ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 396 พบพลังแมลงบรรพกาลในร่างของพวกมัน!
บทที่ 396 พบพลังแมลงบรรพกาลในร่างของพวกมัน!
หลังจากที่แมลงปอเลือดและแมลงอมตะพูดจบ ยุงเกราะโลหิตก็เริ่มบินไปทางลู่เฉินด้วยความรวดเร็ว จากนั้นซูฮวาอวิ๋นและสวีเตาก็เห็นภาพที่น่าสะพรึงกลัว
ยุงเกราะโลหิตเหล่านี้เกาะกลุ่มซ้อนทับกันโดยห่อหุ้มลู่เฉินไว้ด้านใน
ไม่เพียงเท่านั้น ยุงเกราะโลหิตเหล่านี้ยังส่องแสงสีโลหิตแดงฉาน และมีชั้นของผลึกโลหิตก่อตัวขึ้นบนพื้นผิวด้านนอก
ในขณะเดียวกัน เข็มที่แหลมคมก็ยื่นออกมาจากปากของยุงแต่ละตัว หมายมาดจะเจาะแทงเข้าไปในร่างกายของลู่เฉิน!
“จบสิ้นแล้ว” เมื่อเห็นสิ่งนี้ ใบหน้าของสวีเตาเปลี่ยนไปอย่างมาก
ซูฮวาอวิ๋นต้องการช่วย แต่ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณของเธอได้ ดังนั้นจึงได้แต่มองไปที่สวีเตา “หาทางเร็วเข้า!”
สวีเตาพูดอย่างกังวลใจว่า “แมลงชนิดนี้มีการป้องกันที่แข็งแกร่งมาก แม้ว่าเราจะสามารถใช้คาถาได้ เราก็ไม่สามารถทำร้ายพวกมันได้”
“ไม่มีทางอื่นแล้วหรือ?” ซูฮวาอวิ๋นถามอย่างกังวล
สวีเตามีสีหน้าบิดเบี้ยว ส่วนแมลงอมตะหัวเราะเสียงดังอยู่ในความมืด “ตายซะ ตายซะ!”
ลู่เฉินเปิด ‘กำแพงพันชั้น’ ขึ้นมาสี่ร้อยชั้น พริบตาเดียวก็ถูกยุงเหล่านี้ฝ่าทะลวงไปสามร้อยกว่าชั้น เป็นไปได้ว่าแมลงเหล่านี้แข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกขั้นแปลงเซียนทั่วไปอย่างมาก
แต่แมลงเหล่านี้ยังไม่ยินยอม และวางแผนที่จะโจมตีลู่เฉินต่อไป
ส่วนลู่เฉินปล่อยให้กุ่ยเจี๋ยโจมตีพวกมัน แต่ชั้นผลึกบนผิวของแมลงเหล่านี้กลับต้านทานการโจมตีของวิญญาณได้ ดังนั้นไม่ว่าจะโดนกุ่ยเจี๋ยโจมตีอย่างไร แมลงเหล่านั้นก็ยังไม่สะทกสะท้าน
ไม่เพียงเท่านั้น ฝ่ามือของลู่เฉินและเคล็ดวิชาเถาวัลย์ธรณียังไม่สามารถกล้ำกรายพวกมันได้ด้วย
สิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นมา “น่าสนใจนี่!”
“เจ้าหนุ่ม เจ้ากลัวหรือยัง!?” แมลงอมตะหัวเราะอย่างมีชัย
เกรงกลัวหรือ? นั่นไม่มีทางเป็นไปได้
เห็นเพียงเมื่อลู่เฉินใช้ ‘กำแพงพันชั้น’ เพื่อต่อต้านแมลงเหล่านี้ เขาก็เริ่มหยิบศิลาวิญญาณและสมุนไพรออกมา จากนั้นจึงวาดอักขระแปลก ๆ ลงบนพื้น
แมลงอมตะเย้ยหยัน “เจ้าคิดว่าการวาดอักขระยันต์บนพื้นดินสามารถทำร้ายแมลงเหล่านี้ได้หรือ?”
“เดี๋ยวเจ้าก็จะรู้เอง” ลู่เฉินยิ้มอย่างมั่นใจ
แมลงอมตะคิดว่าลู่เฉินกำลังฝืนทนจึงหัวเราะเยาะ “เป็นบ้าไปเถิด รอจนกว่าแมลงพวกนี้ทำลายการป้องกันของเจ้าทีละน้อย แล้วเจ้าจะรู้ว่าพวกมันน่ากลัวเพียงใด!”
