ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 195 กลอุบายแค่นี้ อยากจะทดสอบข้า?
บทที่ 195 กลอุบายแค่นี้ อยากจะทดสอบข้า?
“เจ้าใช้ยาพิษได้ดีมาก! นั่นคือเหตุผลที่ข้าต้องการให้เจ้าติดตามข้าไปที่สำนักเก้าสุขสงบ และล้อมโจมตีพวกเขา!” เยว่เซียวอ้อนวอน
แต่เสียงแหบแห้งนั้นกลับหัวเราะขึ้นมา “ผู้อาวุโส ท่านรู้หรือไม่ ข้าไม่สามารถออกจากที่นี่ได้ตามอำเภอใจ!”
“เจ้าไม่สามารถออกไปได้หรือ?”
“ไม่ได้!” เสียงนั้นเอ่ยอย่างหนักแน่น
เยว่เซียวรู้ว่าตู๋เหล่าลิ่วคือหมอผีประหลาด ดังนั้นตนจึงไม่สามารถบังคับอันใดได้ และเมื่อคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นมีวิธีอันใดที่ทำให้ใครสักคนมาทำให้ข้าได้หรือไม่? ตัวอย่างเช่นหลันเซียวครั้งที่แล้ว”
“หลันเซียวนั้นข้าขอให้เขาเอาของไปส่ง ถ้าเจ้าต้องการให้ข้าไปล้อมโจมตีด้วย …คงยาก” เสียงนั้นตอบกลับ
เยว่เซียวเริ่มจริงจังขึ้นมา
แต่เสียงนั้นก็พูดขึ้นอีกครั้งว่า “ถ้า… เจ้าเต็มใจเป็นภาชนะของข้า ข้าจะลองดูก็ได้!”
“ภาชนะ?”
“ใช่ จิตวิญญาณของข้าสามารถเข้าสู่ร่างกายของเจ้าได้ แต่ในกรณีนี้ วิชาพิษของข้าจะอ่อนแอลงอย่างมาก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะจัดการผู้ที่อยู่ในขั้นสร้างรากฐานและขั้นหลอมแก่นแท้”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น เยว่เซียวก็ตอบตกลงทันที “ได้ มาเลย!”
และในยามนั้นเอง กลุ่มควันสีดำก็พลันปกคลุมรอบตัวเยว่เซียว ทำให้เจ้าตัวสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่เข้าไปในร่างกายของตน
“เยี่ยม!” เสียงนั้นมาจากภายในร่างกายของเยว่เซียว ซึ่งทางฝั่งเยว่เซียวก็รู้สึกยินดีเช่นกัน
“เยี่ยม!” จากนั้นเยว่เซียวก็ฉีกยิ้มพลางออกจากที่นี่ไป
แต่ทันทีที่เขาเดินออกจากตำหนักผู้อาวุโส เขาก็พลันเห็นคนผู้หนึ่งรออยู่ข้างนอก อีกฝ่ายรายงานว่า “ผู้อาวุโสใหญ่ พวกเรามีข้อมูล”
“ข้อมูลอันใด?” เยว่เซียวมองสายลับด้วยความสงสัย
“ลู่เฉินปรากฏตัวในเมืองเฟิงเฉิง และตรงไปยังภูเขาที่ห่างออกไปไม่ไกล ราวกับว่ากำลังมองหาใครสักคน” สายลับผู้นั้นรายงาน และเมื่อเยว่เซียวได้ยิน เขาก็รู้สึกตื่นเต้นทันที “ไปกันกี่คน?”
“สองคน แต่อีกคนไม่มีร่องรอยของพลังปราณ”
เยว่เซียวยิ้มกริ่มทันทีหลังจากนึกถึงหลี่ว์ซือคนนั้น “ถ้ามีแค่สองคน… เช่นนั้นก็ดี!”
ดังนั้นเยว่เซียวจึงพากลุ่มปรมาจารย์ขั้นก่อกำเนิดไปยังทิศทางที่ลู่เฉินน่าจะไปที่นั่น
…
ขณะนี้ลู่เฉินและหลี่ว์ซือมาถึงตีนเขาอันเป็นจุดหมายแล้ว
พวกเขาเห็นเพียงภูเขาที่นี่มีสมุนไพรแปลก ๆ ปรากฏอยู่ทุกที่
หลี่ว์ซือถามด้วยความสงสัยว่า “เหตุใดบนภูเขาธรรมดา ๆ ลูกนี้จึงมีสมุนไพรมากมายนัก?”
“มีชีพจรวิญญาณพิเศษอยู่ข้างใต้นี้” ลู่เฉินพูดหลังจากสัมผัสได้ถึงมัน
“ชีพจรวิญญาณพิเศษ?”
