ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 250 ทำเตียงน้ำให้น้องสาว
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 250 ทำเตียงน้ำให้น้องสาว
บทที่ 250 ทำเตียงน้ำให้น้องสาว
พูดตามตรง ฝีมือการทำอาหารของคุณนายซูผู้เฒ่านั้นไม่ได้แย่เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหรือของหวาน รสชาตินั้นล้วนยอดเยี่ยมไม่ด้อยไปกว่าร้านอาหารระดับห้าดาว ทว่าปัญหามันอยู่ที่ความถี่…
หญิงชราเริ่มทำอาหารเช้าตอนเจ็ดแปดโมงเช้า พอสิบโมงก็จัดของว่างตามมาติด ๆ เที่ยงตรงก็ได้เวลาข้าวเที่ยง บ่ายสามโมงเป็นน้ำชายามบ่ายพร้อมขนมหวาน หกโมงเย็นต้องกินมื้อค่ำ และหลังอาหารยังมีชาผลไม้กับโจ๊กบำรุงสุขภาพรออยู่อีก ยิ่งไปกว่านั้นก่อนนอนเธอยังอุตส่าห์ถามทิ้งท้ายว่า “รับมื้อดึกไหมจ๊ะ?”
ใครจะไปทนไหว!
ซู่เป่าตอนที่เพิ่งมาถึงตระกูลซูนั้นผอมแห้งมาก แต่ว่าตอนนี้ใบหน้าจิ้มลิ้มเริ่มมีแก้มนุ่มนิ่มน่าหยิก มือเล็ก ๆ ก็อวบอิ่มขึ้นตามไปด้วย เวลาอุ้มยังรู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มไปทั้งตัว
ถ้าไม่ใช่เพราะมู่กุยฝานออกไปวิ่งและออกกำลังกายทุกวัน กล้ามเนื้อที่เคยภาคภูมิใจคงจะกลายเป็นพุงเรียบๆ ไปเสียแล้ว
ซูอีเฉินรีบต่อสายโทรศัพท์ออกไป “ชวี่เซี่ยง เอาเอกสารโครงการใหม่ของบริษัทมาให้ฉันที่บ้านหน่อย… อ้อ ใช่ พาเกาหยวนหางมาด้วยนะ”
ชวี่เซี่ยงวางสายด้วยสีหน้างุนงง เขาเดินกลับไปทางห้องทำงานประธาน และพบพนักงานกลุ่มหนึ่งกำลังรุมล้อมอยู่หน้าประตูแอบดูอะไรบางอย่าง
“ดูอะไรกัน? แยกย้ายไปทำงานได้แล้ว!” ชวี่เซี่ยงดุเสียงขรึม ทุกคนแตกฮือแยกย้ายกันไปทันที ต่างคนต่างแสร้งทำเป็นยุ่ง บ้างพิมพ์เอกสาร บ้างชงกาแฟ บ้างก็วิ่งไปหาเพื่อนร่วมงานเพื่อแกล้งประชุม
ชวี่เซี่ยงสะกิดไหล่เกาหยวนหางเบา ๆ ต้องใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าชายหนุ่มจะลืมตาขึ้นมาด้วยท่าทางสับสน
“ไปกันเถอะ!” ชวี่เซี่ยงบอก เกาหยวนหางลุกขึ้นอย่างงัวเงียพลางลูบต้นคอตัวเอง
ทำไมถึงรู้สึกปวดคอแปลก ๆ แล้วเมื่อกี้เขาเผลอหลับไปตอนไหนกัน?
ยามลูบไปโดนริมฝีปากที่เจ็บแปล๊บ เขาก็อุทานออกมาเบา ๆ “โอ๊ย!”