ลู่เฉินไม่พูด แต่ยังคงยุ่งอยู่เช่นนั้นต่อไป
สวีเตาที่เฝ้าดูอยู่หันมองไปที่ซูฮวาอวิ๋นและถามแปลก ๆ ว่า “เขากำลังทำอันใด?”
“ข้าจะรู้ได้อย่างไร” ซูฮวาอวิ๋นรู้สึกหดหู่ใจ
พลันตอนนี้เอง ลู่เฉินหันไปหาซูฮวาอวิ๋น “เจ้ามีหญ้าลวงตาหรือไม่?””
หญ้าลวงตาเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่จิตรกรชอบใช้มากที่สุด เนื่องจากส่วนผสมนี้ถูกเติมเข้าไปในภาพที่พวกเขาวาดเพื่อให้สมจริงมากขึ้น แต่เนื่องจากมันมีค่ามากและยากต่อการเก็บรักษา คนส่วนใหญ่จึงไม่มี
แต่ซูฮวาอวิ๋นมีอยู่จริง ๆ เขาจึงพยักหน้าและพูดว่า “อืม”
“เอามาให้ข้า”
ซูฮวาอวิ๋นหยิบขวดเล็ก ๆ ออกมาโดยไม่ลังเลและโยนมันออกไป
ขวดเล็ก ๆ พุ่งไปที่มือของเขาทันทีด้วยการควบคุมของลู่เฉิน
แมลงอมตะในความมืดเอ่ยล้อเลียน “เจ้าหนุ่ม เจ้าคงไม่คิดว่าเจ้าจะทำให้แมลงพวกนี้เป็นอัมพาตได้ด้วยหญ้าลวงตากระมัง?”
ทว่าลู่เฉินก็ยังไม่คิดจะสนใจอีกฝ่าย
สิ่งนี้ทำให้แมลงอมตะเย้ยหยันทันที “เอาล่ะ เจ้าเป็นบ้าต่อไปเถอะ”
สวีเตามองไปที่ซูฮวาอวิ๋น “หญ้าลวงตามีฤทธิ์อย่างไรหรือ?”
“เมืองฮวาเทียนของเรามักใช้มันเพิ่มลงในวัสดุวาดภาพเพื่อให้ภาพวาดมีความสมจริงมากขึ้น” ซูฮวาอวิ๋นอธิบาย
“หรือว่าเขาต้องการวาดภาพ” สวีเตารู้สึกสับสน
“ไม่ เขาไม่ได้วาดภาพธรรมดา แต่วาดอักขระยันต์” ซูฮวาอวิ๋นรู้จักภาพวาดเป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อเห็นสิ่งนี้ เขาก็รู้แล้วว่าลู่เฉินกำลังวาดวาดอักขระยันต์
ทว่าซูฮวาอวิ๋นไม่เคยเห็นอักขระยันต์เช่นนี้มาก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าอักขระยันต์ของลู่เฉินจะสามารถจัดการกับแมลงเหล่านี้ได้หรือไม่
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ลู่เฉินก็ปัดมือไปมาพลางมองไปยังแมลงที่ ‘ฆ่าไม่ตาย’ เหล่านี้แล้วยิ้ม “เล่นกันเองให้สนุก”
เล่นกันเอง?
ทุกคนไม่รู้ว่ามันหมายถึงสิ่งใด แต่ไม่นานหลังจากนั้น ครั้นลู่เฉินใส่พลังวิญญาณเข้าไปในอักขระยันต์บนพื้น แสงสีทองก็พุ่งออกมาจากพื้นทันที ยุงเกราะโลหิตที่อยู่ใต้แสงสีทองก็ดูเหมือนจะสูญเสียสติสัมปชัญญะและเริ่มอาละวาดขึ้นมา
ขณะเดียวกัน แมลงเหล่านี้ก็เริ่มโจมตีกันเอง
แต่เพราะการป้องกันที่แข็งแกร่งของแมลงเหล่านี้ เมื่อมันโจมตีคู่ต่อสู้ คู่ต่อสู้จะไม่ได้รับบาดเจ็บ ทว่าพวกมันยังคง ‘ตื่นเต้น’ และเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น โจมตีกันอยู่อย่างนั้น
แมลงอมตะร้อนรนจึงเอ่ยถามว่า “เจ้าทำอันใดกับพวกมัน?”
