ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 132 ลาก่อนหญิงสาวผู้นั้น
บทที่ 132 ลาก่อนหญิงสาวผู้นั้น
ทุกคนโดยรอบต่างสัมผัสได้ถึงพลังทำลายล้างของหมัดนี้ ผนวกกับปราณภูตผีในกายชิวเอ้อ แน่นอนว่าหากมันทำให้เกิดบาดแผลขึ้นมา ปราณภูตผีนี้ก็จะทิ้งผลร้ายแฝงเอาไว้ในร่างของเหยื่อ!
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็ได้บังเกิดขึ้น! ‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉินกางออกในฉับพลัน และหมัดนี้ก็ทำลายกำแพงปราณไปได้เพียงยี่สิบกว่าชั้น!! …ดังนั้นอย่าว่าแต่บาดเจ็บเล็กน้อยเลย แม้แต่ปลายเส้นขนของลู่เฉินก็ไม่ได้หลุดร่วงเลยด้วยซ้ำ!
“นี่…. เป็นไปได้อย่างไร!” ชิวเอ้อเบิกตากว้าง
ไม่เพียงแต่ชิวเอ้อเท่านั้น ผู้คนที่มองดูอยู่รอบ ๆ ต่างก็ตกตะลึงขึ้นมาเช่นกัน
สำหรับชิวต้านั้น เขาที่กังวลใจแทนลู่เฉินในคราแรก ทว่าเมื่อเห็นผลลัพธ์ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ส่วนลู่เฉินก็เพียงมองไปยังชิวเอ้อที่ตกตะลึงอยู่ “ยังจะเข้ามาอีกหรือไม่?”
ครั้นเผชิญคำท้าทายเช่นนี้ ชิวเอ้อมีหรือจะนิ่งเงียบไม่โต้ตอบ เขาได้เหวี่ยงหมัดโจมตีออกไปอีกหลายครั้ง ทว่าผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม นั่นก็คือ ‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉินยังคงอยู่ และตัวคนก็ไม่บุบสลายแม้แต่ปลายเล็บ!
นี่จึงทำให้ทุกคนต่างก็ตกตะลึง
แม้แต่ผู้คลั่งไคล้เต๋าที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มคนก็ขมวดคิ้วมุ่น “การป้องกันของเจ้าหนุ่มผู้นี้ เหตุใดจึงแข็งแกร่งนัก?”
ในขณะนี้ชิวเอ้อตาเบิกกว้าง ใบหน้าของเขาฉายชัดถึงโทสะและความไม่เข้าใจ ส่วนชิวต้าที่เห็นดังนั้นก็ได้เอ่ยกับลู่เฉินว่า “สหายท่านนี้ ได้โปรดช่วยสั่งสอนน้องชายผู้นี้ของข้าด้วย!”
ชิวเอ้อที่ได้ยินก็เกิดความกังวลใจทันที “ท่านไปขอความช่วยเหลือเขาเพื่ออันใด!”
ชิวต้าจึงพูดออกมาอย่างเสียมิได้ “น้องเอ้อ ขอเพียงแค่เจ้าไม่ไปฝึกฝนวิถีภูตผี ไม่ว่าอันใดข้าก็ทำได้ทั้งนั้น!”
“แต่การที่ท่านทำเช่นนี้มันก็เหมือนกำลังบีบให้ข้าไปตาย!” ชิวเอ้อตัดพ้อ
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน ลู่เฉินก็ได้ก้าวไปใกล้ชิวเอ้อทีละก้าว บีบให้ชิวเอ้อโจมตีออกมาอีก ทว่ามันก็ยังคงไร้ผลใด หมัดพวกนั้นไม่อาจทำร้ายลู่เฉินได้เลย! ชิวเอ้อจึงทำได้เพียงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าแดงก่ำ “เจ้าหนุ่ม ข้าขอเตือนว่าทางที่ดีเจ้าอย่าเข้าใกล้ข้า มิเช่นนั้นเจ้าจะต้องเสียใจภายหลังเป็นแน่!”
“เสียใจภายหลัง? จริงหรือ?” ลู่เฉินฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปใกล้ชิวเอ้อ ตอนนี้ระยะห่างของพวกเขาเหลือเพียงสามก้าวเท่านั้น!
การกระทำนี้ทำให้ชิวเอ้อบันดาลโทสะ เขาหยิบเอายันต์ลี้ธรณีออกมาเตรียมจะใช้มัน
แต่ลู่เฉินมีหรือจะเปิดช่องให้ง่าย ๆ ชายหนุ่มพุ่งหมัดขึ้นไปบนอากาศ โจมตีไปยังแขนของอีกฝ่ายทันที และผลลัพธ์ของมันก็คือยันต์นั้นได้กระเด็นลอยออกไป ทิ้งไว้เพียงชิวเอ้อที่เจ็บปวดจนก่นด่าออกมา “เจ้า …เจ้าคอยดู!”
