ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 232 ส่งตัวเองเข้าคุกซะเอง
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 232 ส่งตัวเองเข้าคุกซะเอง
บทที่ 232 ส่งตัวเองเข้าคุกซะเอง
ในแววตาของหลี่เจียวาบผ่านความโหดเหี้ยมอำมหิตขึ้นมาชั่วครู่ เด็กตัวนุ่มนิ่มน่ารักแค่นี้ แค่เธอออกแรงบีบคอด้วยมือเดียวก็คงสิ้นใจตายได้ไม่ยาก…
ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะเฉียดกรายเข้าใกล้ตัวซู่เป่า เสียงตะโกน “ฮะ!” เล็ก ๆ ก็ดังขึ้นก้องสวน ร่างของหลี่เจียพลันถูกแรงมหาศาลเหวี่ยงจนตัวลอยละลิ่ว กลับหัวกลับหางกลางอากาศ แล้วร่วงกะแทกพื้นเสียงดัง โครม!
“???” หลี่เจียมึนงงจนสติแทบหลุดลอย เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองถูกเหวี่ยงกระเด็นออกมาได้อย่างไร รู้เพียงว่ายามนี้แผ่นหลังปวดร้าวราวกับกระดูกจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างจนต้องนอนคู้ตัวงอเป็นกุ้งพลางร้องครวญคราง
หลูซูเหวินและเฉินเจียคังต่างตกตะลึงจนตาค้างอ้าปากค้าง ‘นี่… นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?!’
ซูอีเฉินเม้มริมฝีปากแน่น พลางใช้ความคิดอย่างหนัก เดิมทีเขาตั้งใจจะส่งข้อความสั่งให้ชวี่เซี่ยงเตรียมเงินก้อนโตไว้ปิดปากคนพวกนี้เสีย แต่พอตรองดูอีกรอบ
หากคนเหล่านี้เกิดรวยผิดหูผิดตาขึ้นมา เพื่อนฝูงหรือคนใกล้ชิดย่อมต้องสงสัย และนั่นจะยิ่งเป็นการตอกย้ำให้โลกได้รู้ว่าซู่เป่ามีพลังเหนือมนุษย์…
เขาสรุปในใจว่าสู้ไม่ให้เงินเลยยังปลอดภัยกว่า เมื่อคิดได้ดังนั้น ก็รู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งรักษาเงินในกระเป๋าไว้ได้หลายพันล้านในชั่วพริบตา
เฉินเจียคังกว่าจะตั้งสติได้ก็ผ่านไปพักหนึ่ง เขามองซูอีเฉินด้วยสายตาลังเลเหมือนขอคำอธิบาย ซูอีเฉินจึงเอ่ยเรียบ ๆ “แรงของซู่เป่ามากกว่าคนธรรมดานิดหน่อยครับ… เอ่อ นิดเดียวจริง ๆ ช่วงนี้แกยังฝึกวรยุทธ์กับคุณพ่ออยู่ด้วย พรสวรรค์ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว”
เฉินเจียคังกระตุกมุมปากยิก ๆ นี่เรียกว่านิดหน่อยได้ยังไงกัน!
แต่พอคิดว่าพ่อของซู่เป่าคือใคร… เด็กคนนี้จะเหวี่ยงคนปลิวก็คงไม่แปลก พ่อเสือย่อมไม่มีลูกหมา อีกอย่างท่าทุ่มข้ามไหล่เมื่อกี้ก็น่าจะอาศัยเทคนิคมากกว่ากำลัง แถมหลี่เจียเองก็รูปร่างผอมบาง…
ในขณะที่เขากำลังหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง ก็เห็นซู่เป่าร้อง “ย่า ๆ!” แล้วพุ่งเข้าไป ใช้เท้าน้อย ๆ เหยียบลงบนตัวหลี่เจียพลางออกแรงตุ้บตั้บ “หนูตี! ตี ตี ตี!”
สีหน้าเด็กน้อยตอนนั้นทั้งดูดุและน่ารักน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกัน เฉินเจียคังลอบถอนหายใจในใจ… ‘เอาเถอะ แบบนี้ค่อยดูเหมือนเด็กธรรมดาขึ้นมาหน่อย…’
อีกด้านหนึ่ง เสี่ยวอู่บินร่อนออกมาตั้งแต่ซู่เป่าพุ่งเข้าไปแล้ว มันร่อนลงไปยืนสงบนิ่งอยู่บนหลังเต่าคุณปู่พลางแหกปากร้องเพลงเสียงใส “ถอนหัวไชเท้า ถอนหัวไชเท้า! โอ๊ยโย่ ถอนหัวไชเท้า! โอ๊ยโย่ ถอนไม่ขึ้น! คุณปู่เอ๋ย มาเร็วเข้า มาช่วยถอนหัวไชเท้า!”
