ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 191 คุณลุงสี่คะ... ทำไมคนถึงคลอดลูกเป็นลิงได้ล่ะ?
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 191 คุณลุงสี่คะ... ทำไมคนถึงคลอดลูกเป็นลิงได้ล่ะ?
บทที่ 191 คุณลุงสี่คะ… ทำไมคนถึงคลอดลูกเป็นลิงได้ล่ะ?
“พวกคุณนี่มันไม่มีมารยาทเลยนะ! กล้าดียังไงมาเปิดดูความลับคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้!” พ่อของเจี่ยวเจียวตะคอกเสียงดังด้วยความโกรธจัด พลางพุ่งตัวไปกระชากจดหมายลาตายกลับมาถือไว้แน่น
ส่วนบล็อกเกอร์หนุ่มที่เพิ่งสร้างตำนานไลฟ์สดก็เชิดหน้าตอบอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า “สำหรับคนไร้ยางอายหากินกับชีวิตลูกสาวตัวเองแบบพวกคุณน่ะ มันก็ต้องเจอแบบนี้แหละ!”
ความจริงในใจของพวกเขาจะเป็นอย่างไร มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้!
สุดท้ายกลุ่มญาติของเจี่ยวเจียวก็เปิดศึกน้ำลายกับกองทัพสื่อ และเน็ตไอดอลจนชุลมุนไปหมด
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสอบสวนอย่างละเอียด ก็พบว่าเรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับซูโล่วเลยแม้แต่นิดเดียว ข้อสรุปง่าย ๆ คือครอบครัวนี้เห็นว่าซูโล่วรวย จึงจงใจใช้ความตายมาข่มขู่ทางศีลธรรม เพื่อรีดไถเงินเท่านั้น ส่วนซูโล่วจะยอมจ่ายหรือไม่นั้น ก็ถือเป็นสิทธิ์ขาดของเขา
เหล่าสื่อมวลชนเริ่มละเลงปากกาเขียนบทความวิพากษ์วิจารณ์กันสนุกมือ บางคนก็ว่าการรีดไถแบบนี้ไม่ควรปล่อยไว้ ไม่อย่างนั้นสังคมจะเสื่อมทราม
ขณะที่บางกลุ่มก็แสร้งทำเป็นใจบุญ ว่าคุณซูเขารวยจะตาย แบ่งเศษเงินให้พ่อแม่ที่เสียลูกสาวไปบ้างจะเป็นไรไป
จะหวังดีจริงหรือแค่เรียกยอดไลก์ ก็สุดแท้แล้วแต่จะเดากันไป
ม่านการแสดงนี้ก็ปิดฉากลง เมื่อกลุ่มญาติจอมก่อเรื่องถูกเชิญตัวไปสงบสติอารมณ์บนโรงพัก แม่ของเจี่ยวเจียวยังคงร่ำไห้ไม่หยุด แต่คราวนี้แววตาของเธอเริ่มดูเลื่อนลอยเหมือนคนเสียสติ
ไม่มีใครมองเห็นเจี่ยวเจียวที่ยังคงเกาะติดอยู่บนแผ่นหลังของแม่ตัวเอง ใบหน้าซีดขาวนั้นแนบชิดติดกับแก้มของคนเป็นแม่ตลอดเวลา… เป็นการล้างแค้นอันแสนเยือกเย็นที่สุด
พ่อของเจี่ยวเจียวเดินคอตก เขาถูกตราหน้าว่าเป็น “พ่อเฮงซวยขายลูกกิน” แถมยังโดนแฟนคลับซูโล่วรุมสกรัมไปหลายหมัด ส่วนพวกญาติ ๆ ก็หน้าหม่นหมอง วุ่นวายแทบตายแต่ไม่ได้เงินสักบาท
ซ้ำยังถูกคนด่าจนเสียหาย ต่อไปคงเชิดหน้าใช้ชีวิตในเมืองเล็ก ๆ ของตัวเองไม่ได้อีกแล้ว ทุกคนต่างเก็บความแค้นไว้ในใจ… เกลียดที่ซูโล่วมีเงินมหาศาลแต่กลับใจดำเหลือเกิน!
*
ซู่เป่าส่ายหัวน้อย ๆ พลางรำพึง “โลกของผู้ใหญ่นี่ซับซ้อนจังเลยนะคะ”
เธอก้มมองลงไปในกระเป๋าสัตว์เลี้ยง ยิ้มจนตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว “จริงไหมคะเสี่ยวอู่ คุณเต่า?”