ทุกคนต่างจับตามองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างสงสัย เพราะพวกเขาอยากรู้นักว่าชิวเอ้อผู้นี้จะต่อต้านการโจมตีของลู่เฉินเช่นไร!
และในขณะนั้นเอง ชิวเอ้อพลันใช้มือข้างหนึ่งหยิบกระดิ่งเล็กสีดำออกมาจากอ้อมแขน เสียงกรุ๊งกริ๊งดังออกมาจากกระดิ่งนั้น
และเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น ผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างก็พลันเกิดอาการเจ็บปวดขึ้นมา พวกเขาพากันกุมศีรษะไว้แน่น ขณะที่หลี่ว์ซือเพียงขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าชายร่างใหญ่เองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ทว่าเจ้าตัวยังพอทนได้ ไม่ร้ายแรงนัก
สำหรับชิวต้า เขาเองก็เจ็บปวดถึงขนาดกัดฟันพูดออกมา “เร็ว รีบหยุดมันซะ!”
แต่ชิวเอ้อนั้นกลับไม่หยุด เขายังคงสั่นกระดิ่งอยู่ตรงนั้นต่อไป
ลู่เฉินจึงทำได้เพียงใช้เคล็ดวิชาควบคุมจิตวิญญาณ!
หลังจากนั้น กระดิ่งนี้ก็พลันหยุดนิ่งกลางสุญญะ ทำให้ชิวเอ้อไม่สามารถสั่นมันต่อไปได้อีก
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ชิวเอ้อกังวลใจขึ้นมา เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก ตัวคนพึมพำก่นด่าออกมา “ให้ตายเถอะ นี่มันเกิดบ้าอันใดขึ้น?”
หลังเสียงกระดิ่งจางหายไป ทุกคนจึงพลันได้สติกลับมา และขณะนั้นเองก็ได้มีบางคนตะโกนพร้อมชี้ไปยังขอบหน้าผา “ดูนั่น มวลอากาศสีดำกำลังมาแล้ว!”
ทุกคนต่างมองไปยังตำแหน่งนั้น จึงได้เห็นกลุ่มคลื่นอากาศสีดำที่ลอยขึ้นมา สิ่งนี้ทำให้ลู่เฉินแปลกใจไม่น้อย เขาพึมพำเสียงเบาว่า “ไอภูตผีหนาแน่นจนเกิดเป็นควันดำ?”
ขณะนั้นเอง ลู่เฉินก็มองเห็นเงาหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางไอภูตผีเหล่านั้น และในมืออีกฝ่ายยังถือขลุ่ยเอาไว้!!
“เป็นนางอีกแล้ว!” เมื่อเห็นคนผู้นี้ ลู่เฉินพลันแสยะยิ้มออกมา
ส่วนชิวเอ้อ เมื่อเห็นร่างเงานั้น เขาก็จึงกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นว่า “นายท่าน เร็ว รีบมาช่วยข้า!”
“พวกเขาร่วมมือกัน?” ลู่เฉินเหมือนจะเข้าใจบางอย่างขึ้นมา ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่หญิงสาวผู้นั้นเริ่มเป่าขลุ่ย!
เมื่อเสียงขลุ่ยดังกระจายออกมา ผู้คนโดยรอบก็พากันเจ็บปวด พวกเขาต่างก็กุมศีรษะและคู้ตัวลงอย่างทรมาน
ลู่เฉินที่เห็นดังนั้นจึงยิ้มพลางมองไปยังร่างเงานั้น “เช่นไร? เจ้าลืมข้าคนนี้ไปแล้วหรือ?”
หญิงสาวที่อยู่ท่ามกลางไอภูตผี เดิมทีนางไม่ได้สนใจกลุ่มคนที่มุงดูแม้แต่น้อย ทว่าเมื่อได้ยินเสียงของลู่เฉิน นางก็พลันเบิกตากว้าง ก่อนที่เสียงของขลุ่ยจะดังยิ่งกว่าเก่า ทั้งยังแฝงไปด้วยความโกรธเคือง
ทุกคนต่างก็กรีดร้องออกมา และแม้แต่หลี่ว์ซือก็มีใบหน้าซีดลง ส่วนผู้คลั่งไคล้เต๋านั้น อีกฝ่ายได้นำยันต์ออกมาแปะไว้ตามร่างกายเพื่อหลีกเลี่ยงเสียงขลุ่ยนี้ ขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองมายังลู่เฉินด้วยความประหลาดใจ
…เพราะว่าลู่เฉินไม่เป็นอะไรสักนิด เขาปล่อยให้เสียงขลุ่ยนั้นโจมตีต่อไปโดยไม่สะทกสะท้าน!
