ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 427 กระบี่แกนปีศาจ
บทที่ 427 กระบี่แกนปีศาจ
หลงฉีต้องการจะทดลองพลังของตัวเองในตอนนี้
ดังนั้นหลังจากพูดจบ เขาก็โจมตีลู่เฉินจนสุดพลัง
ทว่าในพริบตาที่เขาปะทะกับร่างของลู่เฉิน ร่างของลู่เฉินกลับกลายเป็นมนุษย์กระดาษ
ผู้คนบริเวณนั้นถึงกับตกตะลึงไปในบัดดล
หลงฉีรู้สึกสับสนขึ้นมา “ไยเจ้าถึงกลายเป็นมนุษย์กระดาษ?”
ตอนนี้เอง ลู่เฉินพลันปรากฏกายในที่โล่งอีกด้านหนึ่งพลางยิ้มและพูดว่า “เจ้าบอกว่าเจ้ามีพลัง แล้วอย่างไรเล่า?”
“ข้า…ข้าจะฆ่าเจ้า!” หลงฉีพุ่งเข้ามาด้วยความโกรธ แต่ผลลัพธ์กลับยังคงเหมือนเดิม นั่นคือทุกครั้งที่เขาปะทะกับลู่เฉิน ร่างของลู่เฉินจะกลายเป็นมนุษย์กระดาษ
หลังจากปะทะกันหลายครั้ง ในที่สุดหลงฉีก็ทนไม่ได้อีกต่อไป จึงหันมองไปที่หั่วเหลาจิ่ว “คิดหาวิธีเร็ว อย่าปล่อยให้เขาเป็นเช่นนี้”
หลังจากหั่วเหลาจิ่วคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็สะบัดพัดในมือของตนเอง เปลวไฟขนาดใหญ่ก็พลันปกคลุมลู่เฉินและหลงฉี จากนั้นก็พูดว่า “ข้าจะขังเขาไว้กับเจ้า เพื่อไม่ให้เขาหนีไปได้”
หลงฉีกลับมาลิงโลด เขามองไปที่ลู่เฉินอย่างภาคภูมิใจ “หนีสิ หนีต่อไป!”
“จัดการกับเจ้า ไม่จำเป็นต้องหนีเลย” สิ้นคำนั้น ชายหนุ่มก็เปิดใช้ ‘แกนปีศาจ’ ในร่างกายของเขา จากนั้นไอปีศาจโดยรอบก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของลู่เฉินอย่างบ้าคลั่ง
ทุกคนต่างสงสัยว่าลู่เฉินกำลังจะทำอันใด
ในขณะที่หลงฉีจ้องมองและพูดว่า “ทำไมเล่า เจ้าคิดว่าจะต้านทานข้าได้ด้วยการดูดซับไอปีศาจงั้นหรือ?”
ชายหนุ่มกลับแสยะยิ้มชั่วร้าย “เจ้าเคยได้ยินกระบี่แกนปีศาจหรือไม่?”
“กระบี่แกนปีศาจอันใดของเจ้า?”
“มันคือจินตันที่กลายเป็นกระบี่ปีศาจ และกระบี่ปีศาจนี้สามารถทำให้ปีศาจหวาดกลัวได้!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลงฉีก็เอ่ยอย่างดูแคลนทันที “เจ้าหนุ่ม เจ้าคิดว่าข้าไร้ความรู้หรือว่าเป็นตัวโง่งมงั้นหรือ?”
“ทำไมเล่า? ไม่เชื่อข้าหรือ?”
“ไร้สาระ! เป็นไปได้อย่างไรที่จะมีสิ่งนี้อยู่!” หลงฉีไม่เชื่อแม้แต่น้อย
“เช่นนั้นก็เบิกตาให้กว้าง ดูข้าแสดงให้เจ้าเห็นว่ากระบี่แกนปีศาจคืออันใด!”
ในพริบตานั้น พวกเขาเห็นเพียง ‘แกนปีศาจ’ ในตันเถียนของลู่เฉินหลอมเป็นกระบี่ แต่กระบี่นั้นเลือนรางและมันก็ส่องแสงสีม่วงจาง ๆ
กระบี่นี้คือกระบี่แกนแท้ เนื่องจากเป็นแกนปีศาจ จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ‘กระบี่ปีศาจ’
ทว่าการใช้กระบี่เล่มนี้ อย่างน้อยความแข็งแกร่งของแกนปีศาจต้องเป็นสีทอง ทั้งยังต้องการไอปีศาจจำนวนมาก แต่ลู่เฉินมีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงร่ายมันออกมาอย่างง่ายดาย ทำให้ทุกคนเห็นกระบี่พุ่งออกมาจากร่างของชายหนุ่ม
ทันทีที่กระบี่ออกมา กำแพงแสงสีม่วงก็ก่อตัวขึ้น
ภายในกำแพงนี้ พละกำลังของหลงฉีอ่อนลงทันที และสุดท้ายก็เหลือน้อยกว่าหนึ่งในพันของพละกำลังดั้งเดิม
สิ่งนี้ทำให้หลงฉีตกใจ “นี่…เกิดอันใดขึ้น!?”
