ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 374 รวบรวมฝูงปีศาจ แล้วอย่างไร?
บทที่ 374 รวบรวมฝูงปีศาจ แล้วอย่างไร?
“กลัวหรือ?” มนุษย์หินหัวเราะลั่นอยู่ตรงนั้น
ฟาเทียนรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย
หลังจากที่ลู่เฉินขอให้กุ่ยเจี๋ยกลับมา เขาก็มองไปที่มนุษย์หินแล้วกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าข้าจะต้องลงมือเองแล้ว!”
หลังจากพูดจบ กลิ่นอายของ ‘จักรพรรดิปีศาจ’ พลันแผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่ม
ทันใดนั้น มนุษย์หินก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ “เจ้าเป็นมนุษย์หรือปีศาจกันแน่!”
“หากเจ้าคิดว่าเป็นมนุษย์ ก็เป็นมนุษย์ ถ้าเจ้าคิดว่าเป็นปีศาจ ก็เป็นปีศาจ!” ลู่เฉินกล่าว
“เป็นไปไม่ได้ เห็นได้ชัดว่าเจ้าเป็นมนุษย์ชัด ๆ เหตุใดเจ้าถึงกลายเป็นปีศาจ?” มนุษย์หินไม่มีทางเชื่อ
ส่วนคนอื่น ๆ ก็ยิ่งสับสนมากขึ้น
“ปีศาจ? ปีศาจอันใด?” คนจากสำนักพยัคฆ์สวรรค์สงสัย
ถูฉีก็สับสนเช่นกัน “หัวหน้าสือบอกว่าพ่อหนุ่มนั่นเป็นปีศาจหรือ?”
“เป็นไปไม่ได้!” ทุกคนไม่เชื่อ
ฟาเทียนที่อยู่ที่นั่นก็คิดว่ามันน่าเหลือเชื่อเกินไป
ระหว่างที่ลู่เฉินเดินเข้าไปหามนุษย์หินทีละก้าว เขาก็สำแดง ‘กำแพงพันชั้น’ เพื่อให้แน่ใจว่ามนุษย์หินจะทำร้ายเขาไม่ได้
แต่มนุษย์หินผู้นี้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความกลัวแปลกประหลาดที่จู่ ๆ ก็ผุดขึ้นมา แต่เขายังไม่เชื่อว่าลู่เฉินจะแข็งแกร่งพอที่จะทำให้เขากลัวได้
ด้วยเหตุนี้มนุษย์หินผู้นี้จึงรวบรวมลำแสงสีน้ำตาลที่มือขวา เห็นเพียงแสงแรงกล้าขึ้นเรื่อย ๆ และมนุษย์หินก็ตะคอกออกไปว่า “ข้าจะทำลายเจ้า!”
ครู่ต่อมา ลูกบอลลำแสงสีน้ำตาลก็พุ่งออกไป และทันทีที่สัมผัส ‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉิน มันก็เกิดเสียงดัง ‘ตู้ม!’ เสียงดังนี้กระจายไปทุกหนทุกแห่ง และแม้แต่ป่าโดยรอบก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ
คนจากสำนักและขุมอำนาจในบริเวณใกล้เคียงอยากรู้ว่าเกิดอันใดขึ้น พวกเขาจึงพากันส่งคนไปตรวจสอบ
ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่ขยับ และ ‘กำแพงพันชั้น’ ก็ร้าวเพียงสองร้อยชั้นเท่านั้น
“เป็นไปได้อย่างไร!” มนุษย์หินรู้ว่าการโจมตีของเขาโจมตีผู้ฝึกตนขั้นแปลงเซียนได้อย่างไม่มีปัญหา แต่คาดไม่ถึงว่าผู้ฝึกคนขั้นหลอมแก่นแท้ตรงหน้านี้จะไม่เป็นอันใดเลย
ไม่เพียงแต่มนุษย์หินเท่านั้น ผู้คนจากสำนักพยัคฆ์สวรรค์ก็หวาดกลัวเช่นกัน
ถูฉีเอ่ยด้วยความหวั่นเกรง “พวกเราเจอตัวประหลาดอันใดกันแน่?”
บางคนถึงกับพูดว่า “โชคดีที่ข้าวิ่งเร็ว ไม่อย่างนั้นคงตายไปแล้ว”
“ใช่ น่ากลัวเกินไปแล้ว!”
