ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 192 ไม่มีใครรักพี่ชายได้เท่าฉัน
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 192 ไม่มีใครรักพี่ชายได้เท่าฉัน
บทที่ 192 ไม่มีใครรักพี่ชายได้เท่าฉัน
ซูโล่วตกใจจนลำคอแข็งทื่อ ความเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเกือบหลุดร้องตะโกนออกมา เขาพยายามรวบรวมสติอันน้อยนิด เพื่อรักษามาดพระเอกไว้อย่างสุดความสามารถ มือหนากอดซู่เป่าไว้แน่นพลางถอยกรูดไปหนึ่งก้าว
โลกทัศน์ที่เขาเคยยึดถือพังทลายลงไม่มีชิ้นดี!
ถ้าจะบอกว่าผีที่เห็นคืนนั้นเป็นเพราะเขางัวเงียจนตาฝาดไปเอง…
แต่สิ่งที่ยืนจ้องหน้าเขาอยู่ตอนนี้มันชัดเจนเกินไปแล้ว
ทำไม… ทำไมเขาต้องเห็นผีผู้หญิงคนนี้ตามหลอกหลอนไม่เลิกกันนะ!
“อย่าเข้ามานะ!” เสี่ยวอู่ที่อยู่ในกระเป๋าสัตว์เลี้ยงดูเหมือนสัมผัสได้ถึงความสยอง มันตะโกนลั่นด้วยน้ำเสียงแหลมสูง ซึ่งเป็นประโยคเดียวกับที่ซูโล่วกำลังกรีดร้องอยู่ในใจพอดีเป๊ะ!
แม้ซูโล่วจะไม่เคยเห็นหน้าค่าตาแฟนคลับคนนี้แบบชัด ๆ มาก่อน แต่ชื่อเสียของเธอก็ดังกระฉ่อนในหมู่แฟนคลับจนเขาคุ้นหูดี คนที่ชอบมาเคาะประตูกลางดึก แอบติดตั้งเครื่องติดตาม และเคยแอบเข้าไปในห้องพักที่เขาเช็กเอาต์แล้วเพื่อเก็บเส้นผมของเขาไป…
นี่มันแฟนคลับสตอล์กเกอร์โรคจิตตัวจริงเสียงจริง!
ใครกันที่บอกว่าผีออกมาตอนกลางวันไม่ได้! ละครน้ำเน่าพวกนั้นหลอกดาวชัด ๆ!
ท่ามกลางความตระหนก ซู่เป่ากลับมีท่าทีสงบนิ่ง ยัยหนูทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะถามขึ้นมาดื้อ ๆ “จริงด้วยลุงสี่… คำว่าสตอล์กเกอร์นี่หมายถึงอะไรเหรอคะ?”
เธอได้ยินคนข้างล่างพูดกันเมื่อกี้เลยสงสัยขึ้นมา
แฟนคลับสตอล์กเกอร์นี่เป็นแฟนคลับประเภทไหนกันนะ? อร่อยหรือเปล่า?
ซูโล่วรู้สึกคอแห้งผาก เขาพยายามปั้นหน้าให้นิ่งที่สุด แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นวิญญาณสาวตรงหน้า แล้วอธิบายด้วยเสียงสั่นพร่านิด ๆ “คือ… แฟนคลับประเภทนี้คือคนที่ชอบล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของดารา พวกเขาชอบสะกดรอยตาม แอบถ่าย แล้วก็คิดว่าการแอบดูทุกความเคลื่อนไหวในชีวิตคนอื่นเป็นเรื่องน่าภูมิใจ…”
ซู่เป่าพยักหน้าหงึก ๆ สรุปความเข้าใจทันที “อ้อ… หมายความว่าเป็นแฟนคลับโรคจิตใช่ไหมคะ?”
อ้อ…ไม่ใช่อาหารจริง ๆ สินะ…
ซูโล่วถึงกับน้ำท่วมปาก แต่ว่าไปความเข้าใจของหลานสาวก็ไม่ผิดนัก
ผีเจี่ยวเจียวได้ยินคำพูดของซูโล่วก็ทำหน้าเศร้าสร้อย “พี่ชาย… ทำไมพูดกับหนูแบบนี้ล่ะคะ? เพื่อพี่… หนูยอมทิ้งได้แม้กระทั่งพ่อแม่ตัวเองเลยนะ”
“พี่ชายจะทำแบบนี้กับหนูไม่ได้นะ หนูรักพี่จะตายอยู่แล้ว… ให้หนูอยู่เคียงข้างพี่เถอะนะ หนูสัญญาจะเป็นเด็กดี ถ้าพี่รำคาญตาหนูมากนัก… งั้นหนูยอมควักลูกตาตัวเองออกมาให้พี่พกไว้ก็ได้!”
