ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 190 ความจริงของจดหมายลาตาย
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 190 ความจริงของจดหมายลาตาย
บทที่ 190 ความจริงของจดหมายลาตาย
แม่ของเจี่ยวเจียวยังคงร้องห่มร้องไห้ขู่จะฆ่าตัวตายเพื่อเรียกเงินชดเชย ใครเห็นก็ดูออกว่าถ้าตระกูลซูไม่ยอมจ่ายเงิน เรื่องนี้คงไม่จบง่าย ๆ แน่
ทว่าในขณะที่ฝูงชนกำลังเดือดดาล คนเป็นแม่ที่เพิ่งแกล้งเป็นลมกลับกรีดร้องลั่น และถีบขาถอยหลังหนีอย่างลนลาน
“อย่า… อย่าเข้ามานะ!” ใบหน้าของเธอซีดเผือด เต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ทุกคนที่มุงอยู่ต่างงุนงง เพราะตรงหน้าเธอมีเพียงความว่างเปล่า!
ซู่เป่าซึ่งอยู่ในอ้อมกอดของซูโล่วมองลงมาจากที่สูง เธอเม้มริมฝีปากพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ “นั่นไม่ใช่ลูกสาวของคุณเหรอคะ? แล้วทำไมคุณถึงกลัวล่ะ?”
พวกญาติ ๆ ที่มาประท้วงต่างคิดว่าแม่เจี่ยวเจียวคงรักลูกมากจนเสียสติไปแล้ว แต่ความจริงมีเพียงแม่เจี่ยวเจียวเท่านั้นที่เห็น…
เห็นเจี่ยวเจียวในชุดแต่งงานสีแดง ยืนจ้องหน้าเธอด้วยแววตาอาฆาต!
“เจี่ยวเจียว… เจี่ยวเจียว…” แม่เด็กสาวละล่ำละลัก ร่างกายสั่นเทิ้ม
พวกป้า ๆ รีบตีหน้าเศร้า “โถ่… แม่เจี่ยวเจียวคงสะเทือนใจจนสติฟั่นเฟือนไปแล้ว แย่แล้ว! รีบพาไปโรงพยาบาลเร็ว ตระกูลซูต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยนะ!” พวกญาติเริ่มวางแผนขูดรีดค่ารักษาพยาบาลเพิ่ม พร้อมกับนึกชมในใจว่า ‘แม่เจี่ยวเจี่ยวนี่แสดงได้สมบทบาทจริง ๆ!’
แต่ความจริงคือ แม่เจี่ยวเจียวกำลังจะหัวใจวายตายจริง ๆ เพราะวิญญาณเจี่ยวเจียวกำลังโน้มตัวลงมาประชิดใบหน้าพลางกระซิบเสียงแหบพร่า “แม่คะ… มัวทำอะไรอยู่เหรอ? ห่วงหนูมากขนาดนั้น… อยากลงมาอยู่เป็นเพื่อนหนูข้างล่างนี่ไหมคะ?”
แม่เจี่ยวเจียวกลัวจนน้ำตาไหลพรากแต่ร้องไม่ออก เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคอไว้ เจี่ยวเจียวจ้องด้วยสายตาดุดัน ก่อนกรีดร้องใส่หน้าแม่ตัวเอง “ห่วงหนูปลอม ๆ สินะ! ใครอนุญาตให้แม่มารังแกพี่ซูโล่วของหนูแบบนี้! ใครใช้ให้แม่มาก่อเรื่องที่นี่!”
เล็บมือถูกย้อมด้วยสีแดงสดเอื้อมไปขย้ำคอแม่ตัวเอง จนคนเป็นแม่ตาเหลือกค้าง ป้าที่ประคองอยู่เห็นท่าไม่ดีรีบกดจุดใต้จมูกเพื่อช่วยชีวิต…
พอแม่เจี่ยวเจียวลืมตาฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก็ต้องขวัญผวาหนักกว่าเดิม เพราะลูกสาวนอนคว่ำหน้าจ้องตาเธออยู่ตรง ๆ ในระยะประชิด!
“แม่…” เจี่ยวเจียวยิ้มแสยะ “ก่อเรื่องมาสองวันก็เพื่อให้หนูฟื้นไม่ใช่เหรอ? แล้วตอนนี้จะกลัวจนเป็นลมไปทำไมล่ะ?”
“ไป… ไปให้พ้น!” แม่เจี่ยวเจียวรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายตะโกนไล่
เจี่ยวเจียวหรี่ตาลง น้ำเสียงเย็นยะเยือกลงทันที “ได้สิหนูจะไป… แต่จดหมายลาตายของหนูล่ะ? แม่เอาไปซ่อนไว้ไหน! เก็บไว้ในกระเป๋าไม่ให้ใครเห็นใช่ไหม!” วิญญาณสาวเอื้อมมือไปค้นกระเป๋ากางเกงของแม่จนของสองอย่างร่วงหล่นลงพื้น
อย่างแรกคือกระดาษในซองพลาสติก และอย่างที่สองคือโทรศัพท์มือถือ
แต่โชคร้าย… มันกระแทกพื้นจนไฟล์เสียงลับถูกเปิดขึ้นมาเสียงดังลั่น!