เสี่ยวอู่ยืนเหยียบอยู่บนกระดองเต่าเอียงคอเลียนแบบ “ใช่ ๆ! ในเมืองกลลวงเยอะ ฉันจะกลับชนบท แต่ชนบทพื้นลื่นกว่า จิตใจคนซับซ้อนกว่า! โอ้โห… ตกใจจนต้องหนีไปเมืองเล็ก แต่กลับเจอหลุมพรางซ่อนอยู่เต็มไปหมด~ โอ๊ย! มีหลุมพรางซ่อนอยู่!”
“ว้าว เสี่ยวอู่เก่งจังเลย!” ซู่เป่าปรบมือชอบใจ
คุณเต่าดูเหมือนจะระอาโลก ยื่นหัวออกมาดูโลกภายนอกได้แวบเดียวก็ถูกเสี่ยวอู่จิกปั้บ! พอมันหดคอหนี เจ้านกแก้วตัวแสบก็หดคอตามไปแกล้ง จนคุณเต่ายอมแพ้ หดตัวอยู่ในกระดองไม่ยอมออกมาอีกเลย
“เฮ้ เพื่อนเก่า นายนี่มันเล่นไม่เป็นเอาซะเลย!” เสี่ยวอู่เลยย่ำเท้าลงบนกระดองทำท่าทีเยาะเย้ย
ซู่เป่าหัวเราะคิกคัก เมื่อเทียบกับโลกอันซับซ้อนของผู้ใหญ่ เสี่ยวอู่กับคุณเต่าแก่ดูเข้าใจง่ายกว่าเยอะ!
“คุณลุงคะ พวกเขาจะกลับมาอีกไหม?” เธอเงยหน้าถามคุณลุงสี่
ซูโล่วตอบอย่างมั่นใจ “ไม่มาแล้วล่ะ”
การใช้ศีลธรรมบีบบังคับคนอื่น ทำได้ก็ต่อเมื่อคนคนนั้นยังมีศีลธรรมหลงเหลืออยู่ แต่ตอนนี้คนพวกนั้นถูกฉีกหน้ากากจนไม่เหลือชิ้นดี แถมยังมีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ต่อให้ไปโวยวายบนโลกออนไลน์ก็คงโดนทัวร์ลงจนหาทางกลับบ้านไม่ถูก
ซูโล่วอุ้มซู่เป่าก้าวยาว ๆ เข้าไปในตัวบริษัท วันนี้เขาอุตส่าห์แย่งตัวหลานสาวมาจากเงื้อมมือมู่กุยฝานได้สำเร็จ ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่ยอมคืนให้ง่าย ๆ แน่!
วันนี้ซูโล่วมาในลุคผู้บริหารหนุ่มสุดเท่ กางเกงลำลองทรงเนี้ยบ เสื้อเชิ้ตไหมสีดำ ปลดกระดุมคอเผยให้เห็นเนกไทที่ผูกไว้อย่างไม่เป็นทางการ พร้อมแว่นตากรอบทองนั้นเสริมให้ดูสง่างามแต่แฝงความเจ้าเล่ห์
ทันทีที่สาว ๆ ด้านนอกเห็นภาพซุปตาร์หนุ่มอุ้มหนูน้อยน่ารักไว้ในอ้อมแขน เสียงกรี๊ดก็ดังสนั่นหวั่นไหว
“พี่ชายหล่อมากกก!”
“กรี๊ดดด! พี่คะ หนูยอมเป็นแม่ของลูกพี่ค่ะ! หนูจะ [1] คลอดลูกลิงให้พี่เองงง!”
ซู่เป่าซบไหล่คุณลุงอยู่ถึงกับหูผึ่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย “คุณลุงสี่คะ… ทำไมพี่สาวคนนั้นบอกว่าจะคลอดลูกลิงให้คุณลุงล่ะคะ?”
“เด็กตัวแค่นี้ห้ามถามเรื่องพวกนี้ครับ” ซูโล่วหน้ามืดครึ้มไปทันที
“โอเคค่ะ… งั้น… งั้นซู่เป่าขอถามอีกคำถามเล็ก ๆ นะคะ” เธอชูนิ้วก้อยทำท่าประกอบ ซูโล่วเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ “ว่ามาสิ”
“ทำไมคนถึงคลอดลูกเป็นลิงได้ล่ะคะ? แล้วลูกลิงเกิดมาจะเป็นคนหรือเป็นลิง? เขาจะพูดภาษาคนได้ไหม? แล้วเขาจะกินข้าวเหมือนเรา หรือกินแต่กล้วยกับผลไม้คะ?”
