ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 294 สตรีขี้เมานางนี้ฝีมือไม่ธรรมดา!
บทที่ 294 สตรีขี้เมานางนี้ฝีมือไม่ธรรมดา!
หลังจากที่ทั้งสามคนมองหน้ากันและบอกเล่าสถานการณ์อีกครั้ง ปรากฏว่ามีโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ ซึ่งมีคนของพระราชวังไร้หน้าเข้าออกให้เห็น แต่ไม่มีใครรู้ว่ากลไกเข้าและออกนั้นเป็นเช่นไร
รู้เพียงแค่ว่าคนของวังไร้หน้าสั่งสุราพิเศษนั้นมากาหนึ่ง และหลังจากดื่มจนหมด พวกเขาก็จะหลับสนิท หลังจากตื่นขึ้นมา พวกเขาจะปรากฏตัวบนภูเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของวังไร้หน้า
ผู้ที่ต้องการจะออกจากวังไร้หน้าก็ทำเช่นเดียวกัน
สิ่งนี้ทำให้ลู่เฉินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “เช่นนี้หมายความว่าพวกเจ้าถูกคนย้ายเข้าแล้วก็ย้ายออก?”
ทั้งสามพยักหน้าด้วยความกระอักกระอ่วน ชายหนุ่มจึงได้แต่พูดว่า “ไปเถอะ ไปดูโรงเตี๊ยมแห่งนี้กันก่อน”
ทั้งสามไม่อาจปฏิเสธได้ ดังนั้นจึงต้องพาลู่เฉินไปดูด้วยตนเอง
ระหว่างทาง ทั้งสามยังพูดคุยกับลู่เฉินมากมาย ซึ่งลู่เฉินก็รู้ว่าทั้งสามคนนี้เป็นสามพี่น้องร่วมสาบานกัน ดังนั้นพวกเขาทั้งสามจึงตั้งชื่อตัวเองว่าเสือใหญ่ เสือรอง และเสือสาม
พูดไปก็เพื่อขู่ขวัญผู้คน
ท้ายที่สุดแล้วในพระราชวังไร้หน้า ทุกคนมี ‘ผิว’ แปลก ๆ บนใบหน้า และผิวนี้เป็น ‘ลักษณะเฉพาะ’ ของพวกเขา ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ใบหน้าที่แท้จริงภายใต้ผิวนั้น และมีเพียงชื่อรหัสเท่านั้น
ลู่เฉินจึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “คนจากวังไร้หน้าคนอื่น ๆ รู้ได้อย่างไรว่าเจ้ามาจากพระราชวังไร้หน้า”
“ใบหน้านี้ ตราบใดที่เป็นคนของพระราชวังไร้หน้าก็สามารถมองออกอย่างรวดเร็วว่ามาจากพระราชวังไร้หน้า” เสือใหญ่พูด ลู่เฉินจึงมองผิวหนังของคนทั้งสามอย่างละเอียด ซึ่งก็พบว่ามันมีกลิ่นอายแปลกประหลาดแฝงอยู่
กลิ่นอายนี้พบได้น้อยมาก ราวกับว่ามีกลิ่นอายของอสูร มนุษย์ ภูตผี และปีศาจผสมเข้าด้วยกัน
ดังนั้นลู่เฉินจึงถามด้วยความสงสัยว่า “เช่นนั้น ตราบใดที่เจ้าดื่มสุรานั่น คนของวังไร้หน้าก็จะพาพวกเจ้าไป?”
“น่าจะใช่!” เสือใหญ่ตอบ จากนั้นอีกสองคนก็พยักหน้าย้ำ
หลังจากที่ลู่เฉินเข้าใจแล้ว เขาก็ต้องการที่จะไปตรวจสอบ
ทุกคนจึงมายังโรงเตี๊ยม ‘กลับบ้านเกิด’
ชื่อนี้ค่อนข้างมีมนต์ขลัง และการจัดวางภายในนั้นมหัศจรรย์ยิ่งนัก เพราะผู้ดื่มสุราทุกคนมี ‘ที่นั่งชั้นพิเศษ’ แยกต่างหาก ดังนั้นสุราที่นี่จึงมีราคาแพงมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่ลู่เฉินและคนอื่น ๆ เข้าไปแล้ว พลันมีเสี่ยวเอ้อร์นำพวกเขาทั้งสี่ไปยัง ‘ที่นั่งชั้นพิเศษ’ ทั้งสี่ที่และนั่งแยกกัน
อย่างไรก็ตาม ลู่เฉินหลับตาลงและสัมผัสถึงอีกสามคนผ่านอักขระยันต์หุ่นเชิด และหลังจากขอให้พวกเขาบอกชื่อสุราแล้ว ลู่เฉินก็มองไปที่เสี่ยวเอ้อร์แล้วยิ้มออกมา “ข้าต้องการสุราชั้นดีของพวกเจ้า สุราคืนสู่บ้านเกิด!”
