ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 401 มีคนขโมยแมลงอมตะไป
บทที่ 401 มีคนขโมยแมลงอมตะไป
หลังจากเห็นลู่เฉินดูดซับแมลงประหลาดเหล่านั้นอย่างชำนาญ แมลงปอเลือดและแมลงอมตะที่อยู่ข้างนอกก็กลัวเกินกว่าจะอยู่ต่อ จึงคิดที่จะหลบหนี
แต่ในยามนี้เสียงของลู่เฉินดังขึ้นมาว่า “คิดจะหนีหรือ?”
แมลงปอเลือดและแมลงอมตะหันกลับมามองลู่เฉินที่อยู่ในเขตแดน
ยามนี้ลู่เฉินมีไอแมลงแปลก ๆ ทั่วร่างกายของเขา และพวกมันไม่เคยเห็นไอแมลงแปลก ๆ นี้มาก่อน ซึ่งทำให้ถึงกับงงงวย แต่ก็ไม่อยากที่จะอยู่ต่อ จึงแค่นเสียงหึแล้วเอ่ยว่า “เจ้าจะทำอันใดได้ หากข้าหนี?”
หลังจากพูดแล้ว แมลงปอเลือดก็คิดที่จะหลบหนี
เม็ดยาสีขาวที่สี่ของลู่เฉิน ‘เม็ดยาแมลง’ ได้ก่อตัวแล้ว ซึ่งหมายความว่าเขาสามารถใช้พลังของ ‘เม็ดยาแมลง’ นี้ได้
เห็นเพียงว่าไอแมลงใน ‘เม็ดยาแมลง’ ก็คือความเข้มข้นของปราณในร่างกายหลายสิบเท่า
เมื่อเขาเปลี่ยนพลังปราณในร่างกายให้เป็นไอแมลง พลังแมลงของลู่เฉินก็เพิ่มสูงขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากที่ได้ ‘เม็ดยาแมลง’ มาแล้ว เขาก็สามารถสำแดงพลังที่เกี่ยวข้องกับแมลงได้มากขึ้นอีกด้วย
เห็นเพียงลู่เฉินขบคิดแล้วสร้างเขตแดนแห่งความมืดรอบ ๆ แมลงปอเลือดและแมลงอมตะ เมื่อเขตแดนนี้ดักจับแมลงอมตะได้ มันก็กลายเป็นตาข่ายทันที ขณะเดียวกันตาข่ายก็พันทั้งสองแมลงนี้ไว้จนพวกมันรู้สึกว่าพลังของตนดูเหมือนจะถูกผูกมัดด้วยบางสิ่ง
สิ่งนี้ทำให้แมลงปอเลือดตกใจ “เจ้าทำอันใดกับข้า?!”
“ตาข่ายจับแมลง หรือที่เรียกว่าตาข่ายดักแมลง ตราบใดที่เป็นแมลง ไม่ว่าจะเป็นกายเนื้อหรือวิญญาณแมลง พวกมันจะถูกกักไว้ไม่ให้เคลื่อนไหวได้”
แมลงปอเลือดไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน แต่ยามนี้ตนใช้พลังสักนิดก็ไม่ได้จึงโกรธจัด “ปล่อยข้าไป!”
“ข้าบอกแล้วว่าข้าจะทำให้เจ้าเสียใจ” ลู่เฉินพูดอย่างเย็นชา
แมลงปอเลือดได้แต่ร้อนใจ ขณะที่ฟาเทียนและคนอื่น ๆ ที่อยู่อีกด้านหนึ่งพลันดีใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟาเทียน เขาถึงกับล้อแมลงปอเลือดว่า “นี่คือจุดจบของเจ้า!”
“พวกเจ้าทะนงตัวให้มันน้อย ๆ หน่อย!” แมลงปอเลือดพูดอย่างโกรธเกรี้ยว
ลู่เฉินเดินไปทีละก้าว แมลงปอเลือดถลึงตาจ้องมองและพูดว่า “ข้าเป็นอมตะ ต่อให้เจ้าดักจับข้าก็ฆ่าข้าไม่ได้!”
“ข้าฆ่าเจ้าไม่ได้ แต่ข้าสามารถทรมานเจ้าได้!”
