ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 210 ที่แท้…มารในใจของซู่เป่าอยู่ตรงนี้เอง
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 210 ที่แท้…มารในใจของซู่เป่าอยู่ตรงนี้เอง
บทที่ 210 ที่แท้…มารในใจของซู่เป่าอยู่ตรงนี้เอง
ผีร้ายในชุดราชวงศ์ชิงถูกซัดกระเด็นไป มันจ้องมองซู่เป่าด้วยสายตาเต็มไปด้วยความตกใจปะปนด้วยความระแวง เมื่อครู่มันคงประมาทไป ไม่นับว่าเป็นความพ่ายแพ้!
ดวงตาของมันฉายแววอำมหิต กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านไปทั่วห้อง มันแผดเสียงคำรามแล้วพุ่งเข้าใส่ซู่เป่าอีกครั้ง ครั้งนี้มันทุ่มสุดตัว กะจะกลืนกินเด็กคนนี้ให้หายไปในคำเดียว!
ทว่า…แสงสีแดงวาบขึ้นอีกครั้ง ร่างของผีร้ายกระเด็นหวือไปกระแทกกับตาข่ายกักวิญญาณที่ซู่เป่าขึงไว้ ส่วนซู่เป่ายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ราวกับไม่ได้ขยับแม้แต่ปลายนิ้ว
“แก…!” ผีร้ายครางออกมาอย่างตระหนก เด็กคนนี้ไม่ใช่แค่เด็กธรรมดา แต่เป็นยอดฝีมือชัด ๆ!
“จะมาอีกไหมคะ?” ซู่เป่ากะพริบตาปริบแล้วถามซื่อ ๆ
ผีร้ายถึงกับน้ำท่วมปาก ‘ยัยเด็กนี่… ยังจะมาทำหน้าใสซื่อใส่ฉันอีก!’
“ถ้าคุณไม่มา… งั้นหนูไปหาเองนะ!” ซู่เป่ารู้ดีว่าปีศาจเจ้าเล่ห์ตัวนี้ซ่อนตัวอยู่ใต้เปลือกของวิญญาณตนอื่นหลายชั้น เธอจึงพุ่งเข้าไปคว้าขาของมันไว้แน่นแล้วออกแรงเหวี่ยงสุดกำลัง
“ตี! ตี! ตี!” เด็กน้อยจับผีร้ายสะบัดไปมาเหมือนสะบัดต้นหอม ฟาดร่างมันลงกับพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมันโกรธจัดโต้กลับ ซู่เป่ารีบปล่อยมือทันควันจนร่างมันดีดไปโดนตาข่ายกักวิญญาณซ้ำอีกรอบ
จี้ฉางซึ่งแอบดูอยู่ถึงกับอึ้ง ลูกศิษย์ของเขาเก่งขึ้นมาก!
แถมยังโชคดีสุด ๆ ที่ไม่โดนมันโต้กลับมาได้เลยสักครั้ง
จู่ ๆ เสียง ปู้! ก็ดังขึ้น เงาดำสายหนึ่งพุ่งออกจากร่างที่ซู่เป่าจับอยู่ ทิ้งไว้เพียงร่างของคุณลุงเจ้าของบ้านเดิม “โอ๊ย… ผมไม่ไหวแล้ว… วิญญาณร้ายตนนี้โหดเหี้ยมจริง ๆ… มันผ่าจากตรงกลาง แล้วเอาไปสวมไว้เหมือนเสื้อผ้า…” พูดจบวิญญาณคุณลุงก็สลายกลายเป็นควันถูกดูดเข้าสู่น้ำเต้าอาคมทันที
ซูจื่อซีที่แอบดูอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง ในหัวนึกถึงตัวละครเทพ ๆ ในเกมที่เคยเล่น แต่ตอนนี้ไม่มีใครเทียบได้กับซู่เป่าเลยสักคน
“น้องสาว…” จื่อซีค่อย ๆ เขยิบเข้าไปหา ความเกรงขามทำเอาเขาเปลี่ยนสรรพนามเรียกโดยไม่รู้ตัว
“พี่ชายอย่าเข้ามา ไปยืนตรงนั้นค่ะ!” ซู่เป่าหอบหายใจแรง ปีศาจเจ้าเล่ห์ได้ยินดังนั้นก็พุ่งเป้าไปจุดที่จื่อซียืนอยู่ทันที “โอ๊ย เวรแล้ว!” จื่อซีตัวแข็งทื่อ แต่ในวินาทีวิกฤต ซู่เป่าก็กระโดดเตะพี่ชายจนกระเด็นออกไปพ้นทาง
จื่อซีถูกเตะจนกลิ้งแต่กลับรู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหล เขารีบแปะยันต์เหลืองปิดหน้าผากแล้วไปคุดคู้อยู่มุมห้องทันที
ปีศาจเจ้าเล่ห์เห็นท่าไม่ดีก็รีบซ่อนตัวหายตัวไปในอากาศ ซู่เป่าประหลาดใจ
หายไปได้ยังไง? หรือมีของวิเศษ?
