ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 193 ซู่เป่าน้อยกับลูกไม้ของการปราบผี
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 193 ซู่เป่าน้อยกับลูกไม้ของการปราบผี
บทที่ 193 ซู่เป่าน้อยกับลูกไม้ของการปราบผี
ซูโล่วรูม่านตาหดเล็กลงด้วยความสยดสยอง เขาดีดตัวลุกขึ้นยืนพัลวันจนโซฟาแทบคว่ำ!
ถังเถียนเถียนที่เพิ่งโผล่หน้ามาถึงกับผงะ “น…นี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันครับ?!”
วินาทีที่ผีเจี่ยวเจียวอ้าปากกว้างหมายฝังเขี้ยวลงบนคอของซูโล่ว ซู่เป่าก็เคลื่อนไหวประดุจสายฟ้า ยัยหนูพุ่งพรวดเข้ามาแล้วขว้างวัตถุทรงกลมเข้าใส่ปากเน่าเฟะนั่นด้วยความแม่นยำ!
กร๊อบ…!!
เสียงกระทบกันระหว่างของแข็งทำเอาคนฟังเสียวฟันไปถึงราก ผีสาวสะดุ้งสุดตัวรีบถอยกรูด พยายามสำรอกสิ่งที่ติดคอออกมาอย่างเอาเป็นเอาตาย
และแล้วเธอก็พบว่า… สิ่งที่เธอกัดเข้าไปเต็มเปา คือ เต่านั่นเอง!
ร่างของคุณปู่เต่าร่วงลงบนโซฟาในสภาพหงายท้อง ขาทั้งสี่ข้างตะเกียกตะกายโบกไปมาโดยไร้ทิศทาง…
โอย! ตะกี้เกือบเอาชีวิตไปทิ้งในปากผีแล้วไหมล่ะเรา!
“คุณเต่าแก่คะ หนูขอโทษ!” ซู่เป่าละล่ำละลักบอก พอดีเมื่อกี้คว้าอะไรได้ใกล้มือก็เลยขว้างออกไปก่อนเพื่อช่วยลุงสี่
เต่าตัวน้อยพยายามตะเกียกตะกายเอาเท้าเกาะหมอนอิงเพื่อพลิกตัว แต่ยังไม่ทันจะทำสำเร็จ เสี่ยวอู่ก็วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาแล้วเอาอุ้งเท้าเหยียบลงบนกระดองซ้ำไว้อีก
ซู่เป่าหันไปเผชิญหน้ากับผีสาว ขณะที่จี้ฉางขยับปลายนิ้วเบา ๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ดูเหมือนปีศาจร้ายตัวจริง จะยังไม่ยอมออกมา”
“ช่างเจ้าเล่ห์จริง ๆ ค่ะ!” ซู่เป่าพยักหน้าเห็นด้วย
เสี่ยวอู่ที่เหยียบเต่าอยู่พลันเสียหลักเท้าลื่นไถลไปบนกระดองจนเกือบหน้าคะมำ มันรีบแก้เก้อพยักหน้าพูดตาม “ลื่น ๆ! ลื่น ๆ!”
ผีเจี่ยวเจียวมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาอาฆาตแค้น “พวกแกต้องการจะทำอะไรกันแน่…”
เธอนึกว่าเจ้าตัวเล็กกับชายชุดขาวนั่นจะไม่สนใจเธอเสียอีก เธอวางแผนไว้ว่าถ้าอยู่ร่วมกันได้ เธอจะแอบติดตามซูโล่วไปตลอดกาล แต่ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่า ยัยหนูคนนี้ตั้งใจมาจับวิญญาณเธอไป!
ทำไมกัน! เธอแค่รักพี่ชาย อยากอยู่ข้าง ๆ พี่ชาย
ขนาดตายไปแล้วยังมีคนมาขัดขวางความรักบริสุทธิ์ของเธออีกเหรอ!!
