ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 92 เขามีลูกสาวหรือ?!
บทที่ 92 เขามีลูกสาวหรือ?!
คุณป้าจอมแทรกคิวรีบจูงมือเด็กที่ชื่อต้วงต้วงเดินเลี่ยงไปอีกทาง พลางสะบัดหน้าหนีอย่างขัดใจ “ไม่นั่งก็ได้! ใครจะอยากนั่งตรงนี้กัน ซวยชะมัด…”
ซูอีเฉินไม่ได้สนใจคำค่อนขอดนั้น เขาเดินตรงไปนั่งลงแทน พลางยกขาขึ้นไขว่ห้างด้วยท่าทางสง่างาม มือข้างหนึ่งถือถังป๊อปคอร์น ส่วนอีกข้างพาดไว้บนพนักเก้าอี้ โอบล้อมเด็ก ๆ ไว้ในวงแขนอย่างไม่รู้ตัว
“ถ้าไม่นั่งก็ไปให้พ้น” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ “ถ้าฉันยังเห็นหน้าพวกเธออีกครั้ง ก็อย่าหวังจะได้อยู่ในสวนสนุกแห่งนี้ต่อเลย”
คำพูดช่างเผด็จการและไม่ฟังเหตุผลเอาเสียเลย
“พวกเธอ! ต้วงต้วงจะเล่นตรงนี้ ไม่ได้ยินหรือไง? ลุกออกไปให้หมด!” ป้าวัยกลางคนยังไม่วายหันไปแผดเสียงกราดเกรี้ยวใส่เด็กคนอื่น ๆ ที่ขวางทาง
ทว่าพอป้าคนนั้นเห็นสายตาคมกริบของซูอีเฉินตวัดมองอีกครั้ง เธอก็ถึงกับสะดุ้งโหยง
เธอแค่นเสียงหึในลำคอ ก่อนจูงเด็กชายจอมซนเดินจากไปอย่างหัวเสีย ปากยังบ่นพึมพำไม่หยุด “ชิ! พวกหัวไม่ดีหางก็ไม่ดี! ยิ่งรวยก็ยิ่งไร้มารยาท… นี่แหละพวกคนเมืองใหญ่ เก่งนักหรือไงกัน…”
ซินจื่อเหมิงรีบก้มศีรษะขอโทษซูอีเฉิน หลังจากจัดการความวุ่นวายอย่างจนปัญญาเสร็จเธอก็รีบวิ่งตามหลังไปพลางปราม “พอเถอะค่ะอาสะใภ้ พูดน้อย ๆ หน่อยเถอะ”
“ฮึ่ม!” ป้าคนนั้นส่งเสียงฟึดฟัด
“ผมอยากดื่มน้ำผลไม้! ผมอยากดื่มน้ำผลไม้เดี๋ยวนี้!” เด็กชายต้วงต้วงเริ่มแผดเสียงงอแง
“รอเดี๋ยวนะจ๊ะ…” ซินจื่อเหมิง
“ผมอยากดื่มตอนนี้! ทันที! เดี๋ยวนี้เลย!”
เมื่อเห็นซินจื่อเหมิงยอมรับชะตากรรม เดินคอตกไปต่อแถวซื้อน้ำผลไม้ให้คนพวกนั้น ซู่เป่าก็ถอนหายใจยาวทันที “เฮ้อ~ ช่างเป็นวิบากกรรมแท้ ๆ เลย!”
ท่านอาจารย์เคยบอกว่า ผีเกาะหลังป้าคนนั้นชื่อว่า ผีขี้ขลาด
ไม่รู้ว่าถ้าจับเจ้าผีตัวจ้อยนั่นไปแล้ว คุณป้าซินจื่อเหมิงจะกลายเป็นคนกล้าหาญเหมือนซูเปอร์แมนหรือเปล่านะ? ถ้าเจอเรื่องที่ไม่ชอบ เธอจะกล้าปฏิเสธออกไปตรง ๆ ได้ไหม?
