ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 266 หนูอยากดูฉีกทหารญี่ปุ่นด้วยมือเปล่า!
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 266 หนูอยากดูฉีกทหารญี่ปุ่นด้วยมือเปล่า!
ซูโล่วเพิ่งปรับอารมณ์ให้เข้ากับบทบาทได้พอดี ทว่าเสียงจอแจของเสี่ยวอู่กลับดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน “เขียวแล้ว! เขียวแล้ว! หมอนั่นโดนสวมเขาแล้ว!”
ทุกคนในกองถ่ายถึงกับกลั้นไม่อยู่ หลุดขำพรืดออกมากันถ้วนหน้า ทำเอาอารมณ์เคร่งขรึมของขุนพลหนุ่มสะดุดกึกทันที
กู้ชีชีขำหนักกว่าใครเพื่อน เธอถึงกับมุดหน้าลงกับผ้าห่มแล้วหัวเราะลั่นออกมาอย่างสุดกลั้น จนผู้กำกับต้องรีบสั่ง “คัท!” ก่อนหันไปมองนกแก้วสีเขียวจัดตัวนั้นด้วยสายตาหมดคำพูด
เสี่ยวอู่เห็นท่าไม่ดี รีบใช้จะงอยปากคาบกิ๊บติดผมของซู่เป่ามาทำท่าปิดปากตัวเอง “หนีบปากซะ! หนีบปากซะ!”
ซู่เป่าส่งเสียง “ชู่ว!” แล้วยื่นมือไปบีบจะงอยปากของเจ้านกตัวแสบ “เสี่ยวอู่ ห้ามส่งเสียงดังนะ!”
เสี่ยวอู่ยอมให้ซู่เป่าบีบจะงอยปากไว้แต่โดยดี มันแสร้งทำเป็นหุบปากเงียบกริบไม่ยอมส่งเสียงเล็ดลอดออกมา กองถ่ายจึงกลับเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้ง กู้ชีชีรีบหลบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ส่วนทีมงานฝ่ายอุปกรณ์ก็เร่งซ่อมแซมบานประตูให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิม
ในระหว่างที่ช่างกำลังแต่งแต้มใบหน้าให้กู้ชีชี เด็กน้อยก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความฉงน “พี่ชีชีคะ ทำไมพี่ต้องเอาพี่ชายคนนั้นไปกดไว้บนเตียงด้วยล่ะ พวกพี่จะตีกันเหรอคะ? แล้วทำไมเวลาตีกันต้องฉีกเสื้อผ้าจนขาดด้วยล่ะ?”
“…”
เด็กน้อยมักมีความอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมดา ในใจของซู่เป่านั้นขาวสะอาด ไม่มีแม้แต่ความคิดแง่ลบใด ๆ เธอเพียงแค่ถามด้วยความบริสุทธิ์ใจ ทว่าคนฟังอย่างคุณยายนี่สิ… กลับรู้สึกกระอักกระอ่วนใจจนแทบอยากหายตัวไปจากตรงนี้
“เอ่อ… คือว่า…” กู้ชีชีถึงกับอ้ำอึ้ง … ‘จะอธิบายยังไงดีล่ะเนี่ย?’
อันที่จริง ซีรีส์เรื่อง “เจ็ดค่ำเดือนเจ็ด” นี้ หากจะพูดให้ถูก ก็ไม่ใช่ละครสายลับเสียทีเดียว แต่มันคือละครแนวโรแมนติกดราม่ายุคสาธารณรัฐซึ่งดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง ‘คืนเดียวลึกซึ้ง: ภรรยาคนที่ห้าของท่านนายพลสวมเขาให้เขาอีกแล้ว’
พระเอกของเรื่องคือ หลิงหยุนฉี นายพลหนุ่มผู้เกรียงไกร ส่วนนางเอก มู่ซือหัว กลับเป็นหมอผีสาวจอมกะล่อนชอบต้มตุ๋นหลอกลวงไปวัน ๆ แต่ท่านนายพลกลับหลงใหลในความแปลกใหม่นี้ จึงบังคับแต่งงานกับเธอที่ไร้ทางสู้ให้กลายเป็นอนุภรรยาคนที่ห้า
แน่นอนว่านางเอกไม่ยอมแพ้ เธอหาว่าเขาน่ารังเกียจบ้างละ โหดร้ายบ้างละ สรุปคือเธออยากหนีไปจากเขาให้พ้น ๆ ในละครจึงมีฉากที่นางเอกแสร้งทำตัวเป็นผีเพื่อขับไล่ทหารญี่ปุ่น และใช้ความฉลาดแกมโกงปั่นหัวพระเอกจนเจ็บตัวอยู่บ่อยครั้ง แต่เธอก็ยังอาศัยออร่านางเอกช่วยสายลับใต้ดินไว้ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
จนในที่สุด พระเอกเริ่มจากแค่ความสนใจก็ค่อย ๆ ตกหลุมรักในความใจดีและสติปัญญาของเธอ ส่วนนางเอกก็เริ่มมองเห็นความรักชาติและความมุ่งมั่นของเขา จนกลายเป็นความรักที่ร่วมมือกันต่อสู้กับทหารญี่ปุ่น
ฉากที่เพิ่งถ่ายทำไปคือตอนสายลับถูกทหารญี่ปุ่นล้อมไว้ นางเอกจึงแกล้งร่วมเตียงกับเขาเพื่อตบตา แต่พระเอกกลับรู้ดีว่าการแสดงอันย่ำแย่ของนางเอกหลอกพวกทหารไม่ได้แน่ จึงต้องตัดสินใจเล่นตามน้ำและทำทีเป็นบุกเข้ามาจับชู้เพื่อความแนบเนียน
กู้ชีชีนึกถึงบทแล้วก็ได้แต่บ่นพึมพำในใจเป็นรอบที่ร้อยกว่าว่า นางเอกมีปัญญาที่ไหนกัน ถ้าไม่มีออร่าคุ้มกะลาหัวคงตายไปนานแล้ว!