คุณปู่เฉินที่นั่งอยู่บนรถเข็นพลันส่งเสียงตอบรับอ้อแอ้ “ไช… เท้า…”
บรรยากาศพลันเปลี่ยนเป็นเงียบกริบจนน่าประหลาดใจ สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังคุณปู่เฉินที่ยามนี้ดูสดใสและไร้เดียงสาเหมือนเด็กน้อย ท่านพยายามจะร่วมวงเล่น “ถอนหัวไชเท้า”
เมื่อตำรวจมาถึงก็พบกับภาพเหตุการณ์ประหลาดจนมุมปากถึงกับกระตุก นี่มันฉากอะไรกันแน่เนี่ย?!
เฉินเจียคังรีบอธิบายเหตุการณ์ทั้งหมด ตำรวจจึงหยิบมือถือของผู้ดูแลหลี่ขึ้นมาตรวจสอบ เพียงชั่วครู่สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันที หนังศีรษะรู้สึกชาราวกับถูกไฟฟ้าช็อต!
เพราะในอัลบั้มของหลี่เจีย ไม่ได้มีเพียงคลิปทารุณคนแก่เท่านั้น แต่ยังมีวิดีโออีกหลายคลิปที่บันทึกภาพตอนที่เธอลงมือกับคนชราเหล่านั้นด้วย!
เธอไม่มีความเคารพต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์เลยแม้แต่น้อย ในคลิปนั้นเธอยังหัวเราะร่าพลางบรรยายประกอบอย่างภาคภูมิใจว่า
“ทุกคนดูสิ วันนี้จัดไปอีกคนแล้ว! ไอ้แก่นี่ไม่ได้นอนเต็มอิ่มมาหลายวัน แถมฉันยังแกล้งอดข้าวอดน้ำอีก พอร่างกายอ่อนแอจนถึงขีดสุด ฮ่า ๆ”
“พวกญาติต่างก็คิดว่าตายไปเองตามอายุขัย งั้นฉันก็แค่ช่วยส่งให้ไปเร็วขึ้นหน่อย… ดูสิ ตายสนิทเลย ญาติพวกนั้นไม่เอะใจอะไรสักนิด ฮ่า ๆ”
ภาพวิดีโอพร่าเลือนสลับไปมา ต่อมาเป็นฉากหลี่เจียแอบถ่ายครอบครัวผู้ตายขณะกำลังร้องไห้ฟูมฟาย เธอทำทีเป็นสะอึกสะอื้นตาม แต่แววตานั้นกลับเหมือนกำลังหัวเราะเยาะอย่างสะใจ…
“น่ากลัวเกินไปแล้ว!” บรรดาคนใช้ของตระกูลเฉินแค่ได้ยินก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว และมันไม่ได้มีแค่คลิปเดียว แต่มีหลายคลิป ทั้งการใช้หมอนอุดหน้าจนขาดใจ หรือกดหัวคนแก่ลงอ่างน้ำจนขาดใจตาย ซึ่งเป็นวิธีที่เธอชอบใช้เพราะตรวจร่องรอยได้ยาก
นอกจากวิดีโอที่เธอลงมือเองแล้ว ในเครื่องยังมีคลิปของคนอื่นถูกเก็บไว้อีกนับไม่ถ้วน มีตั้งแต่การทารุณสัตว์ไปจนถึงการปลิดชีวิตมนุษย์!
เมื่อตำรวจสืบสาวราวเรื่องต่อไป ก็พบเงื่อนงำนำไปสู่กลุ่มลับของหลี่เจีย ซึ่งมีสมาชิกมากกว่าร้อยคน และเกินครึ่งในนั้นคือ “ฆาตกรใจโฉด” ที่ซ่อนตัวอยู่ในคราบคนรับใช้และผู้ดูแล
แม้เป็นตำรวจที่ผ่านคดีมามากมาย แต่ก็นับเป็นครั้งแรกที่พวกเขาสัมผัสได้ถึงความดำมืด และความอำมหิตของมนุษย์ได้ชัดเจนถึงเพียงนี้
“คุณมีอะไรจะพูดอีกไหม?!” ตำรวจตวาดเสียงเข้ม ในหัวของหลี่เจียดังอื้ออึงไปหมด ความคิดเดียวผุดขึ้นมาคือ ซวยแล้ว!
เธอรู้สึกเสียใจ… แต่ไม่ใช่เพราะฆ่าคน เธอแค่เสียใจที่ครั้งนี้สะเพร่าจนถูกจับได้คาหนังคาเขา!
หลี่เจียเริ่มร้องไห้โวยวายขอชีวิต “เมตตาด้วยค่ะคุณตำรวจ… ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันป่วยทางจิตค่ะ!”
