ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 245 คุณประธาน โปรดฟังผมอธิบายก่อน!
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 245 คุณประธาน โปรดฟังผมอธิบายก่อน!
บทที่ 245 คุณประธาน โปรดฟังผมอธิบายก่อน!
ซู่เป่าเบิกตากว้างพลางร้องลั่น “รีบตามไปเร็วเข้าค่ะ!”
“ทางนั้นค่ะคุณลุง ทางนั้น!” ซูอีเฉินรีบอุ้มหลานสาวขึ้นรถทันที เพียงไม่กี่อึดใจรถยนต์ก็ทะยานออกไปตามทิศทางที่มือน้อยชี้บอก
เนื่องจากซูจิ่นอวี้ไม่อาจปะทะแสงแดดจัดโดยตรงได้ จี้ฉางจึงเป็นฝ่ายใช้วิชาอาคมพุ่งทะยานตามไปก่อน
ทางด้านผีดวงซวย เขารู้สึกว่าร่างกายเบาหวิวผิดปกติเป็นครั้งแรก ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะแรงดึงของซู่เป่านั้นมหาศาลเกินไปหรืออย่างไร ร่างของเขากลายสภาพเป็นเหมือนประทัดถูกจุดไฟ พุ่งเข้าชนกระจกบานใหญ่ของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง จนทะลุผ่านเข้าไป
ตุบ! เขาร่วงลงไปในชักโครกพอดีเป๊ะ ซึ่งขณะนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งทำธุระส่วนตัวพร้อมถือโทรศัพท์ค้างไว้ ชายคนนั้นสะดุ้งรู้สึกเย็นวาบบนแผ่นหลัง อาการท้องเสียที่กลั้นอยู่ก็พรวดพราดออกมาหมดในคราวเดียว “ฮู้… สบายจัง” ชายหนุ่มรำพึงออกมา
‘แม่งเอ๊ย! แกสบาย แต่ฉันนี่สิซวยบรรลัย!! ถึงเป็นผี’
‘แต่เขาก็ไม่คิดว่าชีวิตจะดิ่งลงเหวถึงขั้นต้องมาโดนราดด้วยของเหม็นคาวจากมนุษย์จริง ๆ แบบนี้’
เจ้าผีดวงซวยบ่นพึมพำพร้อมกับตะเกียกตะกายลุกขึ้นหวังหนีไป ทว่าเขากลับพบความจริงอันน่าตกใจ ร่างของเขาดันไปยึดติดแน่นอยู่บนหลังของชายหนุ่มคนนี้จนขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้เสียแล้ว
“หืม?” เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนอุทานด้วยความตื่นเต้น “หรือว่า… ดวงชะตาของพวกเราจะเข้ากันได้?!”
ผีดวงซวยแทบอยากระเบิดเสียงหัวเราะออกมา นี่คือครั้งแรกในรอบสิบเจ็ดปีที่เขารู้สึกว่าโชคเข้าข้าง ที่แท้การพยายามเข้าใกล้ซูจิ่นอวี้ก็ส่งผลดีจริง ๆ ด้วย
สมแล้ว ขึ้นชื่อว่าเป็นผีโชคดีระดับเทพธิดาแห่งวาสนา! เจ้าผีดวงซวยเกาะแน่นอยู่บนหัวของชายหนุ่มพลางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “อา~ นี่คือกลิ่นอายของ… เจ้า… ของ…” แต่กลิ่นอุจจาระลอยเข้าจมูกแทน
ชายหนุ่มนามว่า เกาหยวนหาง ปาดเหงื่อบนใบหน้าพลางกดชักโครก มือก็ยังคงพิมพ์ข้อความตอบกลับเจ้านายด้วยความว่องไว
[บอสครับ ผมกำลังจะเช็คเอาท์ เที่ยวบินออกตอนบ่ายสอง น่าจะถึงเมือง A ช่วงหกโมงเย็นครับ!]
