ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 203 เสี่ยวอู่ผู้ไม่เคยจริงจัง
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 203 เสี่ยวอู่ผู้ไม่เคยจริงจัง
บทที่ 203 เสี่ยวอู่ผู้ไม่เคยจริงจัง
สนามบินนานาชาติ เมืองหนานเฉิง
ซู่เป่าเดินถือแผ่นป้ายแผนที่ภารกิจฉบับการ์ตูนวาดด้วยมือ ซึ่งเป็นผลงานสุดประณีตของมู่กุยฝาน ในนั้นมีรูปเครื่องบินยักษ์ ต่อด้วยรถขนส่ง และสายพานลำเลียงกระเป๋าละเอียดยิบ เพื่อให้ลูกสาวไม่หลงทาง
ส่วนซูจื่อซีเดินตามหลังซู่เป่าอย่างเนือย ๆ มือยังคงกดโทรศัพท์สู้รบในเกมไม่หยุด “บุกเข้าไปสิไอ้โง่! ช้าแบบนี้จะชนะไหม!” เนื่องจากสวมหูฟังอยู่ เขาจึงไม่รู้ตัวเลยว่าเสียงตะโกนของตัวเองดังลั่นจนคนรอบข้างพากันหันมามองด้วยความตกใจ
ซู่เป่ารีบโบกมือขอโทษขอโพยผู้คนรอบข้าง “ขอโทษด้วยนะคะพี่ ๆ พี่ชายหนูเขาไม่มีมารยาทไปหน่อยน่ะค่ะ” ว่าแล้วเด็กน้อยก็ล้วงขนมปังออกจากกระเป๋า ยัดใส่ปากพี่ชายเพื่อปิดปากทันที!
“@¥#%……!”
จื่อซีเคี้ยวตุ้ย ๆ จนบ่นไม่ออก และคำหยาบก็หายวับไปพร้อมขนมปังนั่นแหละ
ซู่เป่าเดินไปรับสัมภาระตามแผนที่ แล้วตรงไปแผนกขนส่งสัตว์เลี้ยงเพื่อรับเสี่ยวอู่ เจ้าตัวแสบถูกส่งมาด้วยบริการระดับวีไอพี และตอนนี้มันกำลังจีบนกแก้วค็อกคาเทลสาวสวยตัวหนึ่งอย่างออกรส…
จริง ๆ ต้องบอกว่ามันกำลังพล่ามอยู่ฝ่ายเดียวมากกว่า
นกแก้วตัวนั้นมีขนสีเหลืองนวลสวยงาม มีพวงแก้มสีชมพูส้มเหมือนปัดบลัชออนดูน่ารักสุด ๆ
“ไฮ้… ฮัลโหลแม่ยาหยี.. เธอเองก็เพิ่งตื่นเหมือนกันเหรอจ๊ะ?” เสี่ยวอู่กางปีกโชว์หล่อใส่นกสาว
แต่นกค็อกคาเทลตัวนั้นกลับเมินใส่ นกแก้วตัวแสบจึงชูหงอนบนหัวขึ้นจนดูสง่างามพลางพึมพำเสียงหล่อ “เฮ้อ… เครื่องบินบ้านี่ทำผมฉันยุ่งไปหมด ฉันสาบานเลยนะว่าขากลับฉันต้องนั่งเครื่องบินส่วนตัวเท่านั้น ใช่… ฉันสาบานด้วยเกียรติของนก!”
“เสี่ยวอู่…” ซู่เป่าเรียกเบา ๆ ด้วยความอับอาย
เสี่ยวอู่สะบัดขนสีเขียวเรืองแสงอวดนกสาวอีกรอบ “ทำไมไม่พูดล่ะจ๊ะ? หรือว่าพูดยังไม่เป็น? โถ่… ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะสอนเธอเอง!” เสี่ยวอู่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้กรงนกสาว “ฉันพบว่าเธอไม่เหมาะกับการเป็นแฟนหรอก… อืม… แต่เหมาะจะมาเป็นเจ้าสาวของฉันมากกว่านะ!”
นกค็อกคาเทลทนไม่ไหวอีกต่อไป มันแผดเสียงลั่น “ฉันเป็นตัวผู้! ไอ้โง่! ไอ้โง่!”
เสี่ยวอู่รีบหันมาหาซู่เป่าทันที “เราไปกันเถอะ! ไปเร็ว ๆ เลย!”
