ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 404 คนไม่ใช่คน แมลงไม่ใช่แมลง!
บทที่ 404 คนไม่ใช่คน แมลงไม่ใช่แมลง!
คำพูดของลู่เฉินกระตุ้นชายชราเหล่านี้เป็นอย่างมาก และเสวี่ยเฉินก็ทนไม่ได้อีกต่อไป ยังคงต่อยเงากำปั้นอย่างบ้าคลั่ง!
ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าลู่เฉินในยามนี้ เงากำปั้นเหล่านี้เป็นเหมือนตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ เท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่เสวี่ยเฉินโจมตีไประยะหนึ่ง สีหน้าของเขาก็กลายเป็นดูไม่ได้
จนกระทั่งผู้เฒ่าเจียงพูดว่า “มอบให้ข้าเถิด”
เสวี่ยเฉินพูดด้วยความเคารพ “ขอรับ!”
ผู้เฒ่าเจียงพลันจ้องมองมาที่ลู่เฉิน กลิ่นอายเปลวเพลิงบนร่างกายของเขาก็เริ่มปะทุขึ้น ราวกับว่าร่างทั้งร่างกำลังถูกเผาไหม้ ขณะเดียวกันแมลงเม่าเพลิงก็กลายเป็นลูกไฟ ก่อนที่ทันใดนั้นจะพุ่งเข้าไปหาลู่เฉิน
มันรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง
ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองมีพละกำลังเพียงหนึ่งในพันของตนแต่เดิมเท่านั้น ดังนั้นด้วยความแข็งแกร่งนี้ก็ทำให้การโจมตีของมันยังไม่ทันได้ปล่อยออกมา เงาวิญญาณของแมลงเม่าเพลิงก็เข้าไปในร่างของลู่เฉิน
ทุกคนดีใจมาก และเสวี่ยเฉินก็มองไปยังลู่เฉินด้วยรอยยิ้ม “พ่อหนุ่ม เจ้าก็รู้ว่าพวกเราทรงพลังแค่ไหน!”
“แค่แมลงวิญญาณตัวหนึ่งเท่านั้น หามีอันใดไม่” สิ้นคำ เขาก็ดึงแมลงวิญญาณออกมา แต่แมลงวิญญาณกลับเข้าไปพัวพันกับพันธนาการแห่งคำสาปภูตผี ทำให้มันไม่อาจหลุดพ้นไปได้
ทุกคนตกตะลึงเมื่อเห็นฉากนี้ โดยเฉพาะผู้เฒ่าเจียงผู้ต้องการควบคุมแมลงวิญญาณ โดยพยายามแยกแมลงวิญญาณออกจากพันธนาการของลู่เฉิน
ผู้ใดจะรู้ว่าลู่เฉินพูดกับตั๊กแตนตำข้าวแขนทองว่า “กลืนมันเข้าไป”
“ขอรับ!”
ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองกระโดดเข้าหาแมลงเม่าตัวนี้ เห็นเพียงว่าแมลงเม่าเพลิงต้องการจะดิ้นรนแต่ถูกรั้งไว้ มันไม่สามารถต้านทานการโจมตีของตั๊กแตนตำข้าวแขนทองได้เลย
ด้วยเหตุนี้ ภายในเวลาสั้น ๆ เงาวิญญาณทั้งหมดของแมลงเม่าเพลิงจึงถูกตั๊กแตนตำข้าวแขนทองกลืนกิน
ไม่เพียงแค่นั้น ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองยังพอใจมาก และถึงกับจ้องมองแมลงวิญญาณที่เกาะอยู่บนคนเหล่านั้น
สีหน้าของผู้เฒ่าเจียงกลายเป็นสีแดงทันที เขาโกรธจนดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ “แมลงของข้าอยู่ที่ไหน?”
“กินไปแล้ว!” ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองชี้ไปที่ปากของตน
คนเหล่านั้นหวาดกลัวจนแทบไม่เชื่อสิ่งที่เห็น
ผู้เฒ่าเจียงโกรธมากจนร้องเสียงแหลม และร่างกายของเขาก็เปลี่ยนไป ในที่สุดกรงเล็บก็งอกออกมาจากมือของเขาราวกับ ‘แมว’ แต่มีปีกโครงกระดูกเลือดปรากฏขึ้นข้างหลัง
ชายชราเหล่านั้นเริ่มตื่นตระหนก
เสวี่ยเฉินตกใจยิ่งกว่าเดิม “เกิดอันใดขึ้น?”
