ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 378 ปีศาจที่ฆ่าไม่ตาย?
บทที่ 378 ปีศาจที่ฆ่าไม่ตาย?
เมื่อได้ยินปีศาจหินพูดเช่นนั้น เขาก็ยิ้มออกมา “กลัวหรือไม่นั้นก็ลองดู”
“ข้าจะคอยดู!” ปีศาจหินพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
จนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป ลู่เฉินจึงหยุดมือลงและมองกระบี่ด้วยรอยยิ้ม “ข้าเข้ามาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อเล่นสนุกเป็นเพื่อนเจ้า”
สิ้นคำนั้น เขาก็หลับตาลงและแทรกจิตเข้าไปยังภายในกระบี่เล่มนี้
เห็นเพียงภายในกระบี่เล่มนี้มีค่ายกลเพิ่มขึ้นมา และปีศาจหินนั้นก็กลายเป็นเงาปีศาจอยู่ภายในค่ายกลนั้น
ปีศาจหินนั้นยังคงไม่ตระหนักถึงสถานการณ์ของตนเอง ดังนั้นจึงยังตะโกนขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม ดูสิ ข้ายังดูสบายดีอยู่มิใช่หรือ!”
“ข้ายังไม่ได้เคลื่อนไหวค่ายกล เจ้าตื่นเต้นทำไมกัน?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองปีศาจหิน
“โอ้? เช่นนั้นเจ้าก็เคลื่อนไหวเสียสิ ข้าจะรอดู เจ้าจะทำอันใดข้าได้!” ปีศาจหินพูดด้วยความเย่อหยิ่ง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้ว ลู่เฉินจึงเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา “ดูเหมือนว่า จะต้องให้เจ้าลองดูจริง ๆ”
“มาเลย!” ปีศาจหินยังคงพูดยั่วยุขึ้นมา
ทันใดนั้น ค่ายกลในกระบี่ก็เกิดแสงสว่างวาบของสายฟ้าสีม่วง และสายฟ้าเหล่านั้นก็ค่อย ๆ ฟาดไปบนปีศาจหินทีละสาย ปีศาจหินเจ็บปวดจนต้องด่ากราดออกมา “บัดซบ!”
“ความเย่อหยิ่งของเจ้าเมื่อครู่นี้หายไปที่ใดแล้วหรือ?” ลู่เฉินเยาะเย้ย
ปีศาจหินร้อนใจ “เจ้าหนุ่ม ข้าแนะนำเจ้านะ ทางที่ดีจงปล่อยข้าไปซะ มิเช่นนั้นเจ้าจะเสียใจในภายหลัง!”
“เป็นเช่นนี้แล้วยังกล้าข่มขู่ข้าหรือ?” ลู่เฉินเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา จากนั้นจึงเพิ่มพลังเข้าไป
ครืน!
สายฟ้าสีม่วงเหล่านั้นทำให้กลิ่นอายของปีศาจหินค่อย ๆ อ่อนแอลง จนเหลือเพียงลมหายใจที่แผ่วเบาราวกับกำลังจะตายลงในที่สุด เขาจึงพูดด้วยความกระวนกระวายใจขึ้นมา “เจ้า แท้จริงแล้วเจ้าคิดจะทำสิ่งใดกัน?”
“ข้าบอกไปแล้ว พลังภายในไข่มุกวิญญาณทมิฬ เหตุใดเจ้าจึงซึมซับมันได้ง่ายดายเช่นนั้น?”
ปีศาจหินจำต้องตอบออกไป “ข้ามีสมบัติวิญญาณชิ้นหนึ่ง สามารถเปลี่ยนพลังภายในไข่มุกวิญญาณทมิฬให้กลายเป็นสิ่งที่ข้าสามารถซึมซับได้ และข้าสามารถซึมซับมันได้มากเท่าที่ต้องการ!”
“โอ้? ที่ใดกัน?” ชายหนุ่มจ้องมองไปยังปีศาจหิน
ปีศาจหินตอบด้วยท่าทางตื่นตระหนก “เจ้าคิดทำสิ่งใด?”
“ข้าย่อมต้องอยากดูสักหน่อย” เขายิ้มพลางมองปีศาจหิน ทว่าปีศาจหินไม่ต้องการเช่นนั้น จึงตอบด้วยความร้อนใจ “นั่นเป็นของของข้า”
“เจ้าคิดว่าชีวิตของเจ้าสำคัญ หรือว่าสมบัติวิญญาณของเจ้าสำคัญ?”
ปีศาจหินกัดฟันตอบกลับ “ข้าจะให้เจ้าดู แต่เจ้าต้องปล่อยข้า”
“เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถต่อรองได้อย่างนั้นหรือ?”
ปีศาจหินจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงโมโห “หากเจ้าไม่ปล่อยข้า ข้าก็จะไม่ให้เจ้า!”
