ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 268 ผีจริงในกองถ่าย
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 268 ผีจริงในกองถ่าย
ร่างในกรงเหล็กสวมเสื้อคลุมยาวสีดินเก่าขาดวิ่น มีคราบเลือดแห้งกรังติดตามตัว ใบหน้าถูกละเลงด้วยสีดำ แดง และม่วงจนเปรอะเปื้อนกลายเป็นปื้นสยดสยอง ร่างนั้นล่องลอยไปช้า ๆ ในท่าไขว้หลัง ก่อนหายลับออกไปจากสายตา
ฉากที่กำลังเริ่มถ่ายทำ คือตอนที่นางเอกแต่งกายเป็นผีเพื่อลอบเข้ามาช่วยสายลับในขณะถูกคุมขัง เธอต้องใช้กลลวงตาเพื่อสร้างเงาหลอนหลายร่าง หลอกล่อให้ผู้คุมสับสนวุ่นวายจนพาสายลับหลบหนีได้
แต่ในจังหวะที่ทั้งคู่เกือบพ้นออกจากเขตคุกกลับถูกจับได้เสียก่อน พระเอกในสภาพปิดบังใบหน้าก็จะปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางแสงไฟและการระเบิด เขาจะต้องห้ำหั่นกับทหารทั้งกองทัพเพียงลำพัง ซัดทหารญี่ปุ่นกระเด็นด้วยมือเปล่า แล้วพานางเอกกับสายลับหนีไป…
ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดการกองถ่ายจึงปักใจเชื่อว่าผีที่เห็นเมื่อครู่ คือหนึ่งในนักแสดงซึ่งต้องเข้าฉากกลลวงตาของนางเอก
“นั่นนักแสดงสมทบคนไหนกันนะ แต่งหน้าได้สมจริงเหลือเกิน แม้แต่การเดินก็ดูเหมือนลอยได้จริง ๆ… คงฝึกฝนมานานสินะ อีกไม่นานต้องโด่งดังแน่ ๆ…” เขาพึมพำกับตัวเองด้วยความทึ่ง
ต้องยอมรับว่านักแสดงตัวประกอบยุคนี้พยายามกันอย่างหนัก ไม่เพียงแต่ฝึกปรือการแสดงทั้งวันทั้งคืน ยังขยันเรียนรู้ทักษะรอบด้าน ทั้งบู๊ ทั้งเต้น ทั้งร้องเพลงอะไรพวกนี้ นับว่ามีความเป็นมืออาชีพมากกว่านักแสดงมีชื่อบางคนเสียอีก…
ไม่นานนัก ทุกอย่างก็เตรียมพร้อมเรียบร้อย สิ้นเสียงผู้กำกับตะโกนสั่ง “แอ็กชัน!”…
บรรยากาศภายในคุกพลันเปลี่ยนเป็นอึมครึมน่าขนลุก แว่วเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของสายลับที่ถูกทรมานดังมาเป็นระยะ
ท่ามกลางลมหนาวพัดผ่าน จู่ ๆ เปลวไฟในกระถางกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต
ผู้กำกับอุทานด้วยความแปลกใจพลางเอ่ยชมเสียงเบา “อุปกรณ์ประกอบฉากชิ้นนี้ทำออกมาได้ดีเยี่ยม เปลวไฟเปลี่ยนสีได้แนบเนียนจนมองไม่เห็นข้อบกพร่อง ดูลึกลับและได้เอฟเฟกต์ยอดเยี่ยมมาก!”
หัวหน้าแผนกอุปกรณ์ซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ กลับมีสีหน้ามึนงง เพราะในงบประมาณไม่มีรายการนี้ระบุไว้เลย
‘เด็กคนไหนแอบทำขึ้นมากันนะ? สงสัยต้องปูนบำเหน็จด้วยน่องไก่เพิ่มสักน่องเสียแล้ว!’