แต่มนุษย์หินไม่ยินดี และพูดด้วยเสียงแหบแห้งว่า “อีกเดี๋ยว ข้าจะทำให้เจ้ารู้ถึงความน่ากลัวของข้า!”
หลังจากนั้น แสงสีน้ำตาลของมนุษย์หินก็กะพริบและส่งเสียงดังหึ่ง ๆ
เสียงนี้ดังไปทั่วป่าโดยรอบ
ครู่ต่อมา เงาปีศาจก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นโดยรอบ
ปีศาจเหล่านี้บางตัวดูไม่แตกต่างจากปีศาจทั่วไป แต่บางตัวสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้
เมื่อปีศาจเหล่านี้ปรากฏตัว พวกมันก็ทยอยกันมาอยู่ข้างหลังมนุษย์หินและพูดด้วยความเคารพว่า “ราชาศิลา!”
“ให้พลังแก่ข้า ข้าจะฆ่าพ่อหนุ่มนั่น!” มนุษย์หินพูดอย่างดุดัน
หลังจากมองหน้ากันแล้ว ปีศาจเหล่านั้นก็กลายเป็นเงาวิญญาณ และพุ่งเข้าไปในร่างของมนุษย์หินโดยไม่ลังเล มนุษย์หินตัวพองขึ้นเล็กน้อย ขณะเดียวกันไอปีศาจบนร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน
คนที่อยู่ใกล้ ๆ สงสัยว่าเกิดอันใดขึ้น
เมื่อพวกเขาเห็นมนุษย์หิน พวกเขาก็สะดุ้งไปเฮือกหนึ่ง “นี่คือปีศาจหินไม่ใช่หรือ?”
“ใช่ มันคือปีศาจหินตัวนั้น”
“ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาเลย”
“ใช่ สำนักของเราถูกเขาโจมตีหลายครั้งแล้ว”
“แล้วพ่อหนุ่มนั่นเป็นใคร?”
…
ยามที่ทุกคนพูดคุยกัน มนุษย์หินก็กลายเป็นยักษ์ตัวเล็ก จากนั้นแสงสีน้ำตาลก็สว่างวาบไปทั่วร่างกายของเขา ยิ่งไปกว่านั้นยังมีไอปีศาจจำนวนมากปะปนอยู่ในแสงนี้
ไอปีศาจนี้กลายเป็นเงาปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วน
เมื่อทุกคนสงสัยว่ามนุษย์หินกำลังจะทำอันใด มนุษย์หินก็พูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ไป!”
เงาปีศาจเหล่านั้นกลายเป็นเงาที่ทรงพลังแล้วพุ่งเข้าหาลู่เฉิน
ท่าทางนั้นทรงพลังมาก
ทุกคนคิดว่าแม้แต่ยอดฝีมือขั้นแปลงเซียนก็ไม่สามารถต้านทานวิชาปีศาจที่ทรงพลังเช่นนี้ได้ ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนคิดไม่ถึงก็คือลู่เฉินไม่ได้หลบหลีก แต่ใช้ ‘กระจกนภาวิญญาณ’ ทันที
เมื่อวิชาปีศาจเหล่านี้กระทบกับกระจก พวกมันก็ถูกสะท้อนกลับไป ไม่เพียงแค่นั้น เพราะหลังจากที่วิชาปีศาจสะท้อนกลับไปแล้ว ปีศาจตัวอื่นที่อยู่ในมนุษย์หินก็กรีดร้องออกมาทีละตัว
ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่รอบ ๆ ต่างก็ตกตะลึง และบางคนถึงกับพูดขึ้นออกมาหลังจากที่เห็นเพียงปราดเดียวว่า “นั่นมันคือกระจกนภาวิญญาณ!”
“กระจกนภาวิญญาณ… เป็นไปได้หรือไม่ว่าผู้ชายคนนี้คือผู้ที่สร้างความวุ่นวายในแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด?”
“ใช่ ต้องเป็นเขาแน่!”
ถูฉีซึ่งเฝ้าดูอยู่ที่นั่นก็หวาดกลัวเช่นกัน ส่วนฟาเทียนนั้นไม่รู้เรื่องความวุ่นวายในแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดที่ลู่เฉินเคยก่อวีรกรรมไว้ แต่เขารู้สึกตื่นเต้นมากเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำให้ปีศาจเหล่านี้เจ็บปวดมากได้ด้วยตัวคนเดียว
มนุษย์หินพลันพูดด้วยความโกรธว่า “พ่อหนุ่ม เจ้าคิดว่าข้าจะทำอันใดกระจกนภาวิญญาณของเจ้าไม่ได้หรือ?”