“ท่านลูกค้า สุรานี้ราคาไม่น้อยเลยนะ!” เสี่ยวเอ้อร์ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองลู่เฉินด้วยรอยยิ้ม
ลู่เฉินยิ้มเล็กน้อย “อันใด? กลัวว่าข้าจะดื่มไม่ได้หรือ?”
“ไม่ใช่ขอรับ เพียงแต่สุรานี้…”
“บอกมาเถอะ ราคาเท่าใด” ชายหนุ่มมองเสี่ยวเอ้อร์ด้วยรอยยิ้ม และเสี่ยวเอ้อร์ก็พูดอย่างกระอักกระอ่วนว่า “คงต้องถามเถ้าแก่เนี้ยของเรา!”
“อ้อ? งั้นให้นางมา” ลู่เฉินสงสัยว่าเพราะเขาเป็นคนนอกหรือไม่ คนที่นี่จึงไม่ให้สุราแก่เขา
เสี่ยวเอ้อร์จึงเอ่ยอย่างขออภัยว่า “เช่นนั้นข้าจะไปถาม”
จากนั้นเสี่ยวเอ้อร์ก็จากไป ลู่เฉินจึงติดต่อไปหาอีกสามคน
ทว่าทั้งสามคนนั้นได้สุราไปแล้ว เพราะหากพวกเขาไม่ดื่ม มันก็จะถูกเก็บไปทันที แต่หลังจากที่ทั้งสามดื่มแล้ว ลู่เฉินก็ขาดการติดต่อกับพวกเขา
สิ่งนี้ทำให้เขาพลันมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา “นี่เป็นสุราอันใดกัน แม้แต่อักขระยันต์หุ่นเชิดก็ไม่ได้ผล?”
ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นมองไปรอบ ๆ ที่นั่งชั้นพิเศษ เพียงเพื่อจะพบว่าที่นั่งชั้นพิเศษเหล่านั้นว่างเปล่า และไม่มีผู้ใดอยู่ตรงนั้นแม้แต่คนเดียว และเสี่ยวเอ้อร์เหล่านั้นที่อยู่ตรงทางเดินก็ถามลู่เฉินว่าต้องการจะทำอันใด
ลู่เฉินมองพวกเขาพลางถามว่า “สามคนที่มากับข้าอยู่ที่ไหน?”
“พวกเขาจากไปแล้วขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์พูดโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า ในขณะที่ลู่เฉินพูดด้วยรอยยิ้มว่า “พวกเขาจะแจ้งให้ข้าทราบหากพวกเขาจะไป”
“นี่ พวกข้าไม่รู้จริง ๆ ขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์ส่ายหน้า
ลู่เฉินตกอยู่ในห้วงความคิด และหลังจากมองไปรอบ ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่า “มิน่าเล่า ที่แท้ก็มีค่ายกลที่น่าสนใจซ่อนอยู่ล้อมรอบไม่น้อยสินะ”
ทันใดนั้นก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้น “ใครต้องการพบข้า?”
ครั้นชายหนุ่มหันกลับมาก็เห็นสาวงามที่ประทินโฉมอย่างหนักปรากฏตัวขึ้นพอดี หญิงสาวผู้นี้ดูอายุราว ๆ ยี่สิบเศษ นางถือเหยือกสุราไว้ในมือ และบนร่างของนางก็มีแต่กลิ่นสุราราวกับเป็นสตรีขี้เมา
ไม่เพียงเท่านั้น นางยังสะอึกและมองไปที่ลู่เฉินก่อนจะถามว่า “เป็นเจ้าหรือ?”
“เจ้าเป็นเถ้าแก่เนี้ยของที่นี่หรือ?”
“ถูกต้อง ข้าเป็นเถ้าแก่เนี้ยของที่นี่ นามว่าเมิ่งเซียง”
“นี่ใช่ชื่อจริงของเจ้าหรือไม่?” ลู่เฉินมองเถ้าแก่เนี้ยด้วยความแปลกใจ เถ้าแก่เนี้ยยิ้มให้ลู่เฉินและตอบว่า “พ่อหนุ่มน้อย เจ้าคิดว่าข้าจำเป็นต้องโกหกเจ้าหรือ?”
ลู่เฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสงบสติอารมณ์และพูดว่า “สหายทั้งสามคนที่มากับข้าหายไปแล้ว ข้าต้องการพบพวกเขา!”