สิ่งนี้จึงทำให้ผู้คลั่งไคล้เต๋าแปลกใจขึ้นมา “เขา… เหตุใดถึงไม่เป็นอะไรสักนิด?”
แม้แต่คนที่เป่าขลุ่ยก็ยังรู้สึกแปลกใจ ส่วนชิวเอ้อ ขณะนี้เจ้าตัวก็กำลังมองไปยังลู่เฉินราวกับกำลังมองคนบ้า!!
ในช่วงเวลานั้น ลู่เฉินพลันเรียกธนูเงามารออกมา
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!…
ปราณศรพุ่งไปยังหญิงสาวผู้นั้น ซึ่งนางก็สามารถหลบหลีกมันได้หมด ทว่าก็ต้องแลกมากับการถูกบีบให้ค่อย ๆ ถอยออกไป กระทั่งนางจำต้องกลับลงไปในเหวลึก!
เมื่อนางจากไปแล้ว ลู่เฉินจึงค่อย ๆ เดินเข้าไป เขาก้มมองเหวลึกด้านล่างที่มืดมิด “ดูเหมือนว่า นี่คือเหวที่ต้นไม้ผีพูดถึง!”
และเพราะความหนาแน่นของไอภูตผี ลู่เฉินจึงรู้สึกสนใจขึ้นมา ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปหาชิวเอ้อที่กำลังเบิกตากว้างอยู่
“ดูเหมือนว่าพวกเราอาจจะต้องคุยกันดี ๆ หน่อยแล้ว!” ลู่เฉินยิ้มพลางมองไปยังชิวเอ้อ
ชิวเอ้อเริ่มกังวลใจ “เจ้า… เจ้าคิดจะทำอะไร?”
“ข้าต้องการรู้ว่าด้านล่างนี้คือสถานที่อะไร?”
แต่ชิวเอ้อผู้นี้กลับตื่นตระหนกขึ้นมาทันที “ข้า… ข้าไม่มีทางบอกเจ้า!”
ลู่เฉินจึงมองไปยังชิวต้าที่กำลังลำบากใจอยู่แล้วเอ่ยว่า “เจ้าต้องการให้น้องของเจ้าเลิกฝึกฝนวิถีภูตผีใช่หรือไม่?”
“ใช่!”
“เช่นนั้น เจ้าก็ต้องยอมแพ้ข้าเสียก่อน!” ลู่เฉินยิ้มพลางมองชิวต้า ทำให้อีกฝ่ายถึงกับงุนงง “ข้า… ยอมแพ้เจ้า?”
ทุกคนไม่เข้าใจว่าลู่เฉินหมายความเช่นไร ซึ่งชายหนุ่มก็เพียงกล่าวว่า “เพียงแค่เจ้ายอมแพ้ต่อข้า ข้าจะคืนน้องชายผู้ที่จะไม่ฝึกฝนวิถีภูตผีให้แก่เจ้า!”
เมื่อชิวต้าได้ยิน เขาก็ไม่สนใจว่าลู่เฉินจะหมายความเช่นไรอีก รีบตอบรับลู่เฉินทันที “ได้ ข้ายอมแพ้!”
ฉับพลันนั้น ชั้นรากฐานที่หกสิบเก้าก็ได้ก่อตัวขึ้น!
หลังจากนั้น… ชายหนุ่มก็หันมองไปทางชิวเอ้อเป็นคนถัดไป “เจ้าล่ะ? ยอมแพ้หรือไม่?”
“หึ เจ้าฝันไปเถอะว่าข้าจะยอมแพ้!” ชิวเอ้อนั้นยังคงยืนหยัดต่อไป ลู่เฉินจึงหยิบเข็มออกมา และปักไปยังร่างกายของอีกฝ่าย
การกระทำนี้ทำให้ชิวเอ้อหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจทันที “เจ้าจะทำอันใด?!”
“กำจัดการบ่มเพาะในกายเจ้า!”
“ไม่ ไม่ได้!” ชิวเอ้อเบิกตากว้าง แต่ลู่เฉินไม่สนใจ เพราะขณะนั้นชิวเอ้อไม่สามารถขยับกายได้แล้ว ทำได้เพียงกังวลใจอยู่เช่นนั้น “ช่วย… ช่วยข้าด้วย ข้า ข้าไม่อาจไร้ซึ่งการบ่มเพาะได้!”
