ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 244 แม่นางนกยูง!
บทที่ 244 แม่นางนกยูง!
หลัวซาพยักหน้ารับ “อืม เป็นหญิงสาวทั้งหมด อีกทั้งหญิงสาวเหล่านี้ยังเป็นสิบสาวคณิกาผู้งดงามแห่งหอดอกแก้ว และยังสวมหน้ากากสัตว์ต่าง ๆ ทำให้ไม่มีผู้ใดได้เห็นใบหน้าที่แท้จริง รู้เพียงแค่ว่า ทุก ๆ ภารกิจล้วนเป็นพวกนางที่มอบหมายให้พวกเราอย่างเงียบ ๆ”
“โอ้? หมายความว่า พวกนางรู้ว่าพวกเจ้าคือคนของสำนักไสยมนต์ดำ?”
“พวกนางรู้จักทุกคน” หลัวซาตอบ ลู่เฉินมองหลัวซาราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า “หน้ากากของพวกเจ้า ถ้าหากถอดออกเอง จะปลอดภัยหรือ?”
“อืม” หลัวซาขานรับ
ลู่เฉินมองป้ายหอดอกแก้วเบื้องหน้าก่อนจะเอ่ยออกมา “ไป เข้าไปดูเสียหน่อย”
หลัวซารีบตามไปทันที
ยามนี้ใกล้ช่วงเวลากลางคืน ดังนั้นด้านในของหอดอกแก้วนี้จึงคึกคักเป็นอย่างมาก
แม้แต่โต๊ะบริเวณรอบ ๆ ห้องโถงแห่งนี้ยังถูกจับจองที่นั่งจนเต็มทั้งหมด และภายในนี้ก็มีหญิงสาวมากมายที่คอยรินชารับแขก
“ผู้คนที่มาที่นี่มีคนของสำนักไสยมนต์ดำประมาณเท่าไหร่หรือ?” ลู่เฉินอดถามขึ้นมาไม่ได้ หลัวซาจึงตอบกลับไปว่า “ที่นี่มีเพียงคนในกลุ่มเดียวกันเท่านั้นที่จะรู้ว่าเป็นคนของตน คนของกลุ่มอื่นนั้น พวกเราไม่มีทางรู้ได้ ดังนั้นข้าจึงไม่รู้ว่ามีประมาณกี่คน”
ลู่เฉินจึงเอ่ยถามต่อ “เช่นนั้น เมื่อพวกเจ้าทำภารกิจสำเร็จแล้วต้องทำเช่นไรต่อ?”
“เพียงหาโต๊ะว่างสักโต๊ะ สั่งเหล้าหอดอกแก้วเก้าไห ทุกไหให้ดื่มเพียงครึ่งเดียวแล้ววางไว้ จากนั้นก็จะมีหญิงสาวมาต้อนรับเพื่อให้พวกเราสั่งอาหาร และอาหารที่แตกต่างกันนั้นก็จะแสดงถึงระดับความสำเร็จที่ต่างกัน” หลัวซาตอบ
“ช่างป้องกันเข้มงวดขนาดนั้นเชียวหรือ?”
“ช่วยไม่ได้ สำนักไสยมนต์ดำเป็นเช่นนี้มาตลอด”
“แล้วรู้หรือไม่ว่าสำนักไสยมนต์ดำตั้งอยู่ที่ใด?”
หลัวซาส่ายหัวปฏิเสธ “ข้าไม่เคยไป”
“เช่นนั้นพวกเจ้าถูกรับเข้าไปได้อย่างไร?”
“ถูกเล็งเห็น จากนั้นก็ถูกจับไปยังสถานที่ลับแห่งหนึ่งผ่านการฝึกฝน สวมหน้ากาก ฝังอักขระยันต์กลืนวิญญาณ แล้วจึงกลายเป็นคนของสำนักไสยมนต์ดำ” หลัวซาอธิบายออกมาด้วยสีหน้าลำบากใจ ลู่เฉินกลับแย้มยิ้มพลางเอ่ยว่า “บีบบังคับกันสินะ?”