ทันใดนั้น ประตูอีกบานที่ปิดสนิทก็เปิดออกช้า ๆ พร้อมเงาร่างหนึ่งที่เดินออกมา
“ซู่เป่า! มานี่!” เสียงต่ำเย็นชาดังขึ้น ร่างของซู่เป่าแข็งทื่อไปทั้งตัว… คนที่เดินออกมาคือ หลินเฟิง พ่อบุญธรรมของเธอ!
“พ่อ…” ซู่เป่าเรียกออกไปตามสัญชาตญาณก่อนรีบปิดปาก
หลินเฟิงหัวเราะหยัน “เดี๋ยวนี้เก่งแล้วนี่ เป็นถึงไข่มุกของตระกูลซู มีพ่อเป็นเทพสงคราม เลยไม่เห็นหัวพ่อคนนี้แล้วใช่ไหม?! แกมันนังเด็กเนรคุณ! พ่อเลี้ยงแกมาลำบากแค่ไหน แต่แกกลับให้ลุงของแกส่งพ่อเข้าคุก!”
“ถ้าไม่มีฉัน แกจะโตมาได้ถึงสามขวบเหรอ? ไหน… เก่งนักก็มาจับฉันสิ!” เขาเดินเข้าหาซู่เป่าทีละก้าว
ซู่เป่าถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติ ความทรงจำอันโหดร้ายพรั่งพรูเข้ามา…
วันที่เธออยากให้พ่อกอดแต่กลับถูกผลักไส
วันที่เธอเด็ดดอกไม้ไปให้แต่ถูกโยนทิ้งถังขยะ
และวันที่ถูกสั่งให้คุกเข่ากลางหิมะจนเกือบตาย…
จี้ฉางเห็นภาพนั้นแล้วใจหายวูบ ที่แท้…มารในใจของซู่เป่าก็คือเรื่องนี้เอง
แม้ตอนนี้เธอจะมีความสุขกับตระกูลซู แต่บาดแผลที่ถูกทารุณกรรมในวัยที่ต้องการความรัก มันยังคงเป็นเงาที่ตามหลอกหลอน ปีศาจเจ้าเล่ห์ตนนี้มันฉลาดนัก! มันไปลากวิญญาณของหลินเฟิงมาเป็น เสื้อผ้า สวมใส่ เพราะรู้ว่านี่คือจุดอ่อนเดียวของเด็กน้อย
หลินเฟิงชี้หน้าด่าด้วยความแค้น “เพราะแก! ฉันถึงต้องตกที่นั่งลำบากแบบนี้! ใช่… ฉันเคยตีแก แต่พ่อที่ไหนไม่เคยตีลูกบ้าง? ถึงฉันจะเลวแค่ไหน ฉันก็คือผู้มีพระคุณที่เลี้ยงแกมา!”
วิญญาณของหลินเฟิงยังไม่สลายไปหมดสิ้นแผดเสียงโหยหวน เขาตายอย่างทรมาน และความแค้นทั้งหมดนั้น ถูกปลุกปั่นด้วยฝีมือของปีศาจเจ้าเล่ห์ที่สวมร่างเขาอยู่!
นี่มันเรียกว่าอะไรกัน?
นี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่า ‘บดกระดูกโปรยเถ้า’ ของจริง!
หลังจากร่างถูกทำลาย และเถ้ากระดูกถูกโปรยทิ้ง หลินเฟิงก็สิ้นวาสนาจะมีชาติหน้า เขาไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้อีกต่อไป ทำได้เพียงรอวันสลายไปตามกาลเวลาในท้องฟ้าบนผืนดินจนไม่เหลือร่องรอย
เขาน่าสงสารขนาดนี้ แต่ซู่เป่ากลับเสวยสุขในตระกูลซู มันจะยุติธรรมได้อย่างไร?!
