ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 379 ร่วมมือกันทำลาย หลอมเงาพุทธะพิทักษ์!
บทที่ 379 ร่วมมือกันทำลาย หลอมเงาพุทธะพิทักษ์!
ด้านหลังของประตูหินนั้นมีกล่องขนาดใหญ่อยู่จริง ๆ และภายในกล่องเหล่านี้ล้วนเป็นไข่มุกวิญญาณทมิฬทั้งหมด
“นี่มากมายเพียงใดกัน?” ถูฉีก้าวขึ้นมาข้างหน้าพลางพูดด้วยน้ำเสียงติดขัด
ลู่เฉินกวาดสายตามองอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดออกมา “หนึ่งกล่องน่าจะมีประมาณหลายหมื่นเม็ด และที่นี่มีมากกว่าร้อยกล่อง”
ถูฉีพูดด้วยความนับถือ “เป็นหยาดเหงื่อของแต่ละสำนักชัด ๆ”
“สำนักของพวกเจ้ามอบบรรณาการให้พวกเขานานแค่ไหนกัน? ทุกครั้งมอบให้มากน้อยเพียงใด?” ลู่เฉินมองไปยังถูฉีด้วยความสงสัย
“เรื่องนี้…ปีละหนึ่งครั้ง และทุกครั้งก็ไม่น้อยเลยทีเดียว” ถูฉีตอบกลับ
“มีกี่สำนักที่เข้ามาถวายกัน?”
“เรื่องนี้พูดยากนัก เพราะป่าอาทิตย์อัสดงนี้มีสำนักน้อยใหญ่มากมาย บางครั้งเพื่อที่จะต้องการความสงบหรือการคุ้มครอง ต่างก็มายังถ้ำศิลาอมตะเพื่อมาหาปีศาจหิน มอบผลประโยชน์ให้มัน มันก็จะลงมือ เช่นนี้แต่ละกองกำลังหรือแต่ละสำนักก็จะอยู่กันได้อย่างสุขสงบ”
ได้ยินเช่นนั้นแล้วเขาก็ยิ้มออกมา “ปีศาจนี้ช่างเก็บเกี่ยวได้ดีเสียจริง”
“ใช่” ถูฉีถอนหายใจออกมา
ลู่เฉินนำกล่องทั้งหมดออกไป และเมื่อถูฉีเห็นว่ากล่องมากมายเหล่านี้หายไป จึงได้เอ่ยเตือนขึ้นมา “นายท่าน ท่านอย่าให้ทุกคนรู้เด็ดขาดว่าท่านมีไข่มุกวิญญาณทมิฬมากมายเช่นนี้ มิเช่นนั้นอาจจะมีคนมากมายมาปล้นเอาไปก็เป็นได้”
“ปล่อยให้พวกเขามาเถิด”
“ระวังไว้เสียหน่อยจะดีกว่า” ถูฉีกล่าวด้วยความเป็นห่วง
ลู่เฉินไม่ได้คิดมากเช่นนั้นจึงพูดออกไปว่า “ไปเถิด”
ถูฉีจึงทำได้เพียงเดินตามอีกฝ่ายออกไป แต่เมื่อทั้งสองมาถึงด้านนอกถ้ำกลับเห็นผู้คนมากมาย และคนเหล่านี้แอบซ่อนตัวอยู่แต่ละที่ เฝ้ามองดูจนกระทั่งทั้งสองเดินออกมา
คนเหล่านั้นจึงรีบเดินออกมาด้านหน้าทันที บางคนนำเทียบเชิญออกมา อยากจะเชิญลู่เฉินไปเป็นแขก และมีบางคนอยากจะเป็นสหายของลู่เฉิน
ครู่หนึ่งที่ผู้คนมากมายต่างล้อมลู่เฉินไว้ แต่เขาก็ค่อย ๆ ปฏิเสธไปทีละคน แต่เมื่อคนเหล่านี้ทำไม่สำเร็จ จึงทำได้เพียงติดตามเขาอยู่ด้านหลัง
“นายท่าน พวกเขาตามมาตลอด” ถูฉีมองไปยังคนเหล่านั้น พลางพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าลำบากใจ
“เช่นนั้นก็สะบัดพวกเขาออกไป” ลู่เฉินจับถูฉีไว้ และใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นลี้’ หายตัวออกไปจากตรงนั้นทันที
เมื่อทั้งสองปรากฏตัวอีกครั้ง ก็มาถึงยังสถานที่ไร้ผู้คนที่ห่างออกมาไม่มากนัก
ถูฉีตกตะลึงขึ้นมา “นายท่าน ท่านช่างเก่งกาจเสียจริง”
“เอาล่ะ ที่นี่ไม่มีปัญหาอันใดสำหรับเจ้า” ชายหนุ่มพูดเพียงสั้น ๆ ทำให้ถูฉีรู้สึกดีใจและออกไปจากที่นี่ทันที
ทว่าลู่เฉินกลับพูดขึ้นมาว่า “แต่หลังจากออกไปแล้ว เจ้าต้องช่วยข้าจัดการเรื่องหนึ่ง”
“เรื่องใดกัน?”
