ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 209 พบตัวผีเจ้าเล่ห์
บทที่ 209 พบตัวผีเจ้าเล่ห์
ใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นเกือบเบียดชิดกับซูจื่อซีในระยะหายใจรดกัน! จื่อซีเบิกตากว้างพร้อมกับร่างกายแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะกระดิกปลายนิ้ว…
ผีผู้หญิงตรงหน้าสวมชุดเจ้าสาวโบราณสีแดง แต่สิ่งที่ดูขัดตาคือเธอไม่ได้สวมรองเท้าส้นสูงสีแดงคู่นั้น แต่กลับสวมรองเท้าแตะสีชมพูที่ดูมอซอ…
โชคดีที่หญิงสาวมองไม่เห็นเขา เธอลุกขึ้นด้วยท่าทางสั่นเทาและใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่กลับถูกผีรองเท้าแดงบนเตียง เหยียบเท้าเอาไว้ด้วยท่าทางคุกคาม
“ข้าหิวแล้ว! รีบไปหาอะไรมาให้ข้ากินเดี๋ยวนี้!” เสียงแหบแหลมสั่งการ “ข้าจะอาบน้ำ เตรียมน้ำให้ด้วย!”
เด็กสาวรองเท้าแตะสีชมพูรีบตะลีตะลานจะไปห้องครัว แต่ก็ถูกตะคอกไล่หลัง “บอกให้ไปเตรียมน้ำไม่ใช่หรือไง?!” พอเธอจะหันไปห้องน้ำ ก็ถูกไล่กลับมาอีก “บอกให้ทำอาหาร ไม่ได้ยินหรือไง!”
ซูจื่อซีแอบดูจนริ่มได้สติ อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วด้วยความรำคาญใจ
‘นี่มันไม่ใช่แค่การหาเรื่องแล้ว แต่มันคือการรังแกคนอื่นชัด ๆ!’
ผีสาวรองเท้าสีชมพูกรีดร้องอย่างเวทนา ทันใดนั้นเธอเหลือบไปเห็นไข่แดงสองฟองบนโต๊ะกลาง จึงรีบคลานไปหยิบมาส่งให้ผีอีกตน ผีนั่นด่าพึมพำด้วยความหยาบคายก่อนยอมสงบปากสงบคำในที่สุด
“ซู่เป่า…” จื่อซีหันไปกระซิบถาม “เธอไปเอาไข่นั่นมาจากไหนน่ะ?” “แล้วพวกเขากินไข่จริง ๆ ได้ด้วยเหรอ?”
“หนูเตรียมไว้ให้ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วไงคะ…” ซู่เป่าตอบพลางจัดยันต์บนหน้าผากตัวเอง “พี่ชายห้ามขยับไปไหนนะคะ!” พูดจบเด็กน้อยก็ปีนพรวดพราดออกไปจากใต้เตียงทันที
“ซู่เป่า…!” จื่อซีตกใจจนแทบสิ้นสติ
เมื่อซู่เป่าจากไป ความเงียบกริบก็น่ากลัวขึ้นเป็นเท่าตัว ผีร้ายนั่งเคี้ยวไข่บนโซฟาดัง กร้วม ๆ ขณะที่ผีสาวรองเท้าแตะสีชมพูสะอื้นไห้พลางง่วนอยู่กับการทำอาหารในห้องครัวโดยไม่มีไฟ เสียงจานชามกระทบกันท่ามกลางความมืดทำเอาบรรยากาศดูวิปริตสุด ๆ
จื่อซีที่เคยรู้สึกว่าน้องสาวนั้นน่ารำคาญ ตอนนี้เขากลับอยากจะกลายเป็นพวงกุญแจห้อยติดตัวเธอไปทุกที่เสียให้ได้ เด็กหนุ่มพยายามปีนตามออกไป แต่ด้วยความลนลาน มือดันไปทับยันต์สีเหลืองที่ซู่เป่าวางไว้หน้าทางออกจนขาดวิ่น!
ฉิบหายแล้ว…!!
จื่อซีแข็งทื่อไม่กล้าหายใจ เสียงเคี้ยวไข่หยุดลงกะทันหัน รองเท้าส้นสูงสีแดงคู่นั้นเริ่มเคลื่อนไหว และมันมาหยุดกึกอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้ง!