“ไม่ให้ข้า ข้าก็จะตามหาเอง” พูดจบ เขาก็เริ่มสัมผัสไปบนร่างของปีศาจหินผู้นี้ว่าแอบซ่อนสมบัติวิญญาณไว้ที่ใด
แต่ปีศาจหินคิดว่าหากได้หลอมรวมเข้ากับสมบัติวิญญาณเป็นร่างเดียว ลู่เฉินย่อมไม่อาจหาพบได้แน่นอน
ทว่าเพียงไม่นาน ชายหนุ่มก็พบสิ่งแปลกใหม่บางอย่าง
นั่นจึงทำให้เขายิ้มออกมา “เจ้าคิดว่าหลอมรวมกับมันแล้ว ข้าจะหาไม่เจออย่างนั้นหรือ?”
“ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะสามารถหามันได้พบ!”
ลู่เฉินใช้เพียงความคิดเดียว ปีศาจหินผู้นี้ก็รู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างกาย จากนั้นจี้หยกวงกลมสีดำก็ลอยออกมาตกลงบนฝ่ามือของเขา
ปีศาจหินตะโกนร้องขึ้นมาเสียงดัง “คืนมาให้ข้า!”
แต่ปีศาจหินไม่สามารถสัมผัสลู่เฉินได้ และลู่เฉินแทรกจิตออกมาจากกระบี่เล่มนั้นอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ปีศาจหินตะโกนร้องอยู่ภายในกระบี่เล่มนั้นต่อไป
ชายหนุ่มมองไปยังจี้หยกนี้ก็พบว่าจี้หยกนี้สามารถดูดซึมซับพลังปราณได้ทุกชนิด แต่นี่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือซึมซับไปยังร่างกาย และยังสามารถส่งผลลัพธ์ที่คงเดิมไปยังสิ่งที่กำหนดได้
ตัวอย่างเช่นการหวนคืนพลังปราณผ่านจี้หยกนี้ ก็สามารถหวนคืนพลังทั้งหมดรวมเข้าสู่ร่างกายของคนคนหนึ่งได้ และรับได้อย่างไม่จำกัด มีเท่าใดก็สามารถซึมซับได้เท่านั้น
แต่พลังปราณของปีศาจหินนี้อาศัยการหวนคืนพลังปราณไปถึงขีดจำกัดแล้ว จึงไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองทำลายต่อไปได้ แต่กลับสามารถใช้การหวนคืนพลังปราณ ทำให้ตนสามารถสำแดงพลังออกมาได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
ก็เหมือนกับเม็ดยาที่ผู้ฝึกตนใช้กัน สำหรับผู้ที่ไปถึงขีดจำกัดสูงสูดแล้วนั้น หากยิ่งใช้เม็ดยามากขึ้นก็ไม่สามารถทลายต่อไปได้ แต่ใช้มันเพื่อเพิ่มพลังภายในระยะเวลาอันสั้นได้
ดังนั้นจี้หยกนี้พูดได้ว่าไม่ง่ายนัก และประสิทธิภาพของมันนั้นอย่างน้อยก็เป็นระดับศักดิ์สิทธิ์ และยังดูเหมือนจะเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์เก้าดาวก็เป็นได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวัสดุของสมบัติวิญญาณชนิดนี้ ทำให้ลู่เฉินคิดไปถึงของสิ่งหนึ่ง ‘หินหมื่นกำเนิด’
หินหมื่นกำเนิดนับเป็นสิ่งล้ำค่าในแดนเซียนสามสิบหกชั้น
เพียงแต่ได้พบหินหมื่นกำเนิดและไข่มุกวิญญาณทมิฬเหล่านั้นที่ป่าอาทิตย์อัสดงนี้ ทำให้ลู่เฉินแปลกใจเป็นอย่างมาก เขาจึงเอ่ยถามปีศาจหินผู้นั้นว่า “จี้หยกนี้มีที่มาอย่างไร?”
“เจ้าขโมยจี้หยกของข้าไป ยังคิดจะให้ข้าบอกเจ้าหรือ? เจ้าหวังสูงเกินไปหรือเปล่า?” ปีศาจหินพูดด้วยความโมโห
“ดูเหมือนว่าเจ้ายังอยากลองค่ายกลนี้”
“เจ้ากล้าอย่างนั้นหรือ!” ปีศาจหินโมโหจนตาแดงก่ำ
ลู่เฉินจึงยิ้มออกมาและเพิ่มพลังเข้าไป ทำให้ปีศาจหินดิ้นรนอยู่เล็กน้อย ก่อนจะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง “เจ้ารอก่อนเถิด ข้าจะไม่ยอมจบกับเจ้าเช่นนี้แน่!”