“ที่รัก… คำถามนี้ของหนู มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แล้วนะ”
จี้ฉางที่ลอยอยู่ข้าง ๆ ถึงกับมุมปากกระตุก เขาเอื้อมมือไปโยกหัวซู่เป่าเบามือ “ตัวแค่นี้แต่ช่างซักช่างถามจริง ๆ นะเรา”
ซู่เป่ารีบเอามือกุมหัวพลางทำแก้มป่อง
หนูแค่สงสัยจริง ๆ นี่นา ทำไมผู้ใหญ่ชอบเลี่ยงไม่ตอบคำถามกันจัง
ถังเถียนเถียนเพิ่งจัดการเรื่องตำรวจเสร็จรีบวิ่งตามมา ใบหน้ากลม ๆ ของเขายิ้มร่า “คุณหนูซู่เป่าครับ ทานเค้กเพิ่มไหม? ลุงหาเชฟมิชลินมาทำให้เลยนะ!”
“ไม่เอาแล้วค่ะ! หนูสัญญากับคุณยายไว้ว่าจะกินเค้กแค่วันละมื้อ วันนี้หนูกินไปแล้วค่ะ” ซู่เป่าส่ายหัวดิก
“อืม… เป็นไปได้ไหมครับ ว่า ‘หนึ่งมื้อ’ ของเราจะเริ่มตั้งแต่เช้าไปจบเอาตอนเย็น?” ถังเถียนเถียนทำตาเจ้าเล่ห์
ซู่เป่ามองหน้าถังเถียนเถียนแล้วพยักหน้าเห็นใจ “มิน่าล่ะคะ… พุงของคุณลุงถังถึงได้ใส่เสื้อเชิ้ตไม่พอดีแบบนี้” ถังเถียนเถียนยังคงยิ้มแป้นไม่ถือสา
ทว่าจี้ฉางกลับเตือนสติขึ้นมา “อย่าลืมจุดประสงค์ที่พวกเราออกมาในวันนี้นะ”
“อืม ๆ ตกปลา! ตกปลา!” ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงัก
การตกปลาครั้งนี้เธอเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว อาจารย์บอกว่าไม่ใช่การไปนั่งถือเบ็ดจริง ๆ แต่เป็นการใช้ ‘คุณลุงสี่’ เป็นเหมือนเหยื่อล่อชั้นดี เพื่อล่อวิญญาณร้ายที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังให้ออกมาปรากฏตัวต่างหาก!
“โอ้! คุณหนูซู่เป่าอยากไปตกปลาเหรอครับ?” ถังเถียนเถียนได้ยินเข้าก็หูผึ่งทันที “ได้เลยครับ!”
ถังเถียนเถียนรับคำสั่งอย่างกระตือรือร้น เขาแอบส่งสัญญาณให้ลูกน้องไปปิดระบบน้ำพุหลังบริษัทเป็นการด่วน จากนั้นก็สั่งให้กว้านซื้อปลามาหลายถังเพื่อนำไปปล่อยลงในบ่อ…
กะว่างานนี้คุณหนูซู่เป่าต้องได้ตกปลาสมใจอยากแน่นอน
ซู่เป่ามองท่าทางลี้ลับของคุณลุงถังด้วยสายตาเอ็นดู เหมือนกับกำลังมองลูกชายเศรษฐีที่ดินผู้แสนซื่อ เธอเขย่งเท้ากระซิบกับซูโล่วเบา ๆ “ไปกันเถอะค่ะลุงสี่ รีบไปกันเถอะ”
“แล้วสรุปซู่เป่าอยากไปไหนล่ะ?” ซูโล่วถามพลางขมวดคิ้ว
“ไม่ไปไหนไกลหรอกค่ะลุงสี่ หนูจะพาลุงสี่ไปเดินเล่นรอบ ๆ นี้เอง!”
พูดจบเด้กน้อยก็ดิ้นลงจากอ้อมกอด ก่อนฉวยจังหวะคว้าปลายเนกไทของซูโล่วไว้มั่น แล้วออกแรงลากคุณลุงคนหล่อให้เดินตามไปข้างหน้าทันที
ทำไมความรู้สึกมันเหมือนโดนจูงไปเดินเล่น…
เหมือนที่เขาทำกับน้องหมาไม่มีผิดเลย!
