ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 228 คุณหญิงผู้เฒ่าซูลุกขึ้นได้แล้ว
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 228 คุณหญิงผู้เฒ่าซูลุกขึ้นได้แล้ว
บทที่ 228 คุณหญิงผู้เฒ่าซูลุกขึ้นได้แล้ว
เมื่อเห็นซู่เป่าตัวน้อยพองลมจนแก้มป่องทำหน้าดุแบบน่ารัก ๆ คุณนายเฒ่าซูก็ได้แต่ลอบขำและแอบคิดดูถูกอยู่ในใจ
‘หึหึ… ขนาดตัวเองยังเหนื่อยจนแทบจะลุกไม่ขึ้นเหมือนกันแท้ ๆ !’
ทว่ายังไม่ทันขาดคำ เธอก็ต้องตาค้างเมื่อเห็นซู่เป่าเริ่มสะบัดข้อมือลงมือฝังเข็มรัว ๆ ราวกับมีพลังแฝง
ฉึก! ฉึก! ฉึก! เสียงเข็มเงินกระทบผิวหนังดังถี่รัว ความเร็วในการลงเข็มทวีคูณ จนคุณยายเริ่มนั่งไม่ติดเสียแล้ว
คุณหญิงผู้เฒ่าซูรู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที! เธอไม่ควรหลุดปากพูดคำว่า ‘ไม่ไหว’ ออกไปเลยจริง ๆ!
เพียงห้านาทีต่อมา ขาทั้งสองข้างของคุณหญิงผู้เฒ่าซูก็เต็มไปด้วยเข็มเงินเรียงราย ซู่เป่ามองผลงานตัวเองอย่างพอใจ “คุณยายดูสิคะ หนูเก่งมากเลยนะ”
ขณะที่ท่านผู้เฒ่าซูซึ่งนั่งถือหนังสือพิมพ์อยู่ข้าง ๆ พยายามแกล้งทำเป็นตั้งใจอ่าน แต่มุมปากกลับกระตุกรัว ๆ ส่วนคุณหญิงผู้เฒ่าซูได้แต่เช็ดเหงื่อพลางริมฝีปากสั่น “เก่ง… เก่งจริง ๆ จ้ะ ซู่เป่าของบ้านเราเก่งที่สุดเลย!”
ในใจเธอได้แต่ตั้งคำถามว่า ‘การปักเข็มชุดใหญ่ขนาดนี้ พรุ่งนี้เธอจะลุกขึ้นเดินได้จริงหรือ?’
ทว่าสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อปักเข็มเสร็จ ซู่เป่ากลับล้มตัวลงนอนตะแคงไปด้านข้าง แล้วฟุบหลับลงทันที
“???”
‘อะไรกัน ทิ้งยายไว้กลางทางแบบนี้เลยเหรอ? แล้วเข็มเงินเต็มขาแบบนี้จะไม่เป็นไรจริง ๆ ใช่ไหม?’
ซูจิ่นอวี้ที่เฝ้าดูอยู่ข้าง ๆ รู้ดีว่าซู่เป่าแอบบอกซูอีเฉินไว้แล้วว่าวันนี้ต้องทิ้งเข็มไว้หนึ่งชั่วโมงเต็ม เด็กน้อยรู้ว่าแม่และลุงใหญ่จะช่วยปลุกเธอเมื่อถึงเวลา จึงยอมหลับใหลด้วยความเพลีย
คุณหญิงผู้เฒ่าซูพยายามเรียก “ซู่เป่า…”
หลานสาวพลิกตัวหนึ่งที “ซู่เป่าจ๊ะ…” หญิงชราเรียกอีกครั้ง
ซู่เป่าในอาการงัวเงียกลับคว้าหมอนกลิ้งไปอีกทาง แม้ในยามหลับลึกใบหน้าเล็ก ๆ ยังแสดงออกชัดเจนว่า ‘อย่ามารบกวนหนูนะ’
ท่านผู้เฒ่าซูรีบพับหนังสือพิมพ์ในมือลงพลางเอ่ยขัดขึ้นด้วยความเอ็นดูหลานสาว “ซู่เป่าเหนื่อยจากการฝังเข็มมากแล้ว ปล่อยให้หลานนอนพักเอาแรงสักครู่เถอะ”
ทว่าคุณนายซูที่กำลังอึดอัดขัดใจเพราะไปไหนไม่ได้และไม่มีที่ระบายความอัดอั้น กลับตวัดสายตาค้อนขวับแล้วหันไปลงกับสามีแทน “คุณนั่นแหละ เก่งนัก! นอกจากจะนั่งลอยหน้าลอยตาดูอยู่ข้าง ๆ แล้ว คุณยังทำอะไรให้มันเป็นชิ้นเป็นอันได้อีกบ้างล่ะ!”