จื่อซีนึกถึงฉากในหนังผีขึ้นมาทันที เขารีบบีบจมูกกลั้นหายใจสุดชีวิตจนหน้าดำหน้าแดง รองเท้าคู่นั้นนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วจึงเดินจากไป…
เขาค่อย ๆ ปล่อยมือสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ทว่าทันใดนั้น เสียงแหบแหลมปนสะใจก็ดังขึ้นข้างใบหู “ฮะ… หาเธอเจอแล้วนะ…”
จื่อซีค่อย ๆ หันหน้าไปอย่างแข็งทื่อ… ภาพที่เห็นคือผู้ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมโซ ดวงตาลึกโบ๋ ผิวเหลืองซีดเหมือนซากศพที่ถูกฝังมานาน ผมถูกโกนครึ่งหัวเหลือเปียยาวหนึ่งเส้นตามแบบสมัยราชวงศ์ชิง!
ผีผู้ชายคนนั้นฉีกยิ้มสยองจนเห็นฟันทองสองซี่ที่เด่นหรา…
ตัดมาทางด้านซู่เป่า เด็กน้อยแปะยันต์ไว้บนหน้าผาก วิ่งวุ่นไปทั่วห้องด้วยความรวดเร็ว
“ตาข่ายกักวิญญาณ… ตาข่ายกักวิญญาณ…” เธอใช้เชือกสีแดงที่มองไม่เห็นร่ายรำปิดล้อมห้องไว้อย่างแน่นหนา อาจารย์เคยบอกว่าเธอต้องลองสู้ด้วยตัวเอง และตอนนี้เธอก็จับพิรุธผีเจ้าเล่ห์ตัวนี้ได้แล้ว!
หนึ่ง พิรุธเรื่องรองเท้า ป้าผีบอกว่าห้องนี้มีลุงอยู่ แต่ลุงที่ไหนจะใส่รองเท้าส้นสูงของผู้หญิง? แถมรองเท้านั่นยังเป็นของสาวโดดตึกด้วย
ส่วนสอง พิรุธเรื่องพลัง สาวชุดแดงควรเป็นวิญญาณอาฆาตและดุร้าย แต่กลับถูกผีลุงตนนี้ข่มขู่ได้ แสดงว่าผีลุงคนนี้ต้องไม่ธรรมดา
ยัยหนูเริ่มใช้สูตรคณิตศาสตร์ซึ่งเรียนมาจากซูเหอเวิ่นทันที
“สมมติให้ ผีเจ้าเล่ห์ = x, ลุงเจ้าที่เดิม = y, วิญญาณสาวชุดแดง = z… ดังนั้น x เข้าสิงร่าง y เพื่อปลอมตัว x = y! หนูคิดเลขเป็นแล้วค่าาา!”
ซู่เป่ากำลังภูมิใจในความอัจฉริยะของตัวเอง ทันใดนั้น เสียงร้องโหยหวนของพี่ชายก็ดังลั่นห้อง
“อ๊าก! ผี!!”
โครม!
ซู่เป่าหันไปมองด้วยความตกตะลึง เห็นซูจื่อซีลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตกใจสุดขีด แรงกระแทกของเขาทำเอาเตียงหอพักที่ดูไม่แข็งแรงถึงกับพลิกคว่ำไปทั้งหลัง!
ซู่เป่าจ้องมองพี่ชาย เธอเห็นซูจื่อซีร้องเสียงหลงแล้วพุ่งตัวเข้าหาเธอในพริบตาเดียว
เด็กน้อยอดไม่ได้ที่จะมองศีรษะของพี่ชายอย่างเป็นกังวล “พี่ชายคะ… หัวพี่โนเป็นลูกมะนาวหรือเปล่าเนี่ย?”