“เรื่องของพันธมิตรชิงรากวิญญาณ”
ถูฉีเบิกตากว้าง “พันธมิตรชิงรากวิญญาณ?”
“ใช่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวคราวหรือบันทึกใด ๆ เกี่ยวกับพันธมิตรชิงรากวิญญาณ ข้าอยากรู้ทั้งหมด” ลู่เฉินมองไปยังถูฉี
ถูฉีลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดออกมาว่า “นายท่าน ป่าอาทิตย์อัสดงนี้ จริงอยู่ที่บางครั้งมีคนตกเป็นเป้าหมายของพันธมิตรชิงรากวิญญาณ แต่พันธมิตรชิงรากวิญญาณนี้ ทุกคนรู้เพียงแค่ว่ามีอยู่ แต่กลับไม่รู้ว่าคนเหล่านี้ซ่อนตัวอยู่ที่ใด”
“ในเมื่อเคยปรากฏตัวที่ป่าอาทิตย์อัสดงนี้ เช่นนั้นต้องมีหลาย ๆ สถานที่น่าจะต้องมีบันทึกอยู่บ้าง”
“เช่นนั้นข้าจะลองไปค้นหาดูจากตำราโบราณบางส่วนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์ของข้าเสียก่อน ถ้าหากพบอันใด ข้าจะบอกท่านแน่นอน”
“ไปเถิด” เมื่อลู่เฉินพูดจบ ถูฉีจึงเดินทางออกไป
เพียงแต่ถูฉียังไม่เข้าใจนักว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงอยากรู้เรื่องของพันธมิตรชิงรากวิญญาณ แต่เขาก็ไม่กล้าถามอันใดมาก จึงทำได้เพียงเดินออกไปจากที่นี่ เพื่อกลับไปยังสำนักพยัคฆ์สวรรค์ของตน
ลู่เฉินพบสถานที่ที่ค่อนข้างมีความปลอดภัย และได้สร้างค่ายกลพรางกายขึ้นมา จากนั้นเขาก็ซ่อนตัวอยู่ภายในและนำ ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ ออกมา
เมื่อฟาเทียนออกมา สีหน้าก็เต็มไปด้วยความสับสน “ผู้อาวุโส ตอนนี้เราอยู่ที่ใดกัน?”
“ออกจากสำนักแมลงวิญญาณ ใช้เวลาประมาณหนึ่งวัน”
“เช่นนั้นปีศาจหินนั่นล่ะ?”
“ตอนนี้จัดการไปแล้ว”
“ตอนนี้?” ฟาเทียนสับสน
ลู่เฉินไม่ได้อธิบายอันใดมากนัก เพียงแค่มองไปยังอีกฝ่ายแล้วกล่าวว่า “เจ้านั่งให้ดี ตอนนี้ข้าจะเพิ่มพลังปราณให้เจ้า”
“เพิ่มพลังปราณ?”
“อืม พร้อมแล้ว” ลู่เฉินจดจ้องไปยังฟาเทียน ฟาเทียนรู้สึกแปลกใจแต่ก็ยังคงทำตาม
จากนั้นลู่เฉินจึงนำจี้หยกวงกลมสีดำออกมา และนำไข่มุกวิญญาณทมิฬออกมาหนึ่งกล่อง ก่อนจะดูด ‘พลัง’ ของไข่มุกวิญญาณทมิฬไปยังจี้หยกนั้น และปล่อยให้มันเข้าสู่ร่างกายของฟาเทียน
ฟาเทียนรู้สึกว่าทั่วทั้งร่างกายเกิดความร้อนขึ้นมาทันที และเพียงพริบตาเดียว พลังปราณก็เพิ่มไปถึงขั้นก่อกำเนิดระดับต้นในทันที
“นี่ เป็นไปได้อย่างไร?” ฟาเทียนสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ลู่เฉินจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ค่อย ๆ สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของพลังปราณที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเถิด”
“รวดเร็ว?”
ฟาเทียนยังคงไม่เข้าใจ ในขณะที่ลู่เฉินได้นำออกมาอีกกล่องหนึ่ง จากนั้นจึงมอบให้ฟาเทียนใช้ดูดซึมซับต่อไป
พลังปราณของฟาเทียนเพิ่มขึ้นทันตาเห็น จากขั้นก่อกำเนิดระดับต้นไปถึงระดับกลาง จากนั้นก็ไปถึงระดับปลาย และไปถึงขึ้นสูงสุดของระดับปลายจนไปถึงขั้นสมบูรณ์พร้อมในที่สุด
ไม่เพียงเท่านั้น พลังปราณนี้ยังคงไม่หยุด แม้จะไปถึงขั้นก่อกำเนิดแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นแปลงเซียนระดับต้น และไปถึงขั้นแปลงเซียนระดับปลายในที่สุด
แต่เมื่อถึงขั้นแปลงเซียนระดับปลายจึงหยุดลง เพราะไข่มุกวิญญาณทมิฬนี้หมดไปเสียแล้ว
“ดูเหมือนว่าศักยภาพของเจ้ายังสามารถไปถึงขั้นแปลงเซียนสมบูรณ์พร้อมได้ แต่ไข่มุกนี้หมดไปเสียแล้ว ทำได้เพียงแค่รอ หากมีโอกาสค่อยหามาเพิ่มอีกสักหน่อย” ลู่เฉินมองไปยังกล่องที่ว่างเปล่าก่อนจะพูดออกมา
ฟาเทียนคุกเข่าด้วยความตื่นเต้น “ขอบคุณท่านผู้อาวุโสอย่างยิ่ง!”