นักแสดงที่รับบทหัวหน้าทหารญี่ปุ่นกำลังแผดเสียงสอบปากคำด้วยท่าทางคุกคาม เมื่อเห็นว่าสายลับยังคงปิดปากเงียบ จึงออกคำสั่งเหี้ยมเกรียมให้คนไปหยิบคีมเหล็กเผาไฟมา
“ยัดใส่ปากมันเลย!” เขาสั่งโดยไร้ความปรานี ทหารญี่ปุ่นชั้นผู้น้อยถือคีมแดงเดือดเข้าใกล้สายลับ เตรียมลงมือทรมาน
ทันใดนั้น กระแสลมกลับพัดแรงขึ้นส่งผลให้เปลวไฟสั่นไหวโยกเยนไปมาไม่หยุด
“ใครน่ะ?!” หัวหน้าทหารญี่ปุ่นหันขวับไปทันทีแล้วจึงตะโกนถาม แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ
“ทำต่อไป!” เขามุ่นคิ้วพลางโบกมือสั่ง
วินาทีที่คีมเผาไฟเกือบถึงตัวสายลับ หญิงสาวผมยาวสยายก็ปรากฏกายขึ้นกะทันหันทางด้านหลังของนักโทษคนนั้น เธอเงยหน้าขึ้นช้า ๆ เผยให้เห็นดวงตาเพียงข้างเดียวจ้องเขม็งไปทางนักแสดงบททหารญี่ปุ่นไม่วางตา
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นฉับพลัน และดูสมจริงจนบรรยากาศเต็มไปด้วยความยะเยือกน่าสยองขวัญ
ทหารญี่ปุ่นผู้น้อยตกใจจนมือสั่นเทา ทำคีมเหล็กหลุดมือตกลงพื้นดัง เคร้ง!
เขาถอยกรูดด้วยความหวาดกลัวพลางละล่ำละลัก “ผี… ผีหลอก!”
ทหารญี่ปุ่นร่างใหญ่หันไปมองก่อนขมวดคิ้วตวาด “ผีที่ไหนกัน โลกนี้ไม่มีผีหรอก! ทำหน้าที่ต่อไป!”
ทหารญี่ปุ่นคนเดิมก้มเก็บคีมเหล็กขึ้นมาด้วยมือที่ยังไม่หายสั่น แต่กลับมีเงาสีขาววูบผ่านเหนือห้องขังอีกครั้ง!
คราวนี้ทั้งทหารร่างใหญ่และทหารชั้นผู้น้อยต่างเห็นเต็มสองตา หัวหน้าทหารเองถึงกับผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใจเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ตามบทละครเดิม ฉากนี้ควรเป็นเพียงกลลวงตาของนางเอกที่สร้างขึ้นด้วยเทคนิคแสงเงาผสมผสานกับงานหนังเพื่อให้ดูสมจริง
ทว่าทหารญี่ปุ่นชั้นผู้น้อยกลับขวัญกระเจิงไปก่อนใครเพื่อน เพราะเขาเคยเห็นอุปกรณ์ประกอบฉากที่เป็นโครงหุ่นมากับตา มันเป็นเพียงเศษผ้าว่างเปล่าสวมหัวปลอม แถมดูหลอกตาอย่างยิ่ง
แต่เงาสีขาวนี้กลับพุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิดด้วยท่วงท่าพิสดาร เกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะทำได้โดยปราศจากเครื่องสลิงช่วยเลยสักนิด!
เมื่อครู่เขายืนอยู่ใกล้มากเสียจนมั่นใจว่า ผีผู้หญิงที่ซ่อนตัวอยู่หลังสายลับ และเผยดวงตาผ่านปอยผมนั้นไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ประกอบฉาก แต่เป็นคนจริง ๆ
คำถามคือ… ‘ผีผู้หญิงที่เป็นคนจริง ๆ คนนั้นมาจากไหนกัน?’
ในเมื่อนักแสดงเพียงคนเดียวที่ได้รับบทผีสาวก็คือนางเอก และกู้ชีชีก็ยังคงยืนรอเข้าฉากอยู่ด้านนอกเสียด้วยซ้ำ!
