ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 218 ถ้าคุณนายซูลุกยืนได้ ฉันจะเรียกเธอว่าบรรพบุรุษ
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 218 ถ้าคุณนายซูลุกยืนได้ ฉันจะเรียกเธอว่าบรรพบุรุษ
บทที่ 218 ถ้าคุณนายซูลุกยืนได้ ฉันจะเรียกเธอว่าบรรพบุรุษ
เดิมที ผู้อำนวยการอวี๋ตั้งท่าจะกลับไปแล้ว แต่สุดท้ายเขาก็ยังข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านไว้ไม่ได้ จึงยืนปักหลักพูดคุยเรื่องโน่นเรื่องนี่กับคณะแพทย์หนุ่มสาวต่อไป
ผ่านไปห้านาที…
ผ่านไปสิบนาที…
คุณนายซูยังคงพูดคุยกับซู่เป่าได้ปกติ ส่วนใหญ่เป็นซู่เป่าที่จ้อไม่หยุด เล่าเรื่องสนุก ๆ ในโรงเรียนอนุบาลให้คุณยายฟัง สายตาของเหล่าแพทย์ที่ยืนอยู่รอบ ๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด
‘ไหนบอกว่าคนไข้จะเกิดอาการคลุ้มคลั่งภายในห้านาทีไง? แต่นี่ดูเป็นปกติดีทุกอย่าง…’
‘แบบนี้มันไม่ใช่แค่หน้าแตก แต่มันหน้าคว่ำเลยไม่ใช่หรือ?’
สีหน้าของผู้เชี่ยวชาญอาวุโสอย่างผู้อำนวยการอวี๋เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที เรียกได้ว่าแทบลงจากเวทีไม่ถูก จึงฝืนอธิบายแก้เก้อว่า “นี่เป็นอาการผิดปกติอย่างมาก ทุกคนต้องเฝ้าระวังให้ดี!”
เหล่าแพทย์หนุ่มสาวในที่นั้นต่างรู้สึกอึดอัดใจจนแทบทนดูไม่ได้ พวกเขาทำหน้าไม่ถูกจนอยากงอนิ้วเท้าจิกพื้นโรงพยาบาลด้วยความกระดากอายแทนผู้ใหญ่ ทว่าด้วยความเกรงใจในชื่อเสียงอันโด่งดังของผู้อำนวยการอวี๋ จึงไม่มีใครกล้าปริปากค้าน ได้แต่พยักหน้ารับคำไปส่ง ๆ
แต่เด็กน้อยอย่างซู่เป่านั้นต่างออกไป เธอไม่ได้สนใจเรื่องหน้าตาทางสังคมหรือตำแหน่งจอมปลอมอะไรทั้งนั้น เมื่อเห็นว่าอะไรไม่ถูกต้อง เธอก็โพล่งออกมาตรง ๆ ตามความรู้สึกทันที
“คุณปู่คะ คุณยายของหนูไม่เห็นเป็นไรเลย แสดงว่าที่คุณปู่พูดมาทั้งหมดน่ะ… ผิดหมดเลยค่ะ!”
ผู้อำนวยการอวี๋กลั้นโทสะเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด “ตอนนี้ไม่เป็นไร ไม่ได้แปลว่าอีกสักพักจะไม่เป็นไร!”
เขารู้สึกไม่พอใจ แต่ซู่เป่ากลับไม่พอใจยิ่งกว่า “คุณปู่คะ… หรือคุณปู่แอบหวังให้คุณยายของหนูไม่สบายกันแน่?”
“บ้าไปแล้ว!” ผู้อำนวยการอวี๋รีบโพล่งออกมา “ฉันจะไปหวังให้คุณนายไม่ดีได้ยังไง? เรื่องการแพทย์ เดี๋ยวนี้ดูปกติดี อีกวินาทีก็อาจต้องปั๊มหัวใจ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตลอด!”
