ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 349 เจ็ดมือสังหาร อันดับที่สามปรากฏตัว!
บทที่ 349 เจ็ดมือสังหาร อันดับที่สามปรากฏตัว!
ดาบเล่มนี้กลายเป็นเศษชิ้นส่วนมากมายนับไม่ถ้วน จากนั้นเศษชิ้นส่วนนี้ก็กลายเป็นมวลพลังขนาดเล็กพุ่งเข้าใส่ลู่เฉิน
‘กำแพงพันชั้น’ ของชายหนุ่ม สามารถต้านทานการโจมตีของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย ผู้คนที่ได้เห็นทักษะของเขาด้วยตาของตัวเองในครั้งแรกก็พลันตกตะลึงขึ้นมา บางคนยังรู้สึกว่าน่าเหลือเชื่อเกินไป “นี่ คือการป้องกันใดกัน!”
ผู้ที่ลงมือรู้สึกไม่พอใจจึงลองอีกครั้ง แต่ผลยังคงเป็นเช่นเดิม ทำให้คนผู้นั้นมีท่าทางจริงจังขึ้นมา และจ้องมองมายังลู่เฉินด้วยสายตาเย็นชา “ครานี้ ข้าจะเอาจริงแล้ว!”
เมื่อพูดจบ บนร่างของคนผู้นี้ก็แผ่แสงสีโลหิตสว่างวาบออกมา จากนั้นทั้งร่างก็พลันหายไป
แต่ทุกคนกลับเห็นแสงสีโลหิตนี้กลายเป็นเพียงแมลงตัวหนึ่งบินออกไป ก่อนจะเกาะอยู่บนม่านป้องกัน คนเหล่านั้นต่างตกตะลึงและพากันแปลกใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
องค์จักรพรรดิมีท่าทางเคร่งขรึมขึ้นมาและมองไปยังเซวียจิน “คนผู้นี้คือใครกัน? เหตุใดจึงมีวิชาที่ประหลาดเช่นนี้”
“ข้าเองก็ไม่รู้ที่มาที่ไปของเขา รู้เพียงแค่เขามีรากวิญญาณธาตุลมเก้าดาว แต่เรื่องราวเบื้องลึกนั้นข้าก็ไม่อาจทราบได้!”
“รากวิญญาณธาตุลม? เหตุใดจึงเกี่ยวกับแมลงได้?” องค์จักรพรรดิไม่เข้าใจ
ไม่เพียงแต่องค์จักรพรรดิเท่านั้น หนานเหยาและหนานลัว รวมถึงคนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน ทว่าลู่เฉินกลับยิ้มออกมา “นี่ไม่ใช่ตัวตนของเขา!”
“ไม่ใช่ตัวตนของเขา?”องค์จักรพรรดิและคนอื่น ๆ ล้วนสับสน
แมลงเหล่านั้นส่งเสียงหัวเราะประหลาดออกมา “เจ้าหนุ่ม เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
และน้ำเสียงนี้เป็นเสียงของใครอีกคน
เมื่อทุกคนได้ยินต่างก็ตกตะลึงขึ้นมา โดยเฉพาะองค์จักรพรรดิที่ดูร้อนใจ จึงหันไปสั่งเซวียจินทันที “เร็วเข้า! จัดการแมลงเหล่านี้ให้หมด!”
เมื่อเซวียจินกำลังจะลงมือ แมลงมากมายที่บินฉวัดเฉวียนอยู่บนท้องฟ้าก็ได้กลายเป็นพายุหมุนสีดำพุ่งไปรอบ ๆ ลู่เฉิน และล้อมรอบเขาไว้ภายในจนไม่อาจให้ผู้ใดเข้าใกล้ได้
องค์จักรพรรดิตกตะลึงขึ้นมา “ช่วยเขา!”
เพียงไม่นาน ทหารรักษาการณ์มากมายก็เข้ามาจนเต็มพื้นที่ แต่คนเหล่านี้ไม่สามารถทำลายแมลงเหล่านี้ได้ ส่วนแมลงสีโลหิตที่เกาะอยู่บน ‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉินกลับหัวเราะพลางเอ่ยออกมาว่า “อย่าสิ้นเปลืองพลังเลย แมลงเหล่านี้ของข้าสามารถกินเคล็ดวิชาได้!”
“กินเคล็ดวิชา?” ทุกคนมองหน้ากันทันที
เซวียจินมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา “ว่ากันว่ามีผู้หนึ่งในแดนทักษิณาได้ฝึกเคล็ดวิชาแมลง สามารถกินเคล็ดวิชาและกินสมบัติวิญญาณได้!”
เหมือนกับองค์จักรพรรดิคิดอันใดบางอย่างออกจึงพูดขึ้นมา “เจ็ดมือสังหารแดนทักษิณา ถูกจัดอยู่ในอันดับที่สาม ราชันย์แมลงลม?”