ซูอีเฉินเห็นใบหน้านุ่มนิ่มของซู่เป่าขมวดคิ้วมุ่น ดูเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อยกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก เขาก็อดขำไม่ได้
“กินป๊อปคอร์นสิ” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง สำทับเสียงเบา “แต่อย่าไปบอกคุณยายนะ”
ป๊อปคอร์นรสหวานโดยเฉพาะของที่ขายตามสวนสนุก คุณยายมักกังวลว่ามันเต็มไปด้วยกลิ่นสังเคราะห์ สีผสมอาหาร และสารเร่งต่าง ๆ สำหรับคุณยายแล้ว ของทำเองนั้น คือสิ่งที่ดีที่สุด ส่วนของข้างนอกไม่ว่าราคาสูงแค่ไหนก็เป็นเพียงอาหารขยะ’
นี่คือกฎเหล็กของคุณยายซู
ซู่เป่ารับถังป๊อปคอร์นมา ยื่นแบ่งให้พวกพี่ ๆ ก่อนหยิบเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ พลางพยักหน้าหงึกหงัก “อืม ๆ รับรองไม่บอกแน่นอนค่ะ!”
ซูเหอเหวินชายตามองถังป๊อปคอร์นด้วยหางตาพลางเอ่ยเรียบ ๆ “พ่อครับ แบบนี้เท่ากับสอนเด็กให้เสียคน”
“แกน่ะหุบปากไปเลย” ซูอีเฉินถลึงตาใส่ลูกชายเบา ๆ
ไม่อย่างนั้นถ้าเรื่องถึงหูคุณยาย คนที่ต้องโดนดุหนักที่สุดก็คือเขานี่แหละไม่ใช่หรือ?
“พี่ชายวางใจได้เลยค่ะ ซู่เป่าจะไม่กลายเป็นเด็กนิสัยเสียแน่นอน!” ซู่เป่าเอ่ยอย่างจริงจัง
ซูเหอเหวินมองมือน้อย ๆ นั่นด้วยสายตาว่างเปล่า ทว่าสุดท้ายเขากลับถอนหายใจออกมา ก่อนยื่นมือไปหยิบป๊อปคอร์นชิ้นเคลือบน้ำตาลหนาสุดในถัง แล้วยัดใส่ปากซู่เป่าจนแก้มตุ่ย
“พูดมากจริง กินเข้าไปซะ” เขาเอ่ยเสียงขรึมพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มจาง ๆ บนมุมปาก
ถ้าปากไม่ว่างแล้ว ก็จะได้ไม่ต้องไปเผลอหลุดปากบอกคุณยายไง
เด็ก ๆ จัดการป๊อปคอร์นและน้ำผลไม้จนเกลี้ยง ตอนนี้ล่วงเลยมาถึงเวลาเกือบห้าโมงเย็นแล้ว
“ได้เวลากลับกันแล้วล่ะ” ซูอีเฉินเหลือบดูนาฬิกา
“คุณลุงใหญ่คะ หนูอยากเข้าห้องน้ำค่ะ” ซู่เป่าชูมือขึ้น
“หนูก็อยากไปเหมือนกัน!” หานหานรีบสำทับ
“ผมไปด้วย” ซูเหอเวิ่นลุกขึ้นยืนทันควัน
ซูเหอเหวินถึงกับกลอกตามองบนอย่างสง่างาม “แค่ไปเข้าห้องน้ำ ยังต้องตามไปคุมอีกเหรอ?”
ซู่เป่าและหานหานวิ่งนำหน้าไปพลางจูงมือกันกระหนุงกระหนิงตามประสาเด็กผู้หญิง ซูเหอเวิ่นมองตามพลางพึมพำในใจ ว่าทำไมเด็กผู้หญิงต้องจูงมือกันเข้าห้องน้ำด้วยนะ? แต่พอเขามองย้อนกลับมายังพี่ชายของตนเอง…
ซูเหอเหวินรีบเบรกทันที “อย่าได้คิดเชียวนะ!”
