ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 225 กล้าใช้พิษ? ความจำสั้นจริง ๆ!
บทที่ 225 กล้าใช้พิษ? ความจำสั้นจริง ๆ!
ซือตู๋เทียนอธิบายว่า “อู่เหยียน เขาคือเจ้าสำนักน้อย และเป็นผู้ที่ถูกเลือกให้เป็นเจ้าสำนักคนถัดไป”
“เจ้าสำนักน้อย… อยู่ที่ใด?”
“เจ้าสำนักส่งเขาออกไปทำธุระ”
“ไปที่ใด?” ลู่เฉินถาม แต่ซือตู๋เทียนส่ายหัวอย่างจนปัญญา “ข้าเดาว่ามีเพียงเจ้าสำนักเท่านั้นที่รู้คำตอบนี้”
“แล้วเจ้าสำนักของพวกเจ้าล่ะ?”
“หุบเขาฟ้าศักดิ์สิทธิ์”
ลู่เฉินเข้าใจแล้วจึงถามถึงอีกคน “แล้วตู๋เหล่าลิ่วเล่า?”
“เขาอยู่ในตำหนักผู้อาวุโส แต่มีเพียงผู้อาวุโสใหญ่เท่านั้นที่รู้ว่าเขาอยู่ที่ใด” ซือตู๋เทียนตอบ ส่วนลู่เฉินก็พยักหน้าและเอ่ยว่า “พาข้าไปที่ตำหนักผู้อาวุโสก่อน”
ลู่เฉินวางแผนที่จะกำจัดตู๋เหล่าลิ่วผู้นี้เสียก่อน
เมื่อซือตู๋เทียนและคนอื่น ๆ ได้ยินว่าลู่เฉินกำลังจะไปหาตู๋เหล่าลิ่ว พวกเขาทั้งหมดก็แสดงสีหน้าแปลก ๆ ออกมา ทำให้ลู่เฉินรู้สึกงงงวยยิ่งนัก “เกิดอันใดขึ้น?”
“ผู้อาวุโส ตู๋เหล่าลิ่วคนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้ยาพิษ ข้ากลัวว่าท่าน…” เห็นได้ชัดว่าซือตู๋เทียนคนนี้รู้สึกว่าลู่เฉินจะกลัวพิษของตู๋เหล่าลิ่ว แต่ชายหนุ่มกลับหัวเราะเยาะ “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ประเมินข้าต่ำไปจริง ๆ”
“แต่…” ซือตู๋เทียนยังคงกังวลอยู่บ้าง แต่ลู่เฉินขี้เกียจเกินกว่าที่จะพูดเรื่องไร้สาระ “นำทางไป!”
ซือตู๋เทียนและคนอื่น ๆ จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเป็นผู้นำทาง
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็มาถึงตำหนักผู้อาวุโส ก่อนที่ลู่เฉินจะใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ เพื่อสัมผัสสภาพแวดล้อมโดยรอบ ไม่นานนักเขาก็พบตู๋เหล่าลิ่วที่ซ่อนตัวอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง ชายหนุ่มจึงพลันเผยยิ้มออกมา “ซ่อนตัวอยู่ที่นั่นเอง”
ลู่เฉินจึงเดินไปที่แห่งหนึ่ง และทุกคนก็สงสัยว่าลู่เฉินกำลังจะไปที่ใด จนกระทั่งชายหนุ่มมาถึงประตูหิน ทำให้คนเหล่านี้ต่างก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ
ซือตู๋เทียนรีบเอ่ยเตือนทันทีว่า “ผู้อาวุโส มีคนบอกว่ามีสิ่งเลวร้ายอยู่ในนั้น ท่าน…”
“เขาอยู่ในนั้น”
เมื่อลู่เฉินพูดเช่นนี้ ซือตู๋เทียนก็ตกใจ เพราะไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าตู๋เหล่าลิ่วจะอยู่ข้างใน ในขณะที่คนอื่น ๆ ก็พากันมองประตูหินด้วยสายตาแปลกประหลาด
และในยามนั้น ประตูหินก็พลันเปิดออก
ควันดำหนาพุ่งออกมา อีกทั้งยังมีกลิ่นสมุนไพรต่าง ๆ อีกด้วย
ทว่าทุกคนคุ้นเคยกับกลิ่นอายนี้เป็นอย่างดี เพราะมันคือกลิ่นอายของตู๋เหล่าลิ่ว!
เสียงของตู๋เหล่าลิ่วดังมาจากข้างในว่า “มาเลย มาดูกันว่าข้าจะจัดการกับเจ้าอย่างไร!”
ลู่เฉินยิ้มออกมาทันทีหลังจากได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ “ดี เพราะข้าก็อยากจะสั่งสอนเจ้าเช่นกัน!”