“ก็… ก็เพื่อ… เอ่อ แบบว่า…” กู้ชีชีอธิบายแบ่งรับแบ่งสู้
“แบบไหนคะ?” ซู่เป่าถามย้ำเพื่อเอาคำตอบให้ได้
“ก็… เพื่อต่อสู้กับทหารญี่ปุ่นไงจ๊ะ! จุดประสงค์ที่เราทำแบบนี้ก็เพื่อกู้ชาติต่อต้านทหารญี่ปุ่นน่ะ!”
ซู่เป่ายังคงขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ซูโล่วจึงช่วยอธิบายเสริม “พี่ชายคนนั้นกำลังจะถูกทหารญี่ปุ่นจับ เพื่อปกป้องเขา พี่ชีชีของหลานก็เลยต้องซ่อนเขาไว้บนเตียง แกล้งทำเป็นว่ากำลังนอนหลับอยู่ แต่จะนอนทั้งที่ยังใส่ชุดปกติมันก็ดูไม่เนียน พี่เขาเลยต้องรีบเปลี่ยนเป็นชุดนอนน่ะลูก”
ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงักพลางเหลือบมองไปยังนักแสดงทหารตัวเล็กที่สวมหมวกเหล็กสีเขียว ซึ่งด้านหลังมี วิญญาณติดตามอยู่จริง ๆ
‘ที่แท้ผีตัวนี้ต้องแสดงเป็นผีร้ายนี่เอง!’
“เข้าใจแล้วค่ะ! แล้วทำไมลุงสี่ถึงต้องถีบประตูจนกระเด็น แถมยังดูโกรธมากขนาดนั้นด้วยล่ะคะ?”
ซูโล่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยอย่างไม่ใส่ใจ “ก็เพราะลุงสี่ชอบพี่ชีชีของหลานยังไงล่ะ พอเห็นพี่เขาสนิทกับพี่ชายคนนั้นเลยเข้าใจผิดจนโกรธจัด ถึงขั้นถีบประตูจนกระเด็นแบบนั้น”
“อ๋อ… คราวนี้ซู่เป่าเข้าใจหมดเลยค่ะ!” ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงัก
กู้ชีชีหัวเราะคิกคักพลางแอบขำในใจ เธอไม่รู้สึกติดใจอะไรกับคำพูดของซูโล่ว เพราะรู้ดีว่าเขาเพียงต้องการสรุปเนื้อหาละครให้เด็กน้อยเข้าใจง่าย ๆ จึงแทนชื่อพระเอกนางเอกด้วยชื่อตัวเอง เพื่อตัดปัญหาไม่ให้ซู่เป่าถามซ้ำซากว่า หลิงอวิ๋นฉีคือใคร อนุคนที่ห้าคืออะไร หรือ ทำไมพี่ชีชีถึงกลายเป็นมู่ซือหัว
ทว่าโจวอวี่ที่แอบฟังอยู่ไม่ไกลกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น
ความอิจฉาตาร้อนเข้าครอบงำจนสติสัมปชัญญะแทบขาดผึง
‘คุณซูที่เธอเฝ้าหลงรัก กลับกล้าพูดเต็มปากต่อหน้าคนอื่นว่าชอบยัยกู้ชีชีเนี่ยนะ!’