พูดไม่พูดเปล่า เธอยังทำท่าควักดวงตาตัวเองออกมาจริง ๆ!
“แบบนี้พี่ชายแค่พกตาหนูไว้ก็เห็นหนูได้ทุกวันแล้ว รับรองว่าหนูจะไม่ส่งเสียงรบกวนเลยสักนิดเดียว… หนูแค่อยากเห็นพี่ทุกวันก็พอแล้วนะคะ…”
ซูโล่วเห็นลูกตาคู่นั้นก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว!
จี้ฉางที่ลอยสังเกตการณ์อยู่ข้าง ๆ เอ่ยเสียงเบา “ซู่เป่า เข้าห้องก่อน”
ซูโล่วสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงดังขึ้นข้างหู เขามองไปรอบ ๆ จนเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีอีกคนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จนผมบนหัวลุกชันแทบหลุดร่วงออกมาจากหนังศีรษะ มือที่กำลังบิดลูกบิดประตูสั่นระริก
“ลุงสี่คะ… เดี๋ยวซู่เป่าจัดการเอง!” ซู่เป่ามองคุณลุงด้วยความเห็นใจ
โถ่ ลุงสี่ก็นิสัยเหมือนพี่ชายเลยนะเนี่ย ชอบศึกษาเรื่องผีแต่พอเจอเข้าจริง ๆ ก็ขาสั่นพั่บ ๆ
แกร๊ก!
ประตูเปิดออก ซูโล่วรีบอุ้มซู่เป่าเข้าห้องพักส่วนตัวทันที ทว่าห้องพักที่มีเพียงหนึ่งห้องนอนและหนึ่งห้องนั่งเล่น กลับกลายเป็นแหล่งชุมนุมของวิญญาณไปเสียได้ เพราะนอกจากหลานสาวตัวน้อย เขายังต้องอยู่ร่วมห้องกับผีทั้งสองตน!
ผีเจี่ยวเจียวเดินตามเขาต้อย ๆ ไม่ห่าง พอลุงสี่จะไปรินน้ำกิน เธอก็ชะโงกหน้าไปดูเครื่องกรองน้ำด้วย พอเขานั่งลงบนโซฟา เธอก็มานั่งเบียดข้าง ๆ พยายามซบไหล่เขาตลอดเวลา
ส่วนจี้ฉางก็นั่งกอดอกลอยตัวอยู่ข้างๆ ดูราวกับยมทูตชุดขาวที่พร้อมจะกระชากวิญญาณเขาได้ทุกเมื่อ
ซูโล่วพยายามมองตรงไปข้างหน้าจนตาจะเหล่เป็นตาเขอยู่แล้ว!
“ว้า! พี่ชายน่ารักจังเลย… พี่ชายมองเห็นหนูใช่ไหมคะ? ที่แท้พี่ชายก็กลัวผีเหมือนกันนี่นา~” ผีสาวหัวเราะคิกคักอย่างหลงใหล
“ไปให้พ้น!” ซูโล่วทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาขบกรามแน่นแล้วเค้นเสียงเย็นชาออกมา
เจี่ยวเจียวแสร้งทำหน้าเจ็บปวด “พี่ชายไล่หนูทำไมคะ? หนูยอมเปิดโปงพ่อแม่ตัวเองเพื่อพี่… หนูยอมแม้กระทั่งสละชีวิตเพื่อพี่เลยนะ!” เธอยิ้มราวกกับคนวิกลจริต “พี่ชาย… หรือพี่จะลงมาอยู่เป็นเพื่อนหนูข้างล่างดีล่ะคะ? จะได้ไม่มีใครมาแย่งพี่ไปจากหนูได้อีก… ฮิ ๆ”
ซูโล่วหันไปสบตาซู่เป่าด้วยสายตาสิ้นหวัง
หนูจะไม่ทำอะไรหน่อยเหรอ?? ช่วยลุงทีเถอะ!!
ซู่เป่านั่งยอง ๆ อยู่บนพื้น เธอเปิดกระเป๋าปล่อยเสี่ยวอู่ออกมา เจ้านกแก้วสะบัดขนจนตั้งชัน ก่อนแผดเสียงแหลมเลียนแบบคำพูดที่น่าหมั่นไส้โดยไร้ที่ติ
“พี่ชายขาาา~ ซื้ออมยิ้มให้หนูหน่อย แฟนพี่จะโกรธไหมคะ? พี่ชายขาาา!! เรากินอมยิ้มอันเดียวกัน แฟนพี่รู้จะหึงหรือเปล่าน้า? โอ๊ะโอ! แฟนพี่จะตบหนูไหมคะ? แฟนพี่น่ากลัวจังเลย… ไม่เหมือนหนูที่มีแต่ความหวังดีให้พี่ชายคนเดียววว~”
เจ้านกนี่มัน… ช่างพูดช่างจาจริงจังนะ!