“กระบี่แกนปีศาจ ตอนนี้เจ้าเข้าใจแล้วหรือยัง” ลู่เฉินมองไปที่หลงฉีด้วยรอยยิ้ม
หลงฉีพลันร้อนรน จากนั้นเขาก็พ่นลูกไฟออกมา พยายามผลักลู่เฉินออกไป แต่เมื่อถึงตัวลู่เฉินแล้วพลังของมันกลับอ่อนลงมาก และเขาก็สามารถต้านทานมันได้อย่างง่ายดายด้วย ‘กำแพงพันชั้น’
ฉากนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึง
หั่วเหลาจิ่วรู้สึกรำคาญ จึงเอ่ยเร่งหลงฉี “ฆ่าเขาเร็วเข้า!”
“ข้าก็อยากทำเช่นนั้น แต่เจ้าหมอนี่…!” หลงฉีรู้สึกหดหู่ใจมาก
หั่วเหลาจิ่วไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น ดังนั้นเขาจึงได้แต่กังวลอยู่ตรงนั้น ส่วนหลงฉีพยายามโจมตีหลายครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็เป็นเช่นเดิม เขาไม่สามารถทำอันใดกับลู่เฉินได้เลย!
ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากโรมรันพันตูกันไปสักพัก ลู่เฉินก็จ้องไปที่หลงฉีแล้วเอ่ยว่า “พอแล้ว ข้าไม่อยากเล่นกับเจ้าแล้ว”
“เล่นหรือ?” ก่อนที่หลงฉีจะทันได้ตอบสนอง ลู่เฉินก็เป็นฝ่ายเริ่มลงมือบ้าง
เห็นเพียงกระบี่แกนปีศาจทะยานออกไปด้วยความเร็วที่ไวมาก มันโจมตีหลงฉีในทันที ทำให้หลงฉีรู้สึกได้ว่าพลังของตันเถียนในร่างกายของเขาถูกกลืนกินโดยบางสิ่ง
หลงฉีหน้าซีดด้วยความตกใจ จึงรีบหลบหนีอย่างรวดเร็ว เขาพุ่งไปอยู่ที่ด้านข้างของหั่วเหลาจิ่วและกล่าวอย่างร้อนรนว่า “เร็วเข้า หนี!”
“หนี?” หั่วเหลาจิ่วไม่รู้ว่าทำไมหลงฉีถึงต้องการหนี แต่ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองและจักจั่นอัสนีของลู่เฉินได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว
หั่วเหลาจิ่วถอยหลังด้วยความตกใจ เขาคว้าตัวหลงฉีและใช้เคล็ดวิชาลี้อัคคีเพื่อออกไปจากที่นี่
ผู้คนที่อยู่ที่นั่นได้แต่ตกตะลึงและหันไปมองลู่เฉินด้วยสายตาแปลกประหลาด
กระทั่งผู้เฒ่ามู่ที่อยู่ในความมืดก็ยังตกใจ
ฮวากูเทียนเดินไปหาชายหนุ่มก่อนจะเอ่ยถามว่า “เมื่อครู่นี้เจ้าทำอันใดลงไป?”