“เจ้ามีวิธีการอันใดก็มาเลย ข้าจะรอดู” ลู่เฉินเอ่ยด้วยสีหน้าดูถูก
เมื่อได้ยินเช่นนี้ มนุษย์หินก็โกรธจัด “ดูซิว่าข้าจะฆ่าเจ้าได้อย่างไร!”
ยามนี้พื้นดินโดยรอบพลันสั่นสะเทือน ผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงต่างหวาดกลัวและวิ่งหนีไปทีละคน แต่ฟาเทียนไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
ลู่เฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพาฟาเทียนไปที่ ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเสียสมาธิในการดูแลอีกฝ่าย
มนุษย์หินตะคอกขึ้นว่า “ไปตายซะ!”
จากนั้นพื้นดินก็แยกออกจากกัน ลู่เฉินถูกพลังอันทรงพลังดูดลงไปที่พื้น จากนั้นพื้นดินก็ปิดสนิทลงอีกครั้ง
มนุษย์หินเอ่ยอย่างเย็นชาว่า “แค่เจ้า? เจ้ากล้าดีอย่างไรมาสู้กับข้า?”
ทุกคนคิดว่าลู่เฉินตายแล้ว แต่ในยามนี้เอง ชายหนุ่มได้เปิดใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นลี้’ จากนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นจากพื้น และพูดด้วยท่าทางสบาย ๆ ว่า “ข้าคิดว่าเจ้าควรใช้วิธีอื่นนะ”
มนุษย์หินรีบมองไปที่ลู่เฉินด้วยความตกใจ
“อันใดนะ? ไม่มีอันใดทำได้แล้วหรือ?”
มนุษย์หินจึงเอ่ยว่า “ข้าหวังว่าจากนี้เจ้าจะยังรับพลังข้าได้”
หลังจากพูด จบมนุษย์หินก็หยิบถุงเล็ก ๆ ออกมา ไข่มุกสีดำเล็ก ๆ ลอยออกมาจากถุงเล็ก ๆ และกลายเป็นกระแสลมสีดำก่อนจะถูกมนุษย์หินกลืนเข้าไป
ผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงถึงกับตกใจ “ดูสิ ปีศาจหินชรานั่นดูดซับไขมุกจำนวนมากในคราวเดียว!”
“ห้ามกินวันละสิบเม็ดไม่ใช่หรือ?”
“เขาเป็นปีศาจ บางทีเขาอาจแตกต่างจากเรา”
“ก็ใช่”
ลู่เฉินกลับรู้สึกแปลก ๆ เพราะพลังของไข่มุกเหล่านั้นช่างน่าอัศจรรย์ และหลังจากที่มนุษย์หินดูดซับมันเข้าไป พลังของอีกฝ่ายก็เปลี่ยนไป
มนุษย์หินกลายเป็นลูกหินยักษ์ที่พุ่งมาด้วยความเร็ว พลันลูกหินนั้นก็พุ่งเข้าใส่ลู่เฉินอย่างแรง
ทุกคนคิดว่าชายหนุ่มคงต้องถูกทับตายเป็นแน่ ทว่าผู้ใดจะรู้ว่าเขากลับกลายเป็นกระดาษแผ่นหนึ่งและร่วงลงกับพื้น ส่วนลู่เฉินตัวจริงก็ปรากฏตัวขึ้นในบริเวณใกล้เคียงอีกครั้ง
ฉากนี้ทำให้ทุกคนหวาดกลัว และพวกเขาก็สงสัยว่าอีกฝ่ายมีความสามารถอันใดกันแน่
แต่ชายหนุ่มกลับพึมพำว่า “ไม่รู้ว่าผู้ชิงกระดูกคนนั้นจะถูกดึงดูดมาหรือไม่”
ในขณะนี้ลู่เฉินไม่เห็นยอดฝีมือขั้นแปลงเซียน ขณะที่ผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดก็กำลังเฝ้าดูอยู่ใกล้ ๆ
ส่วนมนุษย์หินนั้น เขาไม่รู้ว่าลู่เฉินกำลัง ‘วางท่า’ ดังนั้นเขาจึงเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องเพราะพยายามที่จะกำจัดอีกฝ่าย