ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 375 ไข่มุกวิญญาณทมิฬ ไอวิญญาณวิเศษที่ซ่อนอยู่!
บทที่ 375 ไข่มุกวิญญาณทมิฬ ไอวิญญาณวิเศษที่ซ่อนอยู่!
หลังจากพยายามมานับครั้งไม่ถ้วน มนุษย์หินผู้นี้ก็ไม่สามารถล้มลู่เฉินได้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่ตะโกนไปรอบ ๆ ว่า “หากใครสามารถช่วยข้าจัดการชายคนนี้ได้ ข้าจะให้ไข่มุกวิญญาณทมิฬหนึ่งพันเม็ด!”
ทันใดนั้น ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนก็พร้อมที่จะเคลื่อนไหว
ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ ด้วยรอยยิ้ม “ใครก็ตามที่อยากตายแทนเขาก็เข้ามาเถอะ!”
ครั้นได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็ไม่กล้าที่จะก้าวไปด้านหน้า
มนุษย์หินรู้สึกหงุดหงิด “ข้าแค่อยากให้เจ้าร่วมมือกับข้าเท่านั้น!”
หลังจากพูดจบ มนุษย์หินก็หยิบถุงเล็ก ๆ ออกมาเขย่า และเมื่อคนเหล่านั้นได้ยินเสียง หัวใจของพวกเขาก็เต้นระรัว
ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงสิ่งที่อยู่ภายใน ซึ่งมันเหมือนกับสิ่งที่มนุษย์หินกินไปเมื่อครู่
“นี่คือไข่มุกวิญญาณทมิฬ?” ลู่เฉินรู้สึกสงสัย ทันใดนั้น ถุงใบนั้นก็เกิดเสียงดังฟิ้ว แล้วพุ่งเข้าไปอยู่ในมือของเขา
ทุกคนพลันตกตะลึง
มนุษย์หินถึงกับกระวนกระวาย “คืนมาให้ข้า!”
“จะคืนให้เจ้าได้อย่างไร?” ลู่เฉินเย้ยหยัน จากนั้นก็เปิดถุงและหยิบไข่มุกสีน้ำตาลเม็ดเล็ก ๆ ออกมา
ภายในไข่มุกขนาดเล็กนี้มีไอวิญญาณที่สามารถเติมเต็มจิตวิญญาณและร่างกายได้
พอได้มองดูอย่างละเอียดแล้วเขาก็ตกใจ “ปราณหวนคืน?”
ปราณหวนคืนเป็นปราณวิญญาณที่มีลักษณะพิเศษ ไม่เพียงแต่จะสามารถซ่อมแซมกายเนื้อเท่านั้น แต่ยังสามารถเสริมความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณ ทว่าก็ไม่เหมาะสำหรับการกินมากเกินไปในคราวเดียว เพราะสามารถกินได้ทีละน้อยต่อวัน นี่ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดาในแดนเซียนสามสิบหกชั้น
แต่เหตุใดจึงมาปรากฏในสถานที่เช่นนี้ ลู่เฉินจึงจ้องมองไปยังมนุษย์หินแล้วถามว่า “สิ่งเหล่านี้มีที่มาอย่างไร?”
“เหตุใดต้องบอกเจ้า?” มนุษย์หินแค่นเสียงหึ
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกำจัดเจ้า!” หลังจากพูดจบ เขาก็หยิบกู่ฉินเพลิงโบราณออกมา จากนั้นบทเพลงปราบปีศาจที่ทรงพลังชุดหนึ่งก็ดังก้อง ณ ที่นั่น
บทเพลงนี้ทำให้มนุษย์หินรู้สึกอึดอัด และเขาก็หนีหายไปด้วยความตกใจ
ทุกคนตะลึง
“ผู้ชายคนนี้ทำให้หัวหน้าสือตกใจจนหนีไปแล้วจริงหรือ?”
“เป็นไปได้อย่างไร?”