ท่านผู้เฒ่าซูถึงกับชะงักกึกพร้อมกับทำหน้าเหลอหลา ในใจพรางคิดอย่างตัดพ้อว่า
‘คราวนี้เขาเองก็อยู่เฉย ๆ ไม่ได้พูดอะไรให้ผิดหูเลยนะ แล้วทำไมถึงยังโดนหางเลขถูกพาลใส่ได้อีกล่ะเนี่ย?’
ซูอีเฉินเดินถือยาเข้ามาพลางเอ่ยเสียงเบา “ซู่เป่าบอกผมไว้แล้วครับ ว่าเข็มเงินต้องทิ้งไว้หนึ่งชั่วโมง” เขาเหลือบมองนาฬิกา “ผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้เรียบร้อยแล้วครับ”
หนึ่งชั่วโมง!
เธอต้องนอนจ้องขาที่เต็มไปด้วยเข็มเงิน พอเธอขยับตัวสั่นเพียงนิดเดียว เข็มทั้งหมดก็สั่นพริ้วไปตามกัน จนเธอเริ่มรู้สึกหน้ามืดและเป็นลมไปในที่สุด…
ซูอีเฉินนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมา มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง พร้อมส่ายหัวเบา ๆ ให้กับความขี้เล่นของแม่ตัวเองที่จู่ ๆ ก็หลับลึกไปเสียอย่างนั้น
ห้าสิบนาทีผ่านไป ซู่เป่าถูกซูจิ่นอวี้และซูอีเฉินปลุกให้ตื่น เด็กน้อยหาวหวอดจากความง่วง ซูอีเฉินจ้องมองด้วยความเอ็นดู เขารู้อยู่แล้วว่าเจ้าตัวเล็กจะต้องเหม่อลอย จึงเผื่อเวลาไว้ห้านาทีให้เธอตั้งสติ เมื่อเห็นว่าพอได้ที่แล้วเขาจึงบอกว่า “ซู่เป่า ถึงเวลาถอนเข็มแล้วครับ”
“อ๋อ ๆ ๆ!”
ซู่เป่ามองเห็นคุณยายยังคงหลับอยู่ เจ้าตัวเล็กดวงตาเป็นประกายทันที “พอดีเลยค่ะ ถอนเข็มตอนที่คุณยายหลับอยู่แบบนี้แหละ คุณยายจะได้ไม่ตื่นเต้น” ซู่เป่าเริ่มบรรจงถอนเข็มเงินด้วยความตั้งใจ โดยมีซูอีเฉินและท่านผู้เฒ่าซูจ้องมองอย่างใกล้ชิด
ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าเสี่ยวอู่แอบโผล่หัวเข้ามาดูบรรยากาศ มันเอียงคอสำรวจสงสัย และทันทีที่ซู่เป่าเก็บเข็มอันสุดท้ายเสร็จ นกจอมกวนก็แผดเสียงร้องลั่น “ไฟไหม้! ไฟไหม้!”
คุณนายซูผู้เฒ่าสะดุ้งสุดตัว ลืมตาโพลง พลิกตัวลุกขึ้นจากเตียงแล้ววิ่งพรวดออกไปข้างนอกทันที “ไฟไหม้ที่ไหน?! ไฟไหม้ที่ไหน?!”