อีกฝ่ายตอบกลับทันที
[คืนนี้ผมมีนัดเลี้ยงลูกค้า พอคุณถึงแล้วให้รีบไปจองห้องที่โรงแรม XXX รอไว้ก่อน]
เจ้าผีดวงซวยหรี่ตามองหน้าจอโทรศัพท์ “เกาหยวนหาง… อ๋อ คุณชื่อเกาหยวนหางนี่เอง… ฮิ ๆ” เขาเอื้อมมือไปลูบหัวเกาหยวนหางเบา ๆ
ชายหนุ่มพิมพ์ตอบกลับว่า [รับทราบครับ] โดยไม่รู้เลยว่าเหตุใดจู่ ๆ ต้นคอถึงได้เย็นยะเยือกขึ้นมา
ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นเก็บสัมภาระและเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมอย่างเร่งรีบ โดยมีเจ้าผีซวยเกาะติดอยู่บนศีรษะไม่ห่าง ในที่สุดเขาก็ได้ออกจากห้องน้ำนั้นเสียที จนผีร้ายถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
ในขณะที่เกาหยวนหางกำลังลากกระเป๋าเดินไปตามทางลาดเพื่อขึ้นลิฟต์ จู่ ๆ พรมบนพื้นก็เกิดเกี่ยวเข้ากับรองเท้าจนเขาล้มหน้าคะมำกับพื้น โทรศัพท์ไอโฟนที่เพิ่งถอยมาใหม่ลอยกระเด็นเข้าไปในช่องบันไดหนีไฟ
กลิ้งตึงตัง ๆ ลงไปหลายขั้น…
เสียงกระแทกดังสนั่น เมื่อเขาตามไปเก็บก็พบว่าหน้าจอโทรศัพท์แตกยับเยินจนเปิดใช้งานไม่ได้
“เฮ้ย!” เกาหยวนหางอุทานด้วยความเสียดาย
แต่นี่เป็นเพียยงจุดเริ่มต้นของความซวยเท่านั้น…
เมื่อโทรศัพท์พัง เขาจึงไม่สามารถสแกนจ่ายค่าโรงแรมได้จนเสียเวลาไปพักใหญ่ ส่งผลให้เขาตกเครื่องบินและต้องรอเที่ยวบินถัดไป
กว่าจะถึงที่หมายก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนแล้ว! พอลองสอบถามดู ปรากฏว่าคนที่ฝากให้จองโรงแรมไว้ก่อนหน้ากลับลืมจองเสียอย่างนั้น เขาจึงรีบบึ่งไปยังโรงแรมหรูตามที่เจ้านายกำหนด
แต่พนักงานต้อนรับกลับเอ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจ “ขอโทษนะคะคุณ เหลือห้องว่างเพียงห้องเดียวเท่านั้นค่ะ… แต่มันอาจจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่”
เกาหยวนหางที่กำลังลนลานรีบสวนกลับ “ไม่มีคำว่าเหมาะหรือไม่เหมาะหรอกครับ จองให้ผมเดี๋ยวนี้เลย!”
นอกจากห้องนี้ เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว เพราะบอสของเขากำหนดมาว่าต้องเป็นโรงแรมระดับท็อปแห่งนี้เท่านั้น เดี๋ยวค่อยออกไปหาโรงแรมอื่นนอนเองก็ได้ ขณะกำลังคิด ท้องฟ้ายามค่ำคืนก็เกิดสายฟ้าแลบ ตามด้วยเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้อง
ก่อนฝนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก จนมองไม่เห็นทาง เกาหยวนหางสิ้นคำพูด จึงทำได้เพียงยืมโทรศัพท์พนักงานติดต่อหาเจ้านายเพื่อรายงานสถานการณ์
ยามดึกสงัด
ประธานมองดูสภาพห้องพักตรงหน้าพลางหรี่ตามองผู้ช่วยใหม่ของเขาด้วยสายตาอ่านยาก ในห้องมีเตียงเพียงเตียงเดียว… และเป็นเตียงน้ำรูปหัวใจถูกจัดวางไว้ราวกับมีจุดประสงค์แอบแฝง
ม่านโปร่งบางล้อมรอบพอมองเห็นลาง ๆ แถมหัวเตียงยังประดับไปด้วย… กุญแจมือ
แสงไฟในห้องเป็นสีชมพูอมแดงสลัวชวนวาบหวาม พื้นปูลาดด้วยกลีบกุหลาบส่งกลิ่นหอมหวล บนโต๊ะวางกล่องถุงยางอนามัยเด่นหรา พร้อมน้ำมันนวดและเจลหล่อลื่นครบชุด
เกาหยวนหาง รู้สึกเหมือนถูกอัสนีบาตฟาดลงกลางใจ ที่พนักงานเตือนว่าไม่เหมาะสม… ความหมายคือไม่เหมาะสมถึงขั้นนี้นี่เอง!!!