“องค์จักรพรรดิช่างมีสายตาที่เฉียบแหลมนัก!” แมลงสีโลหิตเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา องค์จักรพรรดิจึงร้อนใจขึ้นมา “เจ้า เจ้ารีบปล่อยเขาซะ! ไม่อย่างนั้นราชวงศ์หนานโยวจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”
แต่ราชันย์แมลงลมกลับเอ่ยเยาะเย้ยขึ้นมา “องค์จักรพรรดิเมืองหนานโยว ท่านอย่าขู่ข้านักเลย!”
“เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ข้ากำลังจะเรียกคนออกมา?” องค์จักรพรรดิตรัสด้วยน้ำเสียงพิโรธ
ราชันย์แมลงลมยังคงพูดเยาะเย้ยว่า “ชายชราในราชวงศ์หนานโยวพวกนั้น ย่อมไม่ออกมาง่าย ๆ แน่!”
“เจ้า!” องค์จักรพรรดิขมวดคิ้ว หนานเหยาจึงมองไปยังหนานลัวพลันเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ “เหตุใดชายชราเหล่านั้นจึงไม่ออกมากัน?”
“พวกเขามีหน้าที่รับผิดชอบดูแลสุสานของราชวงศ์หนานโยว โดยปกติแล้วจะไม่ปรากฏตัวออกมา นอกเสียจากองค์จักรพรรดิหรือทั้งราชวงศ์จะได้รับการคุกคามจึงจะออกมาได้” หนานลัวค่อย ๆ อธิบายออกมา หนานเหยาจึงร้อนใจขึ้นมา “เช่นนั้นจะทำลายกฎนั่นอย่างไร?!”
ราชันย์แมลงลมเผยรอยยิ้มประหลาด “พวกเจ้าอยู่ที่นี่ แล้วจงตั้งใจดูข้ากลืนกินเคล็ดวิชาการป้องกันของเจ้าหนุ่มผู้นี้เสียเถิด!”
ราชันย์แมลงลมกล่าวจบก็ควบคุมแมลงเหล่านี้ไปกลืนกิน ‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉิน หนานเหยาจึงมองไปยังองค์จักรพรรดิทันที “ท่านคิดหาหนทางเถิด!”
องค์จักรพรรดิก็คิดเช่นนั้น แต่การโจมตีของทุกคนจะถูกแมลงเหล่านี้กลืนกินลงไป เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร ดังนั้นสีหน้าของพวกเขาจึงไม่สู้ดีนัก “ข้าก็คิดเช่นนั้น แต่…”
“พวกท่านพึ่งพาไม่ได้เสียจริง!” หนานเหยาโมโหขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม เฮยเม่ยที่อยู่ไม่ไกลกลับรู้สึกพึงพอใจ “หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาจบเห่แน่!”
ทว่าสิ่งที่ทำให้ราชันย์แมลงลมคาดไม่ถึงก็คือ แมลงของเขานั้นไม่สามารถทำลาย ‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉินได้
ไม่เพียงเท่านั้น ลู่เฉินยังยิ้มพลางมองไปยังแมลงสีโลหิตเหล่านั้น “เจ้าคงไม่คิดว่า เพียงแค่อาศัยแมลงพวกนี้แล้วจะสามารถทำลายเคล็ดวิชาการป้องกันของข้าได้หรอกนะ?”
ราชันย์แมลงลมกังวลใจขึ้นมา “แต่ไหนแต่ไรพวกมันก็ไม่เคยผิดพลาด!”
“ไม่เคยผิดพลาด แต่ก่อนอื่นนั้น พวกมันจะยอมฟังเจ้าหรือไม่!” เมื่อลู่เฉินเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา แมลงเหล่านั้นที่บินอยู่บนท้องฟ้าทั้งหมดก็สลายตัวออกไป และแมลงเหล่านั้นก็ก่อตัวเป็นร่างคนผู้หนึ่งขึ้นมา
คนผู้นี้มีแมลงเกาะอยู่ทั่วทั้งตัว บนใบหน้ายังเต็มไปด้วยตุ่มสีเลือดมากมายนับไม่ถ้วน ดูแล้วช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก
“เหตุใดเคล็ดวิชาแมลงของข้าจึงล้มเหลวได้?” เมื่อราชันย์แมลงลมเห็นตัวเองกลับไปเป็นร่างคนอีกครั้ง และแมลงที่อยู่รอบ ๆ ก็ค่อย ๆ บินจากไป ทำให้เขามีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
ถึงแม้องค์จักรพรรดิจะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น แต่เขาก็รีบสั่งการออกมาทันที “เร็วเข้า จับเขาซะ!”