ซูอีเฉินและท่านผู้เฒ่าซูต่างมองภาพคุณหญิงที่วิ่งออกไปด้วยความตะลึงงัน แม้แต่ซู่เป่าเองก็อึ้งไปครู่หนึ่ง
ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งถามอาจารย์ว่า “หลังฝังเข็ม พรุ่งนี้คุณยายจะเดินได้ไหม?”
อาจารย์กลับตอบว่า “พรุ่งนี้ไม่ได้หรอก เพราะฝังเข็มเสร็จปุ๊บ ก็วิ่งปร๋อได้ทันทีแล้ว!”
ตอนนี้ซู่เป่าเชื่อสนิทใจแล้วว่าคำว่า ‘วิ่งปร๋อ’ ของอาจารย์มันเป็นยังไง!
เมื่อคุณนายซูผู้เฒ่ารู้ตัวว่าถูกหลอก จึงหันกลับมามองเสี่ยวอู่ด้วยความโกรธ “เสี่ยวอู่! แกกล้าหลอกฉันเหรอ ฉันจะจับแกต้มซะเดี๋ยวนี้!”
เสี่ยวอู่รีบกระพือปีกบินไปเกาะไหล่ซู่เป่าพลางร้องประท้วง “อย่าต้มข้านะ! อย่าต้มข้านะ! ข้าขึ้นเวทีได้ ลงครัวก็เป็น ต่อยนักเลงก็ได้ จัดการนางร้ายก็เก่ง ทนความเหงาได้ สร้างความรุ่งโรจน์เป็น ซ่อมคอมพิวเตอร์ก็ได้ ปีนกำแพงก็ยังเก่ง!”
ซู่เป่าชี้ไปที่ขาของคุณยาย “คุณยายดูสิคะ!” คุณนายซูผู้เฒ่าก้มมองขาตัวเองด้วยความงงงวย ก่อนยื่นมือออกมาหา “ช่วย… ช่วยพยุงยายหน่อย อยู่ ๆ ก็รู้สึกกลัวความสูง”
หญิงชราพบว่าตัวเองยืนได้ ไม่เหมือนความรู้สึกว่างเปล่าในตอนแรก จนแทบไม่เชื่อว่านี่คือเรื่องจริง!
ท่านผู้เฒ่าซูประคองภรรยาไว้พร้อมกับถามซู่เป่า “ซู่เป่า ยายของหลานเดินได้สักสองสามก้าวแล้วใช่ไหม?”
ซู่เป่าเก็บเข็มเงินเข้าที่แล้วประกาศเสียงใส “ได้แล้วค่ะ! คุณยายสามารถเดินได้ตั้งแต่คืนนี้เลย! ถ้าไม่เพราะหกล้มครั้งนั้น ป่านนี้คุณยายคงออกไปเต้นรำได้สบายแล้วล่ะค่ะ!”
ท่านผู้เฒ่าซูถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนปล่อยมือจากตัวคุณนายซู “ซู่เป่าบอกว่าคุณเดินได้แล้วนะ ลองเดินสักสองก้าวสิ ไม่เป็นไรหรอก ลองดูสักสองก้าว”
ท่านผู้เฒ่าซูขอสาบานต่อฟ้าดินเลยว่า ในตอนที่เขาพูดประโยคนั้น จิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับการลุ้นให้ขาของคุณนายซูผู้เฒ่าก้าวออกไปได้จริง ๆ
แต่ใครจะคาดคิดว่ากลับถูกคุณนายซูผู้เฒ่าแหวใส่ด้วยความโกรธ “คุณก็พูดง่ายนี่! ”
นี่เขาก็โดนด่าอีกแล้วเหรอ?
ภายใต้สายตาที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดของทุกคนในครอบครัว คุณนายซูผู้เฒ่าค่อย ๆ ก้าวเดินอย่างระมัดระวังไปสองสามก้าว จากนั้นเธอก็เริ่มก้าวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนความดีใจเอ่อล้นจนบอกไม่ถูก
“ฉันเดินได้จริง ๆ หรือนี่?” คุณนายซูผู้เฒ่าตื่นเต้นสุดขีด “เดินได้จริง ๆ แล้ว!”