“ใช้ในการปราบปีศาจโดยเฉพาะ” ลู่เฉินตอบสั้น ๆ แล้วเขาก็หันหลังกลับและพาทุกคนข้ามสะพานไป
หลังจากได้เห็นว่าเขามีพลังมากเพียงใด ทุกคนก็ตื่นเต้นมาก
…
หั่วเหลาจิ่วซึ่งกำลังวิ่งหนีอยู่ในขณะนี้ก็มาหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ และกล่าวด้วยความเคารพว่า “นายท่าน”
“ทำไมเล่า แพ้งั้นหรือ?” ชายในชุดคลุมสีดำขมวดคิ้วพลางเอามือไพล่หลัง
“นายท่าน เด็กนั่นไม่รู้ว่าเขาหลอมกระบี่ชนิดใด มันสามารถลดพลังของเจ้าสำนักหลงได้โดยตรง”
“กระบี่? กระบี่อันใด?” ชายในชุดคลุมสีดำไม่เชื่อวาจานั้น
หั่วเหลาจิ่วหันไปมองหลงฉีที่กำลังอ่อนแอเพราะถูกโจมตี “เจ้าสำนักหลง อธิบายให้นายท่านฟังเถิด”
หลังจากอธิบายเรื่องนี้แล้ว หลงฉีก็พูดว่า “เจ้านั่นมันเป็นสัตว์ประหลาด”
“ไม่ใช่ว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาด แต่เป็นเพราะเจ้าอ่อนแอเกินไปต่างหาก!” ชายในชุดคลุมสีดำกล่าวอย่างเย็นชา
หลงฉีรู้สึกหดหู่ใจมาก “เป็นเช่นนั้นจริง แต่กระบี่แกนปีศาจที่เขาทำขึ้นก็มาแปลกพิศดารมาก”
“ข้าไม่เชื่อว่าแค่กระบี่จะทำให้เจ้าอ่อนแอลงได้” ชายในชุดคลุมสีดำยังคงไม่เชื่อ
หลงฉีตื่นตระหนกและพูดกับชายในชุดคลุมสีดำว่า “ข้าไม่ได้โกหกท่านจริง ๆ!”
“ไม่ว่าเจ้าจะโกหกข้าหรือไม่ มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว!” ชายในชุดคลุมสีดำมองอย่างเย็นชา จากนั้นมีหมอกสีดำก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
เมื่อกระแสลมสีดำแทรกซึมเข้าไปในร่างของหลงฉี หลงฉีก็ถูกปกคลุมด้วยเปลวไฟสีดำไปทั้งร่าง เขากรีดร้องออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า “อย่า อย่า อย่าฆ่าข้า!”
“ในเมื่อเจ้าไร้ประโยชน์ เช่นนั้นข้าจะฝึกเจ้าให้เต็มที่”
“ฝึก…ฝึกอันใด!?”
“เปลี่ยนเจ้าให้กลายเป็นปีศาจหุ่นเชิด!”
สิ้นคำนั้น หลงฉีก็หมดสติไป และเมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็กลายเป็นดั่งตุ๊กตาไม้
หั่วเหลาจิ่วสงสัยขึ้นมา “นายท่าน เขาเป็นอันใดไป?”
“ข้าลบความทรงจำของเขาและทำให้เขาเป็นหุ่นเชิดของข้า”
นี่ทำให้สีหน้าของหั่วเหลาจิ่วเปลี่ยนไปอย่างมาก
“ตอนนี้เขาไม่กลัวแล้ว ดังนั้นเขาจะทำทุกอย่างที่ข้าสั่งให้ทำ”
“นายท่าน…จะปล่อยให้เขาจัดการกับเด็กนั่นอีกหรือ”
“อืม แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ข้าต้องเพิ่มพละกำลังให้เขา”
จากนั้นเขาก็ไม่พูดอันใดอีก แต่ออกไปกับหลงฉี
หั่วเหลาจิ่วรู้สึกร้อนใจมาก “นายท่าน แล้วข้าเล่า?”
“เจ้าหรือ? รอไปก่อน ข้าจะจัดงานมาให้เจ้าทีหลัง!” ชายในชุดคลุมสีดำหายไปหลังจากพูดจบ
หั่วเหลาจิ่วอยากรู้ว่านายท่านผู้นี้จะทำอันใดกับหลงฉี แต่ไม่มีใครอธิบายให้เขารู้ ดังนั้นหั่วเหลาจิ่วจึงทำได้เพียงแค่รออยู่ที่ภูเขาเยาเหล่า
ชายในชุดคลุมสีดำพาหลงฉีมาที่สระน้ำบนภูเขา
ในสระน้ำมีไอหมอกสีดำไหลออกมา
เมื่อไปถึงสระน้ำ ทั้งร่างของหลงฉีก็มีไอหมอกปกคลุม และดูเหมือนจะรู้สึกเจ็บปวดแสนสาหัส
“เข้าไปข้างในสิ มันจะทำให้เจ้าไม่เหมือนเดิม” เสียงของชายในชุดคลุมสีดำดังขึ้นข้างหูของหลงฉี
หลงฉีตอบรับอย่างเชื่อฟัง “เข้าใจแล้ว”
ลมหายใจถัดมา ร่างของหลงฉีจึงลงไปในสระน้ำสีดำและจมหายไป
ชายในชุดคลุมสีดำหัวเราะพิกล “มีของสิ่งนี้ ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะโค่นเจ้าไม่ได้!”