ซูโล่วรีบแก้ปมเนกไทออกทันที พร้อมนึกในใจว่าตอนแรกเขาบอกดีไซเนอร์แล้วว่าเนกไทนี่มันดูเกะกะ เห็นไหมล่ะ…
โดนหลานจูงเป็นหมาไปเรียบร้อยแล้ว!
**
เมื่อทุกคนจากไป…
ท่ามกลางกลุ่มแฟนคลับ วิญญาณของเจี่ยวเจียว ในชุดแต่งงานสีแดงสดก็ค่อย ๆ ลอยเด่นออกมา หลังจากกลายเป็นผี เธอก็สามารถข้ามผ่านการขัดขวางของพนักงานรักษาความปลอดภัยได้ง่ายดาย เธอแทรกตัวเข้าไปในตึกถังหมิงเซิ่งซื่อ ล่องลอยไปตามห้องต่าง ๆ เพื่อตามหาซูโล่วไปทั่วทุกมุม
“พี่ชายขา…”
“พี่ชาย… อยู่ที่ไหนกันน้า~”
ร่างสีแดงฉานลอยวนเวียนไปมาทั่วบริษัทด้วยน้ำเสียงโหยหวน…
ในขณะเดียวกัน ซูโล่วก็อุ้มซู่เป่าที่เริ่มจะเดินไม่ไหว คนตัวสูงเดินทอดน่องไปตามระเบียงทางเดินที่ทอดยาว
“เลี้ยวซ้ายตรงปลายทางเดินนี้ ก็ถึงห้องพักส่วนตัวของลุงแล้วละ” ซูโล่วเอ่ยพร้อมกับลูบหัวหลานสาวไปด้วย “พื้นที่ไม่กว้างมาก แต่ก็น่าจะพอให้หนูพักผ่อนได้ เล่นจนเหนื่อยแล้วล่ะสิ หืม?”
จู่ ๆ ซู่เป่าก็ทักขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณลุงสี่คะ ทางเดินนี้มันยาวเกินไป สองข้างทางมีแต่ห้องแถมยังเป็นเส้นตรงทะลุไปถึงสุดทางแบบนี้… นี่เรียกว่า ‘จั่วซินซา’ ค่ะ”
ซูโล่วเลิกคิ้วถามอย่างไม่ใส่ใจนัก “หืม? ซู่เป่าน้อยของเราเดี๋ยวนี้รู้เรื่องฮวงจุ้ยด้วยเหรอ? แล้วไอ้จั่วซินซานี่มันเป็นยังไงล่ะ?”
“อืม… ก็จะทำให้มีผีโผล่ออกมาไงคะ” ซู่เป่าตอบหน้าตาย
เขานิ่งไปอึดใจ ก่อนปลอบใจตัวเองเงียบ ๆ
ไม่มีทางหรอก… นี่มันกลางวันแสก ๆ แดดเปรี้ยงขนาดนี้ ผีจะโผล่มาได้ไง ในละครเขาก็ออกกันแต่ตอนกลางคืนทั้งนั้นแหละ
พอคิดได้ดังนั้น เขาก็เลี้ยวตรงหัวมุมทางเดินเข้าสู่หน้าห้องพักของตัวเองทันที
ทว่า… ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น!
เจี่ยวเจียวในชุดแต่งงานสีแดงสดยืนตระหง่านอยู่หน้าห้องพักของเขาพอดิบพอดี เมื่อเธอได้ยินเสียงฝีเท้า เธอก็ค่อย ๆ หันหน้ากลับมาจ้องมองเขาตรง ๆ
บนใบหน้าขาวซีดจนดูสยดสยองของเจี่ยวเจียว ปรากฏรอยยิ้มแห่งความดีใจ จนกล้ามเนื้อบนใบหน้าบิดเบี้ยวผิดรูปไปหมด
“โอ้วววว~ พี่ชายขาาาา~~~”
“!!!”
[1] มาจากตัวละคร “ซุนหงอคง” (ที่เป็นลิง) ซึ่งเป็นฮีโร่ที่เก่งและหล่อมากในสายตาคนจีน แฟนคลับเลยใช้คำนี้ประชดประชันความรักแบบขำ ๆ ว่า “อยากมีลูกลิงตัวน้อย ๆ ให้คุณ” จนกลายเป็นคำติดปากเวลาเจอคนหล่อ