ทว่าลู่เฉินไม่ตอบอันใดแม้แต่น้อย ทำให้ชิวเอ้อหวาดกลัวยิ่งนัก ถึงขนาดที่ว่าเขาตัดสินใจที่จะกล่าวประโยคนี้ออกมา “ข้า… ข้ายอมแพ้!”
ชั้นรากฐานที่เจ็ดสิบสมบูรณ์แล้ว! แต่ใช่ว่าลู่เฉินจำเป็นต้องหยุดมือ! ชายหนุ่มแอบส่งพลังปราณสายหนึ่งออกไป ก่อนที่จะใช้ปราณสายนั้นเข้าไปควบคุมให้ตันเถียนของอีกฝ่ายหยุดทำงานชั่วคราว
ด้วยวิธีนี้ ชิวเอ้อจึงกลายเป็นผู้ไร้พลัง
ลู่เฉินเก็บเข็มกลับมาพร้อมกับยิ้มและมองไปที่อีกฝ่าย ชิวเอ้อที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติหวาดกลัวขึ้นมาทันที “พลัง.. พลังของข้า!”
ทางด้านชิวต้า เขาดีใจกับผลลัพธ์เช่นนี้นัก ทว่าชิวเอ้อกลับคิดอีกอย่าง เจ้าตัวมองว่าหากไร้ซึ่งขั้นพลัง เช่นนี้แล้วเป็นหรือตายมันจะแตกต่างอันใด?
“ข้าจะดูแลเจ้าไปตลอดชีวิตเอง!” ชิวต้ารับปาก แต่ชิวเอ้อกลับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เช่นนั้น… ข้าก็ขอตายดีกว่าอยู่!”
พูดจบ ชิวเอ้อก็นำกริชออกมาคิดจะแทงตัวเอง
ชิวต้าตกใจจนหน้าซีดทันที ทว่าไม่ทันแล้ว เพราะชิวเอ้อเงื้อมมือขึ้นสูง ก่อนที่จะหันส่วนปลายคมเข้าไปที่ท้องของตัวเอง!
ทว่าในขณะนั้นเอง มือของลู่เฉินกลับไวยิ่งกว่า ชายหนุ่มปัดมีดนั้นอย่างง่ายดาย ทำให้มันหลุดลอยออกตกลงสู่พื้น
ชิวเอ้อมองไปยังลู่เฉินอย่างโกรธเคือง “เจ้าคิดจะทำอันใด?”
“ข้าเพียงแค่ผนึกพลังของเจ้าไว้ และหากเจ้าคิดจะฝึกฝนต่อไป เช่นนั้นเจ้าก็ต้องเชื่อฟังข้า!” ลู่เฉินยิ้มพลางมองไปยังชิวเอ้อ ซึ่งประโยคนี้มันก็มากพอแล้วที่จะทำให้ชิวเอ้อมีความหวัง ทว่าเมื่อนึกถึงผู้เป็นพี่ชายของตน…
ชิวเอ้อผู้นี้จึงยิ้มเย็นชาขึ้นมา “เจ้ารับปากพี่ชายของข้าว่าจะไม่ให้ข้าฝึกฝนต่อ แล้วเหตุใดเจ้าจึงกล่าวกับข้าเช่นนี้?!”
“พี่ชายของเจ้าเพียงไม่ต้องการให้เจ้าฝึกฝนวิถีภูตผี ส่วนข้าก็สามารถทำให้พลังการฝึกฝนวิถีภูตผีของเจ้าหายไปได้ ทำให้กลายเป็นเพียงผู้ฝึกตนธรรมดาทั่วไป!” ลู่เฉินเอ่ยขณะจ้องไปยังชิวเอ้อ
ทันทีที่คำพูดเหล่านั้นหลุดออกไป ผู้คนโดยรอบที่ได้ยินต่างก็ไม่เชื่อ
บางคนถึงขนาดยิ้มแล้วกล่าวว่า “เจ้าหนุ่มผู้นี้บ้าไปแล้วหรือ? สามารถทำให้ผู้ฝึกวิถีภูตผีฟื้นฟูกลายเป็นเพียงผู้ฝึกตนธรรมดาได้?”
“ข้าคิดว่าเขาก็คงโอ้อวดเท่านั้น!”
“ข้ายอมรับว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้มีความสามารถ แต่การทำให้ผู้ฝึกวิถีภูตผีกลายเป็นเพียงผู้ฝึกตนทั่วไป …การทำเช่นนั้นมันไม่สามารถเป็นไปได้!”