หลังจากเอ่ยจบ ลู่เฉินก็ก้าวเข้าไปในประตูหิน จากนั้นประตูหินก็ปิดลง ทำให้ทุกคนได้แต่มองหน้ากันเพราะไม่รู้จะทำอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ภายในห้องหินแห่งนี้มีหมอกปกคลุมไปทั่ว ทว่าชายหนุ่มไม่แม้แต่จะตื่นกลัว ลู่เฉินดูสงบนิ่งมาก อีกทั้งยังพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าไม่ออกมาหรือ?”
“ข้าอยู่รอบ ๆ นี้ แต่เจ้าไม่มีความสามารถที่จะหาข้าเจอเอง” ตู๋เหล่าลิ่วกล่าวอย่างเย่อหยิ่ง ทำให้ลู่เฉินที่ได้ยินดังนั้นคลี่ยิ้มออกมา “เจ้าสร้างมนุษย์ไม้สองสามคนไว้รอบ ๆ และเจ้าก็บอกว่าเจ้าอยู่ที่นี่ …นี่เจ้าประเมินข้าต่ำไปหรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ตู๋เหล่าลิ่วก็เผยยิ้มแปลก ๆ ออกมา “ถูกต้อง การจัดการกับเจ้า ใช้แค่มนุษย์ไม้สองสามคนก็เพียงพอแล้ว”
“แล้วเจ้าไม่กลัวหรือ หากเสี้ยววิญญาณเหล่านี้ของเจ้าจะถูกข้าทำลาย?”
“เจ้าไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอก!”
หลังจากพูดจบ มนุษย์ไม้เหล่านั้นก็โจมตีจากรอบด้านเข้ามา
ลู่เฉินพลันหยิบกู่ฉินเพลิงโบราณออกมาทันทีและเริ่มบรรเลงมัน
เสียงอันทรงพลังกระทบท่อนไม้เหล่านี้โดยตรงครั้งแล้วครั้งเล่า และเสี้ยววิญญาณในท่อนไม้เหล่านั้นก็กรีดร้องที
“เจ้า… เจ้าคือตัวอันใด!” ตู๋เหล่าลิ่วตะโกนในความมืด ในขณะที่ลู่เฉินเอ่ยว่า “ข้ามุ่งเป้าไปที่เสี้ยววิญญาณและจิตวิญญาณของเจ้าโดยเฉพาะ”
“เจ้า!” ตู๋เหล่าลิ่วโกรธเกินกว่าจะพูดอะไรได้
“มาเถอะ ให้ข้าดูว่ามนุษย์ไม้อย่างพวกเจ้ามีความสามารถแค่ไหน” ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ ด้วยรอยยิ้ม ขณะที่ตู๋เหล่าลิ่วตะคอกว่า “ข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่!”
หลังจากเอ่ยจบ แสงสีเขียวก็เริ่มกะพริบไปทั่ว
แสงสีเขียวเหล่านี้พุ่งเข้าสู่ร่างกายของลู่เฉิน ซึ่งชายหนุ่มก็เพียงแค่เอ่ยถามออกมาว่า “พิษ? ครั้งที่แล้วไม่ใช่ว่าลองไปแล้วหรือ? ยังจะใช้อีก?”
“คราวนี้ไม่เหมือนกัน!” ตู๋เหล่าลิ่วกล่าวอย่างเย่อหยิ่ง
“อ้าว? เหตุใดจึงไม่เหมือนกัน?”
“ครานี้… มันคือเคล็ดพิษประทีปที่สืบทอดมาจากท่านอาจารย์ของข้า!”
“พิษประทีบ?”
“ใช่ เมื่อแสงสีเขียวเหล่านี้เข้าไปในร่างกายของเจ้าแล้ว จะไม่มียาแก้พิษใดที่สามารถรักษาได้” ตู๋เหล่าลิ่วพูดอย่างมั่นใจ ทว่าลู่เฉินกลับยิ้มออกมา! “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไร้เดียงสามาก”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ตู๋เหล่าลิ่วก็กล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “รอประเดี๋ยว แล้วเจ้าจะรู้เอง!”
“ตกลง …ข้าจะรอ” ลู่เฉินยิ้ม
ทว่าคล้ายยังไม่พอใจนัก ตู๋เหล่าลิ่วจึงกล่าวขู่สำทับอีกว่า “รอดูเถิด เมื่อแสงสีเขียวนี้แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เถาวัลย์จำนวนนับไม่ถ้วนจะเติบโตในนั้นด้วยการกินเลือดและเนื้อของเจ้าเอง!”
เมื่อเห็นว่าลู่เฉินยังคงยิ้มอยู่ ตู๋เหล่าลิ่วก็เอ่ยด้วยความโกรธว่า “เจ้ายิ้มหาพระแสงอันใด?”
“ข้าหัวเราะเยาะเจ้าต่างหาก เพราะเจ้าช่างโง่เขลานัก” เพียงประโยคเดียวของลู่เฉิน ทำให้ตู๋เหล่าลิ่วระเบิดอารมณ์ แต่ลู่เฉินก็ยังไม่เป็นอันใด และยังคงบรรเลงกู่ฉินโบราณต่อไป
ตู๋เหล่าลิ่วที่อยู่ในร่างมนุษย์ไม้กรีดร้องทันที
“เป็นอย่างไรบ้าง? สบายดีหรือไม่?”