“คุณลุงสี่ไม่ต้องกลัวนะคะ ซู่เป่าเก่งมาก! หนูจะปกป้องลุงสี่เอง!” ซู่เป่าเห็นลุงหน้าถอดสีก็รีบปลอบ
ซูโล่วชะงักไปเล็กน้อย เขามองดวงตากลมโตแสนบริสุทธิ์ของเจ้าตัวเล็กวัยสี่ขวบตรงหน้า แม้เธอตัวนิดเดียว แต่กลับแผ่ซ่านความรู้สึก ทำให้เขาอุ่นใจได้อย่างน่าประหลาด หัวใจที่เคยสั่นไหวเริ่มสงบลง และขนแขนลุกชันก็ค่อย ๆ เรียบลงไปเอง
ในจังหวะที่ซูโล่วกำลังทำใจดีสู้เสือ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ตึก ตึก ตึก! ทำให้ขวัญที่เพิ่งจะเข้าร่างกระเจิดกระเจิงไปอีกรอบจนมือไม้สั่นพั่บ ๆ
ถังเถียนเถียนโผล่หัวยิ้มแฉ่งเข้ามาทางประตู “อยู่นี่กันเองเหรอเนี่ย! คุณหนูซู่เป่าครับ ไม่ไปตกปลาแล้วเหรอ? ผมเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้วนะ ไปกันเถอะ!”
เสี่ยวอู่เห็นคนเข้ามาใหม่ก็รีบขยับปีก อ้าปากแผดเสียงเจื้อยแจ้วป่วนประสาททันที “ฟังให้ดีนะจ๊ะ! ห้องนี้ไม่ได้มีแค่สองคนนะจ๊ะ มีสี่คน! อะไรนะ? ยี่สิบสี่คนเหรอ? ไม่ใช่ ๆ สี่คนต่างหาก! อ้าว… ไหงกลายเป็นเจ็ดสิบสี่หม้อเงินไปได้ล่ะเนี่ย!?”
นกตัวนี้มันพูดเรื่องอะไรของมันนะ?
ซูโล่วพยายามอ้าปากบอกถังเถียนเถียนว่าไม่ต้องลำบากเรื่องปลาหรอก เพราะเหยื่อล่ออย่างเขานั้น ทำหน้าที่ได้ดีเกินคาดไปแล้ว!
ทว่ายังไม่ทันได้พูดอะไร มือเย็นเฉียบของวิญญาณสาวก็ไล้ผ่านไหล่ของเขาลงมาอย่างเชื่องช้า ก่อนโอบรัดหน้าอกของเขาไว้แน่นจากทางด้านหลัง
ไอเย็นเยียบแผ่ซ่านทะลุผ่านเสื้อเชิ้ตไหมสีดำจนซูโล่วรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังหยุดเต้น
เธอหัวเราะคิกคักด้วยน้ำเสียงวิปริตชวนขนลุกอยู่ข้างหู “โอ้ววว~ ที่แท้พี่ชายกำลังเล่นตกปลาอยู่เหรอคะ?”
“พี่ชายขา… ปลาที่พี่กำลังตามล่าอยู่เนี่ย… คือหนูใช่ไหมคะ?”
สิ้นเสียงกระซิบ เจี่ยวเจียวก็อ้าปากกว้างจนกรามแทบหลุด เผยให้เห็นลำคอเต็มไปด้วยเลือดสีคล้ำไหลทะลักออกมา เธอหมายฝังคมเขี้ยวลงบนบ่าของดาราหนุ่มในดวงใจ!
ซูโล่วตาเหลือกค้าง เขารับรู้ได้ถึงอันตรายนั้นมาประชิดตัวจนลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ
“คุณลุงสี่คะ หลบไปค่ะ!” เสียงใสของซู่เป่าดังขัดจังหวะขึ้นมาทันควัน ยัยหนูไม่ได้ดูตื่นตระหนกเลยสักนิด แต่มือน้อย ๆ กลับเริ่มขยับเตรียมจัดการกับปลาตัวใหญ่ที่ติดเบ็ดแน่นจนดิ้นไม่หลุดตัวนี้!