ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 204 มิเตอร์ไร้จรรยาบรรณกับแผนจับผี
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 204 มิเตอร์ไร้จรรยาบรรณกับแผนจับผี
บทที่ 204 มิเตอร์ไร้จรรยาบรรณกับแผนจับผี
หลังจากซู่เป่าขึ้นรถจากไป ชายร่างยักษ์ชุดดำก็หายตัวไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ทิ้งให้คนขับแท็กซี่หน้าเลือดมองตามท้ายรถไปพร้อมกับสบถพึมพำ “ยัยเด็กน่ารำคาญ! แกสิจะเจอผี ทั้งครอบครัวแกนั่นแหละที่จะเจอผี!” เขาถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความหัวเสีย ก่อนขับรถออกไปหาเหยื่อรายใหม่
บนรถแท็กซี่คันใหม่ ซู่เป่าหยิบกระเป๋าสะพายใบจิ๋วออกมา แล้วล้วงกระเป๋าสตางค์ใบโตที่อัดแน่นไปด้วยซองอั่งเปาออกมานับอย่างตั้งใจ
ซูจื่อซีที่พยายามเชื่อมต่อเกมอยู่นานแต่ก็ไม่สำเร็จจนต้องเก็บโทรศัพท์ลง หันมาเห็นภาพนั้นเข้าพอดีจึงเอ่ยด้วยความอ่อนใจ “นี่มันยุคไหนแล้ว ยังจะพกเงินสดเป็นฟ่อน ๆ แบบนี้อีกเหรอ?”
“พี่ชายไม่ใช้เงินเหรอคะ?” ซู่เป่าถามกลับตาใส
“ฉันหมายถึงเดี๋ยวนี้เขาสแกนจ่ายผ่านมือถือกันหมดแล้ว ไม่มีใครพกซองแดงให้วุ่นวายแบบนี้หรอก”
ซู่เป่าส่ายหน้าหวืด “หนูไม่ชอบจ่ายผ่านโทรศัพท์ค่ะ จ่ายเงินสดมันเห็นชัดกว่าว่าเงินหายไปเท่าไหร่”
พอกระเป๋าสตางค์บางลง เธอก็จะรู้สึกเจ็บจี๊ดในหัวใจ พอเจ็บใจ ก็จะไม่กล้าใช้เงินฟุ่มเฟือย
แบบนี้แหละค่ะ ถึงจะรวยขึ้นเรื่อย ๆ
“แต่ก็ไม่เห็นต้องพกทั้งซองแบบนี้เลยนี่นา” จื่อซีเบ้ปากพลางคว้าซองอั่งเปามาดู
“พี่ชายไม่เข้าใจหรอกค่ะ เงินในซองแดงมันงอกเงยได้นะ! มันจะเรียกเพื่อน ๆ มาเพิ่มให้หนูอีก!” ยัยหนูรีบคว้าซองแดงคืนมาทันที “น่าเบื่อจัง… คนไม่เข้าใจเรื่องเงินทองอย่างพี่เนี่ย!”
จื่อซีคร้านจะเถียงด้วย เขาเอนหลังพิงเบาะปล่อยให้น้องสาวเฝ้ามิเตอร์ไปคนเดียว ซู่เป่าโน้มตัวไปจ้องตัวเลขบนมิเตอร์ตาไม่กะพริบ ห็นเลข 89 อยู่ดี ๆ ก็พรวดขึ้นเป็น 96 ในพริบตาเดียว เธอถึงกับสะดุ้งตัวโยน
“ถึงแล้วครับ” คนขับบอก
ซู่เป่าขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกเจ็บปวดใจอย่างรุนแรง ขับมาอีกแค่นิดเดียว ขึ้นมาตั้ง 7 หยวนเชียวนะ!
ระยะแค่นี้หนูเดินสองก้าวก็ถึงแล้ว!
เด็กน้อยวัยสี่ขวบทำหน้าลำบากใจพลางเอ่ยขอเบา ๆ “คุณลุงคะ… รบกวนคุณลุงช่วย ‘ถอยหลัง’ ไปอีกนิดได้ไหมคะ?”
คนขับถึงกับร้อง “เอ๊ะ?” ด้วยความงุนงง “ผมขับเลยเหรอ? ไม่นะ ผมจอดเป๊ะตามพิกัดเลยนะเนี่ย!”
“ถอยไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวโดนกล้องวงจรปิดจับภาพได้จะโดนปรับเอา”
“เปล่าค่ะ… เมื่อกี้มิเตอร์มัน 89 หยวนเอง หนูมีเงินพอดีแค่นั้นค่ะ!” ซู่เป่าส่ายหัว
“หนูน้อย การถอยหลังเขาก็คิดเงินเพิ่มนะ”
“หา?!” ซู่เป่าอ้าปากค้าง “ถอยหลังยังต้องจ่ายเพิ่มเหรอคะ? มิเตอร์นี่มันไม่มีจรรยาบรรณเอาเสียเลย!”
คนขับเห็นความน่ารักปนงกของยัยหนูก็ใจอ่อน “ช่างเถอะ ๆ เอาแค่ 85 หยวนก็พอ ลุงไม่คิดมาก”
“ขอบคุณค่ะลุง!” ซู่เป่าตาเป็นประกาย รีบชักแบงก์ร้อยสีแดงสดออกมาจากซองอั่งเปาทันที
“นั่นไง… มีเงินอยู่นี่นา” คนขับแท็กซี่กระตุกมุมปาก
ซู่เป่าเขินจนหน้าแดงพึมพำเสียงค่อย “ก็คุณพ่อบอกว่า ประหยัดได้เท่าไหร่ก็ต้องประหยัดนี่คะ…”
มู่กุยฝานที่แอบดูผ่านกล้องอยู่ถึงกับกุมขมับ
พ่อไม่เคยพูดแบบนั้นสักคำเดียว ลูกไปเอาตรรกะนี้มาจากใครกันเนี่ย?!
เมื่อลงจากรถ คนขับช่วยขนของลงมาให้เสร็จสรรพ ก่อนแอบเนียนเอาหูกระเป๋าเดินทางยัดใส่มือซูจื่อซี แล้วเอาถุงเล็กถุงน้อยรวมถึงกรงนกแขวนไว้บนมือจับกระเป๋าจนเต็มพิกัด
จื่อซีที่มัวแต่ก้มหน้าดูโทรศัพท์ พอเงยหน้ามาอีกทีก็พบว่าตัวเองแบกของเป็นพะรุงพะรังเสียแล้ว
“พี่ชาย… ให้หนูถือเถอะค่ะ หนูแรงเยอะนะ!” ซู่เป่าเสนอตัวด้วยความหวังดี
จื่อซีสะบัดหน้าหนี แสร้งทำเสียงเข้มกลบเกลื่อนความเขิน “พอเลย! ให้เธอถือเดี๋ยวก็ไปร้องไห้ฟ้องคุณปู่คุณย่าว่าฉันใช้งานเธออีก” เขาบ่นอุบอิบขณะลากกระเป๋าเข้าโรงแรมอย่างรวดเร็ว
“นี่คือหอพักเถาฮวาค่ะ! พวกเราจะพักที่นี่กันสองวันนะ” ซู่เป่าอธิบายเจื้อยแจ้ว
จื่อซีชะงักฝีเท้า ‘หอพักเถาฮวา… ชื่อนี้ทำไมมันคุ้นหูจังวะ’
“หนูให้คุณพ่อจองห้อง 34008 ไว้ค่ะ เป็นห้องสองนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น… อยู่ติดกับห้องของพี่สาวคนที่กระโดดตึกลงมาเป๊ะเลย!”
จื่อซีถึงกับเบรกแทบไม่ทัน “เห้ย!! ทำไมต้องพักที่นี่ด้วย?!”
ซู่เป่าทำหน้างง “อ้าว… ก็ถ้าไม่พักที่นี่ แล้วเราจะมาจับผีผู้หญิงคนนั้นได้ยังไงล่ะคะ?”
จื่อซีหน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น แค่ดูรูปศพเขาก็โดนผีอำจนขวัญกระเจิงแล้ว
นี่ต้องมานอนข้างห้องที่เขาตายเนี่ยนะ?!
“พี่ชาย… พี่กลัวเหรอคะ?” ยัยหนูถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“ระ… ไร้สาระ! ใครกลัวกัน!” จื่อซีตะคอกเสียงสูง
“งั้นก็ไปกันเถอะค่ะ~” ซู่เป่าฉีกยิ้มกว้างเดินนำหน้าไปโดยไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทิ้งให้จื่อซียืนสั่นสู้ลากกระเป๋าตามไปแบบวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
จื่อซีเงยหน้าขึ้นมองตึกสูงตระหง่านสองหลังที่ตั้งประจันหน้ากัน บนยอดตึกมีตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัวส่องประกายสลัว
ซู่เป่าเขย่งเท้าลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์ ก่อนลากพี่ชายเข้าลิฟต์ไปพร้อมกัน “ไปกันเถอะค่ะ!”
