ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 208 เจ้าผู้นี้บอกความลับของสตรีที่หลบซ่อน
บทที่ 208 เจ้าผู้นี้บอกความลับของสตรีที่หลบซ่อน
ลู่เฉินในยามนี้กำลังถือขิมเพลิงโบราณซึ่งได้มาจากยอดเขาเต๋าเมฆา และนี่ก็เป็นหนึ่งในสมบัติวิญญาณของท่านอาจารย์ ดังนั้นจึงยังมีกลิ่นอายของนางอยู่
อสูรรกร้างจึงรู้สึกตื่นเต้นเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเหล่านั้น
“บอกข้าได้หรือยังว่านางมีนามว่าอะไร และเรื่องราวของพี่หญิงใหญ่คนนั้นด้วย” เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอสูรรกร้างตัวนี้ ลู่เฉินก็แน่ใจว่าพี่หญิงใหญ่คนนั้นน่าจะเป็นท่านอาจารย์ของเขาเอง!
อสูรรกร้างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง มันมองไปรอบ ๆ และหลังจากแน่ใจว่าหนีไปไม่ได้แล้ว มันก็พูดอย่างไม่มีทางเลือกว่า “พี่หญิงใหญ่ตั้งชื่อให้ข้าว่าราชาโคมาร และมักจะเรียกข้าว่าเสี่ยวหนิว”
“แล้วพี่หญิงใหญ่ของเจ้าชื่ออะไร?”
“ข้าไม่รู้ชื่อของนาง ข้ารู้แค่ว่านางชื่อพี่หญิงใหญ่ และเป็นคนที่พาข้าไปที่สุสานโบราณนั้นด้วย”
“โอ้? สุสานโบราณสร้างมานานแค่ไหนแล้ว?” ลู่เฉินถามด้วยความสงสัย
อสูรรกร้างครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบว่า “ตอนที่ข้ามีสติสัมปชัญญะ ก็คงหนึ่งหมื่นปีที่แล้วกระมัง”
สีหน้าของลู่เฉินเปลี่ยนไปทันที “เป็นไปไม่ได้!”
“ข้าไม่ได้โกหก” อสูรรกร้างตกใจกลัว แต่ลู่เฉินกลับพูดอย่างเศร้าสร้อยว่า “ท่านอาจารย์ของข้าหายตัวไปจากมหาทวีปจิ่วโหยวเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน ดังนั้นเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน นางจะยังคงปรากฏตัวอยู่ได้อย่างไร?”
“ท่านอาจารย์ของเจ้า?” อสูรรกร้างไม่เข้าใจ
ลู่เฉินรู้ว่าเขาเสียอาการไปแล้ว ดังนั้นจึงรีบสงบสติอารมณ์และพูดอย่างเย็นชาว่า “ไม่ ข้าแค่พูดไปอย่างนั้น”
“โอ้” อสูรรกร้างสับสน ส่วนลู่เฉินก็หยิบเม็ดยาห้วงนิทราออกมา “เจ้ากินยาเม็ดนี้ ข้าอยากเห็นความฝันของเจ้า”
“สิ่งนี้…” อสูรรกร้างเริ่มหวาดกลัว
ลู่เฉินรู้ว่าอสูรรกร้างต้องมีบางอย่างที่เขาต้องการอยู่ในความทรงจำของมัน ดังนั้นลู่เฉินจึงนำเม็ดยาออกมาให้มันลอง แต่อสูรรกร้างนั้นค่อนข้างจะต่อต้านและออกจะกลัวยาเม็ดนี้ด้วยซ้ำ
ลู่เฉินจึงปลอบโยนว่า “อย่ากังวลไป ข้าจะปลุกเจ้าเอง”
“เจ้า… เจ้าจะไม่ฆ่าข้าใช่หรือไม่?”
“ไม่”
อสูรรกร้างรู้ว่าตนไม่มีทางเลือก ดังนั้นมันจึงกินยาห้วงนิทราเข้าไป
เมื่อเม็ดยาละลาย มันก็หลับสนิทในทันที ยิ่งไปกว่านั้นยังสะอื้นไห้และพึมพำว่า “พี่หญิงใหญ่ อย่าไป!”
เมื่อเว้นช่วงสักระยะ ลู่เฉินก็จึงวางมือข้างหนึ่งไว้บนหัวของมัน จากนั้นก็แทรกจิตวิญญาณของเขาเข้าไป
จิตสำนึกของอสูรรกร้างในยามนี้ยืนอยู่ท่ามกลางม่านหมอก และภายในม่านหมอกนี้ก็คือความทรงจำที่ลึกที่สุดของมัน
ภายใต้สถานการณ์ปกติ หากไม่พึ่งพายาห้วงนิทรา ลู่เฉินจะต้องค้นความทรงจำทั้งหมดของอีกฝ่าย แต่นั่นใช้เวลานานเกินไป ทว่าด้วยยาเม็ดห้วงนิทรา ขอแค่มีสิ่งที่ดึงดูดจิตวิญญาณของลู่เฉิน เขาก็จะได้สิ่งที่ตนต้องการทันที
ด้วยเหตุนี้หลังจากที่จิตวิญญาณของลู่เฉินล่องลอยอยู่ในม่านหมอก เขาก็กล่าวว่า “พี่หญิงใหญ่!”