“พี่คะ เจี่ยวเจียวไม่อยู่แล้ว… แกกระโดดตึกไปแล้ว…”
เสียงสะอื้นไห้ในโทรศัพท์ชัดเจนว่าเป็นเสียงแม่เจี่ยวเจียวแน่นอน อีกฝ่ายน่าจะเป็นป้ารอง รีบถามว่าเกิดอะไรขึ้น แม่เจี่ยวเจียวร้องไห้เล่าอยู่หลายนาที ระหว่างนั้นมีเสียงคนอื่นพูดแทรกเป็นระยะ พร้อมกับคำอธิบายเหตุการณ์อย่างขาด ๆ หาย ๆ
“ในจดหมายลาตาย เจี่ยวเจียวบอกว่าถ้าสวมชุดแต่งงานตอนเที่ยงคืน จุดเทียน เขียนชื่อคนรัก… หลังจากตายไปจะได้อยู่เคียงข้างเขาตลอดไป…”
“ใครสอนเรื่องบ้าๆ แบบนี้! แล้วฝ่ายชายล่ะ ต้องให้เขารับผิดชอบ!” เสียงป้าสะใภ้แทรกขึ้นมาด้วยน้ำโห
“จะรับผิดชอบยังไง?” เสียงพ่อเจี่ยวเจียวดังขึ้นมาเบา ๆ
“ในจดหมายเขียนชัดว่าลูกทำเอง หาวิธีจากอินเทอร์เน็ต ฝ่ายชายไม่รู้จักลูกเราด้วยซ้ำ…”
จากนั้นคือบทสนทนาอันน่าขยะแขยงเกี่ยวกับการหลอกเงิน พวกเขาคุยกันว่าเลี้ยงลูกมาจนโตเสียเงินไปตั้งเท่าไหร่ ลูกสาวเอาเงินไปเปย์ดาราเดือนละหลายพัน รวม ๆ แล้วก็หลายแสน จะปล่อยให้เสียทั้งคนทั้งเงินได้ยังไง?
“ลูกกระโดดตึกเพราะชอบซูโล่ว มันก็ต้องเกี่ยวกับซูโล่วสิ! อย่างน้อยต้องเรียกค่าชดเชยสักสิบล้านร้อยล้าน ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้ไม่จบ!”
ไฟล์เสียงจบลงแค่นั้น…
ทิ้งให้พ่อ แม่ และเหล่าญาติยืนแข็งทื่อเป็นหินท่ามกลางสายตาประณามของสื่อมวลชน และคนนับร้อยที่เฝ้าดูอยู่
ไม่มีใครรู้ว่าโทรศัพท์มันเปิดขึ้นมาเองได้ยังไง…
แต่นี่คือ “ความจริง” ที่ตบหน้าคนไร้ยางอายได้อย่างเจ็บแสบที่สุด!
บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบสงัดลง ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลังของกลุ่มก่อเรื่องจนทุกคนต่างหดคอด้วยความรู้สึกหวาดระแวง…
ราวกับมีบางสิ่งที่มีอำนาจลี้ลับกำลังควบคุมเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เบื้องหลัง
เจี่ยวเจียวในชุดแต่งงานสีแดงฉานนั่งยอง ๆ อยู่ข้างโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งแฉความจริงออกมา เธอเค้นยิ้มเยาะพึมพำเสียงเย็น “แม่คะ… นี่น่ะเหรอที่แม่บอกว่ารักหนูนักหนา? หนูก็หลงนึกว่าที่แม่มาตีโพยตีพายอยู่นี่ เพราะเสียใจจนแทบขาดใจตายเสียอีก ที่ไหนได้…”
ทางด้านพ่อของเจี่ยวเจียวเห็นท่าไม่ดี เขารีบพุ่งตัวหมายคว้าจดหมายลาตายที่ร่วงออกมาเก็บไว้ให้มิดชิด ทว่าเจี่ยวเจียวกลับไวกว่า เธอสะบัดชายแขนเสื้อชุดแต่งงานเพียงครั้งเดียว แรงลมมหาศาลก็พัดเอาจดหมายฉบับนั้นปลิวว่อนขึ้นไปในอากาศ
ในสายตาของคนทั่วไป พวกเขาเห็นเพียงแค่ลมพายุสายหนึ่งพัดผ่านไปอย่างกะทันหัน ถุงพลาสติกใบนั้นห่อหุ้มไว้ถูกแกะออกมาทันที
ก่อนที่จดหมายลาตายจะลอยละลิ่วไปแปะเข้ากับเลนส์กล้องของบล็อกเกอร์ที่กำลังไลฟ์สดอยู่พอดี…
แปะ!
บล็อกเกอร์คนนั้นตาโตเท่าไข่ห่าน เมื่อเห็นคอนเทนต์ระดับทองคำมาเสิร์ฟถึงที่ เขาไม่รอช้ารีบคว้าจดหมายฉบับนั้นมากางเปิดออกโชว์หน้ากล้องทันที!
ในห้องไลฟ์สตรีมตอนนี้ยอดผู้ชมพุ่งทะลุเพดาน ข้อความคอมเมนต์เด้งรัวจนอ่านไม่ทัน ทั้งฝั่งที่บอกว่า
[โอ้โห! ขนลุกสยองขวัญมาก] และฝั่งที่เร่งมือ [แคปหน้าจอไว้แล้ว! หลักฐานชัดเจน!]
พ่อของเจี่ยวเจียวรู้สึกเหมือนหัวใจถูกแช่แข็ง ม่านบังหน้าหนาเตอะที่เคยใช้ปกปิดสันดานดิบถูกกระชากออกอย่างไม่ปรานี เผยให้เห็นใบหน้าอันหิวกระหายเงินทองของพวกเขาต่อหน้าสาธารณชน
ในชั่วพริบตานั้น ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความอับอายขายหน้า เขาพยายามกวาดสายตามองหาที่ซ่อนตัวแต่ก็ไร้หนทาง ความละอายใจพุ่งขึ้นมาจุกอยู่ในอก ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวที่ถูกฉีกหน้ากลางฝูงชนเช่นนี้!