เขารีบโบกไม้โบกมือพัลวันพลางละล่ำละลัก “ประธานครับ ฟังผมอธิบายก่อน! ผมเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดวันนี้ถึงได้ดวงตกขนาดนี้ ทั้งโทรศัพท์ตกแตก ตกเครื่องบิน มิหนำซ้ำคนจองโรงแรมยังทำงานผิดพลาดอีก…”
“ผมพยายามขอยืมโทรศัพท์ใครต่อใครที่สนามบินก็ไม่มีคนให้ยืม พอขึ้นแท็กซี่ก็นึกว่าจะรอด แต่โทรศัพท์คนขับดันแบตหมดกะทันหันเสียอย่างนั้น…”
“ส่วนห้องพักนี้ พนักงานแจ้งว่าเหลือเป็นห้องสุดท้าย ผมจึงคิดว่าควรรีบคว้าไว้ก่อน แล้วบังเอิญมีสายเรียกเข้าพอดี…”
“ผมตั้งใจออกไปหาโรงแรมอื่นจริง ๆ นะครับ แต่ฝนดันมาเทกระหน่ำเอาตอนนี้ แถมที่พักระแวกนี้ก็ถูกจองเต็มหมดแล้วด้วยครับ…”
ประธานนิ่งเงียบครู่ใหญ่ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “พอเถอะ สภาพอากาศย่ำแย่แบบนี้ ฉันไม่ใจร้ายถึงขั้นปล่อยให้นายนอนตรงล็อบบี้หรอก นาย…”
เขาตั้งใจจะบอกให้นอนเบียดกันไปก่อน แต่พอเหลือบเห็นเตียงน้ำรูปหัวใจนั่น คำพูดทั้งหมดพลันจุกอยู่ในลำคอ เกาหยวนหางจึงรีบโพล่งขึ้นทันควัน “ประธานครับ ผมนอนโซฟาก็ได้!”
ประธานปรายตามองโซฟาเดี่ยวขนาดกะทัดรัดแวบหนึ่ง ก่อนพยักหน้าตกลงเงียบ ๆ
เกาหยวนหางเหงื่อซึมท่วมกายด้วยความประหม่า เมื่อเห็นประธานนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าเย็นชา เขายิ่งรู้สึกเหมือนตนเองเป็นส่วนเกินซึ่งวางตัวไม่ถูกท่ามกลางห้องสีชมพูแห่งนี้ ชายหนุ่มแสร้งไอแห้ง ๆ “ท่าน… ท่านประธาน มีอะไรให้ผมรับใช้อีกไหมครับ?”
“ไม่มีแล้ว” ประธานตอบสั้น ๆ โดยไม่เงยหน้ามอง
“งั้น… ผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ?”
ประธานชะงักมือชั่วอึดใจ ก่อนตอบรับด้วยท่าทีสงบนิ่ง “อืม”
เกาหยวนหางรีบวิ่งแจ้นเข้าห้องน้ำราวกับหลบหนี ทว่าเจ้าผีดวงซวยซึ่งเกาะอยู่บนหัวเขากลับรู้สึกสนุกสุดเหวี่ยง ชีวิตในคุกที่ผ่านมานั้นช่างแห้งแล้งไร้รสชาติ แต่ยามนี้เขากลับได้เห็นเรื่องบันเทิงใจ “ฮิ ๆ ข้าซวยมาหลายปี คราวนี้ขอเห็นคนอื่นซวยบ้างเถอะ!”
เขามองลอดม่านบานเกล็ดเข้าไปในห้องอาบน้ำ… เกาหยวนหางเพิ่งเปลื้องผ้าออกจนเปลือยเปล่า และเปิดฝักบัวชำระล้างร่างกายจนฟองสบู่เต็มตัว
จู่ ๆ เขาก็ลื่นไถลเสียหลัก ศีรษะกระแทกเข้ากับผนังกระจกของห้องอาบน้ำจนเสียงดังสนั่น เขาต้องรีบเอามือยันกำแพงไว้พลางสูดปากด้วยความเจ็บปวด
ในจังหวะที่เขากำลังเสียหลักลนลานอยู่นั้น มือเจ้ากรรมดันไปกดโดนสวิตช์ควบคุมม่านไฟฟ้าเข้าโดยไม่ตั้งใจ เสียงมอเตอร์ทำงานดัง ซู่… ซู่… ก็แว่วขึ้นพร้อมกับผ้าม่านค่อย ๆ เลื่อนเปิดออกทั้งสองด้านอย่างเชื่องช้า ดูโรแมนติกเป็นที่สุด!
กำแพงกระจกใสที่กั้นกลางพลันเผยให้เห็นทุกสัดส่วนของเขา
ประธานเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ ก่อนพบกับภาพของเกาหยวนหางในสภาพเปลือยเปล่าซึ่งกำลังใช้สองมือยันผนังกระจกไว้ เส้นผมเปียกชุ่มมีหยดน้ำไหลพาดผ่านร่างกาย ดวงตาคู่ไร้เดียงสาจ้องมองมาทางเขาด้วยความสับสน
“…”
“…”
เมื่อเห็นใบหน้าของประธานเริ่มมืดมนดำทะมึนราวกับพายุจะเข้า เกาหยวนหางก็แทบอยากคุกเข่าลงไปกองกับพื้น
‘ไม่ใช่อย่างที่คิดนะครับท่านประธาน! ได้โปรดฟังผมอธิบายก่อนนนน!’