อันที่จริงแล้วสิ่งที่เขาพูดจะมีมูลความจริงหรือไม่ มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ แต่ซู่เป่ายังคงย้ำคำเดิม “แต่ทุกอย่างที่คุณพูดมามันผิดจริง ๆ นี่คะ”
ผู้อำนวยการอวี๋หลุดหัวเราะด้วยความโมโห “เด็กอย่างเธอรู้อะไร? รู้หรือว่าการแพทย์คืออะไร? ฉันพูดผิดหมด แล้วเด็กอย่างเธอจะพูดถูกงั้นหรือ?!”
“อืม ถูกต้องแล้วค่ะ!” ซู่เป่าจ้องมองเขาด้วยสายตามุ่งมั่นพลางพยักหน้า “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ?”
“อย่างน้อยหนูก็ทำให้คุณยายลุกขึ้นยืนได้ แต่คุณปู่ทำไม่ได้นี่นา” ซู่เป่าตอกกลับนิ่ม ๆ
ผู้อำนวยการอวี๋โกรธจนหน้าดำหน้าแดง “เหลวไหล! ถ้าเธอสามารถทำให้คุณนายซูลุกขึ้นยืนได้จริง ๆ ละก็ ฉันจะยอมเรียกเธอว่าบรรพบุรุษเลยเอ้า!”
ยอมเป็นหลานของเด็กคนนี้เลย ดีไหมล่ะ?!
ซู่เป่าทำหน้าตกใจพลางโบกมือปฏิเสธทันควัน “ไม่เอาหรอกค่ะ หนูไม่มีอั่งเปาให้คุณปู่หรอกนะ!”
ฮึ! คุณปู่คนนี้แย่จัง รักษาคุณยายไม่หายแล้วยังพูดจาไร้สาระ
แถมยังคิดจะมาหลอกเอาเงินอั่งเปาของเธออีก!
จะหลอกเอาอาหารของเสี่ยวอู่ก็ว่าไป แต่อย่าหวังจะมาหลอกเอาเงินของซู่เป่านะ!
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะซู่เป่าไม่วางใจหรือเปล่า เธอถึงกับเผลอกอดกระเป๋าสะพายใบเล็กไว้ในอกแน่น ผู้อำนวยการอวี๋เห็นดังนั้นก็ถึงกับพูดไม่ออก ส่วนคนอื่น ๆ ในห้องต่างพยายามกลั้นหัวเราะกันจนตัวสั่น
แพทย์ประจำและนักศึกษาแพทย์หนุ่มสาว ตอนนี้พวกเขาได้แต่แสร้งทำเป็นก้มหน้าจดโน้ต…
ผู้อำนวยการอวี๋ ผู้เชี่ยวชาญชื่อดังระดับโลกที่เคยตีพิมพ์ผลงานมากมาย ดูเหมือนความน่าเชื่อถือจะไม่ได้สูงส่งอย่างที่พวกเขาเคยคิดเสียแล้ว!
ผู้อำนวยการอวี๋กัดฟันอดทนต่อความอับอาย เขามองไปทางซูอี้เชินเพื่อหวังให้ช่วยหาทางลงให้เขาอย่างมีศักดิ์ศรี อย่างไรเสียสถานพักฟื้นของเขาก็ดูแลคุณนายซูมาหลายปี ตระกูลซูย่อมต้องมีบุญคุณต่อกัน ซูอี้เชินที่เรียนแพทย์มาน่าจะเข้าใจดีว่าพวกเขาทำงานหนักแค่ไหน
ทว่าเขากลับได้ยินซูอี้เชินพูดว่า “ผู้อำนวยการอวี๋ คุณกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะครับ ผมจะดูแลคุณแม่เอง ไม่ต้องให้คุณลำบากเป็นห่วงหรอก”
ผู้อำนวยการอวี๋โกรธจนควันออกหู ปกติเขาไม่เคยไปหาใครหากไม่ได้รับเชิญ มีเพียงตระกูลซูเท่านั้นที่มีหน้ามีตาพอให้เขามาเยือน แต่ตอนนี้ซูอี้เชินกลับออกปากไล่เขาเสียอย่างนั้น!