เซวียจินและคนอื่น ๆ ลงมือทันที แต่ราชันย์แมลงลมนั้นมีความเร็วราวกับสายลม เขารีบหลบซ่อนทันที และปล่อยแมลงบางส่วนออกมาเป็นครั้งคราว
แมลงเหล่านั้นเข้าไปยังภายในร่างกายของทหารรักษาการณ์บางส่วน ทหารรักษาการณ์เหล่านั้นจึงรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาทันที
เมื่อองค์จักรพรรดิเห็นเช่นนั้นจึงหวาดกลัวขึ้นมา ส่วนหนานเหยาและคนอื่น ๆ ต่างก็งุนงนกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ราชันย์แมลงลมกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน “เจ้าหนุ่ม! รอข้าจัดการกับเจ้าตัวปัญหาพวกนี้เสียก่อน แล้วข้าจะไปจัดการเจ้า!”
“เคล็ดวิชาแมลงและการควบคุมแมลงของเจ้าล้มเหลวไปแล้ว เจ้ายังคิดว่ายังจะสามารถต้านทานข้าได้อย่างนั้นหรือ?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองไปยังราชันย์แมลงลม และอีกฝ่ายก็ตะโกนกลับมา “ข้าอยู่ในขั้นแปลงเซียน ถึงแม้ข้าจะไม่ใช้เคล็ดวิชาพวกนี้ แต่ข้าก็สามารถสังหารเจ้าได้อย่างง่ายดาย!”
เมื่อพูดจบ ราชันย์แมลงลมจึงเข้าไปประชิดด้านหลังลู่เฉินทันที ในมือปรากฏเข็มแหลมคมออกมาเล่มหนึ่ง คิดจะแทงเข้าไปภายในร่างกายของชายหนุ่ม
ทว่าชายหนุ่มกลับกลายเป็นเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งในทันที ดังนั้นเข็มที่ถูกแทงออกไปนั้นจึงแทงลงบนกระดาษ จากนั้นเขาก็ปรากฏตัวด้านข้างพลางหัวเราะออกมา “หรือว่าจะยังไม่มีคนบอกเจ้าว่าข้านั้นแข็งแกร่งเพียงใด?”
“เจ้า!” ราชันย์แมลงลมไม่พอใจจึงไล่ล่าเพื่อสังหารลู่เฉิน แต่ผลยังคงเป็นเช่นเดิม ไม่ว่าราชันย์แมลงลมจะออกแรงมากเพียงใด สุดท้ายเข็มที่แทงออกไปนั้นก็ทิ่มเข้าไปยังตุ๊กตากระดาษเท่านั้น
เฮยเม่ยที่เห็นภาพดังกล่าวจึงพูดออกมาด้วยความสับสน “นี่ ยังใช่คนหรือไม่?”
หนานเหยาตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “ดี!”
เป็นครั้งแรกที่องค์จักรพรรดิและคนอื่น ๆ ได้เห็นภาพเช่นนี้กับตาของตน ดังนั้นแต่ละคนจึงอุทานออกมาด้วยความตกใจ ขณะที่คนเหล่านั้นซึ่งถูกเรียกมาก็พากันรู้สึกมึนงงและสับสนไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้คนที่ถูกลู่เฉินเรียกออกมาพูดคุยแลกเปลี่ยนนั้น ต่างก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังเล่นตลกบางอย่าง
อย่างไรก็ตาม ราชันย์แมลงลมกำลังจะบ้าคลั่งขึ้นมาแล้ว เขาเพิ่มความเร็วมากยิ่งขึ้น ทำให้ดูรวดเร็วราวกับลมพายุ และจากรากวิญญาณธาตุลมเก้าดาวก็กลายเป็นรากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ธาตุลมสามดาว
เมื่อเป็นเช่นนี้ พลังบนร่างกายและเคล็ดวิชาก็พลันเพิ่มขึ้นมหาศาล
ลู่เฉินแสยะยิ้มชั่วร้ายออกมาทันที “รอเจ้าอยู่พอดี!”
ราชันย์แมลงลมไม่ทันได้ตอบโต้ใด ๆ ก็มีเงาฝ่ามือลมฟาดเข้ามา แต่ลู่เฉินเปิด ‘กระจกนภาวิญญาณ’ เพื่อให้มันตีกลับไป ทว่าราชันย์แมลงลมผู้นี้เป็นธาตุลม ดังนั้นการตอบสนองของเขาจึงมีความว่องไวมาก
เห็นเพียงราชันย์แมลงลมสามารถหลบหลีกได้ในทันที จากนั้นเขาก็หายตัวไป
องค์จักรพรรดิตกตะลึงขึ้นมา “คนเล่า?”
คนอื่น ๆ ต่างก็มองหน้ากัน เซวียจินรู้สึกตื่นกลัวขึ้นมาเล็กน้อยจนถึงกับขนลุกขึ้นมา “องค์จักรพรรดิโปรดระวัง คาดว่าราชันย์แมลงลมผู้นี้คงจะอยู่รอบ ๆ!”
เฮยเย่ายังคงคุ้มกันหนานลัวและหนานเหยา ส่วนทหารรักษาการณ์ที่เหลือก็คอยมองไปรอบ ๆ
ส่วนลู่เฉินหลับตาลงและใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ เพื่อสัมผัสบริเวณรอบ ๆ นี้