“แล้วพี่สาวต้องการทำอะไรกันแน่ล่ะ?” ซู่เป่าจ้องเขม็งถามกลับ
เจี่ยวเจียวหัวเราะเสียงแหลมวิปริต “ตอนฉันตาย… ฉันทำพิธีวิวาห์ในปรโลกโดยใช้วันเดือนปีเกิดของพี่ชายไปแล้ว คิก ๆ… เพราะฉะนั้น ตอนมีชีวิตเขาเป็นของฉัน และถ้าเขาตาย เขาก็ต้องเป็นของฉันคนเดียว!”
“ในเมื่อพวกแกไม่ยอมให้ฉันอยู่ข้างเขา… งั้นก็ให้พี่ชายตายไปเลยดีกว่า! พอเขาตาย เราสองคนจะได้อยู่ด้วยกันตลอดกาล… ตลอดกาลลลล!”
ซูโล่วฟังแล้วเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ เขานึกถึงสิ่งที่ลุงเนี่ยเล่า…
ชุดแต่งงานสีแดง รองเท้าส้นสูงสีแดง และเทียนแดงสองเล่มหน้ากระจก…
นี่มันพิธีกรรมผูกวิญญาณชัด ๆ!
“ลุงสี่คะ! เร็วเข้า! หยิบอาวุธของหนูออกมาจากกระเป๋าเสี่ยวอู่เร็ว!” ซู่เป่าสั่งการทันที
ถังเถียนเถียนที่ยังยืนอึนอยู่หน้าประตู
ลุงหลานคู่นี้เล่นเกมอะไรกันเนี่ย?
ซู่เป่ารีบวิ่งไปตรงประตู แหงนหน้าบอกคุณลุงร่างท้วม “ลุงถังคะ ตอนนี้พวกหนูยุ่งนิดหน่อยค่ะ! คงไม่ได้ต้อนรับแล้ว ลาก่อนนะคะ!”
ปัง!
ประตูถูกปิดใส่หน้าคุณถังอย่างรวดเร็ว
“คุณหนูซู่เป่าอยากเล่นอะไรบอกลุงนะ เดี๋ยวลุงสร้างสวนสนุกส่วนตัวให้ในบริษัทเลย!” ถังเถียนเถียนพึมพำกับประตูพลางลูบจมูกตัวเอง “เฮ้อ… สงสัยดวงคนจะรวยมันก็รวยเองแหละ เรื่องคนอื่นเรายุ่งให้น้อยหน่อยดีกว่า”
แต่สิ่งที่ถังเถียนเถียนมองไม่เห็นคือ…
นอกหน้าต่างบานใหญ่ด้านหลังเขา มีร่างของผีชุดดำยืนจ้องมองประตูที่ปิดสนิทอยู่เงียบเชียบ
เจี่ยวเจียวคนนี้…ใช้การไม่ได้แล้ว ช่างมันเถอะ!
ก่อนจากไป วิญญาณชุดดำโบกมือลาถังเถียนเถียนช้า ๆ ราวกับกำลังร่ายมนตร์ใส่
จู่ ๆ ถังเถียนเถียนก็เซถลา เดินไปไม่กี่ก้าวหัวก็พุ่งชนกระจกดัง ปึ้ง!
จี้ฉางสัมผัสได้ถึงไอสังหารบางเบา เขารีบพุ่งตัวออกไปด้านนอกทันที ในอากาศมีร่องรอยของพลังอาฆาตจาง ๆ ปะปนกับพลังชีวิตของถังเถียนเถียน จนแทบแยกไม่ออกว่าพลังนั้นหนีไปทางไหนแล้ว
“เจ้าเล่ห์นักนะ ถึงขั้นรู้จักซ่อนพลังอาฆาตแล้ว” จี้ฉางแค่นยิ้มเย็น
นี่ไม่ใช่ผีร้ายทั่วไปแน่ๆ หากไม่มีตบะแก่กล้าคงไม่มีทางสัมผัสร่องรอยอันน้อยนิดนี้ได้ จี้ฉางไม่รอช้า พุ่งตัวตามรอยอาฆาตที่แทบจะล่องหนนั้นไปในทันที!