นังตัวดีกู้ชีชีเพิ่งจะรู้จักกับซูโล่วเพราะละครเรื่องนี้เองแท้ ๆ แถมยังเป็นแค่นักแสดงหน้าใหม่แจ้งเกิดจากละครย้อนยุคน้ำเน่า แต่เธอน่ะสิ… อุตส่าห์เฝ้าติดตามซูโล่วมาตั้งแต่บริษัทเก่า พอเขาเปลี่ยนมาเซ็นสัญญากับถังหมิงเซิ่งซื่อ เธอก็รีบตามมาติด ๆ แม้แต่ผู้จัดการยังเคยบอกเลยว่าเธอมีศักยภาพที่สุด!
โจวอวี่กำหมัดแน่นด้วยความแค้น ยัยกู้ชีชีคนนี้ช่างได้คืบจะเอาศอก กล้ามาฉกชิงคนรักของเธอไปหน้าด้าน ๆ รอดูก็แล้วกัน เธอจะต้องเอาคืนให้สาสม!
*
ฉากถัดมาเริ่มถ่ายทำอย่างราบรื่น เนื้อเรื่องดำเนินไปถึงตอนนางเอกยอมเสียสละชื่อเสียงเพื่อปกป้องสายลับ พระเอกแสร้งทำเป็นจับชู้ได้เพื่อหวังจะกันเธอออกไป
แต่ลึก ๆ เขากลับโกรธจัดจนสั่งจับทั้งคู่กลับมา พร้อมประกาศกร้าวว่าสั่งประหารสายลับคนนั้นทิ้งไปให้สุนัขกินแล้ว นางเอกหลงเชื่อจึงด่าทอเขาว่าเป็นคนทรยศชาติ พระเอกทั้งโกรธทั้งเสียใจจึงลงมือเฆี่ยนนางเอกด้วยแส้ ก่อนแอบมาทายาให้เธอตอนสลบไสล
ในตอนนั้นเอง อนุภรรยาคนที่สาม ซึ่งริษยานางเอกมานานได้อาศัยช่วงเวลาที่นางเอกไร้ทางสู้ เข้ามาตั้งกฎเกณฑ์วางอำนาจ และตบหน้านางเอกไปสองฉาดใหญ่ ซึ่งบทอนุภรรยาคนที่สามนี้ก็คือบทของโจวอวี่ได้รับนั่นเอง
ผู้กำกับจ้องจอมอนิเตอร์พลางเอ่ยชมด้วยความประหลาดใจ “โจวอวี่ระเบิดอารมณ์ได้สุดยอดมาก! แววตาเต็มไปด้วยความริษยาและแรงแค้นนั่นมันช่างสมจริงเหลือเกิน! อารมณ์ถึงบทบาทมาก!”
“เอาละ… ซูมเข้าไปใกล้ ๆ ถ่ายให้เห็นถุงหอมบนเอวซูโล่วชัด ๆ!”
ภาพในจอเผยให้เห็นท่านนายพลหนุ่มผู้แสนเย็นชาและดุดัน แต่กลับมีถุงหอมสีเขียวสดห้อยเด่นอยู่บนสายเข็มขัด มิหนำซ้ำเขายังผูกมันไว้แน่นหนาถึงสองทบราวกับกลัวว่ามันจะอันตรธานหายไป
ผู้กำกับชื่นชมซูโล่วในใจที่รู้จักเลือกใช้รายละเอียดเล็ก ๆ นี้มาสะท้อนถึงความอ่อนโยนซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกร้าว…
“……”
‘เฮ้อ… ซู่เป่าไม่เข้าใจเรื่องของผู้ใหญ่พวกนี้เลยจริง ๆ’
ทำไมคุณลุงสี่ในทีวีต้องมีเมียตั้งหลายคนล่ะ
แล้วถ้าชอบกันทำไมไม่พูดออกมาตรง ๆ ทำไมต้องลงไม้ลงมือตีคนด้วย?
“ไม่เห็นสนุกเลย ซู่เป่าอยากดูฉีกผีญี่ปุ่นด้วยมือเปล่ามากกว่าค่ะ” เด็กน้อยส่ายหัวพึมพำ
ผู้กำกับบังเอิญได้ยินถึงกับหลุดขำออกมา เขามองเจ้าตัวน้อยสวมชุดเขียวทั้งตัว นั่งอยู่บนม้านั่งเล็ก ๆ ด้วยความเอ็นดู แม้จะเขียวไปทั้งร่าง แต่เธอกลับดูน่ารักน่ามองอย่างไม่น่าเชื่อ
เขาพลิกบทละครในมือครู่หนึ่งก่อนตะโกนสั่งทีมงาน “เตรียมตัว! ฉากต่อไปเราจะถ่ายฉากฉีกทหารญี่ปุ่นด้วยมือเปล่ากัน!”
ซู่เป่าหูผึ่ง แล้วกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นมาทันควัน!
‘เยี่ยมไปเลย! ในที่สุดเหล่าผีของจริงก็ได้ออกโรงเสียที!’