ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 366 แมลงสงครามเกราะวิญญาณ
บทที่ 366 แมลงสงครามเกราะวิญญาณ
หลวงจีนฟาเทียนถูกปกคลุมไปด้วยอากาศหนาวเย็น ดวงตาของเขาพร่ามัว เปล่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีจุดสีม่วงเข้มมากมายปรากฏขึ้นทั่วร่างกาย
“นั่นแหละ นอกจากจุดสีเข้มบนผิว ในร่างกายไม่พบอันใดผิดปกติ” ฉินหลินพูดอย่างช่วยไม่ได้
ลู่เฉินรีบรุดไปข้างหน้า วางมือข้างหนึ่งบนแขนของหลวงจีนน้อยและตรวจสอบดู
ศิษย์ของสำนักเก้าสุขสงบที่ด้านข้างไม่กล้าออกมา เพราะสำนักเก้าสุขสงบมีข้อบังคับว่า ไม่ว่าใครก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากสำนักเก้าสุขสงบโดยพลการ ดังนั้นในขณะนี้ทุกคนจึงเฝ้ามองชายหนุ่มอยู่ในค่ายกล และพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์กัน
ส่วนจิตวิญญาณของลู่เฉินนั้น หลังจากไหลเวียนอยู่ในร่างของฟาเทียนมาระยะหนึ่ง เขาก็ไม่พบสิ่งใด เขาจึงเข้าไปในพื้นที่จิตวิญญาณของฟาเทียน
ทว่าพื้นที่จิตวิญญาณของฟาเทียนนั้น ‘ปิดสนิท’ และจิตวิญญาณของคนธรรมดาไม่สามารถทะลุทะลวงเข้าไปได้เลย
แต่จิตวิญญาณของลู่เฉินทะลุเกราะของพื้นที่จิตวิญญาณเข้าไปได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะเข้าสู่พื้นที่จิตวิญญาณ จากนั้นจึงได้เห็นจิตวิญญาณของฟาเทียนนั่งอยู่ที่นั่นและดูเจ็บปวดอย่างยิ่ง
ในขณะเดียวกัน รอบ ๆ จิตวิญญาณยังมีกลุ่มของเงาสีม่วง ซึ่งเงาสีม่วงเหล่านั้นดูเหมือนพวกแมลง
เห็นเพียงแมลงเหล่านี้โจมตีฟาเทียนไปรอบ ๆ ส่วนจิตวิญญาณของฟาเทียนก็ต้องการที่จะต่อต้าน แต่จิตวิญญาณของเขาอ่อนแอเกินไป และไม่ใช้คู่ต่อสู้ของแมลงเหล่านั้น จึงถูกแมลงเหล่านั้น ‘กัด’ ไปทีละน้อย
ระหว่างที่ถูกกัดนั้นย่อมเจ็บปวด จึงเป็นสาเหตุให้ฟาเทียนส่งเสียงกรีดร้องเจ็บปวดออกมา
นอกจากนี้ ในพื้นที่แห่งจิตวิญญาณนี้ยังมีแมลงที่ค่อนข้างใหญ่อยู่สองตัว ตัวหนึ่งมีสีแดงเพลิงและอีกตัวมีสีน้ำเงิน
ยามนี้แมลงตัวสีน้ำเงินกำลังสั่งการอยู่เบื้องหลังแมลงเหล่านี้ และในบางครั้งก็จะปล่อยไอเย็นเพื่อห่อหุ้มจิตวิญญาณของฟาเทียน ทำให้เขาหนาวเหน็บทรมาน
ส่วนแมลงสีแดงเพลิงตัวใหญ่ขดตัวอยู่ในระยะไกลราวกับกำลังพักผ่อน
เมื่อเห็นเช่นนี้ ลู่เฉินก็พุ่งเข้าไปทันที
แมลงสีแดงเพลิงพลันลืมตาและบินมาขวางหน้าลู่เฉินไว้ จากนั้นแมลงตัวใหญ่ก็กางปีกออกราวกับเป็นเงาของ ‘แมลงปีกแข็ง’ สีแดง
“แมลงสงครามเกราะวิญญาณอัคคี!” ชายหนุ่มแสยะยิ้มทันทีหลังจากได้เห็นร่างที่แท้จริงของมัน
“เจ้าหนุ่ม เจ้ารู้ว่าข้าเป็นใคร เช่นนั้นก็อย่าเข้ามาเกี่ยวในเรื่องนี้เลย!” แมลงสงครามเกราะวิญญาณอัคคีเอ่ยอย่างเย็นชา
ลู่เฉินรู้ว่าแมลงสงครามเกราะวิญญาณเหล่านี้ ส่วนใหญ่ได้รับการเพาะพันธุ์โดยนักเพาะพันธุ์แมลง และการที่แมลงเหล่านี้สามารถพูดได้ ย่อมมีผู้ที่ควบคุมพวกมันอยู่เบื้องหลัง พวกมันจึงสามารถพูดได้
ดังนั้น แมลงสงครามเกราะวิญญาณอัคคีจึงเอ่ยเตือน ย่อมหมายความว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังค้นพบตัวเขาแล้ว จากนั้นจึงเตือนตัวเขาผ่านแมลงตัวนี้
แต่ลู่เฉินพูดอย่างเย็นชาว่า “ถ้าเจ้าไม่อยากให้แมลงสงครามเกราะวิญญาณอัคคีของเจ้าตาย ก็ออกไปเสีย!”