“ไม่ยอมฟังคำเตือน เดี๋ยวก็ต้องเสียใจ!” เขาทิ้งคำไว้ประโยคหนึ่งก่อนสะบัดมือเดินจากไป ซู่เป่าพึมพำตามหลัง “เดินไปเลยค่ะ เดินไปเลย อย่ากลับมาอีกนะ”
ทว่าในช่วงตรวจคนไข้ตอนกลางคืน ผู้อำนวยการอวี๋ก็ย้อนกลับมาอีกครั้งพร้อมกับผู้ช่วยที่ถือของบางอย่างติดมือมาด้วย เมื่อเห็นคุณนายซูนอนกึ่งนั่งกึ่งเอน โดยมีท่านผู้เฒ่าซูกำลังป้อนอาหารเหลวให้ เขาก็ขมวดคิ้วทันที
“ทำไมถึงให้กินอะไรตอนนี้? คุณนายอายุมากแล้ว การฟื้นตัวย่อมช้า ควรรอถึงพรุ่งนี้ค่อยเริ่มทานดีกว่า”
ซู่เป่าที่กำลังถือพัดลมขนาดเล็กพัดโจ๊กปลาบดให้เย็นลงพูดขึ้น “คุณยายหิวแล้วนี่คะ ท้องหิวก็ต้องกินอะไรสิคะ”
“เหลวไหล! เพิ่งผ่านการผ่าตัดใหญ่มา ถ้ากินเข้าไปแล้วเกิดอาการแทรกซ้อนจะทำยังไง?!” ผู้อำนวยการอวี๋ตะคอก “อีกอย่าง หลังฟื้นฟูและออกจากโรงพยาบาลต้องรีบออกกำลังกายทันที ยิ่งเร็วยิ่งมีโอกาสกลับมายืนได้! ผมหวังว่าพวกคุณจะฟังผมบ้าง อย่าปล่อยให้เด็กที่ไม่รู้อะไรเลยมาทำลายคุณนายซูแบบนี้”
เขาหยุดนิ่งครู่หนึ่งก่อนสำทับ “คุณนายซูเป็นคนไข้ที่ผมดูแลมาถึงห้าปี ผมพูดด้วยความรับผิดชอบ ถ้าเป็นคนอื่นผมคงไม่สนใจไปนานแล้ว”
“ผมเป็นคนพูดตรง มีอะไรก็พูดอย่างนั้น พวกคุณไม่ควรตามใจเด็กจนเกินไป ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เด็กคนนี้จะรับผิดชอบไหวหรือ?”
ซู่เป่าอ้าปากค้าง จ้องมองคุณปู่เคราขาวคนนี้
‘ทำไมเวลาคุณปู่คนนี้พูด เธอถึงรู้สึกอยากเถียงกลับตลอดเลยนะ?’
‘หรือว่าเธอจะเป็นคนก้าวร้าวเหมือนพี่จื่อซีกันแน่?’
เด็กน้อยรู้สึกละอายใจในความคิดตัวเอง จึงพูดเสียงอ่อยลงเล็กน้อย “หนู… หนูสามารถรับผิดชอบได้ค่ะ”
ผู้อำนวยการอวี๋หัวเราะเยาะในลำคอ ขนาดน้ำเสียงยังไม่มั่นใจเลย แล้วกล้าบอกว่าจะรับผิดชอบงั้นหรือ?
เขาคิดว่าลูกสาวสุดรักของตระกูลซูคงถูกตามใจจนเสียคนไปหมดแล้วจริง ๆ แต่สำหรับเขา วันนี้เขาทำอย่างเต็มที่แล้ว ในอนาคตตระกูลซูจะต้องกลับมาขอบคุณเขาแน่นอน
ในขณะที่ผู้อำนวยการอวี๋กำลังจะพ่นคำพูดต่อ ซูอี้เชินก็วางบันทึกการรักษาลงพลางขมวดคิ้ว “ผู้อำนวยการอวี๋ ผมจะรับผิดชอบคุณแม่ของผมเอง… ไม่ต้องให้คุณเป็นห่วงหรอกครับ”
ซูอิงเอ๋อร์ที่กำลังปอกผลไม้อยู่ก็จ้องตาโตพลางเสริมว่า “ที่พูดมาแต่ละคำ ไม่เห็นหวังดีกับแม่ฉันเลยสักนิด!”