แล้วปีศาจหินก็ค่อย ๆ หายไปในที่สุด
“แม้แต่ความตายก็ไม่กลัว?” ครั้นลู่เฉินเห็นมันหายไปในที่สุด เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติ และไม่มีร่องรอยของปีศาจหินหลงเหลืออยู่ที่นี่แม้แต่น้อย
ลู่เฉินจึงนำกระบี่เล่มนั้นมามองดูอย่างละเอียด ก่อนจะพบว่ายังมีร่องรอยของเจ้าของมันอยู่ นั่นหมายความว่าเจ้าของมันยังไม่ตาย
แต่เห็นได้ชัดว่าปีศาจหินนี้หายไปต่อหน้าต่อตาตนเอง อีกทั้งยังหายไปจากการถูกกักขังอยู่ภายในสมบัติวิญญาณนี้
แต่ตอนนี้เหตุใดอีกฝ่ายจึงหายไปได้
สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกถึงความไม่ปกติ แต่ป้อมปราการหินรอบ ๆ นี้ก็หายไป ถูฉีที่อยู่รออยู่ด้านนอกค่ายกล เมื่อเห็นว่าลู่เฉินยังมีชีวิตรอดกลับมาจึงคลายกังวลลง “นายท่าน”
ชายหนุ่มเดินออกมาจากค่ายกลแล้วก็พลันมองไปยังถูฉี “พบปีศาจหินบ้างหรือไม่?”
“ไม่ขอรับ ไม่เห็นอันใดทั้งสิ้น” ถูฉีส่ายหัวปฏิเสธ
“เช่นนั้น เหตุใดมันจึงหายไปได้?”
“นายท่าน เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่?”
เมื่อลู่เฉินอธิบายทุกอย่างออกมา ถูฉีจึงเข้าใจได้ในทันที “พวกมันฆ่าไม่ตาย”
“ฆ่าไม่ตาย?”
“ใช่ขอรับ ว่ากันว่าปีศาจเฒ่าในป่าอาทิตย์อัสดังเหล่านี้ เมื่อตายไปแล้วก็จะไปเกิดใหม่อีกที่หนึ่ง แต่หลังจากเกิดใหม่นั้นจะอ่อนแอมาก หากจะกลับมาแข็งแกร่งดังเดิมนั้นนับเป็นเรื่องยาก แต่ว่ากันว่าเบื้องหลังของปีศาจเหล่านี้มีกลุ่มปีศาจลึกลับอยู่กลุ่มหนึ่ง”
“กลุ่มปีศาจ?” ลู่เฉินแปลกใจ
“อืม กลุ่มปีศาจนี้มีอยู่มาโดยตลอด แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าพวกมันอยู่ที่ใด รู้เพียงแค่ว่าหลังจากที่ปีศาจแข็งแกร่งถูกสังหารไปแล้วก็จะปรากฏตัวออกมา” ถูฉีอธิบาย
ลู่เฉินคิดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องเช่นนี้อยู่ด้วย
ถูฉีเอ่ยถามด้วยความสงสัย “นายท่าน ท่านคงไม่ได้ฆ่ามันไปแล้วจริง ๆ ใช่หรือไม่?”
“อืม”
เมื่อถูฉีได้ยินเช่นนั้นแล้วจึงได้สติกลับมาทันที “นายท่าน เช่นนั้นควรรีบไปดูรอบ ๆ นี้ทันทีว่ามีไข่มุกวิญญาณทมิฬหรือไม่ เพราะสิ่งที่เขาชื่นชอบที่สุดนั้นคือการสะสมไข่มุกวิญญาณทมิฬเหล่านั้น”
“ข้าจะลองดู” ลู่เฉินคิดว่าเขามาถึงที่นี่แล้ว เหตุใดจะต้องกลับไปมือเปล่า
เห็นเพียงหลังจากลู่เฉินเปิดใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ ในสถานที่แห่งหนึ่ง เขาก็ได้พบประตูหินบานหนึ่ง และเมื่อเขาพาถูฉีมายังประตูหินบานนี้แล้วก็ได้เห็นว่าบนประตูหินนั้นมีอักขระยันต์อยู่มากมาย ทำให้ประตูหินถูกปิดตายอยู่ที่นั่น
“นายท่าน นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เขาซ่อนสมบัติไว้หรอกหรือ?”
“จะใช่หรือไม่นั้น เข้าไปดูก็รู้แล้ว” ลู่เฉินตอบ
“แต่บนประตูหินบานนี้เป็นยันต์ปิดผนึก ไม่สามารถทำลายได้” ถูฉีมีสีหน้าเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
“เรื่องเล็ก” พูดจบ เขาก็เคลื่อนไหวบนประตูหินบานนี้ จากนั้นประตูหินก็ค่อย ๆ เปิดออก
ถูฉีรู้สึกว่าน่าเหลือเชื่อเกินไป แต่เมื่อประตูหินเปิดออก เขาก็ยิ่งตกตะลึง