เมื่ออสูรรกร้างได้ยินคำว่าพี่หญิงใหญ่ สตรีคนหนึ่งก็ปรากฏตัวต่อหน้าเขาทันที
ก่อนจะเกิดเป็นภาพของ อสูรรกร้างที่หมอบลงอย่างเชื่อฟัง มันฟังสตรีคนนั้นพูด และเสียงของสตรีคนนั้นก็ชัดเจนมาก ราวกับว่าความฝันกลายเป็นจริงอย่างไรอย่างนั้น
สตรีคนนี้สวมชุดสีดำ สวมผ้าคลุมหน้าสีดำ และสวมต่างหูหอยสังข์สีดำและฟ้าที่หูทั้งสองข้าง
“เสี่ยวหนิว เจ้าทำอะไรผิดอีกแล้วหรือ?” สตรีคนนั้นถาม ส่วนอสูรรกร้างก็ส่ายหัว “ไม่ พี่หญิงใหญ่ ข้าเป็นเด็กดี”
ลู่เฉินซึ่งอยู่ข้าง ๆ ตกใจ เพราะเสียงนั้นคล้ายกับท่านอาจารย์ของเขามาก อีกทั้งรูปร่างก็ดูคล้ายกัน และกลิ่นอายก็เหมือนกันทุกประการ ดังนั้นลู่เฉินจึงอยากเข้าไปใกล้
ทว่าทันทีที่ลู่เฉินเข้าไป เงาร่างของสตรีคนนั้นก็หายไป
“ท่านอาจารย์…” แววตาของลู่เฉินพร่าเลือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเห็นรูปลักษณ์ของอสูรรกร้าง ลู่เฉินก็นึกถึงสิ่งที่อาจารย์ของเขาเคยสอน
เขาจึงเอ่ยขึ้นมาว่า “พี่หญิงใหญ่!”
แต่อสูรรกร้างตัวนี้กลับตื่นขึ้นจากความฝัน และมองไปที่ลู่เฉินด้วยความหวาดกลัว “เจ้า… เหตุใดเจ้าถึงอยู่ในความฝันของข้า”
“เจ้าฝันอีกไม่ได้หรือ?”
“ไม่ได้แล้ว” อสูรรกร้างส่ายหัว ลู่เฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องถอนจิตวิญญาณกลับคืนสู่ร่าง ส่วนอสูรรกร้างก็ตื่นขึ้นมาเช่นกัน มันมองไปที่ลู่เฉินด้วยน้ำตาคลอเบ้า “ขอบใจ เจ้าทำให้ข้าพบพี่หญิงใหญ่แล้ว”
ลู่เฉินไม่คาดคิดว่ายาเม็ดห้วงนิทราจะส่งผลต่ออสูรรกร้างในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้
ส่วนอสูรรกร้างนั้น เห็นได้ชัดว่ายังคงต้องการยาเม็ดนั้น ดังนั้นมันจึงพูดอย่างกระวนกระวายใจว่า “ยานั่น ข้าขออีกเม็ดได้หรือไม่?”
“เจ้ายังต้องการอีก?”
“ข้า ข้าอยากเจอพี่หญิงใหญ่อีกครั้ง”
ลู่เฉินก็คิดเช่นนั้น แต่ยาเม็ดนี้กินได้แค่หนึ่งครั้งและต้องเว้นระยะ ลู่เฉินจึงขมวดคิ้วและพูดว่า “ในระยะเวลาสองสามปี เจ้ากินยาเม็ดนี้ได้มากสุดหนึ่งเม็ดเท่านั้น หากเจ้ากินเม็ดที่สองเข้าไป เจ้าจะกลายเป็นคนโง่”
อสูรรกร้างตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ถ้าเช่นนั้น ข้าจะไม่ได้พบนางอีกหรือ”
“อย่ารีบร้อน ข้ากำลังตามหานางอยู่เหมือนกัน” ลู่เฉินอธิบาย ในขณะที่อสูรรกร้างรู้สึกหดหู่ใจ “เจ้าหาไม่เจอหรอก”
“เพราะเหตุใด?”
“พี่หญิงใหญ่บอกว่านางอาจจะหายไปแสนนาน” อสูรรกร้างพูดอย่างเศร้าสร้อย
“แล้วนางบอกเจ้าหรือไม่ว่านางไปที่ไหน?”
“นางบอกว่านางกำลังจะไปที่ที่ห่างไกล”
ลู่เฉินรู้สึกงุนงง “ไม่ได้บอกว่าจะกลับมาเมื่อไหร่หรือ?”