“ผู้เฒ่าเจียง เพิ่งผสมแมลงที่น่าสนใจบางอย่างเข้าไป และเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นแมลงแมว”
“มนุษย์แมลงวิฬาร์?” เสวี่ยเฉินไม่เข้าใจ
“มันหมายถึงการมีร่างกายเหมือนแมว มีปีกเหมือนแมลง และมีสติสัมปชัญญะของมนุษย์” ชายชรากล่าว
เสวี่ยเฉินตกใจ “เขารวมพลังของอสูร มนุษย์ และแมลงเข้าด้วยกันจริงหรือ?”
ผู้เฒ่าเหล่านั้นพยักหน้าทีละคน
แต่ลู่เฉินไม่กลัว เขายิ้มให้ชายชราเจียงที่มีร่างกายเหมือนแมว “เจ้าคิดว่านี่จะทำให้ข้ากลัวได้หรือ”
“พ่อหนุ่ม เจ้ารู้หรือไม่ว่าพอข้าเป็นเช่นนี้แล้วข้าแข็งแกร่งแค่ไหน?” หลังจากที่ชายชราเจียงพูดจบก็พุ่งมาอยู่ตรงหน้าลู่เฉินคล้ายวิญญาณ จากนั้นก็ตะปบเล็บลงมา
‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉินมีรอยร้าวหลายแห่ง แต่ก็แตกไปเพียงแค่สี่ร้อยชั้นเท่านั้น
ดังนั้นชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงนั้นจึงไม่เป็นอันใด “การโจมตีของเจ้ารุนแรงมาก แต่…”
ผู้เฒ่าเจียงตะคอกกลับ “เมื่อครู่ข้ายังไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมดของข้า!”
หลังจากพูดจบ ร่างของชายชราเจียงก็ลุกเป็นไฟ และปีกกระดูกโลหิตก็กระพืออย่างรุนแรง ทำให้เปลวไฟบนร่างกายของเขาโหมแรงยิ่งขึ้น
เมื่อเห็นเช่นนี้ คนเหล่านั้นก็มีความสุขไปตาม ๆ กัน
บางคนแกล้งเย้าลู่เฉินว่า “พ่อหนุ่ม อีกเดี๋ยวพลังของผู้เฒ่าเจียงก็จะพุ่งทะยานสูงขึ้นแล้ว!”
บางคนหัวเราะแปลก ๆ “ถูกต้อง พลังของผู้เฒ่าเจียงจะทำให้เจ้าประหลาดใจ!”
“รอความตายเถิด!”
…
เมื่อคนเหล่านี้คิดว่าผู้เฒ่าเจียงสามารถฆ่าลู่เฉินได้อย่างรวดเร็ว ผู้เฒ่าเจียงคนนั้นก็ได้รวมพลังของเขาอีกครั้งและตะปบร่างของลู่เฉิน แต่กำแพงของลู่เฉินถูกทำลายเพียงสี่ร้อยชั้นเท่านั้น จากนั้นก็ไม่เป็นอันใดอีก
“นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?” ผู้เฒ่าเจียงเบิกตากว้าง
คนอื่น ๆ ก็เบิกตากว้าง ไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่พวกเขาเห็นเช่นกัน
เสวี่ยเฉินเริ่มจริงจัง “พ่อหนุ่มนี่มีความสามารถอย่างไรกันแน่?”
ไม่ใช่แค่เสวี่ยเฉินเท่านั้น แต่ทุกคนก็อยากรู้ ทว่าไม่มีใครอธิบายให้พวกเขาฟังได้ ดังนั้นคนเหล่านี้จึงมีสีหน้าดูไม่ได้ และผู้เฒ่าเจียงก็ยังไม่เชื่อ ทั้งยังคงล้อมรอบลู่เฉินด้วยความเร็วที่บ้าคลั่งต่อจากนั้นก็โจมตีอีกครั้ง
เห็นเพียงกรงเล็บนั้นขูดกับผนัง มีเปลวไฟจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น และแม้แต่หินจำนวนนับไม่ถ้วนก็กระเด็นปลิวว่อนไปทุกที่
ทว่าหลังจากนั้นไม่นานผู้เฒ่าเจียงก็หอบหายใจ แต่ลู่เฉินยังสบายดี และยังส่งยิ้มให้เขา “นี่คือความแข็งแกร่งของเจ้าหรือ?”
“พ่อหนุ่ม เจ้าบังคับข้า!” ผู้เฒ่าเจียงเริ่มเปลี่ยนร่างต่อไป
เห็นเพียงว่าร่างนั้นใหญ่ขึ้นเหมือนพยัคฆ์สีแดงโลหิต อีกทั้งท่าทางนั้นก็ดุดันมาก แม้แต่ตำหนักโดยรอบก็ดูเหมือนจะสั่นสะท้านอย่างไรอย่างนั้น
อาวุโสเหล่านั้นกลัวจนถอยร่นไปทีละคน
เสวี่ยเฉินงุนงง “เกิดอันใดขึ้น?”