“โอ้ เจ้าหนุ่ม คุยโวไม่เบา ต่อหน้าแมลงสงครามเกราะวิญญาณของข้า เจ้ากล้าเพียงนี้เชียวหรือ” เสียงหัวเราะเยาะของชายผู้หนึ่งดังออกมาจากแมลงสงครามเกราะวิญญาณอัคคี
“เจ้าเชื่อหรือไม่ ข้าจะทำให้แมลงของเจ้าอยู่ไม่สู้ตาย” ชายหนุ่มยังคงพูดอย่างเย็นชา
ชายคนนั้นเย้ยหยันว่า “เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นเพียงผู้ฝึกขั้นขั้นหลอมแก่นแท้ระดับต้น กลับกล้าโอหังต่อหน้าแมลงของข้าหรือ”
ลู่เฉินคร้านเกินกว่าที่จะพูดเรื่องไร้สาระ ปากก็ร่ายคาถาปราบภูตผีทันที
นอกจากนี้ยังมีการก่อตัวของ ‘ยาเม็ดภูตผี’ ซึ่งทำให้คาถาปราบภูตผีของเขามีพลังมาก
ไม่เพียงเท่านั้น ห่วงพันธนาการภูตผีที่ก่อตัวขึ้นมานั้นหนาพอ ๆ กับแขน และเปล่งไอภูตที่แข็งแกร่งออกมา
เมื่อแมลงสงครามเกราะวิญญาณอัคคีติดพันอยู่ครู่หนึ่ง ห่วงพันธนาการก็ยังคงส่องแสงสีแดง ทำให้แมลงสงครามเกราะวิญญาณอัคคีกรีดร้องครั้งแล้วครั้งเล่า ส่วนคนที่อยู่ข้างในพลันตวาดอย่างโกรธเกรี้ยว “สารเลว! เจ้าทำอันใดกับแมลงของข้า?”
“เมื่อครู่ข้าให้โอกาสเจ้าได้ออกไป แต่เจ้าก็ยังไม่ออกไป เช่นนั้นข้าก็จะส่งมันไปตาย!” สิ้นประโยคนั้น เขาก็เพิ่มพลังของตนเอง
วิญญาณของแมลงสงครามเกราะวิญญาณอัคคีค่อย ๆ สลายไปหลังจากถูกทำลายโดยห่วงพันธนาการนี้
ชายคนนั้นโกรธจัดและตะโกนใส่แมลงสงครามเกราะวิญญาณที่กำลังโจมตีฟาเทียน “เร็วเข้า มาช่วยข้า!”
แมลงเหล่านั้นเข้ามาทีละตัว แต่เสียงของเด็กชายในแมลงสงครามเกราะวิญญาณเยือกแข็งแฝงแววจริงจัง “ก็แค่คนตัวเล็ก ๆ รับมือยากขนาดนั้นเลยหรือ?”
“การโจมตีของชายผู้นี้ช่างน่ากลัว ไม่เชื่อเจ้าก็ลองดู!” ชายในแมลงสงครามเกราะวิญญาณอัคคีไม่ยินยอม แต่แมลงสงครามเกราะวิญญาณอัคคีกลับอ่อนแอลงเรื่อย ๆ เขาจึงไม่กล้าพูดอันใดมาก ได้แต่หุบปากปล่อยให้เด็กน้อยนั่นดูหมิ่น
ส่วนแมลงสงครามเกราะวิญญาณตัวอื่น ๆ ที่กำลังจะเข้ามานั้น เมื่อลู่เฉินร่ายคาถาปราบภูตผี เขาก็กำจัดแมลงสงครามเกราะวิญญาณเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย
ท้ายที่สุดก็เหลือเพียงแมลงสงครามเกราะวิญญาณอัคคีที่มีเสียงเบาลง และแมลงสงครามเกราะวิญญาณเยือกแข็งที่กำลังเข้ามาเท่านั้น
เสียงจากแมลงสงครามเกราะวิญญาณเยือกแข็งเอ่ยถามเมื่อเขาอยู่ห่างจากจิตวิญญาณของลู่เฉินในระยะหนึ่ง “เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นใคร!”
ลู่เฉินกลับมองไปที่ฟาเทียนที่อ่อนแอเล็กน้อย และเมื่อเห็นลู่เฉิน ฟาเทียนก็ตะโกนอย่างตื่นเต้น “ผู้อาวุโส!”
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” ชายหนุ่มเหินตัวเข้ามา
เมื่อเห็นลู่เฉินเมินเฉย แมลงสงครามเกราะวิญญาณเยือกแข็งก็พูดอย่างขัดใจว่า “เจ้าหนู ข้าถามเจ้าอยู่!”