หลัวซาพยักหน้าแทนคำตอบ จากนั้นชายหนุ่มก็เปลี่ยนเรื่อง “ไปเถิด หาที่นั่งสักที่หนึ่ง”
“ไปห้องส่วนตัวดีกว่า ข้าใช้ที่นั่นเป็นประจำ”
หลัวซานำทางลู่เฉินไปยังห้องส่วนตัวแห่งหนึ่ง และที่นั่นก็มีป้ายแขวนไว้ว่า ‘จองแล้ว’
หลัวซาดันประตูเพื่อเปิดออก ภายในมีโต๊ะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง มีหน้าต่างบานใหญ่บานหนึ่งซึ่งอยู่ตรงข้ามของห้องโถงใหญ่พอดี ทำให้จากภายในห้องส่วนตัวนี้สามารถมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในห้องโถงใหญ่ได้
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง มีเสี่ยวเอ้อคนหนึ่งที่เป็นเด็กรับใช้เดินเข้ามา เขายิ้มพลางมองไปยังหลัวซาก่อนจะเอ่ยถาม “ท่านหลัวต้องการสั่งรายการใดบ้าง?”
“เสี่ยวกุ้ยจึ กฎเดิม หอดอกแก้วเก้าไห!” หลัวซาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม และผู้ที่ถูกเรียกว่าเสี่ยวกุ้ยจึก็ขานรับก่อนจะออกไปตระเตรียม
หลังจากชายผู้นั้นออกไปแล้ว หลัวซาจึงยิ้มพลางมองลู่เฉิน “เมื่อครู่ ชายผู้นั้นเป็นหนึ่งในคนรับใช้ที่คอยรับผิดชอบดูแลบริเวณรอบ ๆ ห้องส่วนตัวนี้”
ลู่เฉินพยักหน้า จนเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง หอดอกแก้วเก้าขวดก็ถูกนำเข้ามาภายในห้อง เมื่อหลัวซาดื่มแต่ละขวดไปเพียงครึ่งขวดเท่านั้นก็มีหญิงสาวผู้หนึ่งเดินเข้ามา
หญิงสาวผู้นี้ดูธรรมดายิ่งนัก และเหมือนกับหญิงสาวที่คอยต้อนรับบรรดาคุณชายต่าง ๆ ภายในห้องโถง
“ต้องการสั่งสิ่งใด?” หญิงสาวผู้นั้นนำม้วนกระดาษสีทองออกมา จากนั้นจึงเปิดออก เผยให้เห็นว่าภายในนั้นมีรายการอาหารหลายร้อยรายการ
หลัวซาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงสั่งรายการแรก “จัดวางเต็มโต๊ะ สั่งเพียงรายการเดียว!”
หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะเอ่ยถาม “เต็มโต๊ะนี้สามารถวางได้ถึงสิบรายการ ท่านสั่งเพียงรายการเดียว?”
“ใช่!”
“เช่นนั้นเหตุใดจึงไม่ลองเลือกแผงผักเป็นพิเศษอีกสักแผงหรือ?” หญิงสาวลองเอ่ยถามหยั่งเชิง หลัวซาจึงตอบกลับไปว่า “จัดให้เต็มโต๊ะเพียงรายการเดียว”
“เจ้าค่ะ!” หญิงสาวขานรับแล้วจึงเดินออกไป
ลู่เฉินยิ้มเจื่อน “คำตอบของพวกเจ้าคือรหัส?”