ซูจื่อซีเพิ่งจะเริ่มรู้สึกมึนหัวตุบ ๆ เมื่อครู่นี้ความกลัวมันพุ่งทะลุปรอทจนเขาลืมเจ็บไปชั่วขณะ ขนาดตัวเองยังไม่รู้เลยว่ามีแรงมหาศาลมาจากไหนถึงได้ถีบตัวออกจากใต้เตียงแคบ ๆ นั่นได้รวดเร็วปานนั้น
พี่น้องทั้งสองหันไปมองซากเตียงในสภาพดูไม่ได้
เตียงโครงเหล็กซี่โปร่งที่มีแผ่นกระดานบาง ๆ วางทับ ตอนนี้กระดานอันหนึ่งหักครึ่ง เห็นได้ชัดว่าถูกศีรษะอันแข็งแกร่งของซูจื่อซีกระแทกเข้าอย่างจัง ส่วนที่นอนก็เป็นเพียงฟูกบาง นั่นคงเป็นเหตุผลว่าทำไมจื่อซีถึงดันมันพลิกคว่ำได้สำเร็จในคราวเดียว
“โอ๊ย… เจ็บชะมัด” จื่อซีลูบหัวตัวเองพลางสูดปาก
แต่เสียงร้องของเขากลับดึงดูดเจ้าของห้องเข้าให้แล้ว! ผีสาวในห้องครัวเดินนวยนาดออกมาพร้อมหม้อที่มีควันหยินพุ่งพล่าน ส่วนผีชายชุดราชวงศ์ชิงที่นอนอยู่ใต้เตียงก็ลอยตัวขึ้นมา ดวงตาโบ๋ลึกจ้องมองซูจื่อซีไม่วางตา
“แก… เป็นใคร?” เสียงแหบพร่าราวก้อนหินบดกันของมันดังขึ้น
เพราะซู่เป่ามีแผ่นยันต์สีเหลืองแปะอยู่บนหน้าผาก พวกผีจึงมองไม่เห็นเธอ เห็นเพียงจื่อซีที่ยืนหน้าซีดอยู่คนเดียว
จื่อซีเริ่มสติหลุด เขาคว้าแขนซู่เป่าไว้แน่นจนมือสั่น “เร็วเข้า… เอามาแปะให้ฉันแผ่นนึง!”
ซู่เป่ารีบดึงยันต์จากหน้าผากตัวเองออก แล้วนำไปแปะบนหน้าผากของพี่ชายแทน “พี่ชายไปหลบมุมนู้นก่อนนะคะ!” ซู่เป่าสั่งการพร้อมกระชับด้ายแดงในมือ เตรียมพร้อมเปิดศึก
แต่ว่า… ผีเจ้าเล่ห์ตัวนั้นมันไวพริบตา! ในวินาทีที่ซู่เป่าฉีกยันต์ออกจากตัวเองเพื่อจะแปะให้พี่ชาย รัศมีกำบังก็หายไปวูบหนึ่ง มันรู้ทันทีว่ามีตัวอันตรายอีกคนอยู่ในห้อง และมันเลือกโจมตีคนอ่อนแอก่อน!
ผีร้ายพุ่งเข้าใส่ซูจื่อซีทันที!
“เฮ้ย แม่งเอ๊ย!!” จื่อซีสบถลั่น ทำไมต้องเป็นเขาทุกที!
ผีชายตนนั้นแผดเสียงแหลมสูงจนแสบแก้วหู เล็บมือที่ดำปลาบยืดยาวออกมาคล้ายกรงเล็บเหยี่ยว มันพุ่งเป้าไปยังลำคอของซูจื่อซีหมายบิดให้หักคามือ!
ซู่เป่าไม่ได้เสียเวลาคิดแม้แต่วินาทีเดียว เธอพุ่งตัวเข้าไปขวางหน้าพี่ชายทันควัน!
ผีร้ายเผยแววตาดุร้ายสะใจ
หึ… ไอ้พวกยมบาลคงกำลังตามล่าฉันอยู่ล่ะสิ แต่ใครจะคิดล่ะว่าฉันจะแอบซ่อนอยู่ที่นี่! ยัยเด็กเหลือขอคนนี้ ฉันขอกลืนลงท้องเป็นของว่างก่อนแล้วกัน!
“ซู่เป่า…!” ม่านตาของจื่อซีหดเล็กลงด้วยความตื่นตระหนก
ทว่าในวินาทีถัดมา…
วูบ!!
แสงสีแดงเจิดจ้าพุ่งวาบออกมาจากตัวซู่เป่า ประกายอาคมอันทรงพลังซัดเข้าใส่ร่างของผีร้ายในชุดราชวงศ์ชิงรุนแรงจนร่างของมันกระเด็นหวือไปกระแทกผนังห้องดัง
ปัง!
“!!!???”
ซูจื่อซียืนอึ้งจนตาค้าง… น้องสาวตัวแสบที่เขามองว่าน่ารำคาญมาตลอดคนนี้…
แท้จริงแล้วเก่งกาจขนาดนี้เลยเหรอ!?