นักแสดงที่รับบททหารญี่ปุ่นร่างใหญ่เองก็เริ่มสับสนจนทำตัวไม่ถูก แม้เขาจะไม่ใช่ดาราดังระดับแถวหน้า แต่บทสมทบเช่นนี้เขาก็ผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน ประสบการณ์โชกโชนในกองถ่ายทำให้เขาแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนคือคน และสิ่งไหนคือหุ่นจำลอง
สิ่งที่ล่องลอยอยู่บนคานบ้านตรงหน้าคือคนจริง ๆ ไม่ผิดแน่!
ทว่าปกติแล้วหากคนจะบินได้ก็ต้องพึ่งพาสลิง ซึ่งสลิงสำหรับฉากนี้ถูกติดตั้งไว้ด้านนอกห้องขัง ไม่ได้อยู่ตรงนี้เสียหน่อย!
แล้วคนผู้นั้นเหินบินขึ้นไปบนคานได้อย่างไร?
“ไป… รีบไปเร็ว!” นักแสดงทั้งสองต่างหน้าซีดเผือด ทหารญี่ปุ่นผู้น้อยประสบการณ์ยังอ่อนหัดถึงกับสติหลุด และวิ่งหนีออกไปทันที
ส่วนทหารญี่ปุ่นร่างใหญ่ยังพอมีจรรยาบรรณวิชาชีพหลงเหลืออยู่บ้าง แม้ฝีเท้าจะก้าวอย่างร้อนรนเพียงใด เขาก็ยังอุตส่าห์หันกลับไปมองซ้ำอีกครั้ง
จังหวะนั้นเองที่กู้ชีชีเริ่มเข้าฉาก เธอยืนอยู่ในห้องขังด้วยสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาแดงก่ำดูน่าเกรงขาม…
ทหารญี่ปุ่นร่างใหญ่พอหันกลับมาเห็นใบหน้าของนางเอกเข้าเต็มตา ก็ร้องลั่นด้วยความขวัญผวาพลางล้มลุกคลุกคลานวิ่งหนีไปอย่างหัวซุกหัวซุน
นางเอกรีบปรี่เข้าไปพาสายลับออกมา เธอพยุงร่างของเขาและเร่งฝีเท้าวิ่งออกไปจากห้องขังจนสิ้นสุดฉาก
“คัท! ดีมาก! เยี่ยมยอดที่สุด! ผ่านในเทคเดียวเลย!”
เสียงปรบมือดังเกรียวกราวไปทั่วกองถ่าย ทุกคนต่างรู้สึกว่าฉากเมื่อครู่มันช่างทรงพลังและน่าหวาดเสียวจนขนลุกซู่ไปตาม ๆ กัน ผู้กำกับได้แต่ชื่นชมในใจพลางสงสัยว่า
‘วันนี้นักแสดงแต่ละคนไปกินอะไรกันมา’
‘ทำไมถึงระเบิดอารมณ์ได้รุนแรงและดูสมจริงขนาดนี้!’
ซู่เป่าเองก็ปรบมือให้เสียงดังไม่แพ้ใคร
‘พวกพี่ ๆ ผีแสดงได้ยอดเยี่ยมที่สุดเลย!’
‘ดูดีมาก ดูดีจริง ๆ’!
“เตรียมฉากต่อไป!”