ท่านผู้เฒ่าซูสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา “ผู้อำนวยการอวี๋ ที่ผ่านมาเราก็รบกวนคุณมามาก แต่ซู่เป่าของพวกเราไม่ใช่เด็กที่ไม่รู้อะไรเลย”
“ฉันเชื่อใจซู่เป่า” คุณนายซูพูดเสียงอ่อนแรง
‘เกิดอะไรขึ้นกับคนตระกูลซูกันหมด?’
ความจริงก็คือ หลังจากผู้อำนวยการอวี๋เดินออกไปเมื่อตอนบ่าย ซูอี้เชินและซูอิงเอ๋อร์ได้มาถึงโรงพยาบาลแล้ว ซู่เป่าได้บอกกับทุกคนอย่างจริงจังว่าเธอสามารถทำให้คุณยายกลับมายืนได้ เธอช่วยนวดขาให้ท่านมาตลอด ขาดเพียงการฝังเข็มอีกเล็กน้อยก็จะสำเร็จ เธอยังรับประกันด้วยว่าคุณยายจะได้ไปเต้นที่ลานกว้างได้อย่างแน่นอน
ตอนแรกซูอิงเอ๋อร์ยังไม่ค่อยเห็นด้วย ท่านผู้เฒ่าซูและซูอี้เชินก็ยังลังเล แต่แล้วซูอี้เชินกลับพยักหน้าตกลงทันทีโดยบอกว่าเขาเชื่อใจซู่เป่า
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
เมื่อคุณนายซูนึกถึงอาจารย์ที่คอยชี้แนะซู่เป่าอยู่เบื้องหลัง ท่านก็เงียบไปก่อนตกลงใจยอมรับตามความต้องการของหลานสาวตัวน้อย…
ต่อให้อาการจะแย่ลงแล้วจะเป็นไรไป? เพราะถึงอย่างไรชีวิตห้าปีที่ผ่านมามันก็ไม่ได้ดีไปกว่านี้อยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวตระกูลซูจึงมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างที่เห็น
ผู้อำนวยการอวี๋มองดูคนทั้งตระกูลซู ทำตัวเป็นเด็กไร้เหตุผลไปตามซู่เป่าแล้ว รู้สึกทั้งหงุดหงิดและขัดใจจนพูดไม่ออก “พวกคุณนี่มัน… เฮ้อ!” เขาฟัดเหวี่ยงด้วยความเจ็บใจ
ให้ตายเถอะ! ห้าปีผ่านมาสถานพักฟื้นของเขาทุ่มเทดูแลคุณนายซูจนกลับมายืนได้
ทั้งหมดนั่นเป็นผลงานของพวกเขาไม่ใช่หรือไง?
ตอนที่คุณนายล้มก็ไม่ใช่ความผิดของเขาเสียหน่อย
แล้วทำไมคนพวกนี้ถึงได้เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนแบบนี้!
“เอาละ ในเมื่อพวกคุณอวดเก่งกันนัก ต่อไปสถานพักฟื้นของพวกเราจะไม่ขอรับผิดชอบดูแลคุณนายซูอีกต่อไป พวกคุณอยากจะทำอะไรก็ตามใจเลย!”
ผู้อำนวยการอวี๋เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีพลางประกาศกร้าว แล้วจึงสะบัดหน้าหันหลังเดินจากไปด้วยท่าทางแข็งกร้าวราวกับเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่า
ซูอีเฉินเพียงแค่ก้มหน้าลงเล็กน้อยพลางเอ่ยกับชวี่เซี่ยงด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจ
“ไปจัดการจ่ายค่ารักษาทั้งหมดให้กับทางสถานพักฟื้นให้เรียบร้อย”
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนสำทับเสียงเย็น “และให้แจ้งยกเลิกแผนการลงทุน รวมถึงยกเลิกการลงทุน ถอนแผนบริจาคทั้งหมดที่ตระกูลซูเคยให้กับสถานพักฟื้นอวี๋เซินด้วย”
“!!” ผู้อำนวยการอวี๋ที่ยังก้าวขาไปได้ไม่ทันไรถึงกับชะงักกึก