“ผู้ช่วยชวี่ เราจะไปไหนกันครับ?” เกาหยวนหางถามขณะเดินตาม
“ประธานซูสั่งให้พวกเราเอาเอกสารไปส่งให้ที่บ้านของท่าน” ชวี่เซี่ยงตอบ
เกาหยวนหางรับคำ “หา? อ้อ… ได้ครับ”
ทว่าหลังจากทั้งสองคนคล้อยหลังไป สำนักงานก็ระเบิดเสียงซุบซิบราวกับน้ำเดือดพล่าน
“เห็นไหม! ปากของเขาถูกกัดจนเลือดซิบเลย! โอ้ สวรรค์… นี่มันดุเดือดกันขนาดไหนเนี่ย”
“ว้าว นี่ถึงขั้นพาไปที่บ้านประธานซูแล้วเหรอ? จะไปเปิดตัวกับผู้ใหญ่เร็วขนาดนี้เลย?”
“เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ท่านประธานเพิ่งพาผู้ชายหล่อล่ำอีกคนกลับบ้านไปไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้ผู้ช่วยชวี่กับคนใหม่อีกคนก็ไปสมทบ… นี่มันละครแนวครอบครัวแบบไหนกันเนี่ย!”
ครึ่งวันผ่านไป ชวี่เซี่ยงและเกาหยวนหางไม่รู้ตัวเลยว่าตกเป็นจำเลยในละครน้ำเน่าไปเสียแล้ว รู้เพียงว่าตอนมาถึงก็ยังปกติดี แต่ตอนกลับท้องแทบจะระเบิดเพราะถูกคุณนายซูผู้เฒ่าขุนจนอิ่มแปล้
ซู่เป่าเห็นหน้าเกาหยวนหางแล้วก็นึกถึงเรื่องเตียงน้ำขึ้นมาอีกครั้ง เธอรีบวิ่งจี๋ไปยังห้องของซูเหอเวิ่น ยามนั้นซูเหอเวิ่นกำลังวุ่นอยู่กับการจัดการตาข่ายตกปลาซึ่งผูกกระดิ่งเล็กๆ ไว้มากมาย ข้างกายเขามีชามผงชาดวางอยู่ เขาใช้มันย้อมตาข่ายและกระดิ่งจนกลายเป็นสีแดงชาดทั้งชุด
“พี่ชายกำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ?” ซู่เป่าถามอย่างใคร่รู้
“ฉันกำลังทำตาข่ายดักผีไง แบบว่าตอนกลางคืนแค่โยนออกไป ก็สามารถตักผีกลับมาได้ทีละเจ็ดแปดตัวเลยนะ” ซูเหอเวิ่นตอบอย่างภูมิใจ
“เหมือนจับปลาเลยเหรอคะ?” ซู่เป่าเอียงคอ
“อืม ประมาณนั้น”
“พี่ชาย ในเมื่อพี่กลัวผี แล้วจะจับพวกมันมาทำไมเยอะแยะล่ะคะ?”
ซูเหอเวิ่นมองหน้าเธอนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ย “ก็ช่วยเธอจับไง”
“พี่ชาย ดูนี่นะ” ซู่เป่าอุทานเบา ๆ พลางตบไหล่พี่ชาย
มือน้อยโบกไปมากลางอากาศเพียงครู่เดียว ทันใดนั้น เข็มทิศแปดทิศซึ่งส่องประกายสีเงินนวลตาราวกับแสงจันทร์ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ซูเหอเวิ่นถึงกับยืนตะลึงค้าง
เด็กน้อยเก็บเข็มทิศกลับคืนไป ก่อนลองขว้างตาข่ายกักวิญญาณสีแดงเพลิงของเธอออกมาให้ดูเป็นขวัญตา ซูเหอเวิ่นมองตาข่ายเทพของน้องสาวสลับกับตาข่ายประดิษฐ์ในมือตนเอง…
‘นี่เขาลงแรงทำเรื่องไร้สาระไปใช่ไหมเนี่ย?’
เมื่อซู่เป่าเก็บอาคมเรียบร้อย เธอก็ขยับเข้าไปกระซิบถามเบา ๆ “พี่คะ งั้นเราพักเรื่องจับผีไว้ก่อน… พี่รู้จัก ‘เตียงน้ำ’ ไหมคะ?”