ซู่เป่ารู้สึกอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี! เธอรีบคว้ากรงนกแล้ววิ่งด้วยขาสั้น ๆ หนีออกจากที่เกิดเหตุทันที ท่ามกลางเสียงหัวเราะลั่นสนามบินของพนักงานแถวนั้น
ณ คฤหาสน์ตระกูลซู
มู่กุยฝานนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ 4 เครื่องที่รับภาพจากสายลับในสนามบินแบบเรียลไทม์ ท่านผู้นำซูยืนทำหน้าบึ้ง ถือหนังสือพิมพ์บังหน้าแต่หางตากลับช้อนมองจอคอมไม่วางตา “ไหนบอกว่าจะปล่อยให้แก้วตาดวงใจเป็นอิสระไง แล้วนี่แอบทำอะไรอยู่!”
“คุณพ่อครับ ถ้าคุณพ่อไม่หรี่ตามองจอขนาดนั้น ผมจะเชื่อคำพูดคุณนะ” มู่กุยฝานตอบโดยไม่เงยหน้า “อีกอย่าง ผมกำลังทำภารกิจเฝ้าระวังสายลับอยู่ ไม่ได้ตั้งใจแอบถ่ายซู่เป่าสักหน่อย”
ท่านปู่ซูแค่นเสียงเหอะ “ถ้ากล้องมันไม่แพลนตามซู่เป่าทุกย่างก้าวขนาดนี้ ฉันจะเชื่อเธอ!” คุณยายซูเดินมาผลักสามีออก “หลีกไป! ถ้าไม่ดูก็ถอยไป ฉันจะดูหลานสาวเอง!”
ทว่าพอเห็นภาพซู่เป่าแบกกระเป๋าพะรุงพะรังเดินนำหน้า ส่วนจื่อซีเดินตัวปลิวเล่นเกมตามหลังมา คุณยายก็เดือดปุด ๆ ทันที “โธ่เอ๊ย! วันนั้นฉันน่าจะตีมันให้หนักกว่านี้ ปล่อยให้น้องสาวหิ้วของเองได้ยังไง!”
มู่กุยฝานหรี่ตามองจื่อซีในจอ…
ไอ้หนุ่ม… กล้าใช้งานแก้วตาดวงใจของฉันงั้นเหรอ?
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมา กดปุ่มบางอย่างทันที
ในขณะที่จื่อซีกำลังเล่นเกมอย่างเมามัน จวนจะตีป้อมแตกอยู่แล้ว…
จู่ ๆ หน้าจอโทรศัพท์ก็ดับวูบ! สัญญาณถูกตัดขาดถาวร!
“เชี่ยยย!” จื่อซีระเบิดอารมณ์ “มาหลุดอะไรตอนนี้วะ! ฟ้าดิน… แกล้งฉันเหรอ?!”
ซู่เป่าไม่ได้สนใจพี่ชายที่กำลังสติแตก เธอเดินไปโบกแท็กซี่แล้วเขย่งเท้าถามโชเฟอร์ “คุณลุงคะ ไปหอพักเถาฮวาแถวมหาวิทยาลัยกลางราคาเท่าไหร่คะ?”
คนขับแท็กซี่ชะโงกหน้าออกมามองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่ามีเพียงเด็กสองคนและสัตว์เลี้ยง ไม่มีผู้ใหญ่ตามมาด้วย เขาก็หรี่ตามองแล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า… “ห้าร้อย”
ซู่เป่าถึงกับนิ่งไป… เธอเริ่มสงสัยแล้วว่าคุณลุงคนนี้กำลังเห็นเธอเป็นลูกแกะน้อยให้เชือดอยู่แน่ ๆ!
เจ้าตัวเล็กทำหน้าลำบากใจพร้อมบีบมือน้อยเข้าหากัน “คุณลุงคะ… ห้าสิบหยวนได้ไหม? หนูไม่มีเงินจริง ๆ ค่ะ”
คนขับแท็กซี่ถึงกับตกตะลึง อ้าปากค้างจนเห็นลิ้นไก่ เรื่องที่เขาตั้งใจจะโกงเด็กน่ะพักไว้ก่อนเถอะ แต่จากห้าร้อยหยวนถูกต่อลงมาเหลือห้าสิบหยวนเนี่ยนะ?! เด็กคนนี้ต่อราคาโหดเกินไปแล้ว!
“เอาเถอะ ๆ เอาเป็นว่าสองร้อยห้าสิบแล้วกัน ลุงยอมขาดทุนรับพวกหนูไปเลย ไม่คิดกำไรเลยเอ้า!” คนขับรีบตัดบทพยายามปิดดีล
ซู่เป่าชะงักฝีเท้า ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังเกินวัย “คุณลุงคะ คุณอาจจะยอมรับเงินสองร้อยห้าสิบหยวนได้ แต่หนูรับไม่ได้หรอกค่ะ พ่อบอกว่าพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกคนล้วนต้องทำงานหนัก หนูจะปล่อยให้คุณลุงทำงานโดยไม่ได้กำไรได้ยังไงกัน… เพราะฉะนั้นพวกหนูไม่นั่งรถคุณลุงแล้วค่ะ ลาก่อนนะ!”