“ข้าไม่กลัว!” แมลงปอเลือดยังคงดื้อรั้น
ลู่เฉินเดินไปหาแมลงปอเลือด จากนั้นก็หยิบกู่ฉินเพลิงโบราณออกมาและบรรเลงมัน เสียงของกู่ฉินนั้นแข็งแกร่งมาก และแมลงปอเลือดที่ถูกยับยั้งพลังไว้ก็เจ็บปวดทรมาน
เสียงร้องที่น่าสังเวชนั้นทำให้แมลงตัวสั่นด้วยความตกใจ เห็นได้ชัดว่าพวกมันกลัวเสียงนี้มาก
แต่ในขณะที่แมลงอมตะกำลังเจ็บปวดก็ยังคงก่นด่าว่า “ข้าจะทำลายเจ้าในไม่ช้าก็เร็ว!”
“ทำลายข้าหรือ? มาดูกันว่าเจ้าจะรอดหรือไม่!” หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็เพิ่มพลังของเขาเข้าไป
แมลงอมตะกรีดร้อง
แต่ในยามนี้มีบางอย่างบินผ่านแมลงอมตะไปเร็วมาก และครู่ต่อมาแมลงอมตะก็หายไป
ลู่เฉินตกใจ “เร็วมาก!”
สีหน้าของฟาเทียนและคนอื่น ๆ เปลี่ยนไปอย่างมาก
ลู่เฉินมองไปยังทิศทางที่หายไป และเมื่อเขาต้องการใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ เพื่อติดตาม อีกฝ่ายก็หายตัวไปเสียแล้ว
“ผู้อาวุโส เมื่อครู่นั้นมันอันใดกัน?”
“แมลงที่รวดเร็วมาก แต่ข้ามองไม่ชัดว่าคืออันใด” ลู่เฉินรู้สึกเพียงว่าสิ่งนั้นเหมือนลมกระโชก แต่เขามองไม่เห็นลักษณะของมันที่ชัดเจน
ฟาเทียนตกใจ “ถ้าเมื่อครู่มันโจมตีพวกเรา พวกเราจะเสร็จมันหรือ?”
“มันรวดเร็วมาก แต่ไม่ทรงพลัง มันน่าจะเป็นแมลงโบราณประเภทความเร็ว ในแง่ของความแข็งแกร่ง ข้าเกรงว่ามันจะสู้ขั้นแปลงเซียนไม่ได้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฟาเทียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ส่วนสวีเตาตกใจ “เหตุใดถึงมีแมลงโบราณเยอะเพียงนี้!”
ชายหนุ่มก็รู้สึกแปลกประหลาดเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงเดินกลับไปที่โครงกระดูก ปล่อยวิญญาณของตั๊กแตนตำข้าวแขนทอง จากนั้นตั๊กแตนตำข้าวแขนทองก็ควบคุมกระดูกของมันทีละเล็กทีละน้อย และในที่สุดโครงกระดูกก็กลับคืนสู่ร่างกายของมัน
มันอ่อนแอเล็กน้อย แต่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวยังคงทำให้ฟาเทียนและคนทั้งสาม รวมทั้งแมลงเหล่านั้นหวาดกลัว
“เล็กลงเถิด” ลู่เฉินสั่ง ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองจึงจำใจต้องหดกายเล็กลง และในที่สุดก็กลายเป็นตั๊กแตนตำข้าวตัวเล็ก ๆ หมอบอยู่บนไหล่ของลู่เฉิน
ชายหนุ่มถามว่า “เมื่อครู่เจ้าเห็นแมลงนั่นหรือไม่?”