ชายหนุ่มไม่ได้สนใจอีกฝ่าย เพียงตรงมาหาฟาเทียนผู้นั้น ส่วนฟาเทียนก็เอ่ยเท็จว่า “ข้าไม่เป็นไร”
“ไม่เป็นไรก็ดี!” ลู่เฉินถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งผิดปกติกับอีกฝ่าย
ทว่าแมลงสงครามเกราะวิญญาณเยือกแข็งนี้ได้กลายเป็นบ้าไปแล้ว และอากาศเย็น ๆ ก็คืบคลานเข้ามาใกล้ลู่เฉินในทันใด
เขาหันไปจ้องมองพลางเอ่ยว่า “รนหาที่ตาย”
คาถาปราบภูตผีถูกร่ายอีกครั้ง
โซ่ตรวนวิญญาณเกี่ยวพันเข้ากับแมลงสงครามเกราะวิญญาณเยือกแข็งครั้งแล้วครั้งเล่า จนถึงกับต้องกรีดร้องและสาปแช่งออกมา “ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ในขณะนี้ แมลงสงครามเกราะวิญญาณเยือกแข็งระเบิดออกอย่างกะทันหัน อากาศหนาวเย็นพลันแผ่กระจายออกมา ราวกับว่าจะแช่แข็งพื้นที่จิตวิญญาณทั้งหมด
ชายที่อยู่ในแมลงสงครามเกราะวิญญาณอัคคีสาปแช่ง “เด็กบ้า!”
จากนั้นวิญญาณของแมลงสงครามเกราะวิญญาณอัคคีก็สลายไปอย่างสมบูรณ์
ส่วนรอบ ๆ ไอเย็นนั้นยังมีจิตวิญญาณของเด็กน้อยแมลงสงครามเกราะวิญญาณเยือกแข็งคนนั้นอยู่ “ไปตายเสีย!”
ใครจะรู้ว่าลู่เฉินจะร่าย ‘วิชาหมื่นวิญญาณ’ และกลืนอากาศอันเยือกเย็นทั้งหมดในคราวเดียว ทำให้พื้นที่จิตวิญญาณกลับสู่ ‘ความสงบ’ อีกครั้ง
จิตวิญญาณของแมลงเด็กน้อยปรากฏขึ้น
เมื่อลู่เฉินมองไปที่มัน เขาก็เห็นเด็กชายอายุเจ็ดแปดขวบกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความโกรธ จนกระทั่งในที่สุดเขาก็ออกคำเตือนว่า “รอก่อนเถิด ร่างจริงของข้าจะมาจัดการเจ้าแน่นอน!”
ลมหายใจถัดมา เงานั้นก็สลายไป
ฟาเทียนพูดด้วยความตกใจ “ผู้อาวุโส ท่านช่างน่าทึ่งจริง ๆ!”
“บอกมาเถิด เกิดสิ่งใดขึ้น?” ลู่เฉินอยากรู้ว่าเกิดอันใดขึ้น
ฟาเทียนเล่าว่า “ครั้งล่าสุดที่เราจากกันไป ผู้อาวุโสขอให้ข้าค้นหาที่อยู่ของบรรพบุรุษปรมาจารย์ปรุงยาของสำนักข้า ดังนั้นข้าจึงไปและพบสถานที่สุดท้ายที่บรรพบุรุษของเราปรากฏตัว แต่เมื่อไปถึงที่นั่น ข้าก็พบกับคนประหลาดและแมลงกลุ่มหนึ่ง”
“คนประหลาดและแมลงกลุ่มหนึ่ง?”
“อืม”
“แล้วเจ้าไปยุ่งกับพวกเขาได้อย่างไร?” ลู่เฉินถามด้วยความสงสัย
“บรรพบุรุษของเราทิ้งจดหมายสั่งเสียทิ้งไว้ ส่วนเนื้อหาในจดหมายบอกว่านางทำศาสตราอาคมหายไป นางจึงไปตามหามัน แต่สุดท้ายพบว่าศาสตราอาคมตกไปอยู่ในมือของพวกคนประหลาด และแมลงประหลาดเหล่านั้น บรรพบุรุษมีบางสิ่งที่สำคัญที่ต้องทำ นางจึงจากไป ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงอยากได้ศาสตราอาคมนี้ เพราะอย่างไรเสีย มันก็เกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษของเรา”
หลังจากเข้าใจความตั้งใจของฟาเทียนแล้ว ลู่เฉินก็พูดว่า “ถ้าเช่นนั้น เจ้าต้องการค้นหาศาสตราอาคมนั้น แล้วใช้จิตวิญญาณของศาสตราอาคมนี้เพื่อค้นหาเบาะแสเกี่ยวกับบรรพบุรุษของเจ้า”
“ใช่แล้ว เป็นเช่นนั้น” ฟาเทียนกล่าว
“เช่นนั้นแล้ว สำนักของคนประหลาดเหล่านี้อยู่ที่ใด?”