ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 86 บรรยากาศช่างเหมือนนรกภูมิ
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 86 บรรยากาศช่างเหมือนนรกภูมิ
ภายในห้องนอนของหญิงชรามีแผ่นยันต์สีเหลืองแปะติดอยู่เต็มไปหมด จนแทบไม่เห็นผนังเดิม
ใจกลางห้องมีเตียงขนาดใหญ่วางตระหง่าน รอบเตียงรายล้อมด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ส่งเสียงสัญญาณดังขึ้นเป็นระยะ บนเตียงนั้นมีหญิงชราสวมชุดกี่เพ้าสีเขียวนอนสงบนิ่ง เส้นผมของเธอถูกหวีรวบไว้อย่างประณีต ทว่าตามร่างกายกลับมีท่อระโยงระยางเสียบคาไว้เต็มไปหมด…
แม้แต่ในปากก็ยังคาบหยกสีเหลืองนวลเอาไว้หนึ่งชิ้น
บนโต๊ะข้างเตียงมีรูปสลักพระโพธิสัตว์กวนอิมประดิษฐานอยู่ เบื้องหน้ามีกระถางธูป และยันต์สีเหลืองวางทับไว้ ที่น่าตระหนกยิ่งกว่าคือ บริเวณหัวเตียงกลับมีธงเรียกวิญญาณตั้งอยู่ด้วย
ผ้าม่านถูกเปิดทิ้งไว้กึ่งหนึ่ง ช่วยให้ภายในห้องพอมีแสงสว่าง แต่พอลมพัดผ่านจนธงสะบัดพลิ้ว เงาที่ทาบทับสลับกับแสงแดดกลับสร้างบรรยากาศชวนขนลุก
“นี่มัน…” จี้ฉางถึงกับอ้าปากค้าง ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าเหตุใดคุณยายถังถึงล่วงลับไปแล้ว แต่ยังถูกหน่วงเหนี่ยวไว้ด้วยลมหายใจสุดท้ายเช่นนี้
ซูเหอเวิ่นรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลังจนขนลุกชัน เขาเกือบก้าวขาไม่ออก ส่วนชวี่เซี่ยงถึงกับทำโทรศัพท์ในมือหล่นลงพื้นเสียงดัง
“นี่คืออะไรกัน?” ซูอีเฉินยังคงรักษาความสงบนิ่งไว้ได้ เขาถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ผมหาคนมาดูอาการแม่หลายคนแล้วครับ ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าวิญญาณของท่านสูญหาย ต้องทำพิธีเชิญวิญญาณกลับมาให้ได้ถึงจะฟื้น…” ถังเถียนเถียนหัวเราะแห้ง ๆ ด้วยสีหน้าจนปัญญา
“ซู่เป่า ถามเขาดูหน่อยว่าเขารู้ตัวไหมว่าคุณยายเสียชีวิตไปแล้ว?” จี้ฉางขมวดคิ้วมุ่นพร้อมกับกระซิบ
“คุณลุงถังคะ คุณทราบไหมว่าคุณยายถังท่านเสียชีวิตไปแล้ว?” ซู่เป่าเงยหน้าขึ้นถามทันควัน
ถังเถียนเถียนรีบปฏิเสธพัลวัน “จะเป็นไปได้อย่างไรกัน? ท่านยังมีลมหายใจอยู่เลยนะ… คุณหนู ขนาดวิญญาณของคุณชายน้อยซื่อยังเรียกกลับมาได้ คุณต้องช่วยเรียกวิญญาณแม่ของผมกลับมาได้แน่นอนใช่ไหมครับ?”
“แม่คงจะแค่กำลังหลงทางอยู่ไหนสักแห่ง… ท่านต้องกลับมาได้สิ” เขาหยุดหายใจไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยเสริมด้วยแววตามีหวัง
จี้ฉางส่ายหน้าด้วยความระอาใจพลางมองการตกแต่งห้องที่ดูมั่วซั่วไปหมด “ไม่ต้องพูดถึงเรื่องวิญญาณจะกลับมาได้ไหมหรอก แต่ลุงคนนี้ถูกหลอกเข้าเต็มเปาแล้วแน่นอน”
ซู่เป่าพยักหน้าเห็นด้วย ใบหน้าเล็ก ๆ ดูจริงจังขึ้นมาทันที “คุณลุงถังคะ คุณเสียเงินไปกับของพวกนี้มากเลยใช่ไหม?”