“ไม่ เป็นครั้งแรกที่ข้าสัมผัสได้ถึงมัน” ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองตอบ
“โอ้? มันมาจากที่อื่นหรือ?” ลู่เฉินสงสัย
ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองไม่เข้าใจนัก แต่ก็พูดว่า “ถึงสิ่งนั้นจะรวดเร็วมาก แต่ในเรื่องของความแข็งแกร่ง ข้าแข็งแกร่งกว่ามันมาก”
ลู่เฉินมองไปที่มัน “เจ้าอ่อนแอมาก เจ้าควรพักฟื้นก่อน”
“เข้าใจแล้ว” หลังจากที่ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองพูดจบ มันก็กลายเป็นเงาลำแสงสีทองและพุ่งผ่านแมลงตัวอื่น ๆ ไป
เมื่อตั๊กแตนตำข้าวแขนทองสัมผัสแมลงเหล่านั้น มันก็ถูกดูดเลือดจนหมด ยิ่งไปกว่านั้นแม้แต่วิญญาณก็ยังหนีไม่พ้น
สุดท้ายก็เหลือเพียงยุงเกราะโลหิตเพียงตัวเดียว มันมาหาลู่เฉินด้วยความหวาดกลัว
“จากนี้ไป เจ้าจงเข้าไปในร่างของหลวงจีนน้อยผู้นั้นและปกป้องเขา” ลู่เฉินกล่าว
ยุงเกราะโลหิตดีใจและเข้าไปในร่างของฟาเทียนอย่างรวดเร็ว
ฟาเทียนและคนทั้งสามตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเห็นกองซากแมลงไร้เลือดเหลานั้น ดวงตาของพวกเขาก็ยิ่งเบิกกว้าง
ส่วนตั๊กแตนตำข้าวแขนทอง มันกลับมาอยู่ข้างกายลู่เฉินและพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ดูสิ ข้าฟื้นพละกำลังกลับมาหนึ่งในพันส่วนแล้ว”
“แค่หนึ่งในพันเท่านั้นหรือ?” ลู่เฉินคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายดูดซับพลังแมลงไปมากขนาดนี้แล้วจะฟื้นตัวได้แค่เล็กน้อย
“แน่นอน ข้าเป็นแมลงโบราณ หากข้าฟื้นฟูได้เต็มที่ พวกเซียนก็ทำอันใดข้าไม่ได้” ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองพูดอย่างโอ้อวด
ลู่เฉินยิ้มอย่างขมขื่น “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะบ้าคลั่งเช่นนี้”
“ข้าพูดความจริง!” ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองพูดอย่างมั่นใจ
ชายหนุ่มคร้านที่จะพูดเรื่องไร้สาระกับมัน เขาจึงมองไปที่สวีเตา “ตอนนี้มีบางสิ่งที่ต้องการความร่วมมือจากเจ้า!”
ก่อนหน้านี้สวีเตาไม่เต็มใจ แต่ตอนนี้เขากลับเอ่ยอย่างตะกุกตะกักด้วยความตกใจว่า “ท่าน…ท่านพูดมาได้เลยขอรับ!”
“ศาสตราวุธของบรรพบุรุษสำนักสุญญตาอยู่ที่ไหนในภูเขารากวิญญาณแมลงนี้!” ลู่เฉินจ้องไปที่สวีเตาและเอ่ยถาม
สวีเตาพูดอย่างกระวนกระวายว่า “ในภูเขารากวิญญาณนี้มีตำหนักที่พวกเราเก็บศาสตราวุธพิเศษไว้โดยเฉพาะ และตำหนักนี้ก็ได้รับการปกป้องจากเหล่าผู้อาวุโสของสำนักแมลงวิญญาณของเรา ดังนั้นหากอยากเข้าไป เกรงว่า…”
“นำทางเถิด”
สวีเตาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากนำทางไป
…
ที่มุมหนึ่งของพระราชวังใต้ดิน ตาข่ายบนตัวแมลงปอเลือดและแมลงอมตะค่อย ๆ หายไป และข้างหน้ามันก็มีแมลงปีกแข็งสีขาวราวกับหิมะลอยอยู่ ในขณะเดียวกันก็มีคนยืนอยู่ข้างแมลงปีกแข็งตัวนั้น
คนผู้นี้ใบหน้าด้านขวาเป็นกระดูกและมือขวาก็เป็นกระดูกเช่นกัน
เขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้อาวุโสกระดูกจากสำนักเหมันต์สงัด
เห็นเพียงผู้อาวุโสกระดูกยิ้มและมองไปที่แมลงปอเลือดและแมลงอมตะ “ต้องขอบคุณข้าหรือไม่?”
“เจ้าเป็นใคร?” แมลงปอเลือดไม่รู้ภูมิหลังของอีกฝ่าย ดังนั้นมันจึงตื่นตระหนก
ชายชรากระดูกหัวเราะและพูดว่า “ข้ามาจากสำนักเหมันต์สงัด ไม่ต้องกังวล ข้าจะช่วยชีวิตเจ้าไม่ใช่เพื่อฆ่าเจ้า แต่เพื่อร่วมมือกับเจ้า!”
“ร่วมมือ?” แมลงปอเลือดและแมลงอมตะงงงวย
“เจ้าเห็นแมลงปีกแข็งสีขาวตัวนี้หรือไม่?” ผู้อาวุโสกระดูกชี้ไปที่มัน
“มีปัญหาอันใด?” แมลงปอเลือดและแมลงอมตะไม่รู้ว่าผู้อาวุโสกระดูกหมายถึงสิ่งใด