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง อสูรรกร้างก็พูดว่า “นางบอกว่านางจะกลับมาเมื่อต้นไม้นั้นผลิบาน”
“ต้นไม้อะไร มันอยู่ที่ไหน?” ลู่เฉินสงสัย ในขณะที่อสูรรกร้างชี้ไปที่ไกล ๆ “มีตำหนักอยู่แห่งหนึ่ง ในนั้นมีต้นไม้อยู่”
“พาข้าไปดูที”
เมื่อเห็นว่าลู่เฉินดูเหมือนจะมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับพี่หญิงใหญ่ อสูรรกร้างจึงลุกขึ้นพาลู่เฉินเดินไปทางหนึ่ง ส่วนลู่เฉินก็ปลดเขตกั้นและเดินตามไปด้วยกัน
ระหว่างทาง ลู่เฉินพลันถามด้วยความสงสัยว่า “เจ้าจับคนเหล่านี้มาหรือ?”
“ไม่ พวกเขาบุกเข้ามาที่นี่และต้องการไปที่ตำหนักใหญ่แห่งนั้น แต่พวกเขาถูกคมมีดวายุรอบ ๆ นั้นฆ่าตาย” อสูรรกร้างรีบอธิบาย
“แล้วศิษย์หญิงของสำนักกู่หวงเล่า?”
อสูรรกร้างพูดอย่างอาย ๆ ว่า “บนเรือนร่างของสตรีพวกนั้นมีกลิ่นอายเหมือนกับต้นไม้นั่น ข้าจะพาพวกนางมาที่นี่และให้พวกนางฝึกฝน เพื่อทำให้ต้นไม้เขียวชอุ่ม”
“เขียวชอุ่ม?”
“ใช่”
ลู่เฉินรู้สึกแปลกใจ
ครั้นมาถึงตำหนักโบราณ เขาก็ได้ยินเสียงของเหล่าสตรีมากมาย
เมื่อลู่เฉินและอสูรรกร้างเข้ามา สตรีจำนวนนับไม่ถ้วนก็ก้าวมาข้างหน้าอย่างมีความสุข
แต่เมื่อพวกนางเห็นชายแปลกหน้า คนเหล่านี้ก็ตกใจ และบางคนถึงกับมองไปที่อสูรรกร้าง “อาหนิว เหตุใดเจ้าถึงพาบุรุษกลับมา?”
“อาหนิว เขาไม่ได้ถูกเจ้าจับมาใช่หรือไม่?”
“อาหนิว เจ้าไม่ได้บอกว่าเจ้าไม่จับกุมบุรุษหรอกหรือ?”
เห็นได้ชัดว่าสตรีเหล่านี้คุ้นเคยกับอสูรรกร้างตัวนี้มาก และปฏิบัติต่อมันแบบสหาย ไม่มีความหวาดกลัวเจือปน ส่วนลู่เฉินก็กลายมาเป็นเป้าหมายของความอยากรู้อยากเห็นของพวกนางแทน
ลู่เฉินเหลือบมองและพบว่าคนเหล่านี้ล้วนมีรากวิญญาณธาตุไม้และล้วนอยู่ในระดับสวรรค์
ไม่เพียงเท่านั้น วิธีการฝึกฝนของคนเหล่านี้ก็แปลกประหลาดยิ่งนัก เพราะกลิ่นอายของธาตุไม้ไหลออกมาจากร่างกายของพวกนางอย่างแปลกประหลาด!
อสูรรกร้างชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะแนะนำให้สตรีเหล่านั้นรู้จักชายหนุ่ม “เขา เขาเข้ามาเอง”
“เข้ามาเอง?” สตรีเหล่านั้นพบว่ามันน่าเหลือเชื่อ พวกนางบางคนมองลู่เฉินขึ้น ๆ ลง ๆ ส่วนลู่เฉินก็มองกลับไป ก่อนจะพบว่าพวกนางอยู่ในขั้นสร้างรากฐานระดับสมบูรณ์พร้อมแล้ว แต่พวกนางไม่สามารถทะลวงที่จุดคอขวดได้ ราวกับถูกจำกัดด้วยอะไรบางอย่าง
ในจังหวะนั้นเอง อสูรรกร้างพลันชี้ไปยังต้นไม้แห้งเหี่ยวที่อยู่ข้างหลังคนเหล่านี้แล้วพูดว่า “นี่คือต้นไม้ที่ว่า”
ลู่เฉินมองดูต้นไม้แห้งที่มีใบไม้งอกออกมาเล็กน้อย
“มีใบไม้งอกบนต้นไม้หิน?” ลู่เฉินดูอยากรู้อยากเห็นเมื่อเห็นว่าต้นไม้ตรงหน้าเขาดูเหมือนหินจริง ๆ
สตรีบางคนกลัวว่าลู่เฉินจะวางแผนร้าย ดังนั้นหญิงชราคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะอาวุโสที่สุดจึงออกมาและพูดกับทุกคนว่า “มัดเขาไว้!”