“ยันต์พวกนี้รวมแล้วสิบล้านครับ รูปสลักเจ้าแม่กวนอิมสั่งทำพิเศษห้าสิบล้าน ส่วนธงเรียกวิญญาณนี่ได้มาจากผู้มีวิชาท่านหนึ่งราคาหกสิบล้าน และหยกสีเหลืองในปากนั่น ช่วยประคองลมหายใจสุดท้ายและรักษาขวัญไว้ไม่ให้ร่างกายเน่าเปื่อย… ราคาก็หนึ่งร้อยล้านครับ” ถังเถียนเถียนพยักหน้ารับ
“สิบล้าน บวกห้าสิบ บวกหกสิบ บวกหนึ่งร้อย… สองร้อยยี่สิบล้าน!” ซูเหอเวิ่นพึมพำพร้อมคำนวณไปด้วย
“นี่คุณเชื่อเรื่องพวกนี้จริง ๆ หรือครับ?” ชวี่เซี่ยงอดใจไม่ไหวจนต้องโพล่งถาม
“เงินแค่ไม่กี่ร้อยล้านเองครับ ถ้าช่วยชีวิตแม่ได้ ต่อให้ต้องจ่ายเป็นพันล้านผมก็ยอม” ถังเถียนเถียนถอนหายใจยาว
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงอีกครั้ง ทุกคนต่างมองถังเถียนเถียนที่มีรูปร่างอ้วนฉุ พุงพุ้ยดูเหมือนพ่อค้าหน้าเลือด ทว่ากลับไม่คาดคิดว่าเขาจะมีความกตัญญูเปี่ยมล้นถึงเพียงนี้…
จี้ฉางถึงกับพูดไม่ออก เขาชี้ไปยังสิ่งของต่าง ๆ พลางอธิบาย “ประการแรก พระกวนอิมเป็นของพุทธส่วนยันต์เหลืองเป็นของเต๋า ในแก่นแท้ของพุทธมหายานมียันต์ก็จริงแต่ความหมายต่างจากเต๋าโดยสิ้นเชิง โบราณว่าไว้ บูชาเต๋าไม่ปนพุทธ การนำทั้งสองอย่างมาวางร่วมห้องเดียวกันถือเป็นข้อห้ามใหญ่”
“หากไม่ศรัทธาทั้งพุทธและเต๋าก็ไม่เป็นไร แค่เคารพความบริสุทธิ์ของใจก็ไร้ข้อห้าม แต่หากคิดจะบูชา ต้องไม่ทำปนกันเช่นนี้”
จี้ฉางชำเลืองมองวิญญาณหญิงชราตระกูลถังกำลังยืนอยู่ข้าง ๆ “ของในห้องนี้มีเพียงหยกสีเหลืองเท่านั้นที่มีฤทธิ์จริง แต่มันกลับถูกใช้เพื่อกักขังวิญญาณ หญิงชราท่านนี้เสียชีวิตไปแล้วแต่ดวงจิตกลับถูกจองจำไว้นี่ จะไปเกิดใหม่ก็ไปไม่ได้… ไม่รู้เหมือนกันว่าเธออุตส่าห์ดั้นด้นไปหาซู่เป่าได้อย่างไร”
“คุณหนูซู่เป่า มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ?” ถังเถียนเถียนเห็นซู่เป่านิ่งไปจึงถามอย่างกังวล
“ไม่เหมาะสมเอาเสียเลยค่ะ ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง” ซู่เป่าฟังคำบอกเล่าของอาจารย์พลางกล่าวออกไป
เธอชี้ไปยังรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม “บูชาพุทธต้องไม่ปนเต๋า การมีทั้งสองอย่างในที่เดียวกันถือเป็นข้อห้ามใหญ่ เหมือนคนไปกราบไหว้เจ้าแม่กวนอิมแล้วกลับโชคร้าย นั่นเพราะขาดความศรัทธาแท้จริงและบูชาโดยไม่เข้าใจค่ะ”
“อะ… อย่างนั้นหรือครับ?” ถังเถียนเถียนชะงัก
เด็กน้อยร่างอวบชี้ไปยังธงเรียกวิญญาณต่อ “ภาพบนธงนี่ก็วาดผิดค่ะ มันเรียกวิญญาณไม่ได้หรอก ไม่มีผีตัวไหนยอมมาตามคำเรียกแบบนี้แน่ ส่วนแผ่นยันต์สีเหลืองพวกนี้ก็เขียนมั่วไปหมดเลยค่ะ”
“นั่นแปลว่าของพวกนี้ไม่มีประโยชน์เลยสักอย่างหรือครับ? แล้วแม่ของผม…” ถังเถียนเถียนถึงกับเข่าอ่อน
ความกังวลแรกของเขา ไม่ใช่ความโกรธที่โดนหลอกเงินมหาศาล กลับเป็นความหวาดหวั่นว่าแม่ของตนจะไม่ได้กลับมา
ภายในห้องนั้น วิญญาณหญิงชราชุดกี่เพ้าสีเขียวนั่งจ้องมองร่างของตัวเองด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ ดวงตาของเธอว่างเปล่าพลางพึมพำซ้ำ ๆ “ฉันอยากไป… ฉันอยากไปแล้ว…”
“ก็ไม่ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์ไปเสียหมดนะคะ หยกสีเหลืองชิ้นนี้ยังมีฤทธิ์อยู่บ้างค่ะ” ซู่เป่าเอ่ยขึ้น
ถังเถียนเถียนฉีกยิ้มด้วยความดีใจทันที
“หยกสีเหลืองชิ้นนี้มีไว้เพื่อกักขังวิญญาณค่ะ” ซู่เป่าพูดต่อ
“จริงหรือครับ? ดีจริง ๆ ใช่ไหม?” ถังเถียนเถียนยิ้มกว้างกว่าเดิม
“คำว่ากักขังวิญญาณ หมายถึงการกดข่มดวงวิญญาณเอาไว้ เพื่อทำลายให้สิ้นซากต่างหากค่ะ” ซู่เป่าส่ายหน้า
ถังเถียนเถียนเขาร้องอุทานอย่างตกใจ ก่อนจะรีบพุ่งเข้าไปแกะหยกสีเหลืองออกจากปากของหญิงชรา
ทันใดนั้น เงาร่างสายหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากร่างบนเตียง และตรงดิ่งเข้าไปผสานกับร่างของคุณยายถังที่ลอยอยู่ข้าง ๆ ทันที!