คนขับยิ่งฟังยิ่งทะแม่ง ๆ ‘สองร้อยห้าสิบ’ ในภาษาจีนมันหมายถึง ‘ไอ้บื้อ’ นี่นา!
“เฮ้ยยย! ไม่นั่งก็ไม่นั่งสิ ทำไมต้องมาด่ากันอ้อม ๆ แบบนี้ด้วยล่ะยัยหนู?!”
ซู่เป่าส่ายหน้า มองหน้าเขาด้วยแววตาเป็นห่วงพลางเตือนทิ้งท้าย “คุณลุงคะ ตอนกลางคืนอย่าขับรถบ่อยนักนะ ถ้าเดินทางมืด ๆ บ่อย ๆ จะเจอผีเอาได้ค่ะ”
เธอเตือนเพราะเห็นร่องรอยบางอย่าง แต่คนขับกลับเข้าใจไปว่าเด็กคนนี้กำลังแช่งเขา!
“นี่หนูหมายความว่าไง?!” เขาจ้องตาเขม็งเตรียมหาเรื่อง
ซู่เป่าไม่สนใจเสียงนกเสียงกา ลากกระเป๋าเดินทางเดินดุ่ม ๆ ต่อไปทันทีในใจพึมพำว่า…
ฮึ! คิดจะมาหลอกเอาเงินอั่งเปาของซู่เป่างั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!
จะให้ถอนขนเสี่ยวอู่จนเกลี้ยง หนูยังยอมได้
แต่จะให้เสียเงินแม้แต่สตางค์เดียวให้คนโกงแบบนี้… ไม่ให้! ไม่ให้เด็ดขาด!
คนขับรถถูกเด็กสั่งสอนจนหน้าเสีย รู้สึกอับอายจนทนไม่ไหวจึงเปิดประตูรถตั้งท่าจะลงไปสั่งสอนซู่เป่าให้รู้สำนึก
ทว่าประตูเพิ่งแง้มออกได้เพียงครึ่งเดียว…
ปัง!!
จู่ ๆ ก็มีชายร่างสูงกำยำสวมแว่นดำโผล่มาจากไหนไม่รู้ เตะประตูรถโครมเดียวปิดสนิทกลับไปที่เดิม
ชายคนนั้นจ้องมองโชเฟอร์ขี้โกงด้วยสายตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พลางกระแทกกำปั้นหนัก ๆ ลงบนกระจกหน้าต่างเพื่อเป็นการเตือน
คนขับรถแท็กซี่ขวัญหนีดีฝ่อ หดคอลงทันทีราวกับเต่าในกระดอง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง!
ทางด้านซู่เป่าที่เดินลากกระเป๋าต่อมาอีกนิด ก็มีรถแท็กซี่อีกคันหนึ่งขับมาจอดเทียบข้างทางอย่างนุ่มนวลและถูกจังหวะ เด็กน้อยโผล่หน้าเข้าไปถาม “คุณลุงคะ ไปหอพักเถาฮวาแถวมหาวิทยาลัยกลาง ราคาเท่าไหร่คะ?”
คนขับตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มสุภาพ “รถเราเปิดมิเตอร์ตามระเบียบครับหนู เท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น โดยปกติแล้วไม่เกินหนึ่งร้อยหยวนหรอกครับ”
ดวงตาของซู่เป่าเปล่งประกายทันที ใช่เลย! นี่แหละที่พ่อบอกไว้! ออกไปข้างนอกต้องนั่งแท็กซี่ที่ถูกกฎหมาย รถที่กดมิเตอร์นั่นแหละคือรถที่ไว้ใจได้
ซู่เป่าเปิดประตูรถเตรียมขึ้นรถ พบว่าคนขับรีบลงมาช่วยเธอยกกระเป๋าเดินทางไปเก็บท้ายรถให้อย่างขยันขันแข็ง ซู่เป่าฉีกยิ้มหวานจนตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว “คุณลุงใจดีจังเลยค่ะ! หนูคำนวณดูแล้ว คุณลุงกำลังจะมีโชคใหญ่เลยนะ ทั้งได้เลื่อนตำแหน่ง รวยเงินรวยทอง แถมยังจะได้แต่งงานเร็ว ๆ นี้ด้วยล่ะค่ะ!”
คนขับได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ในใจพร้อมกับคิดว่า…
เฮ้อ เด็กน้อยบ้านผู้บัญชาการนี่ปากหวานจริง ๆ เลยนะเนี่ย!