“เจ้าอย่าได้ใจไป รออีกเดี๋ยวเจ้าก็จะรู้เวลาตายของเจ้าแล้ว!”
“จริงหรือ? แต่เหตุใดข้าถึงได้ไม่รู้สึกกัน?” ลู่เฉินพูดยียวน ทำให้ตู๋เหล่าลิ่วพูดโต้กลับมาว่า “ยังไม่ถึงเวลา!”
“ต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใด?”
“หึ ทันที!” หลังจากเอ่ยจบ มนุษย์ไม้ก็เปล่งแสงสีเขียวเจิดจ้า จากนั้นแสงสีเขียวก็สว่างวาบบนร่างของลู่เฉิน ไม่นานนักก็ปรากฏเถาวัลย์พันรอบตัวชายหนุ่ม!
ตู๋เหล่าลิ่วหัวเราะลั่นทันที “เจ้าเห็นแล้วสินะ!”
“มันวิเศษมาก แต่ก็ยังไม่ได้ผลสำหรับข้า”
ตู๋เหล่าลิ่วไม่เชื่อ ปากก็พูดว่า “อีกเดี๋ยวมันจะบีบเจ้าให้แห้ง!”
“แล้วหากข้าเป็นฝ่ายบีบมันให้แห้งเล่า? ” หลังจากเอ่ยจบ ลู่เฉินก็ดูดซับพลังของเถาวัลย์เหล่านี้อย่างบ้าคลั่ง ทำให้เถาวัลย์พวกนั้นสลายหายไปในพริบตา ไม่มีแม้แต่โอกาสจะแผลงฤทธิ์!!
ตู๋เหล่าลิ่วตกตะลึง “นี่… นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?”
“มีวิธีอื่นอีกหรือไม่?” ลู่เฉินมองดูมนุษย์ไม้เหล่านั้นด้วยรอยยิ้ม แต่ตู๋เหล่าลิ่วกลับตื่นตระหนก ก่อนจะหันหลังเตรียมหนีไป
ลู่เฉินยิ้มหยันทันที “คิดจะหนี?”
ครู่ต่อมา เถาวัลย์นับไม่ถ้วนก็พันมนุษย์ไม้เหล่านั้นและดึงพวกมันไปหาลู่เฉิน
มนุษย์ไม้เหล่านี้ล้วนถูกสร้างขึ้นโดยตู๋เหล่าลิ่ว ดังนั้นลู่เฉินจึงมองดูพวกมันด้วยรอยยิ้ม “เจ้าบอกมาซิว่าเจ้าเอาเสี้ยววิญญาณตั้งมากมายมาอยู่ในมนุษย์ไม้เหล่านี้เพื่ออันใด?”
“ปล่อยข้า!” ตู๋เหล่าลิ่วยังคงดิ้นรน
“คนอย่างข้าไม่ชอบให้คนอื่นมาล่วงเกินเป็นที่สุด”
“อันใดนะ? คิดขู่ข้าหรือ?” ตู๋เหล่าลิ่วตะคอก
“เจ้าคิดอย่างไร?”
“บอกเลยว่าข้าไม่กลัวเจ้าหรอก!”
“เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะฆ่าเจ้าหรือ?”
“ฆ่าข้างั้นหรือ? ข้าสัญญาว่าเจ้าจะต้องเสียใจแน่หากลงมือ!”
“เสียใจ?”
“ใช่ ท่านอาจารย์ของข้าคือหมอผีแห่งแดนทักษิณา! เขาทรงพลังมาก! และเขาก็รู้จักยอดฝีมือมากมาย ดังนั้นเจ้าควรปล่อยข้าไปซะ!” ตู๋เหล่าลิ่วยกอาจารย์ของเขาออกมาอ้างเพื่อพยายามขู่ลู่เฉิน
ทว่าลู่เฉินกลับยิ้มออกมา “ข้าจะบอกอันใดกับเจ้าให้ อย่าพูดถึงอาจารย์ของเจ้าเลย เพราะแม้แต่เทพเซียนก็ช่วยเจ้าไม่ได้”
“หยิ่งยโส อวดดีนัก!” ตู๋เหล่าลิ่วคิดว่าลู่เฉินเพียงแค่โม้
ในขณะที่ลู่เฉินยังคงบรรเลงกู่ฉินโบราณ ส่งผลให้ตู๋เหล่าลิ่วที่อยู่ในร่างมนุษย์ไม้กรีดร้องออกมา ปากก็สาปแช่งไปด้วยว่า “ไอ้สารเลว เจ้ารอให้อาจารย์ของข้ามาฆ่าเจ้าได้เลย!”
หลังจากกล่าวจบ มนุษย์ไม้ทั้งหมดก็ลุกเป็นไฟในพลัน