“ตอนนี้พวกมันมองไปไหนก็ราวกับว่าเห็นเป็นหน้าข้า ดังนั้นพวกมันจึงโจมตีข้า” ลู่เฉินยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“อันใดนะ!” แมลงอมตะตกใจ พลันรู้สึกต้องการให้แมลงเหล่านี้ถอยออกไป แต่พวกมันบ้าคลั่งไปแล้วจึงไม่ฟังคำสั่งแมลงอมตะอีกเลย
ฉากนี้ทำให้ซูฮวาอวิ๋นตกใจ “แค่วาดอักขระยันต์ และเพิ่มหญ้าลวงตา มันน่ากลัวได้เพียงนี้เชียวหรือ?”
สวีเตาถอนหายใจ “เขาเป็นยอดฝีมือในเมืองฮวาเทียนของเจ้ากระมัง”
“เขาไม่ใช่คนเมืองฮวาเทียน” ซูฮวาอวิ๋นส่ายหัวและพูดตอบ
สวีเตาไม่คาดคิดว่าลู่เฉินจะไม่ใช่คนเมืองฮวาเทียน ส่วนแมลงอมตะตัวนั้นกำลังคลุ้มคลั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลู่เฉินใช้ประโยชน์จากแมลงที่กำลังบ้าคลั่งเอาชนะพวกมันทีละตัว
เห็นเพียงชายหนุ่มคว้ายุงเกราะโลหิตและดูดซับพลังของมันอย่างบ้าคลั่ง ทำให้มันตัวแห้งเหือด นอกจากนี้ พลังที่มีอยู่ในแมลงนี้ก็ทรงพลังอย่างมาก แม้แต่ลู่เฉินก็ยังพบพลังที่ค่อนข้างโบราณอยู่ในแมลงเหล่านี้
“มีพลังหนึ่งในหมื่นของแมลงบรรพกาลหรือ?”
แมลงบรรพกาลเป็นแมลงที่มีพลังในยุคโบราณที่ไม่เหมือนผู้ใด และนั่นเป็นยุคสมัยที่โบราณเก่าแก่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะพบความสามารถนี้ในแมลงหายากบางชนิด
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ จุดที่สำคัญคือแมลงเหล่านี้มีพลังหนึ่งในหมื่นของพลังแมลงบรรพกาล ซึ่งหมายความว่า ณ ที่ที่มันอาศัยอยู่จะต้องมีบางสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อพวกมัน
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงอยากดูว่ามันคืออันใด
ลู่เฉินกลืนแมลงส่วนใหญ่ลงไป และคว้าจับตัวแมลงมาหนึ่งตัว ก่อนจะวาดอักขระยันต์ผนึกแมลงลงบนตัวของมัน
จากนั้นจิตวิญญาณของเขาก็แทรกซึมเข้าไปในพื้นที่จิตวิญญาณของมัน จ้องมองไปยังวิญญาณของมันแล้วกล่าวว่า “หากเจ้าไม่อยากตายก็ตอบคำถามของข้าให้ดี”
วิญญาณของยุงเกราะโลหิตกระวนกระวาย “เจ้า เจ้าจะทำอันใด?”
“บอกข้ามา เจ้าฝึกฝนมาจากไหน และเจ้าได้รับพลังของแมลงบรรพกาลมาได้อย่างไร” ลู่เฉินถาม
ยุงเกราะโลหิตพูดอย่างกระวนกระวาย “ที่…ที่นี่มีวังใต้ดิน และมีกระดูกแมลงอยู่ที่นั่น เราแค่ฝึกฝนอยู่กับมันที่นั่นเป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่เราจะรู้สึกมีพลังอย่างมาก รวมถึงการป้องกันของเราก็จะแข็งแกร่งขึ้นด้วย”
“หืม? บอกรายละเอียดสถานที่มา!”
แมลงตัวนี้ไม่กล้าโกหก มันเล่าทุกอย่างที่รู้ให้ลู่เฉินฟัง และหลังจากที่ชายหนุ่มทำตราประทับวิญญาณแล้ว เขาก็ปล่อยแมลงตัวนี้ให้ออกห่างจากฝูงยุง
หลังจากแมลงปอเลือดและแมลงอมตะเห็นว่ามียุงตัวหนึ่งบินออกมา พวกเขาก็ต้องการดูว่าเกิดอันใดขึ้น แต่ยุงตัวนี้หายไปตามคำสั่งของลู่เฉิน
แมลงอมตะโกรธมาก ทว่าก็ทำได้เพียงถอนหายใจในความมืด “เจ้าหนุ่ม รอก่อนเถิด ข้าจะทำให้เจ้าอยู่ไม่สู้ตาย!”
“ยังจะมาอีกหรือ?” หลังจากที่ลู่เฉินดูดซับยุงเกราะโลหิตตัวสุดท้ายแล้ว เขาก็ยิ้มให้กับแมลงปอเลือดและแมลงอมตะในความมืด