“ใช่ มีปราณมากมายในชีพจรวิญญาณนี้ โดยทั่วไปแล้วมันไม่เหมาะกับผู้ฝึกตน แต่เหมาะกับพวกสมุนไพรยิ่งนัก”
“แล้วเหตุใดถึงไม่พบผู้คนเลย?” หลี่ว์ซือคิดกับตัวเองว่าสถานที่ดี ๆ แบบนี้น่าจะมีคนมากมายมาที่นี่เพื่อเลือกวัตถุดิบปรุงยา
ลู่เฉินเฉลยด้วยรอยยิ้มว่า “มีพืชพรรณและแมลงมีพิษมากมายในภูเขาลูกนี้ หากไม่ใช่ผู้ที่กล้าพอหรือรู้เรื่องยาพิษมากพอ พวกเขาก็จะไม่กล้ามาที่นี่”
“อันตรายขนาดนั้นเลยหรือ?” หลี่ว์ซือตกใจ
ลู่เฉินมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “นอกจากนี้ ที่นี่ก็มีพืชมากมายที่สามารถสร้างภาพลวงได้”
“ภาพลวง?” หลี่ว์ซือเบิกตากว้าง ส่วนลู่เฉินก็อธิบายด้วยรอยยิ้มว่า “สมุนไพรวิญญาณมายา มันจะแปลงร่างเป็นสมุนไพรชนิดอื่นได้ แต่มันมีพิษร้ายแรงยิ่ง ถ้าเจ้าคิดว่ามันเป็นสมุนไพรที่เจ้าต้องการแล้วไปเด็ดมันเข้า เจ้าอาจจะถูกไอพิษกัดกร่อนตั้งแต่ที่เข้าใกล้มันจนตกอยู่ในภาพลวง และยิ่งขั้นพลังของเจ้าสูงเท่าใด ภาพลวงก็จะยิ่งสมจริงมากเท่านั้น”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ว์ซือก็ถอนหายใจ “แล้วเจ้าเคยมาที่นี่บ่อยหรือไม่?”
“ข้าเคยมาเก็บสมุนไพรที่คนอื่นไม่ต้องการบ้างรอบ ๆ ตีนเขา ส่วนบนภูเขานั้นข้าไม่กล้า ทว่าตอนนี้ไม่มีปัญหานั้นแล้ว”
หลี่ว์ซือไม่รู้ว่าเหตุใดลู่เฉินจึงไม่มีปัญหาอีก แต่เขาก็ไม่ได้ถาม
ขณะเดียวกัน ลู่เฉินพลันหลับตาแล้วใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ เพื่อตรวจสอบรอบภูเขา และลองเสี่ยงโชคดูว่าชายในชุดคลุมสีฟ้ายังอยู่ที่นี่หรือไม่
ในตอนแรก ลู่เฉินเห็นสมุนไพรแปลก ๆ มากมาย
แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เห็นเงาร่างของคนผู้นั้นที่กำลังนั่งขัดสมาธิในพื้นที่เปิดโล่งบนยอดเขา โดยมีสมุนไพรบางชนิดวางไว้รอบ ๆ ตัว ก่อตัวเป็นค่ายกลแปลกประหลาดเพื่อให้พลังของสมุนไพรเหล่านั้นสามารถเข้าสู่ร่างกายของคนผู้นี้ได้ทีละน้อย
“น่าสนใจ!” เมื่อเห็นสิ่งนี้ ลู่เฉินก็ลืมตาขึ้นและยิ้มออกมา
หลี่ว์ซือมองไปที่ลู่เฉินอย่างสงสัย “พบแล้ว?”
“ใช่ ไปเถอะ ตามข้ามา และอย่าแตะต้องสมุนไพรรอบ ๆ”
“ได้!” เมื่อรู้ว่าสมุนไพรเหล่านี้ไม่ธรรมดา หลี่ว์ซือก็ไม่กล้าแตะต้องมัน และเดินตามลู่เฉินขึ้นไปบนภูเขาจากเส้นทางเล็ก ๆ
หนึ่งเค่อต่อมา พวกเขาก็มาถึงยอดเขาและได้เห็นชายในชุดคลุมสีฟ้าคนนั้น
เห็นได้ชัดว่าชายในเสื้อคลุมสีฟ้าสัมผัสได้ถึงพวกลู่เฉิน อีกฝ่ายจึงพูดทั้ง ๆ ยังที่หลับตาว่า “ดูเหมือนว่าความเข้าใจเรื่องสมุนไพรของเจ้าจะไม่อ่อนแอเลย!”
