชุดสิลูก” คุณยายทอดมองหลานสาวด้วยความรัก อารมณ์ที่เคยบอบช้ำจากอดีตค่อย ๆ ถูกเยียวยาด้วยรอยยิ้มของเด็กน้อย
“หนูเลือกชุดไหนก็ได้เหรอคะ?” ซู่เป่าถามย้ำดวงตาเป็นประกาย เมื่อคุณยายพยักหน้ายืนยัน เด็กน้อยก็เขย่งเท้าเข้าไปจุ๊บแก้มหญิงชราเบา ๆ “ขอบคุณนะคะคุณยาย!”
ในที่สุด ซู่เป่าก็เลือกชุดเจ้าหญิงโลลิต้าสีม่วงอมชมพูแสนหวาน ผมสีดำขลับถูกรวบเป็นจุกสองข้างประดับโบว์ผีเสื้อสีชมพู พร้อมลูกไม้จิ๋วที่ประดับเรียงรายตามแนวศีรษะอย่างประณีต ทำให้เธอดูราวกับนางฟ้าตัวน้อยที่หลงทางลงมาจากสรวงสวรรค์
“ซู่เป่าของยาย… สวยเหลือเกินลูก” คุณยายซูพึมพำด้วยความหลงใหล
ซู่เป่าเอียงคอยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะใช้นิ้วเล็กแตะจมูกคุณย่าเบามือ
“คุณยายก็น่ารักที่สุดเหมือนกันค่ะ!”
เด็กน้อยแอบยิ้มในใจ…
แม่จ๋า หนูจะดูแลคุณยายให้ดีที่สุด ให้ท่านมีความสุขทุกวันเลยนะ!
*
ท่ามกลางความหรูหราคึกคัก ภายนอกรั้วคฤหาสน์กลับมีเงาร่างมอมแมมสองร่างซุ่มซ่อนอยู่ นั่นคือมู่ชิ่นซินและหลินเฟิง หญิงสาวจ้องมองแสงไฟระยิบระยับภายในด้วยความริษยาจนแทบคลั่ง ใบหน้าของเธอถูกทำลายจนเสียโฉม ต้องทนรับมือกับอารมณ์ร้ายของสามี และถูกตระกูลหลินใช้งานเยี่ยงทาส
ฉันตกนรกขนาดนี้… แล้วทำไมเด็กนั่นถึงได้อยู่อย่างเจ้าหญิง!
“เราไม่มีบัตรเชิญ จะเข้าไปได้ยังไง?” หลินเฟิงถามพลางขมวดคิ้ว
มู่ชิ่นซินเค้นเสียงหวานอาบยาพิษ
“พี่เฟิงคะ เราเป็นถึงพ่อแม่ของมันนะ งานวันเกิดลูกแท้ ๆ ทำไมจะเข้าไม่ได้? แค่ไปแสดงตัวที่หน้าประตู ยามพวกนั้นก็ต้องเปิดทางให้ แต่ว่า…” เธอเหลือบมองสภาพยาจกของตัวเองแล้วรู้สึกกระดากใจ
“แต่ว่าอะไร!” หลินเฟิงเร่ง
“เราต้องไปซื้อชุดสูทดี ๆ ก่อนค่ะ ในฐานะญาติของตระกูลซู เราจะดูซอมซ่อแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!”
“จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ!” หลินเฟิงคำราม
“ฉันรู้จักที่หนึ่ง… ที่ที่เราจะไปขายเลือดแลกเงินได้นะคะ” มู่ชิ่นซินแสร้งทำตาซื่อใสไร้เดียงสา
*
ภายในโถงจัดเลี้ยง
ซู่เป่าในชุดกระโปรงแสนสวย ทว่าในอ้อมแขนกลับกอดตุ๊กตากระต่ายเก่าคร่ำคร่าตัวโปรดไว้แน่น เธอค่อย ๆ ก้าวลงบันไดหรูหราโดยมีซูอีเฉินจูงมือพาลงมาอย่างทะนุถนอม ตามหลังมาด้วยเหล่าคุณลุง
ไม่มีใครมองเห็นว่า…
หลังเงาเหล่านั้นยังมีวิญญาณของจี้ฉาง ยืนพิงราวบันไดพลางยิ้มกริ่ม
“อืม… มาทันเวลาพอดี”
จังหวะที่แสงสปอตไลต์สาดส่องลงมายังซู่เป่า จี้ฉางก็ดีดนิ้วดัง เปาะ!
ทันใดนั้น แสงไฟที่ตกกระทบชุดกระโปรงสีม่วงอมชมพูกลับส่องประกายระยิบระยับราวกับมีจักรวาลดวงดาวนับหมื่นซ่อนอยู่ในเนื้อผ้า รัศมีอันงดงามโอบล้อมรอบตัวซู่เป่าจนเธอดูเหมือนนางฟ้า
แขกเหรื่อในงานต่างตกตะลึงในความงามที่ดูสูงส่งเกินเด็กทั่วไป…
ทว่าในสายตาของคุณนายไฮโซหลายคนกลับมองด้วยความหมั่นไส้
นังเด็กนี่ร้ายไม่เบา ขนาดยอมให้ซูอีเฉิน ซีอีโอหน้าตายยอมก้มหลังจูงมือเดินประคอง
แถมยังแสร้งกอดตุ๊กตาเก่า ๆ เพื่อสร้างภาพเด็กกำพร้าผู้น่าสงสาร…
ช่างหน้าซื่อใจคดจริง ๆ!
ผลจากคลิปแฉทำให้กลุ่มผู้ดีมองซู่เป่าในแง่ลบ พวกเขาสั่งห้ามลูกหลานไม่ให้เข้าไปคลุกคลีกับซู่เป่า เพราะเกรงจะถูกเด็กเจ้าเล่ห์รังแก
หานหานยืนมองภาพน้องสาวที่เป็นศูนย์กลางของความสนใจจากชั้นสอง เธอเม้มปากแน่นด้วยความอิจฉา ก่อนจะหันไปเขย่าแขนแม่
“แม่คะ! หนูจะเอาชุดแบบยัยซู่เป่า! หนูจะเอาชุดกระโปรงดาวตัวนั้น!”