‘ใช่แล้ว เธอต้องเป็นโรคจิต! คนบ้าไม่ต้องรับโทษ!’
หลี่เจียจึงเริ่มแสร้งทำเป็นเสียสติ “มาจับฉันสิ มาจับฉันสิ… แม่จ๋า หนูอยากกินลูกอม…” ตำรวจคว้าหัวเธอลากไปทันที “จะเป็นโรคจิตหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่คุณตัดสินเอง!” เขาแค่นหัวเราะ “ยิ่งไปกว่านั้น คุณอัดวิดีโอขั้นตอนการกระทำผิดไว้ละเอียดยิบ นี่พิสูจน์ได้ชัดว่าคุณยังมีสติสัมบูรณ์และควบคุมตัวเองได้ ต่อให้เป็นคนบ้าจริง ๆ ยังไงคุณก็ไม่รอดโทษประหารอยู่ดี เชื่อไหมล่ะ?”
‘ทำไมเธอถึงซวยขนาดนี้?! หลักฐานมัดตัว… เป็นฝีมือที่เธอถ่ายไว้เองกับมือเนี่ยนะ?!’
“คุณเฉิน ช่วยฉันด้วย… ลูกฉันยังเล็กนะคะ…” เธอหันไปอ้อนวอนเฉินเจียคังอีกรอบ คนที่เห็นชีวิตคนอื่นเป็นเรื่องสนุก พอความตายมาจ่อหน้าตัวเองถึงเพิ่งรู้จักคำว่ากลัว
เฉินเจียคังวางหน้านิ่งไร้อารมณ์ ‘…เมตตาเหรอ? ไม่มีวัน!’
เขาจะตามจี้คดีนี้ให้ถึงที่สุด จนกว่าพวกเดนคนกลุ่มนี้จะถูกประหารทั้งหมด
ตำรวจยึดโทรศัพท์ เก็บหลักฐาน และรายงานเหตุการณ์ขึ้นเบื้องบนทันที นี่คือคดีใหญ่ระดับชาติ! เพื่อไม่ให้มีเหยื่อเพิ่มขึ้น พวกเขาต้องกวาดล้างเครือข่ายนี้ให้สิ้นซากอย่างรวดเร็วและลับที่สุด
ขณะเดียวกัน สมาชิกในกลุ่ม ครอบครัวแสนสุข ยังไม่รู้เลยว่า หลี่เจียเพียงคนเดียว กำลังจะลากพวกเขาทุกคนขึ้นแท่นประหาร…
ทุกคนมองร่างหลี่เจียถูกคุมตัวไป ในใจยังคงเต็มไปด้วยความตกตะลึงและหวาดผวา แต่ซู่เป่ากลับกำลังลากอะไรบางอย่าง
จี้ฉางยื่นมือมารับตาข่ายจับวิญญาณจากมือน้อย ๆ ของเธอ “อาจารย์จัดการเอง”
เขาขยับนิ้วเพียงเล็กน้อย ตาข่ายก็ลอยละลิ่วขึ้นกลางอากาศ จี้ฉางหัวเราะเสียงเย็น “อาจารย์เป็นคนลงมือเองขนาดนี้ รู้สึกซาบซึ้งใจบ้างไหมล่ะ?”
ผีใจดำดิ้นพล่านอยู่ในตาข่ายไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายสิ้นสุดลง ตระกูลเฉินก็ไม่มีอารมณ์จะต้อนรับแขกอีกต่อไป ซู่เป่าเองก็จับผีได้แล้ว ภารกิจจึงถือว่าเสร็จสมบูรณ์ เด็กน้อยก้มลงเก็บปู่เต่าจากสนามหญ้า ปัดฝุ่นบนกระดองให้อย่างเบามือพร้อมกับพึมพำ “คุณเต่าคะ ซู่เป่าขอโทษนะเมื่อกี้ ซู่เป่ารีบมากจนหาอะไรมาปาไม่เจอ…”
เธอหยุดคิดนิดหนึ่ง ก่อนรีบเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่ซู่เป่านึกออกแล้ว! คราวหน้า ซู่เป่าจะปารองเท้าแทนนะ ไม่ปาคุณเต่าอีกแล้ว!”
เต่าแก่หรี่ตาพลางขยับคอขึ้นลงทำท่าทางเหมือนไม่ใส่ใจ แต่จริง ๆ แล้วคงโล่งอกสุด ๆ
เสี่ยวอู่ที่เห็นซู่เป่าเก็บเต่ากลับมา ก็ผิวปากเสียงดังลั่น “โย่ คุณปู่ กลับมาแล้วเหรอครับ?” คุณปู่เต่ารีบหดหัวกลับเข้ากระดองหนีความกวนประสาทของนกแก้วทันที