ทุกคนตกอยู่ในความสงสัย ขณะที่สายตาของลู่เฉินจ้องมองไปตรงนั้น ก่อนที่เขาจะสำแดง ‘เคล็ดวิชาหมื่นลี้’ ออกมา
ถูฉีและคนอื่น ๆ ไม่จะทันได้โต้ตอบ ลู่เฉินก็เข้ามาข้างหลังและใช้เถาวัลย์ธรณี
เถาวัลย์ธรณีนั้นหนามาก หนามของมันจึงทิ่มแทงร่างของถูฉีในทันใด
ฉากนี้ทำให้คนอื่น ๆ หวาดกลัว และทำให้พวกเขาต้องหนีตามกันไป
ผู้ที่มาชมความครึกครื้นอยู่ใกล้ ๆ ต่างก็ไม่กล้าเข้าใกล้
ขณะที่ถูฉีถูกขังอยู่นั้น เขาถึงได้ตระหนักว่าลู่เฉินซ่อนความแข็งแกร่งของเขาไว้ และเริ่มตื่นตระหนกขึ้นมา “เจ้า เจ้าซ่อนความแข็งแกร่งของเจ้าไว้หรือ?”
“ต่อให้สู้กับขั้นแปลงเซียน ข้าก็ยังสบาย” ชายหนุ่มพูดอย่างใจเย็น
ถูฉีตกใจ “เจ้า! เจ้าต้องการอันใด?”
ลู่เฉินหยิบไข่มุกวิญญาณทมิฬออกมาจากกระเป๋า “ข้าอยากรู้ว่าไข่มุกนี้มาจากที่ใด? และมนุษย์หินคนนี้ พวกเจ้าเชิญมาจากที่ใด?”
“ไข่มุกวิญญาณทมิฬนี้สามารถพบได้ในสถานที่อันตรายบางแห่งในป่าอาทิตย์อัสดง แต่เมื่อพบก็จะถูกสำนักและขุมอำนาจต่าง ๆ รวบรวมไป”
“โอ้? รวบรวมไป?”
“ใช่ สิ่งเหล่านี้มีค่ามาก แม้แต่ในสำนักพยัคฆ์สวรรค์ของเรา ทุกคนจะได้มากที่สุดปีละหนึ่งเม็ด แต่มนุษย์หินคนนี้มีอยู่ไม่น้อย ขอแค่เราทำสิ่งต่าง ๆ ให้เขา เขาก็จะตอบแทนพวกเรา!” ถูฉีอธิบาย
“ตอบแทนพวกเจ้า?”
“ใช่ เขาเป็นปีศาจที่พิเศษมาก” ถูฉีเอ่ยด้วยความตื่นตระหนก
“พิเศษอย่างไร?”
“ที่นี่มีหลายสำนักต้องการส่งส่วยให้เขา และส่วยนี้ก็คือไข่มุกวิญญาณทมิฬ แต่ถ้าเขาต้องการให้เราทำสิ่งใด เขาก็จะใช้ไข่มุกวิญญาณทมิฬเป็นรางวัล”
หลังจากเข้าใจแล้ว ลู่เฉินก็ถามว่า “แล้วมนุษย์หินคนนี้อยู่ที่ไหน?”
“ในถ้ำศิลาอมตะ”
“ถ้ำศิลาอมตะ?” ชายหนุ่มนึกถึงแผนที่ของหัวหน้าหมู่บ้านชราอย่างละเอียด และถ้ำศิลาอมตะก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่
ถูฉีพูดอย่างกระวนกระวายว่า “ข้าพูดไปหมดแล้ว ปล่อยข้าไปได้หรือไม่?”
“ปล่อยเจ้าไป?”
“ใช่!”
ลู่เฉินเย้ยหยันว่า “อย่ารีบร้อน ข้าต้องการให้เจ้านำทาง!”
ทันใดนั้น เขาก็ทำบางอย่างบนร่างของถูฉีผู้นี้ แล้วทิ้งอักขระยันต์หุ่นเชิดไว้ ใบหน้าของถูฉีเปลี่ยนไปอย่างมากหลังจากพบการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตน
“ไปกันเถอะ!” ชายหนุ่มวางเถาวัลย์และมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม
ถูฉีจึงจำใจต้องเป็นผู้นำทาง ส่วนฟาเทียนนั้นไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น ดังนั้นลู่เฉินจึงได้แต่รอต่อไปใน ‘สำนักไร้สุญญะ’
สำหรับคนของขุมอำนาจและสำนักใหญ่ ๆ พวกเขาเล่าเรื่องการต่อสู้ของลู่เฉินและมนุษย์หินเมื่อครู่ให้ฟัง ทำให้ทุกคนพูดคุยกันอย่างเผ็ดร้อน
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ถูฉีพาลู่เฉินออกไปนอกเนินเขาเล็ก ๆ แล้ว เขาก็ชี้ไปที่ปากถ้ำและพูดว่า “ที่นี่แหละ!”