คุณยายถังที่ก่อนหน้านี้ดูเลื่อนลอยจนเกือบจะสื่อสารไม่ได้ ทันใดนั้นเธอก็แผดเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ
“โอ้คุณพระช่วย! ไอ้ลูกเวร! เกือบจะทำแม่ตายรอบสองอยู่แล้ว!”
“คุณหนูซู่เป่า แล้ว… แล้วแม่ของผมจะมีโอกาสฟื้นกลับมาไหมครับ?” ถังเถียนเถียนรีบถามซู่เป่าอย่างร้อนรน
“กลับมาหาหัวแกสิ!” คุณยายถังยืนกอดอกด่ากราดอยู่ข้าง ๆ
“คุณยายถังบอกว่า กลับมาหาหัวแกสิ!” ซู่เป่ารายงานตามจริง
เด็กน้อยยืนเท้าสะเอว เบิกตาโต เลียนแบบท่าทางได้เหมือนเป๊ะจนน่าตกใจ
“ว่าอะไรนะ?” ถังเถียนเถียนชะงักกึก
“คุณยายยืนอยู่ตรงนี้ไงคะ!” ซู่เป่าชี้ไปทางซูเหอเวิ่นที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ
ซูเหอเวิ่นสะดุ้งสุดตัว!
ทำไมถึงต้องมาอยู่ข้างเขาตลอดเลยนะ!
“ไอ้ลูกโง่เอ๊ย! โดนเขาหลอกเงินไปตั้งสองร้อยล้าน! วัน ๆ คิดว่าเงินมันงอกออกมาตามลมหรือไง!” คุณยายถังยังคงบ่น
ซู่เป่ารีบแปลคำต่อคำ “คุณยายถังบอกว่า ไอ้ลูกโง่ โดนหลอกเงินไปอีกสองร้อยล้านแล้ว! เงินมันงอกออกมาตามลมหรือไง!”
ทุกคนในห้องต่างจ้องมองซู่เป่าขณะเลียนแบบน้ำเสียง และท่าทางได้เหมือนตัวจริงมาสวมรอย จนรู้สึกขนหัวลุกไปตาม ๆ กัน
ถังเถียนเถียนตอนแรกนึกอยากหัวเราะ ทว่าไม่นานขอบตาก็เริ่มแดงก่ำ
เขาทรุดตัวลงนั่งลงขอบเตียงอย่างหมดแรงพลางกุมมืออันเย็นชืดของมารดาไว้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “แสดงว่า… แม่จะไม่มีวันกลับมาหาผมอีกแล้วใช่ไหม?”
“ผมแค่… อยากให้แม่กลับมา” ถังเถียนเถียนร้องไห้โฮออกมา ราวกับเด็กน้อยผู้น่าสงสารที่หนักถึงสามร้อยชั่ง
เขาแค่อยากให้แม่กลับมา… เรื่องแค่นี้ทำไมมันถึงยากเย็นนัก?
ยามเขายังเป็นเด็ก แม่เคยแบกเขาไว้บนหลังยามออกไปทำงานยากลำบาก เขาเติบโตมาบนแผ่นหลังของแม่จนได้ดี แม่ต้องลำบากมาทั้งชีวิต เพิ่งจะมาโชคดีทำเงินมหาศาลได้ในช่วงไม่กี่ปีมานี้เอง เขาเพิ่งมีโอกาสพาแม่มาใช้ชีวิตสุขสบายได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น
แต่ว่าวันคืนอันแสนสุขยังมิทันผ่านพ้นไปนานเท่าไร เหตุใดทุกอย่างถึงต้องกลายเป็นเช่นนี้?