“เตียงน้ำคืออะไร?” ซูเหอเวิ่นทำหน้าฉงน
“ที่แท้พี่ชายก็ไม่รู้เหมือนกันเหรอคะ!” ซู่เป่าเปลี่ยนสีหน้าเป็นผิดหวัง
ซูเหอเวิ่นเบิกตาโพลงทันควัน “ใครบอกว่าไม่รู้! ฉันรู้สิ รอดูก็แล้วกัน!”
พูดจบเขาก็รีบเปิดคอมพิวเตอร์ค้นหาข้อมูลอย่างรวดเร็ว ก่อนอ่านรายละเอียดให้ฟัง “เตียงน้ำก็ตามชื่อเลย คือที่นอนนุ่มซึ่งบรรจุน้ำไว้ข้างใน… ใช้หลักการแรงลอยตัวเพื่อรองรับสรีระได้สมบูรณ์แบบ ช่วยลดแรงกดทับต่อกระดูกสันหลัง กล้ามเนื้อ และระบบประสาท มีผลดีต่อการดูแลร่างกายเป็นพิเศษ…”
ซู่เป่าร้อง “ว้าว” ฟังดูเจ๋งสุด ๆ ไปเลย!
แล้วทำไมพวกผู้ใหญ่ถึงชอบไอแก้เก้อไม่ยอมตอบคำถามหนูกันนะ?
“พี่คะ หนูอยากได้เตียงน้ำ!” เด็กน้อยรีบชูมือขึ้นทันที
“จัดไป!”
เรื่องตาข่ายดักผีหรือเข็มทิศอาคมเขาอาจทำไม่เป็น
‘แต่แค่เตียงน้ำน่ะเหรอ… มีหรือที่คนอย่างเขาจะจัดการไม่ได้?’
เด็กหนุ่มใช้เวลาเพียงสามนาทีศึกษาข้อมูลจนครบถ้วน เมื่อตัดสินใจจะทำเขาก็ลงมือทันที โดยไปพลาสติกเป็นถุงผืนใหญ่หนาจากคนรับใช้ ซึ่งเป็นพลาสติกเนื้อหนาที่เคยใช้คลุมเฟอร์นิเจอร์เอาไว้
เขาจัดการปูลงบนเตียง แล้วลากสายยางมาเติมน้ำเข้าไปจนได้ที่… สุดท้ายก็มัดปากถุงให้แน่นสนิท แล้วปูผ้าปูที่นอนทับไว้อีกชั้น
“เรียบร้อย! เตียงน้ำฝีมือฉัน!” ซูเหอเวิ่นประกาศด้วยความภาคภูมิใจพลางให้ความรู้น้องสาว “เตียงน้ำเราไม่ควรใส่น้ำจนเต็มเกินไปนะ ไม่งั้นมันจะพองเหมือนลูกโป่งจนคนยังขึ้นไปนอนไม่ได้”
ซู่เป่าดวงตาเป็นประกาย “ว้าว พี่เก่งจังเลย! พี่รู้เยอะมาก!”
“แน่นอนอยู่แล้ว” ซูเหอเวิ่นเชิดหน้าราวกับผู้ชนะ เด็กทั้งสองตื่นเต้นถอดรองเท้าแล้วปีนขึ้นไปกลิ้งไปมาบนเตียงนอน
“เย็น ๆ สบายจังเลยค่ะ!” ซู่เป่าหัวเราะชอบใจ
“ใช่ไหมล่ะ เหมือนเรานอนอยู่บนผิวน้ำเลย”
ทั้งคู่รู้สึกสนุกจนหยุดไม่อยู่ ซู่เป่ารีบวิ่งออกไปข้างนอก “หนูจะไปตามพี่หานหานมาเล่นด้วย!”
ทางด้าน ซูหานหานที่เพิ่งฝืนคัดลายมือเสร็จไปสองหน้าแทบลืมตาไม่ขึ้น “คุณพ่อคะ หนูง่วงจังเลย”
ซูจื่อหลินไม่สะทกสะท้าน “พ่อจะตรวจดู ถ้าเขียนผิดต้องคัดใหม่ทั้งหมด…”
แต่ยังพูดไม่ทันจบ ซู่เป่าก็โผล่หัวเข้ามา “พี่หานหานทำการบ้านเสร็จหรือยังคะ? หนูมีอะไรสนุก ๆ จะให้ดูละ!”