ภายในห้อง… ดวงตาของผีเจี่ยวเจียวเริ่มเปล่งแสงเขียววาบ
เธอมองว่าซู่เป่าเป็นแค่เด็กน้อยที่เพิ่งหัดปราบผี ความน่ากลัวจริง ๆ คือชายชุดขาวคนนั้นต่างหาก และในเมื่อชายชุดขาวคนนั้นออกไปแล้ว นี่แหละคือโอกาสทองของเธอ!
“ฮิ ๆ ๆ พี่ชาย… ยังไงพี่ก็ต้องเป็นของฉัน” เจี่ยวเจียวกระโจนเข้าหาซูโล่วอีกครั้งด้วยความบ้าคลั่ง “เราไหว้ฟ้าดินกันแล้วนะ… มาอยู่กับหนูเถอะพี่ชายยย!!”
“ซู่เป่า ช่วยด้วย!!” ซูโล่วตะโกนลั่นพลางเงื้อดาบไม้ท้อขึ้นเตรียมสู้ตาย
ซู่เป่าถีบขาออกแรงกระโดดขึ้นไปยืนบนโซฟา ก่อนคว้าดาบไม้ท้อมาจากมือลุงสี่แล้วกวัดแกว่งไปมาอย่างรวดเร็ว
“ถอยไป! ถอยไป! ถอยไป๊!!”
ซูโล่วมองดูหลานสาวที่กำลังสะบัดแขนสับดาบยิกๆ ด้วยท่าทางคุ้นตา ราวกับหลุดออกมาจากคลิปไวรัลของพวกมนุษย์ป้าเวลาตั้งป้อมทะเลาะกันในโลกโซเชียล
“เด็กน้อยปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ฉันจะฆ่าแกให้ตายซะเดี๋ยวนี้!” ผีสาวหัวเราะคิกคักด้วยเสียงแหลมสูง ฟังแล้วแสบแก้วหู
เจี่ยวเจียวไม่ได้เห็นซู่เป่าอยู่ในสายตาเลยสักนิด กลเม็ดเด็กเล่นพวกนี้ในสายตาเธอช่างดูจืดชืด และน่ารำคาญยิ่งนัก…
อย่าลืมสิว่าเธอคือ วิญญาณร้ายนะ!
เธอมองความเก้งก้างงุ่มง่ามของซู่เป่าแล้วเหยียดยิ้ม เด็กสี่ขวบจะไปมีปัญญาจับวิญญาณร้ายได้ยังไง?
ต่อให้เคยจับผีมาบ้าง แต่คงเป็นแค่ผีขี้คร้านหรือผีไร้ศาลทั่วไป ไม่ใช่ผีแค้นฝังหุ่นจนยอมแลกชีวิตแบบเธอ
ตั้งแต่วินาทีที่เธอกระโดดลงมาจากตึกสูง จิตวิญญาณของเธอก็ถูกย้อมด้วยสีดำสนิทของความอาฆาตไปเรียบร้อยแล้ว!
เจี่ยวเจียวอ้าปากกว้างจนแทบฉีกถึงใบหู มันเป็นภาพน่าสยดสยอง และเต็มไปด้วยคราบเลือดเข้มข้น ร่างกายของเธอที่เคยแตกสลายตอนตกตึก ทำให้ผิวหนังปริแยกจนเห็นกระดูกอันบิดเบี้ยว
เธอพุ่งไปข้างหน้าทันที หมายจะจัดการยัยเด็กตรงหน้า ทว่าเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสตัวซู่เป่า สิ่งที่เธอได้รับกลับไม่ใช่การบีบคอ… แต่เป็นแรงกระแทกมหาศาลราวกับสายฟ้าฟาดลงบนร่างอย่างจัง!
“อ๊ากกกกกก!!”
เจี่ยวเจียวร้องโหยหวน ร่างลอยกระเด็นออกไปปะทะผนังห้อง พลังอำมหิตที่เธอภาคภูมิใจแตกกระจายออกทุกทิศทาง ร่างวิญญาณสั่นระริกคล้ายกำลังสลายหายไปในทันที
“แก… แกทำอะไร…” เธอมองซู่เป่าด้วยความตระหนกตกใจ ทำไมเด็กผู้หญิงตัวแค่นี้ถึงมีพลังแฝงร้ายกาจขนาดนี้ได้!