“ผู้เฒ่าเจียงน่าจะเผาผลาญพลังวิญญาณดั้งเดิมในร่างกายของเขาเพื่อเปลี่ยนกายเนื้อของตนเอง” ชายชราคาดเดา
“อันใดนะ!? เผาวิญญาณดั้งเดิม!? เปิดใช้งานกายเนื้อ!?” เสวี่ยเฉินตกตะลึง
นอกจากเสวี่ยเฉินผู้นี้ ผู้เฒ่ามู่ที่เฝ้าดูอยู่ในมุมมืดก็ตกใจ “ผู้เฒ่าเจียงบ้าไปแล้วจริง ๆ!”
มีเพียงลู่เฉินที่ยังคงยืนอยู่อย่างสงบ นัยน์ตาจ้องมองผู้เฒ่าเจียงที่ค่อย ๆ คุ้มคลั่ง “หากเจ้าทำเช่นนี้ต่อไป เจ้าจะสูญเสียความเป็นตัวเอง!”
“สูญเสียหรือ? เป็นไปไม่ได้!” ผู้เฒ่าเจียงตะคอก
หลังจากพูดจบ ผู้เฒ่าเจียงก็กระโจนเข้าใส่ลู่เฉิน ความเร็วนั้นรวดเร็วมาก เขากระแทกหน้าลู่เฉินจากนั้นก็ตะปบกรงเล็บลงไป
ครั้งนี้ ‘กำแพงพันชั้น’ แตกร้าวรุนแรงยิ่งขึ้นไปจนถึงชั้นที่สี่ร้อยห้าสิบ
ทว่าโชคดีที่ยี่สิบกว่าชั้นสุดท้ายนั้นแข็งแกร่งที่สุด
ด้วยเหตุนี้ลู่เฉินจึงรอดพ้นจากภัยพิบัติได้ ทำให้ลู่เฉินแอบถอนหายใจ “โชคดีที่เม็ดยาแมลงก่อตัวแล้วในวันนี้ ไม่เช่นนั้นสี่ร้อยชั้นก่อนหน้าคงไม่สามารถต้านทานได้!”
เมื่อลู่เฉินกำลังชื่นชมยินดี ผู้เฒ่าเจียงก็คุ้มคลั่งและปล่อยคาถาเปลวเพลิงทุกชนิดออกจากอุ้งเท้าของเขา
แต่ผลลัพธ์ก็เป็นเช่นเดิม
ลู่เฉินหยิบ ‘กระจกนภาวิญญาณ’ ออกมา ในขณะที่ผู้เฒ่าเจียงก็ถูกกระแทกจนกระเด็นออกไป
ทุกคนตกใจมากจึงรีบช่วยประคองผู้เฒ่าเจียงขึ้นมา
ยิ่งเสียงขลุ่ยดังขึ้นรอบ ๆ ผู้เฒ่าเจียงก็ยิ่งโกรธมากขึ้น และตะโกนพลางกัดชายชราเหล่านั้น ทำให้พวกคนที่ไม่ได้เตรียมการป้องกันสิ้นลมทันที แม้แต่วิญญาณดั้งเดิมก็โดนโจมตีทะลวงผ่าน
เสวี่ยเฉินหันกลับ คิดจะหนีไปด้วยความตกใจ
ผู้เฒ่ามู่เบิกตากว้าง
ลู่เฉินมีสีหน้าเคร่งขรึม มองไปยังที่มาของเสียง เพราะเสียงขลุ่ยเมื่อครู่ทำให้ผู้เฒ่าเจียงคุ้มคลั่ง ทำให้เขากลืนพลังของคนเหล่านั้น แล้วทำให้ร่างกายของผู้เฒ่าเจียงเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง
“ฆ่าเจ้า ข้าจะฆ่าเจ้า!” ผู้เฒ่าเจียงคนนั้นกลายเป็นอสูรดุร้ายนอนหมอบอยู่บนพื้นโดยสมบูรณ์
เห็นเพียงว่าใบหน้าของเขาเลือนราง แต่บนร่างยังมีปีกโครงกระดูกอยู่ ในเวลาเดียวกันเลือดก็ไหลออกจากมุมปาก และกรงเล็บบนแขนขาทั้งสี่ก็อาบย้อมไปด้วยโลหิต