ฉากถัดมาเป็นลานกว้างด้านนอกคุก ซึ่งต้องใช้เครนในการถ่ายทำภาพมุมกว้าง คณะผู้กำกับและทีมงานทั้งหมดต่างย้ายไปปักหลักอยู่รอบนอกลาน
ฝ่ายอุปกรณ์และทีมจัดสถานที่ รวมถึงนักออกแบบฉากต่างตรวจสอบตำแหน่งและปริมาณน้ำมันที่ราดไว้โดยละเอียดยิบ เพื่อให้แน่ใจว่านางเอกต้องปลอดภัยที่สุด
ตามแผนที่วางไว้ เมื่อเปลวไฟพุ่งสูงขึ้น กล้องจะใช้มุมภาพช่วยหลอกตา โดยเพลิงจริงจะอยู่ห่างจากนางเอกหนึ่งเมตรเต็ม ๆ เพื่อรับประกันว่า ไม่มีอันตรายใด ๆ เกิดขึ้นกับกู้ชีชีแน่นอน
“เรียบร้อยแล้ว เคลียร์พื้นที่ตรงนี้ให้โล่ง!” พนักงานทุกคนต่างเร่งมือทำงานกันอย่างวุ่นวาย
โจวอวี่ซึ่งแฝงตัวอยู่ในชุดนักแสดงสมทบและสวมหมวกปิดบังใบหน้ามิดชิด กำลังจ้องมองไปยังตำแหน่งที่จะเกิดเปลวไฟซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ตรงจุดนั้นมีเส้นขีดกำหนดระยะเอาไว้ชัดเจน
เส้นขีดนี้คือสิ่งที่กู้ชีชีต้องใช้เป็นจุดสังเกต เมื่อเธอวิ่งออกมาจะต้องยืนห่างจากเส้นนี้หนึ่งเมตร ซึ่งทุกระยะถูกคำนวณวัดมาด้วยความแม่นยำเพื่อความปลอดภัย
โจวอวี่เฝ้ารอจังหวะอยู่ใกล้เส้นขีดนั้นอย่างใจจดใจจ่อ ในที่สุดโอกาสก็มาถึงเมื่อไม่มีใครสังเกตเห็น เธอรีบเทของเหลวจากขวดเครื่องดื่มในมือลงบนฉากกั้นอันหนึ่ง ซึ่งฉากนี้มีไว้สำหรับวางกั้นตรงหน้ากู้ชีชีเพื่อเป็นปราการความปลอดภัยชั้นที่สอง…
โจวอวี่ตื่นเต้นจนเหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ โชคดีแผนการนี้ไม่มีใครระแคะระคาย เมื่อทำสำเร็จเธอจึงรีบปลีกตัวออกมาทันที
แต่เธอหารู้ไม่ว่า ในจุดอับสายตาไม่ไกลนัก มีผีผู้หญิงตนหนึ่งเฝ้าจับตาดูพฤติกรรมของเธออยู่ตลอดเวลา และเห็นทุกการกระทำของเธอ…
เมื่ออุปกรณ์กองถ่ายเริ่มทำงานและผู้กำกับยืนยันตำแหน่งนักแสดงเรียบร้อย สิ้นเสียงสัญญาณนับหนึ่งถึงสาม ผู้กำกับก็ตะโกนก้องว่า “แอ็กชัน!”
ด้านนอกกองถ่าย โจวอวี่แอบกลับมายังตำแหน่งเดิมของตน เธอซ่อนความตื่นเต้นพุ่งพล่านไว้ในดวงตาพลางจดจ้องไปยังใจกลางกองถ่าย
‘มาแล้ว… มาแล้ว!’
อีกไม่ช้าจะเกิดแสงเพลิงและการระเบิด… ตามบทนั้นนางเอกต้องถูกแรงระเบิดตรงหน้าจนร่างกระเด็นออกมา
โดยปกติแล้ว เปลวไฟใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ส่วนการระเบิดใช้เพียงประทัดเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะไปตกแต่งด้วยเทคนิคพิเศษในภายหลัง
นางเอกเพิ่งพยุงสายลับออกมาก็ถูกทหารญี่ปุ่นล้อมกรอบเอาไว้ เธอและสายลับต่างถือปืนยิงสกัดแล้วถอยร่นออกมา ด้วยบัฟนางเอก ปืนเพียงกระบอกเดียวกลับสาดกระสุนปลิดชีพทหารญี่ปุ่นไปได้กว่ายี่สิบสามสิบคน จนฝ่ายตรงข้ามโมโหจัดถึงขั้นขว้างระเบิดเข้าใส่
ตูม!
แสงเพลิงระเบิดพวยพุ่งขึ้นมาทันที
กู้ชีชีม่านตาหดเกร็งด้วยความตกใจ ไฟกองนี้… มันไม่ปกติเสียแล้ว!