“ใช่ เต็มโต๊ะ หมายถึงข้ากำลังทำภารกิจ และรายการแรก แทนการบอกว่าข้าต้องการพบผู้มอบภารกิจ เพื่อรายงายสถานการณ์ภารกิจอย่างละเอียด” หลัวซาอธิบาย
ลู่เฉินคิดไม่ถึงว่าสำนักไสยมนต์ดำนี้จะระมัดระวังตัวเพียงนี้
ขณะนั้นเอง มีหญิงสาวที่สวมชุดสีดำผู้หนึ่งเดินเข้ามา นางสวมผ้าปิดตาที่ทำจากขนนกยูง ริมฝีปากบางถูกทาด้วยสีแดงสด ใบหน้าขาวผ่อง ริมฝีปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยนี้แสดงถึงลักษณะที่ดูมีความมั่นใจ
ลู่เฉินประเมินลักษณะของอีกฝ่าย เขาเดาว่าอายุน่าจะอยู่ที่ราว ๆ ยี่สิบปี
แม้อีกฝ่ายจะซ่อนพลังยุทธ์ไว้ได้อย่างดี แต่ไม่ว่าจะซ่อนไว้เช่นไร ลู่เฉินมองเพียงครั้งเดียวก็สามารถดูออก อีกฝ่ายไปถึงขั้นก่อกำเนิดระดับต้น ส่วนรากวิญญาณนั้นอาจจะไปถึงขั้นรากวิญญาณแปดดาวก็เป็นได้
‘ความสามารถ… ก็ไม่แย่นี่’ ลู่เฉินพึมพำในใจ
ขณะนั้นเองก็มีสาวใช้เดินตามหญิงสาวผู้นี้เข้ามาอีกสองสามคน พวกนางก้าวมาด้านหน้าเพื่อดึงบานหน้าต่างใหญ่ ทำให้ห้องนี้ถูกปิดสนิทจากด้านนอก และสาวใช้เหล่านั้นก็เดินออกไป ปิดประตู ทำให้ภายในห้องเหลือเพียงสามคนเท่านั้น
หลัวซากล่าวแสดงความเคารพอีกฝ่าย “แม่นางนกยูง”
“ว่ามาเถิด อยากรู้เรื่องใด?” หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าแม่นางนกยูงมองไปยังหลัวซาด้วยแววตาสงสัย แต่หลัวซารู้ว่ารอบด้านนี้ถูกปิดกั้นเสียง เขาจึงมองไปยังลู่เฉินพลางส่งสัญญาณเป็นคำพูดว่า ‘นางคือผู้ที่มอบภารกิจให้ข้า’
ลู่เฉินผุดลุกขึ้นยืน เขาแย้มยิ้มพลางมองไปยังหญิงสาวผู้นั้น “ขณะที่พวกเรากำลังทำภารกิจนั้น ก็พบกับปัญหาอย่างหนึ่ง”
หญิงสาวจึงมองไปยังลู่เฉินพลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เหตุใดก่อนหน้านี้จึงไม่เคยพบเจ้ามาก่อน?”
ลู่เฉินนำแผ่นป้ายออกมา ขณะเดียวกัน บนร่างกายยังแผ่กลิ่นอายเช่นเดียวกับแผ่นป้ายนี้
หญิงสาวจึงคลายความข้องใจออกไป แต่หลัวซายังคงเอ่ยแนะนำขึ้นมาว่า “เขาคือผู้มาใหม่”
“โอ้” หญิงสาวขานรับ นางมองไปยังบุรุษผู้นี้ด้วยความแปลกใจ “พูดมาเถิด พบเจอปัญหาใด?”