ผู้เป็นน้องชายพยักหน้าเห็นด้วย
อืม… ถ้าเด็กผู้ชายจูงมือกันไปห้องน้ำ ภาพมันคงดูพิลึกพิลั่นเกินไปจริง ๆ
ภายในห้องน้ำ
“พี่สาว เสร็จหรือยังคะ?” ซู่เป่าทำธุระเสร็จเร็วกว่าจึงตะโกนถามผ่านประตู
“ฉันกำลังอึอยู่น่ะ” หานหานตอบกลับมา
“อ้าว เมื่อกี้พี่บอกว่าจะมาฉี่นี่นา!” ซู่เป่าทำหน้ามุ่ย
“ก็ตอนย่อตัวลงแล้วมันเผลอกลั้นไว้ไม่อยู่นี่นา มันเลยหลุดออกมาด้วยเลย!” หานหานโวยวาย
“อย่าเพิ่งวิ่งหนีนะ รอฉันก่อน!” หานหานตะโกนไล่หลังมา
ซู่เป่ายืนนิ่งอยู่อึดใจหนึ่ง พี่สาวตัวเหม็น!
จะทำยังไงดีนะ?
ซู่เป่าค้นในกระเป๋าสะพายใบจิ๋วของเธอ ก่อนหยิบหน้ากากอนามัยออกมาสวม แต่ก็…
“อืม ยังเหม็นอยู่ดีเลย” เธอค้นต่อไปจนเจอผ้าพันคอผืนเล็กที่คุณยายให้ไว้ตอนออกจากบ้าน เพราะกลัวหลานรักจะหนาวตอนขึ้นรถเปิดแอร์
ซู่เป่าหยิบผ้าพันคอออกมา ห่อหัวแล้วพันรอบจมูกไว้หลายตลบ จนตัวเองดูเหมือนกับบ๊ะจ่างลูกเล็ก ๆ
คุณป้าคนหนึ่งเดินผ่านมาเห็นท่าทางของเด็กน้อยเข้า ก็ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู
“พี่สาวบอกให้รอ เธอก็รอจริง ๆ เหรอ? เหม็นก็ออกไปรอข้างนอกสิ!”
“ไม่ได้ค่ะ เด็กพูดแล้วต้องรักษาคำพูด!” ซู่เป่าเอ่ยตอบคุณป้าที่เดินผ่านมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้
คุณป้าคนนั้นหลุดหัวเราะออกมาพลางส่ายหน้าอย่างเอ็นดู ก่อนเดินออกจากห้องน้ำไป
“พี่สาว… พี่เป็นยังไงบ้างคะ?” ซู่เป่าเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะขาดใจตายเพราะขาดอากาศหายใจ
“รอแป๊บนึง… อีกนิดเดียวเท่านั้น!” หานหานตอบกลับมาเสียงสั่น
“ไอ้หนึ่งนิดของพี่นี่มันเท่าไหร่กันแน่คะ?” ซู่เป่าขมวดคิ้ว
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน… ขอดูก่อนนะ…”
คนที่กำลังยืนต่อแถวอยู่ด้านนอกเริ่มกลั้นขำไม่อยู่
เด็กพวกนี้น่าสนใจจริง ๆ!
“พี่สาวรีบหน่อยเถอะค่ะ หนูจะกลั้นหายใจไม่ไหวแล้ว!” ซู่เป่าเอามือทั้งสองข้างทับผ้าพันคอปิดจมูกไว้แน่นพลางโวยวาย
สิ้นเสียงหวือจากสายชำระ ในที่สุดหานหานก็เดินออกมา “ไปกันเถอะ… เหม็นชะมัดเลย!”
“ตัวเองเหม็นแท้ ๆ ยังไม่รังเกียจตัวเองอีกนะคะ!”
ซู่เป่าพุ่งตัวออกจากห้องน้ำอย่างรวดเร็วแล้วตะโกนไปด้วย
*
ณ บริเวณทางเดินด้านนอก
ซูอีเฉินยืนล้วงกระเป๋ากางเกงรอเด็ก ๆ ด้วยท่าทางสุขุม ทันใดนั้นเขาก็เห็นซู่เป่าที่ห่อตัวจนกลมเหมือนบ๊ะจ่างลูกเล็ก ๆ วิ่งหน้าตั้งออกมาเป็นคนแรก
ไปเข้าห้องน้ำ… ต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ?