“เจ้าเป็นใคร? เหตุใดจึงใช้คนส่งเคล็ดวิชาแพทย์วิถีมารนั่นให้ข้า!” ลู่เฉินถามทันทีที่เห็นอีกฝ่าย
ชายคนนั้นตอบว่า “ข้าแค่ช่วยใครบางคนส่งข้อความเท่านั้น”
“ใครบางคน?” ลู่เฉินขมวดคิ้ว สงสัยว่าเป็นคนที่เขารู้จักมาก่อนหรือไม่
ทว่าคนผู้นี้กลับกล่าวว่า “แต่ก่อนที่จะพูดออกไป ข้าจำต้องลองดูเสียก่อนว่าเจ้ามีคุณสมบัติพอที่จะรับมันหรือไม่ ดังนั้นจึงให้แผ่นหินนั้นกับคนของสำนักเก้าสุขสงบไป”
“เจ้าต้องการทดสอบข้าด้วยแผ่นหินนั่น?”
“ใช่ นั่นเป็นเพียงการทดสอบครั้งแรกเท่านั้น”
เมื่อลู่เฉินได้ยินเช่นนี้ เขาก็พลันสังหรณ์ถึงลางร้าย เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายในชุดคลุมสีฟ้าหยิบเม็ดยาออกมาแล้วสะบัดไปด้านข้างลู่เฉิน ส่งกลุ่มควันฟุ้งกระจายจนลู่เฉินและหลี่ว์ซือจมเข้าสู่ม่านหมอก
หลี่ว์ซือตกใจ “นี่มัน…” ทันทีที่พูดจบ หลี่ว์ซือก็หมดสติล้มพับไป
เห็นได้ชัดว่าหมอกนี้มีฤทธิ์มาก แต่ลู่เฉินก็สามารถรับมือกับมันได้ เขามองไปยังทิศทางที่ชายในเสื้อคลุมสีฟ้าปรากฏอยู่แล้วกล่าวว่า “เจ้าคิดว่านี่จะทำให้ข้าล้มลงหรือ?”
อีกฝ่ายรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “เจ้าเป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐาน เหตุใดเจ้าจึงรับมือกับยาเคลิบเคลิ้มนี้ได้?”
“อย่าว่าแต่ยาเคลิบเคลิ้มระดับสุดยอดของเจ้าเลย แม้แต่ยาเคลิบเคลิ้มระดับสวรรค์ มันก็ทำอันใดข้าไม่ได้!” ลู่เฉินเอ่ยอย่างดูถูก
อีกฝ่ายไม่เชื่อและคิดว่าลู่เฉินขี้โม้ “เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าลองอย่างอื่น!”
จากนั้น ชายคนนั้นก็โยนเม็ดยาออกมา ก่อนที่เม็ดยานั้นจะแผ่ไอมารออกมาจนทั่วบริเวณ
เวลานี้ลู่เฉินจึงถูกล้อมรอบด้วยไอมาร
ไอมารเป็นอันตรายกับผู้ฝึกตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ที่ไอมารหนาแน่นก็ยิ่งอันตราย แต่ลู่เฉินมีหรือจะกลัว? ไม่ต้องพูดถึงไอมาร เพราะต่อให้เป็นไอภูตผี ไอซากศพ และอื่น ๆ ก็เป็นเพียงไอธรรมดาสำหรับเขาเท่านั้น!
ทว่าคนผู้นั้นไม่รู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เห็นว่าลู่เฉินไม่ได้เปิดม่านปราณป้องกันด้วยซ้ำ เขาก็รู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา “เจ้าไม่ได้พยายามหลบ?”
“เรื่องนั้นมันไม่จำเป็น!” ลู่เฉินพูดอย่างไม่ใส่ใจ
อีกฝ่ายจึงเริ่มรู้สึกว่าลู่เฉินไม่ธรรมดา ส่วนลู่เฉินที่ใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ จนรับรู้ตำแหน่งของฝ่ายตรงข้าม เขาก็พลันใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นลี้’ ต่อเนื่องทันที
เมื่อชายคนนั้นพบว่าลู่เฉินนั้นอยู่ ๆ ก็หายตัวไป เขาก็เผยสีหน้าฉงนออกมา
และยามนั้นเอง ลู่เฉินก็พลันมายืนอยู่ข้างหลังเขาและพูดว่า “เจ้ากำลังดูอันใดอยู่?”
วาจาประโยคนั้นทำให้ชายคนนี้ตกใจ เขารีบหันกลับมาด้วยความตกใจ จากนั้นดวงตาภายใต้หน้ากากก็เป็นอันต้องเบิกกว้าง “เจ้า… เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่!”
“กลอุบายแค่นี้ เจ้ายังคิดจะทดสอบข้าอีกหรือ? เจ้าประเมินข้าต่ำไปแล้วกระมัง?” ลู่เฉินยิ้มให้ ก่อนที่แววตาของอีกฝ่ายจะเผยให้เห็นความสับสน
“บอกข้าทีว่าใครขอให้เจ้ามา?!” ลู่เฉินถามอีกฝ่ายทันที