“ข้าได้รับของสิ่งหนึ่งบนร่างกายของผู้เป็นเป้าหมาย และข้าไม่รู้ว่าของสิ่งนั้นคืออะไร” ลู่เฉินพูดพลางก้าวขึ้นมาด้านหน้า ฝ่ามือด้านขวาถูกกำไว้แน่นราวกับกำลังดึงบางอย่างออกมา และเพราะหญิงสาวผู้นั้นรู้สถานะของลู่เฉิน นางจึงไม่เกิดความสงสัยใด ๆ
แต่หลัวซาที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งกลับรู้สึกกังวล และยังกลัวว่าชายหนุ่มจะทำบางอย่างพลาดไป
หญิงสาวจ้องไปยังกำปั้นของลู่เฉิน จนกระทั่งลู่เฉินยืนห่างจากหญิงสาวเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น จึงค่อย ๆ คลายกำปั้นมือขวาออก และปรากฏ ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ ขึ้นมา ประตูนี้เกิดพลังดึงดูดอย่างมหาศาลทันที
หญิงสาวผู้นี้พลันตกตะลึงทันที “สมควรตาย!”
นางคิดจะหนีแต่ไม่อาจทำได้ สุดท้ายก็ถูก ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ ดูดเข้าไปทันที
หลัวซาที่เห็นเช่นนั้นพลันตกใจยิ่ง “เมื่อครู่นี้คือ?”
“เป็นเพียงแค่สมบัติวิญญาณอย่างหนึ่ง” ลู่เฉินแสยะยิ้ม แต่หลัวซายังคงสงสัย “เช่นนั้น นางยังสามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้หรือไม่?”
“วางใจเถิด ติดต่อไม่ได้” ลู่เฉินยิ้มประหลาด แต่หลัวซากลับถอนหายใจคลายกังวลออกมา “เช่นนั้นก็ดี”
ชายหนุ่มต้องการก้าวเข้าไปภายในประตูนั้น เขาจึงหันไปพูดกับหลัวซา “ข้าจะเข้าไปคุยกับนาง ส่วนเจ้าก็คอยเฝ้าอยู่ที่นี่”
เมื่อหลัวซารับคำ ลู่เฉินก็หายตัวเข้าไปภายในประตูบานนั้นทันที ทำให้หลัวซารู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาเล็กน้อย
เมื่อลู่เฉินเข้าไปภายในประตูบานนั้นแล้วก็ได้เห็นแม่นางนกยูงที่ถูกค่ายกลกักขังไว้ยังมุมหนึ่ง หญิงสาวผู้นั้นสบถออกมาด้วยความโมโห “เจ้ารู้ถึงผลที่ตามมาจากการทรยศสำนักไสยมนต์ดำหรือไม่?”
“ข้าไม่ใช่คนของสำนักไสยมนต์ดำ” ลู่เฉินยิ้มพลางมองไปยังหญิงสาวผู้นั้น ซึ่งอีกฝ่ายพลันเบิกตากว้าง “อันใดนะ?”
“หรือว่าเวลาที่พวกเจ้ามอบหมายภารกิจนั้นไม่รู้เลยหรือว่าเป้าหมายของเจ้ามีลักษณะเป็นเช่นไร?” ชายหนุ่มยิ้ม ซึ่งอีกฝ่ายก็ได้เอ่ยถามด้วยความสงสัย “หมายความเช่นไร?”
ลู่เฉินนำจดหมายฉบับหนึ่งออกมา จากนั้นจึงนำภาพเหมือนออกมาจากภายในจดหมาย ชี้ไปยังรูปภาพบนนั้นที่เหมือนกับตนเองทุกประการ
หญิงสาวเบิกตากว้าง “เจ้า? เจ้าคือเป้าหมายของภารกิจ?”
“คิดว่าเช่นไร?” ลู่เฉินแสยะยิ้ม
หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นทันที “ทางที่ดี ข้าแนะนำให้เจ้าปล่อยข้าไปเสีย!”
“จำเป็นด้วยหรือ?”
หญิงสาวจึงตะโกนขึ้นมา “ถ้าหากภายในเวลาหนึ่งถ้วยชาไม่ออกไปจากที่นี่ก็จะมีคนอื่นเข้ามา ถึงเวลานั้นพวกเจ้าจบเห่แน่!”
“ยังมีเวลาเพียงพอ!”
“เพียงพอ?” หญิงสาวไม่รู้ว่าเขาหมายความเช่นไร