ชายหนุ่มมองไปที่ทางเข้าถ้ำ และเห็นว่ามันถูกสลักด้วยอักขระโบราณ ‘ถ้ำศิลาอมตะ’
ถูฉีพลันเอ่ยขึ้นว่า “เอ่อ ท่านว่า…ข้าไปได้หรือยัง?”
“อย่ารีบร้อน จงเล่าเรื่องมนุษย์หินให้ข้าฟังต่อ”
“ข้าบอกท่านทุกอย่างที่ข้ารู้แล้ว ข้าไม่รู้อันใดแล้วจริง ๆ”
“เช่นนั้นก็เข้าไปกับข้า”
ถูฉีตกใจกลัวทันที “ว่ากันว่ามีเขาวงกตและไอปีศาจอยู่ข้างใน พวกเราไม่ควรเข้าไป!”
“ไอปีศาจ?”
“ใช่!”
“วางใจ มีข้าอยู่ ไอปีศาจจะไม่เข้าร่างเจ้า” คำพูดของลู่เฉินทำให้ถูฉีเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ชายหนุ่มไม่พูดต่อ ทว่าพาถูฉีเข้าไปในถ้ำด้วยกัน
ถูฉีเดินตามหลังลู่เฉินอย่างระมัดระวังจนกระทั่งเห็นไอปีศาจเปล่งแสงสีม่วงจาง ๆ ส่องเข้ามาในถ้ำ เขาก็ตกใจจนแทบสิ้นสติ “นายท่าน ดูสิ พวกนั้นล้วนคือไอปีศาจ”
“อย่ากังวล ไอปีศาจเหล่านี้จะเข้าร่างข้าเท่านั้น ไม่ไปหาเจ้า”
หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็ใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ เพื่อรวบรวมไอปีศาจเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกายของเขา
ดังนั้นถูฉีจึงอยู่ข้างหลัง และเขาก็ไม่ได้เผชิญหน้ากับไอปีศาจเลย
ถูฉีตกใจกลัว “นายท่าน ท่านเป็นมนุษย์หรือ!?”
“ไม่ใช่มนุษย์? แล้วคืออันใด?”
“แต่เหตุใดท่านถึงไม่กลัวไอปีศาจเหล่านี้?” ถูฉีไม่เข้าใจ
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้”
“ขอรับ” ถูฉีจึงไม่กล้าถามคำถามใด ๆ อีกต่อไป เขาจึงได้แต่เดินตามไปอย่างเงียบ ๆ ด้วยความรู้สึกหดหู่ “ถ้าข้ารู้เร็วกว่านี้ ข้าคงไม่มาที่หมู่บ้านคนตาบอดในวันนี้!”
ส่วนลู่เฉินนั้น หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หลับตาลง
ครู่ต่อมา ‘เส้นทาง’ ของเขาวงกตในถ้ำแห่งนี้ก็เข้าสู่จิตสัมผัสของลู่เฉิน มุมปากของชายหนุ่มยกโค้งขึ้นมา “คิดว่าซ่อนตัวแล้วจะหาไม่เจอ?”
“ท่านรู้ว่ามันอยู่ที่ไหนหรือ?”
“ข้ารู้” หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็เดินไปยังทิศทางหนึ่ง และถูฉีก็เดินตามไปด้วยความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ในยามนี้มนุษย์หินหัวเราะเยาะอยู่ในความมืด “เจ้าหนู เจ้ากล้ามากที่บุกมาถ้ำของข้า!”
“ข้าต้องการจับเจ้า ดังนั้นข้าก็ต้องมาหาเจ้าอยู่แล้ว”
“จับข้าหรือ? แค่เจ้า? เจ้าช่างไร้เดียงสานัก!” มนุษย์หินหัวเราะเยาะ
แต่ลู่เฉินกลับพูดด้วยรอยยิ้มว่า “อีกเดี๋ยว เจ้าก็จะรู้!”
“ขอบอกไว้ก่อนว่าเขาวงกตของข้านั้นกว้างใหญ่มาก อย่าว่าแต่เจ้าเลย แม้แต่คนกลุ่มใหญ่ก็หาที่ซ่อนของข้าไม่เจอ” มนุษย์หินพูดอย่างเย่อหยิ่ง