“ขออภัย ที่นี่เป็นโรงเตี๊ยม ไม่ใช่สถานที่ทางการ ดังนั้นหากเจ้าทำคนหายก็ไปแจ้งทางการเสีย หรือไปหาดูรอบ ๆ เองเถิด บางทีพวกเขาอาจกำลังเล่นอยู่ที่ไหนสักแห่งข้างนอก” เถ้าแก่เนี้ยหัวเราะ
หลังจากที่เถ้าแก่เนี้ยพูดจบ ริมฝีปากเล็ก ๆ ของนางก็จิบสุราเข้าไปอีกครั้งด้วยท่าทางอันองอาจ
ดื่มแล้วก็สะอึกอีกครั้ง ก่อนจะแย้มยิ้มให้ลู่เฉิน “อันใด? ข้ายังอธิบายไม่ชัดเจนพอหรือ?”
“ถ้าเช่นนั้น ข้าต้องการสุราคืนสู่บ้านเกิดของเจ้า คงจะได้สินะ?” หลังจากที่ลู่เฉินไม่สามารถถามอันใดได้ เขาก็จ้องไปที่เถ้าแก่เนี้ย และเถ้าแก่เนี้ยก็ยิ้มให้ลู่เฉินพร้อมกล่าวว่า “ขออภัย สุรานี้ของเรามีไว้สำหรับลูกค้าเก่าแก่เท่านั้น ดังนั้น…”
“ลูกค้าเก่าแก่?”
“ถูกต้อง!” เถ้าแก่เนี้ยตอบรับ แต่ลู่เฉินยิ้มให้เถ้าแก่เนี้ยและพูดว่า “เถ้าแก่เนี้ย โรงเตี๊ยมเจ้าไม่ต้องการทำเงินหรือ?”
“ทำอย่างไรได้ สุรานี้มีค่า เราให้เฉพาะลูกค้าเก่าแก่เท่านั้น” เถ้าแก่เนี้ยยิ้มพลางหรี่ตา
แน่นอนว่าชายหนุ่มเองก็ยิ้มตอบ “ข้าคิดว่าเจ้าขายให้ข้าจะดีกว่า!”
“หากข้าไม่ขายเล่า?” เถ้าแก่เนี้ยหัวเราะ
“หากไม่เช่นนั้น ค่ายกลในร้านของเจ้าก็จะทำงานไม่ได้แล้ว” ลู่เฉินยิ้มให้เถ้าแก่เนี้ย แต่เมื่อเถ้าแก่เนี้ยได้ยินเช่นนี้ นางก็หัวเราะออกมา “ค่ายกล? ค่ายกลอันใดกัน?”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเสแสร้งสมจริงเช่นนั้น ลู่เฉินจึงหยิบศิลาวิญญาณออกมา และกระแทกลงที่มุมหนึ่ง รอยแตกพลันปรากฏขึ้นที่นั่นทันที และภายในรอยแตกนั้นก็มีความมืดมิดราวกับทางเดิน
เสี่ยวเอ้อร์เหล่านั้นตกใจกลัวทันที
ขณะที่เถ้าแก่เนี้ยยกเหยือกขึ้นมาและยิ้มให้ลู่เฉิน “ดูเหมือนว่าเจ้าจะมาที่นี่เพื่อจับผิดสินะ”
“ไม่ได้มาเพื่อจับผิด ข้ามาหาคนเท่านั้น” ลู่เฉินยิ้ม และเถ้าแก่เนี้ยก็ยิ้มแปลก ๆ ตอบกลับมา “มีเพียงผลลัพธ์เดียวสำหรับผู้ที่มาที่นี่เพื่อสร้างปัญหา”
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?”
“ถูกต้อง!” หลังจากที่เถ้าแก่เนี้ยพูดจบ นางก็โบกมือ พลันฟองอากาศจำนวนนับไม่ถ้วนก็ลอยออกมาห่อหุ้มลู่เฉินไว้ จากนั้นฟองเหล่านี้ก็เพิ่มขึ้นทีละชั้น ทำให้ลู่เฉินราวกับถูกขังอยู่ในฟองอากาศและไม่สามารถออกมาได้
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเถ้าแก่เนี้ยยังโบกมืออีกครั้ง จากนั้นฟองก็หดเล็กลง กระทั่งกลายเป็นลูกปัดขนาดเท่าฝ่ามือ นางจ้องมองลู่เฉินที่อยู่ภายในลูกปัดพลางแย้มยิ้มออกมา “นี่ก็คือผลลัพธ์ที่ข้าบอกเจ้า!”