ลู่เฉินจึงประคองอีกฝ่ายลุกขึ้นยืน “ไม่ต้องเกรงใจไป”
ฟาเทียนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก จากนั้นจึงมองพลังบนร่างกายของตนเอง กำมือทั้งสองข้างและพูดด้วยความตื่นเต้น “ตอนนี้ ถ้าหากข้าได้พบกับสำนักแมลงวิญญาณอีกครั้ง ข้าจะสังหารพวกเขาให้ได้”
“สำนักแมลงวิญญาณมีเกราะแมลงวิญญาณ พวกมันสามารถเข้าไปแทนที่พื้นที่จิตสำนึกที่ว่างเปล่า ดังนั้นพื้นที่ของเจ้ามีพลังปราณนั้นยังไม่ได้” ลู่เฉินพูดด้วยท่าทางเคร่งขรึม
ฟาเทียนจึงพูดขึ้นมาด้วยความลำบากใจ “เรื่องนี้”
“ข้าจะสอนเคล็ดวิชาป้องกันวิญญาณชนิดหนึ่งให้เจ้า เมื่อมีสิ่งนี้ อย่างน้อยวิญญาณขั้นแปลงเซียนหรือต่ำกว่าขั้นแปลงเซียนก็จะไม่มายุ่งกับเจ้า” ลู่เฉินพูดจบ ฟาเทียนก็มีสีหน้ายินดี
แต่ชายหนุ่มพูดขึ้นมาอีกครั้งว่า “ข้าสามารถช่วยให้พลังปราณของเจ้าไปถึงขั้นแรกได้อย่างรวดเร็ว แต่หลังจากนี้ ต้องอาศัยการเรียนรู้ของเจ้า แต่ขั้นตอนนี้นับว่าใช้เวลามากนัก อาจจะประมาณหนึ่งเดือน หรือหนึ่งปี อาจไปถึงหลายปี หลายร้อยปี”
“ผู้อาวุโส ข้าไม่กลัว”
ชายหนุ่มพยักหน้าพลางเอ่ยต่อไปว่า “เช่นนั้นเจ้าจงตั้งใจฟัง เคล็ดวิชาปกป้องวิญญาณนี้ เป็นวิถีพุทธะชนิดหนึ่ง เรียกว่าการพิทักษ์วิญญาณ!”
“วิถีพุทธะ?”
“ใช่ สามสิบหกขั้น ทุกขั้นที่เพิ่มขึ้นก็จะสามารถหลอมเงาพุทธะพิทักษ์ออกมาได้ และเงาพุทธะพิทักษ์นี้ สามารถคุ้มครองรอบวิญญาณของเจ้าได้ และยังสามารถนำออกมาต่อสู้กับภูตผีปีศาจประหลาดพวกนั้นได้”
ยิ่งฟาเทียนได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น “ผู้อาวุโส เช่นนั้นเราเริ่มกันเถิด!”
“ได้ เริ่มเถิด”
ลู่เฉินจึงเริ่มสอน และฟาเทียนผู้นี้มีปัญญาในการเข้าถึงการฝึกฝนของสำนักวิถีพุทธ ทำให้ใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ฟาเทียนที่อยู่ภายใต้การชี้นำของลู่เฉินนั้น ระดับการพิทักษ์วิญญาณก็ไปถึงระดับแรกได้ และได้หลอมเงาพุทธะพิทักษ์เงาแรกออกมาได้
สิ่งนี้ทำให้ฟาเทียนตื่นเต้นเป็นอย่างมาก “ผู้อาวุโส ข้าสามารถลองได้หรือไม่?”
“เพราะเจ้าอยู่เพียงแค่ขั้นแรก ดังนั้นเงาพุทธะพิทักษ์นี้จึงค่อนข้างอ่อนแรง และระยะเวลาของการหลอมออกมานั้นก็ค่อนข้างสั้น ดังนั้นเจ้าต้องเตรียมจิตใจให้พร้อม”
“อืม ข้าจะลองดู” ฟาเทียนสูดหายใจเข้าลึก จากนั้นก็คิดจะรอดูว่าเงาพุทธะพิทักษ์นี้เป็นอย่างไร