ซู่เป่าเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอส่ายหน้าช้า ๆ แล้วพูดเสียงสั่น “ไม่… ไม่ใช่ซู่เป่า… ซู่เป่าไม่ได้ทำนะ!”
เธอกลั้นใจรวบรวมความกล้า มองสบตาหลินเฟิงซึ่งหน้า “เป็นเพราะคุณทำกรรมชั่วไว้มากเกินไป ผลกรรมถึงได้ตามสนองต่างหาก ไม่เคยมีคำพูดที่ไหนบอกว่าพ่อต้องตีลูก… คุณนั่นแหละที่โกหกซู่เป่ามาตลอด!”
หลินเฟิงชะงักไปอึดใจ ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธจัด “นังเด็กนี่! ยังกล้ามาปากดีเถียงฉันอีกเหรอ!”
เขายังคงทำนิสัยเดิมเหมือนตอนมีชีวิต คือไม่พูดพร่ำทำเพลงแต่คว้าสิ่งของใกล้มือขว้างใส่ซู่เป่าอย่างรุนแรง แต่ซู่เป่าในวันนี้ไม่ใช่เด็กน้อยที่ยอมยืนตัวสั่นรับแรงกระแทกเหมือนเมื่อก่อน
เธอเบี่ยงตัวหลบได้ทัน แววตาฉายชัดถึงความแน่วแน่… เธอไม่ใช่เด็กที่ยอมให้เขาทารุณโดยไม่กล้าต่อสู้อีกต่อไปแล้ว
หลินเฟิงเห็นซู่เป่าแข็งข้อก็ยิ่งคลั่ง “ฉันจะกินแกทั้งเป็น!” เขาคำรามลั่นแล้วพุ่งเข้าใส่ทันที
จี้ฉางที่ลอบมองอยู่ถึงกับเหงื่อตกด้วยความกังวล เขาไม่แน่ใจว่าซู่เป่าจะตัดใจจัดการกับหลินเฟิงได้หรือไม่ นี่คือโจทย์ยากที่สุด หลินเฟิงพูดถูกอยู่อย่างหนึ่ง… ถึงเขาจะเลวแค่ไหน เขาก็มีบุญคุณที่เลี้ยงดูเธอมาจนถึงสามขวบ ในใจของเด็กคนหนึ่ง เธอจะมองพ่อแบบนี้อย่างไรกันแน่?
จี้ฉางไม่ต้องรอนานเขาก็ได้คำตอบ เมื่อหลินเฟิงพุ่งเข้ามาในระยะหวังผล ซู่เป่าก็ยกมือขึ้นทันที!
วูบ!
ด้ายสีแดงบนข้อมือเล็ก ๆ ปล่อยแสงสีแดงเจิดจ้า ยิงตรงเข้าใส่ร่างของหลินเฟิงจนกระเด็นหวือไปกระแทกกับตาข่ายกักวิญญาณที่เธอขึงไว้รอบห้อง ในห้องนี้ไม่มีผีตนไหนหนีไปได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของซู่เป่าเพียงคนเดียว
หลินเฟิงกระอักเลือดที่เกิดจากพลังอาฆาตออกมาดูน่าเวทนา ซู่เป่าทำเพียงยืนนิ่งมองเขา
จู่ ๆ หลินเฟิงก็เปลี่ยนท่าที เขาหัวเราะออกมาอย่างเศร้าสลด “ฮึ ๆ… ซู่เป่าโตขึ้นแล้วจริง ๆ สินะ… กล้าลงมือกับพ่อแล้ว… รู้ไหมตอนลูกเกิดมา พ่อเคยรักลูกมากนะ ลูกเคยเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อ…”
“ช่างเถอะ ไม่พูดแล้ว… ฆ่าพ่อซะสิ ฆ่าพ่อแล้วลูกจะมีความสุขใช่ไหม?”
“ได้ตายด้วยน้ำมือของซู่เป่า… พ่อก็พอใจแล้ว” หลินเฟิงทำหน้าเหมือนคนปล่อยวางทุกอย่างบนโลกแล้วหลับตาลงนิ่ง ๆ
เขามั่นใจเหลือเกิน… คนอื่นอาจไม่รู้จักซู่เป่า แต่เขารู้จักเด็กคนนี้ดีกว่าใครไม่ใช่หรือ? ตั้งแต่จำความได้ สิ่งที่เจ้าตัวเล็กคนนี้ปรารถนามากที่สุด คือการได้รับความรักจากพ่อ
เธอไม่มีทางลงมือฆ่าเขาได้อย่างแน่นอน!