ดูท่าว่ามาตรฐานสุขอนามัยของห้องน้ำสาธารณะในสวนสนุกแห่งนี้จะย่ำแย่เกินทน
ซูอีเฉินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งออกไปอย่างรวดเร็ว
[ซื้อที่ดินชานเมืองแปลงนั้น วางแผนสร้างสวนสนุกด่วน คืนนี้ส่งร่างโครงการมาให้ฉัน]
พอซู่เป่าวิ่งมาถึงระยะปลอดภัย เธอก็รีบกระชากหน้ากากและผ้าพันคอลง สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึก ๆ
เธอตั้งใจจะบอกว่าอากาศข้างนอกสดชื่นกว่า แต่พอรู้ตัวอีกที ก็ยังยืนอยู่ใกล้ประตูห้องน้ำอยู่ดี
“แหะ ๆ” เด็กน้อยรีบไปล้างมือให้สะอาดแล้ววิ่งแจ้นไปหาซูอีเฉิน
“คุณลุงใหญ่คะ!” หลานน้อยร้องเรียกอย่างร่าเริง ผมเปียสองข้างกระดกขึ้นลงตามจังหวะการวิ่ง ซูอีเฉินโน้มตัวลงอุ้มหลานสาวขึ้นมาแนบอกโดยอัตโนมัติ
จังหวะนั้นเอง เขาก็ได้กลิ่นอ่อน ๆ จาง ๆ จากตัวเด็กน้อย
นิ้วเรียวยาวของซูอีเฉินกดหน้าจอส่งข้อความกำชับเพิ่มอีกหนึ่งฉบับ
[โดยเฉพาะส่วนงานสุขาภิบาล ต้องวางแผนให้ดีที่สุด]
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ชวี่เซี่ยงแว่วมาว่า วันนี้ท่านประธานพาคุณหนูซู่เป่าไปเที่ยวสวนสนุก อย่าบอกนะว่าคุณหนูเผลอตกส้วมไปแล้ว ท่านประธานถึงได้ดูเดือดดาลเรื่องห้องน้ำขนาดนี้…
ซู่เป่าโอบคอซูอีเฉินพลางกระซิบถาม “คุณลุงคะ คุณลุงช่วยหาที่อยู่ของคุณป้าซินจื่อเหมิงให้หนูหน่อยได้ไหมคะ?”
“จะไปหาเธอทำไมหรือ?” ซูอีเฉินมองไปทางหานหานและซูเหอเวิ่นที่กำลังเดินตามมา ก่อนหันมาถามหลานสาว
“ไปจับผีค่ะ!” ซู่เป่าโน้มตัวไปกระซิบชิดใบหูของลุงใหญ่
“ได้สิ” เขาไม่ถามต่อแม้แต่คำเดียว ไม่ว่าซู่เป่าต้องการอะไร เขาก็พร้อมจะเนรมิตให้ได้ทุกอย่าง
อีกด้านหนึ่ง
มู่กุยฝานได้รับข้อมูลทั้งหมดของคนในตระกูลซูมาไว้ในมือ รวมถึงรูปถ่ายของทุกคนด้วย
“ซูจิ่นอวี้…” เขาจ้องมองรูปถ่ายใบหนึ่งอย่างเงียบขรึมพร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ตายแล้วหรือ?”
เขาขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านในใจขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ หญิงสาวในภาพนั้นใบหน้าซีดขาว ดูบอบบางและอ่อนแอ คืนนั้นเขาอาจมองไม่เห็นใบหน้าของเธอชัดเจนนัก แต่ดวงตาคู่นี้กลับดูคุ้นเคยอย่างประหลาด
“ไปตรวจสอบซูจิ่นอวี้คนนี้มาให้ละเอียด เมื่อห้าปีก่อนเธอไปอยู่ที่ไหนมาบ้าง”
ลูกน้องที่อยู่ด้านข้างรีบรายงาน “ท่านประมุข ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องนั้นแล้วครับ คุณหนูเล็กของตระกูลซูเพิ่งกลับมาจากเมืองหนานเฉิง ก่อนหน้านี้ซูจิ่นอวี้หายตัวไปเนื่องจากอาการสับสนทางความทรงจำ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และเธอก็ใช้ช่วงเวลาสุดท้ายอยู่ที่เมืองหนานเฉิงนั่นเองครับ”
เขาหยิบรูปถ่ายของซู่เป่าขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง แล้ววางเรียงไว้ข้าง ๆ รูปของซูจิ่นอวี้
หรือว่า… เขาจะมีลูกสาวจริง ๆ ?!