“เสร็จแล้ว! ไปกันเถอะ!” หานหานโยนปากกาทิ้งทันที
“…” เขาจ้องมองปากกาที่ยังกลิ้งหล้าอยู่บนโต๊ะสลับกับแผ่นหลังของลูกสาวที่วิ่งหายลับไปอย่างรวดเร็ว มุมปากกระตุกแรง มือที่กำลังจะเอื้อมไปตรวจสมุดคัดลายมือชะงักค้างกลางอากาศ
หานหานจูงมือซู่เป่าวิ่งออกไปอย่างว่องไว “มีอะไรสนุกเหรอ?”
พอไม่ต้องทำการบ้าน เธอก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตา!
ซู่เป่าพาพี่สาวขึ้นไปบนเตียงพลางตบที่นอนเบา ๆ “พี่รีบนอนลงมาเร็วเข้า!”
หานหานล้มตัวลงนอนด้วยความสงสัย ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น “เตียงมันขยับได้ด้วย! นุ่ม ๆ เย็น ๆ สบายสุด ๆ เลย!”
ซู่เป่าหัวเราะคิกคัก “ไม่ใช่เตียงขยับหรอกค่ะ นี่คือเตียงน้ำ! ข้างในนั้นมีน้ำอยู่เต็มเลย” หานหานไม่คิดว่าจะมีของพรรค์นี้อยู่จริง การได้นอนหลับบนน้ำนี่มันสนุกจริงๆ นะ!
เหล่าเด็ก ๆ ต่างพากันตื่นเต้นสนุกสนานกันใหญ่
“เดี๋ยวหนูจะไปเรียกพี่จื่อซีมาด้วย!” ซู่เป่าจึงวิ่งออกไปอีกครั้ง
ไม่นานนัก ซูจื่อซีก็ถูกลากตัวมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง “แค่ห้องของเธอเอง จะมีอะไรให้น่าตื่นเต้นนักหนา เด็กน้อยจริง ๆ เลยพวกนายเนี่ย!”
แต่ทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสกับเตียงนอน…ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
‘โอ้โห เตียงนี่มันแปลกชะมัด!’
“เป็นยังไงคะ สนุกไหม?” ซู่เป่าเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
“อืม… ก็งั้น ๆ แหละ ธรรมดามาก” ซูจื่อซีทำท่าลังเลพร้อมกับรักษาท่าทีของตัวเองไปด้วย
“เดี๋ยวหนูไปเรียกพี่เหอเหวินมาด้วยดีกว่า!” ซู่เป่าวิ่งออกไปข้างนอกห้องอีกครั้ง
ซูเหอเหวินเดินเข้ามาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง เขามองดูแก๊งเด็ก ๆ ที่นอนเรียงแถวกันอยู่บนเตียงด้วยสายตาเย็นชา เด็กหนุ่มเอามือล้วงกระเป๋าข้างหนึ่ง พลางทำท่าทางเหมือนจะหมดความอดทน “พวกนายนี่มันเด็กน้อยจริง ๆ”
“พี่ชายมาลองดูสิคะ สนุกมาก ๆ เลยนะ!” ซู่เป่ากวักมือเรียก
“สนุกจริง ๆ นะพี่!” หานหานช่วยเสริมพลางกระโดดโลดเต้นอยู่บนที่นอน
“ไม่ลองหรอก ไร้สาระ” ซูเหอเหวินยังคงวางท่าเฉยเมย เด็กหนุ่มหันหลังเตรียมจะเดินจากไป แต่ทันใดนั้นกลับมีเสียงหัวเราะดังลั่นมาจากด้านหลัง! ตามมาด้วยเสียงอุทานด้วยความตกใจสารพัด
“โอ๊ย!”
“ว้าย!”
“ช่วยด้วย!”
เมื่อเขาหันกลับไปมอง ก็ถึงกับต้องกระตุกมุมปากออกมาทันที