ลิฟต์เคลื่อนตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดชั้น 34 ตึกนี้สูงมากและถูกออกแบบให้มีห้องพักหนาแน่น ระเบียงทางเดินยาวเหยียดเสียจนมองไม่เห็นปลายทาง แสงไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่ ๆ ดูหม่นหมอง
จื่อซีกวาดสายตามองเพียงแวบเดียว รูขุมขนทั่วร่างก็ลุกเกรียว ความเย็นเยียบประหลาดเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากใต้ฝ่าเท้า
“ทางเดินทั้งยาวทั้งแคบแบบนี้ เป็นจุดรวมพลังงานค่ะ มักจะมีผีสิงได้ง่ายมากเลย” ซู่เป่าวิเคราะห์เสียงใส
เนื่องจากที่นี่ไม่ใช่โรงแรมหรู แต่เป็นอาคารที่ปะปนกันระหว่างผู้เช่าระยะสั้นและระยะยาว พื้นทางเดินจึงไม่ได้ปูพรม เสียงล้อกระเป๋าเดินทางที่จื่อซีลากจึงดัง กึก ๆ ก้องสะท้อนไปตามทางเดิน
ตามระเบียงสองข้างทาง บางห้องเปิดประตูทิ้งไว้เพื่อรับลม ผู้เช่าบางคนนั่งเหม่อลอยอยู่หน้าประตู พอเห็นเด็กสองคนเดินผ่านมาก็ได้แต่เหลือบมองด้วยสายตาเย็นชาไร้ความรู้สึก
จื่อซีรู้สึกว่าเส้นทางนี้มันยาวนานราวกับไม่มีวันสิ้นสุด ในที่สุดพวกเขาก็มาหยุดอยู่ที่ห้อง 34008 ซู่เป่าแตะคีย์การ์ดจนได้ยินเสียง
ปิ๊บ!
ทว่าทันทีที่ประตูถูกผลักออก สายลมเย็นยะเยือกพัดกรรโชกมาปะทะใบหน้าจังพร้อม ๆ กับเสียงประตูห้องข้าง ๆ ที่ปิดลงแผ่วเบาส่งผลให้จื่อซีขนหัวลุกชันทันที
ซ้ำร้าย เจ้าเสี่ยวอู่ยังแผดเสียงร้องประสานเสียงลม “โอ้โห~ เย็นสบายจังเล้ยยย~”
เย็นสบายบ้านแกสิ!
จื่อซีรู้สึกเหมือนหัวใจจะกระโดดออกมาทางปาก “เร็ว! เข้าไปข้างใน!”
เขารีบก้าวตามซู่เป่าเข้าไป แต่จังหวะนั้นเองลมกลับพัดแรงจัดจนประตูปิดโครมลงดัง
ปัง!
ซู่เป่าเข้าไปข้างในแล้ว… แต่เขายังยืนค้างอยู่ข้างนอก!
ลมในระเบียงทางเดินเริ่มหมุนวน ส่งเสียงหวีดหวิวโหยหวนดังก้อง ประตูห้องข้าง ๆ แม้จะปิดสนิทแต่จื่อซีกลับรู้สึกว่ามันอาจจะกระชากเปิดออกได้ทุกวินาที ความมืดสลัวตรงปลายทางเดิน ดูเหมือนจะขยับเขยื้อนได้
“ซู่เป่า! เปิดประตู! เปิดเดี๋ยวนี้!” จื่อซีรัวหมัดเคาะประตูด้วยความลนลาน
จากปลายทางเดินไกล ๆ ผู้เช่าที่นั่งรับลมอยู่ค่อย ๆ โผล่ศีรษะออกมาจ้องมองเขา ท่ามกลางเสียงลมหวีดหวิวรุนแรงขึ้น จื่อซีสั่นไปทั้งตัวจนแทบยืนไม่อยู่
ในนาทีที่ความกลัวพุ่งถึงขีดสุด เสียงแกร๊กของกลอนประตูก็ดังขึ้น จื่อซีดีใจจนเกือบร้องไห้ เขารีบตะครุบลูกบิดประตูแล้วออกแรงผลักเข้าไปทันที
แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักกึก… เพราะประตูห้องของเขายังคงปิดสนิท ขยับไม่ได้แม้แต่นิดเดียว!
นั่นหมายความว่า… เสียงเปิดประตูที่เขาเพิ่งได้ยินเมื่อครู่ ไม่ได้มาจากห้องของเขา…
แต่มันมาจากห้องข้าง ๆ ต่างหาก!