ซู่เป่าชูดาบไม้ท้อไว้มั่นพลางบอกเสียงใส “พี่สาวคะ อย่าเพิ่งรีบขยับน้า! ให้หนูได้ลองวิชาใหม่ที่เพิ่งเรียนมาหน่อยค่ะ”
เมื่อคืนท่านอาจารย์เพิ่งสอนเวทมนตร์บทใหม่ให้เธอยังไม่ทันได้ลองสนามจริงเลย!
พวกพี่ ๆ ป้า ๆ ผีที่อยู่ในน้ำเต้าอาคมก็มีแต่ป้าเจ้าชู้, ป้าหน้าเหวี่ยง และ พี่ชายจอมเขมือบซึ่งแต่ละคนก็นิสัยดีพอ ไม่เหมาะจะเอามาเป็นกระสอบทรายฝึกซ้อมเลยสักนิด ในเมื่อเจี่ยวเจียวเสนอตัวมาขนาดนี้ ซู่เป่าก็ขอใช้เธอเป็นครูฝึกเสียเลย!
มือปราบผีวัยสี่ขวบพุ่งตัวเข้าไป กวัดแกว่งดาบไม้ท้อใส่ผีสาวประดุจพายุหมุน “ถอยไป! ถอยไป! ถอยไป๊!!”
ซูโล่วลุงสี่มองภาพหลานสาวสับดาบยิก ๆ ด้วยความอึ้งจนตาค้าง
ส่วนผีสาวเจี่ยวเจียวรู้สึกโดนดูหมิ่นในศักดิ์ศรีวิญญาณร้ายอย่างรุนแรง
ซู่เป่าชะงักกึก “เอ๋? หรือว่าท่าถือดาบของหนูมันจะไม่ถูกกันนะ?” เธอพยายามนึกถึงตอนที่อาจารย์จี้ฉางสอน แล้วลองขยับตำแหน่งนิ้วหัวแม่มือใหม่ให้ดูทะมัดทะแมงขึ้น
เจี่ยวเจียวไม่อยากจะสนใจยัยเด็กนี่แล้วจริง ๆ เธอสังเกตเห็นจุดโหว่บางอย่าง…
ดูเหมือนว่าตราบใดที่เธอไม่เปิดฉากโจมตีซู่เป่าก่อน พลังสะท้อนนั่นก็คงไม่ทำงาน สิ่งที่ต้องระวังจริง ๆ มีแค่ด้ายแดงในมือเด็กนั่นเท่านั้น แม้จะรู้ว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา แต่เธอก็ยังดูถูกอยู่ดี
เจี่ยวเจียวกัดฟันลุกขึ้นสู้ เธอตั้งใจพุ่งไปลากซูโล่วลงนรกไปพร้อมกัน โดยทำเป็นเมินดาบไม้ท้อของซู่เป่า
“เฮอะ! เสียแรงเปล่าแล้ว! แกมันไม่มีดีอะไรสักอย่าง!”
“ถ้าแกมีปัญญาฟันฉันให้กระเด็นได้จริง ๆ ล่ะก็… ฉันจะยอมลง [1] นรกบ่ออุจจาระไปยืนคว่ำแช่หัวอยู่ในนั้นเลยคอยดู!!”
แต่ว่าในวินาทีถัดมา ซู่เป่ากลับชี้นิ้วที่ถือดาบไม้ท้อมาทางเธอ แล้วตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงใสนุ่มนวลว่า “ถอยไปค่ะ!”
วูบ! แสงสีเหลืองทองสายเล็กพุ่งออกจากปลายดาบไม้ท้อ ฟาดเข้ากลางร่างของวิญญาณสาวด้วยความแม่นยำ
“!!!”
[1] มีขุมที่เรียกว่า “นรกบ่ออุจจาระ” ไว้ลงโทษพวกที่ทำตัวสกปรกทางศีลธรรม หรือพวกที่จิตใจชั่วร้ายครับ การพูดถึงขุมนี้คือการระบุถึงสถานที่ที่น่าขยะแขยงที่สุดในนรก