เมื่อไม่กี่วันก่อน ถึงแม้พอขยับเดินได้บ้าง แต่ก็ต้องคอยเกาะสิ่งของพยุงตัวตลอดเวลา หากไม่เกาะอะไรเลยก็ต้องเดินช้ามาก เพราะมีความรู้สึกอ่อนแรง แต่ตอนนี้กลับต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เธอรู้สึกว่าตัวเองยืนได้มั่นคงแข็งแรง จนรู้สึกว่าต่อให้ต้องวิ่งสักสองสามกิโลเมตรก็คงไม่มีปัญหา!
ซูอิงเอ๋อร์ตกใจจนอ้าปากค้างเป็นรูปตัว O ก่อนหน้านี้ ซู่เป่าบอกว่าการฝังเข็มจะทำให้คุณยายลุกขึ้นยืนได้ เขายังแอบไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นัก ไม่คิดเลยว่าจะเห็นคุณแม่ลุกขึ้นมายืนเดินได้ขนาดนี้จริง ๆ!
หลังอาหารเย็น คุณนายซูก็คว้าพัดสีแดงคู่ใจออกมา แล้วรีบพาทั้งครอบครัวออกไปข้างนอก “ห้ามใครหนีทั้งนั้นนะ! พวกลูกต้องพาแม่ไปเต้นในลาน!”
ความจริงคือหญิงชราดีใจมาก จนไม่รู้จะระบายยังไง เลยตัดสินใจไปเต้นเพลง วันดี ๆ, โชคดีมาเยือน และ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ที่ลานริมแม่น้ำ
ถ้ายังมีแรง ก็จะเต้น บนดวงจันทร์ กับ โบยบินอย่างอิสระ ต่ออีกสองเพลง!
เหล่าผู้ชายตระกูลซูได้แต่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น
ณ สวนริมแม่น้ำ
คุณนายซูสะบัดพัดเต้นรำอย่างสนุกสนานสุดเหวี่ยง มิหนำซ้ำยังบังคับให้ท่านผู้เฒ่าซูต้องคอยถือกล้องถ่ายวิดีโอสั้นตลอดเวลาเพื่อส่งเข้าไปในกลุ่มครอบครัว
ดังนั้น…
ซูเยว่เฟยเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจการบินและเปิดโทรศัพท์ขึ้นมา มือถือก็สั่นเตือนไม่หยุด เขาจึงรีบกดเข้าไปดูในแอปแชทถึงกับตะลึงค้าง! วิดีโอสั้นสิบกว่าคลิปที่รัวเข้ามานั้น ปรากฏภาพผู้หญิงถือพัดแดงสองอันกำลังเต้นรำอย่างสง่างาม… นั่นคือแม่ของเขาจริง ๆ เหรอ??
ซูโล่วที่กำลังงีบหลับเพื่อเตรียมตัวถ่ายหนังในช่วงกลางคืน ถูกเสียงสั่นเตือนปลุกขึ้นมา เขาปิดการแจ้งเตือนของทุกคนยกเว้นกลุ่มครอบครัวไว้
เมื่อเปิดเข้าไปดู ความง่วงก็หายเป็นปลิดทิ้ง เขาลุกพรวดขึ้นนั่งบนเตียงทันที คุณนายเฒ่ามีใบหน้าเปล่งปลั่ง เต้นสู้กับทุกคนในลาน คือแม่ของเขาจริง ๆ หรือนี่?
ซูอี้เชินเพิ่งช่วยชีวิตคนไข้เสร็จและนั่งลงด้วยความเหนื่อยล้า เมื่อหยิบมือถือขึ้นมาดูข้อความที่ค้างไว้ ผลคือได้เห็นคุณแม่ถือพัดแดงสองอัน เต้นต่อเนื่องรัว ๆ ในวิดีโอถึงสิบแปดคลิป!
ทันใดนั้นก็มีเสียง ติ๊ง! ท่านผู้เฒ่าซูส่งคลิปล่าสุดเพิ่มมาอีกอันหนึ่ง
ทั้งกลุ่มแชทเงียบกริบ… ไร้ซึ่งคำพูดใด ๆ