ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 455 ในที่สุดกำแพงพันชั้นก็ถูก ‘แทงทะลุ’ แล้ว
บทที่ 455 ในที่สุดกำแพงพันชั้นก็ถูก ‘แทงทะลุ’ แล้ว
ไป๋เหล่าเอ้อร์ที่อยู่ภายในรูปปั้นสีทองนั้นคิดอยากจะออกไป แต่พบว่ารูปปั้นสีทองนี้แข็งมาก ไม่สามารถทำลายได้แต่อย่างใด
ไป๋เหล่าเอ้อร์ที่ถูกขังอยู่จึงทำได้เพียงก่นด่าออกมา “เจ้าหนุ่ม เจ้ารู้หรือไม่ เหตุใดข้าจึงถูกจัดให้อยู่ในอันดับสองของมือสังหารทั้งเจ็ด?”
ผู้คนในบริเวณนั้นต่างก็อยากรู้ ทุกคนรู้ว่ามือสังหารทั้งเจ็ดต่างมีทักษะที่แตกต่างกัน ส่วนทักษะที่แท้จริงของไป๋เหล่าเอ้อร์ผู้นี้เป็นอย่างไร พวกเขายังไม่ทราบสักคน
ผู้คนในบริเวณนั้นจึงต่างก็อยากรู้ว่าไป๋เหล่าเอ้อร์จะใช้ทักษะใด
ราชันย์แมลงลมมองไปยังลู่เฉินและเยาะเย้ยขึ้นมาว่า “เจ้าหนุ่ม อีกไม่นานพี่รองของข้าก็จะแสดงให้เห็นถึงทักษะที่แท้จริงแล้ว เจ้าจบเห่แน่!”
“เช่นนั้นก็รีบใช้สักทีสิ” ลู่เฉินแสยะยิ้มพลางมองไปยังพวกเขา
ราชันย์แมลงลมมองไปยังไป๋เหล่าเอ้อร์ และเอ่ยด้วยท่าทางจริงจัง “พี่รอง ลงมือเถิด!”
“ได้!” เมื่อไป๋เหล่าเอ้อร์พูดจบ ทุกคนก็เห็นไป๋เหล่าเอ้อร์ที่ถูกขังไว้ในรูปปั้นเปล่งแสงสีทองสว่างออกมา ซึ่งแสงสีทองนี้ก็ทรงพลังมากขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะที่ทุกคนแปลกใจว่าไป๋เหล่าเอ้อร์กำลังทำสิ่งใดอยู่นั้น จู่ ๆ แสงสีทองก็หายไป คนภายในรูปปั้นก็หายไปเช่นกัน
“ไปไหนแล้วล่ะ?” ทุกคนตกตะลึงขึ้นมา
ราชันย์แมลงลมเผยรอยยิ้มประหลาด ฟาเทียนทำหน้าสงสัย ก่อนจะหันไปมองลู่เฉิน “ผู้อาวุโส แล้วชายผู้นั้นล่ะ?”
“เขาใช้เคล็ดวิชาทะลุผ่าน” ลู่เฉินยิ้มออกมา
“เคล็ดวิชาทะลุผ่าน?” ทุกคนต่างก็มองหน้ากัน
ราชันย์แมลงลมสงสัย “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“เคล็ดวิชาทะลุผ่านจะทำให้เขาพรางตัวได้ชั่วคราว แต่ถ้าหากเขาถูกผู้ใดพบตำแหน่งเข้าละก็…” ลู่เฉินแค่นยิ้มพร้อมฟาดฝ่ามือไปยังจุดหนึ่ง
จุดนั้นส่งเสียง ‘ตึง!’ ตามมาด้วยเงาคนผู้หนึ่งถูกตีกระเด็นออกไป จนในที่สุดทุกคนก็เห็นไป๋เหล่าเอ้อร์ปรากฏตัวออกมา
สีหน้าของเจ้าตัวดูไม่ดีนัก
ไม่เพียงเท่านั้น ทุกคนยังพบว่าไป๋เหล่าเอ้อร์ดูอ่อนแอลงมาก ราวกับว่าเป็นเพียงผู้อยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ เรียกว่าสภาพเหมือนคนที่สามารถถูกผู้ใดจับก็ได้ทั้งนั้น
ผู้คนในบริเวณนั้นต่างก็แปลกใจ แท้จริงแล้วเกิดสิ่งใดขึ้น?
ราชันย์แมลงลมรีบวิ่งไปยังไป๋เหล่าเอ้อร์ แล้วเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “พี่รอง ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”
ไป๋เหล่าเอ้อร์เบิกตากว้างมองไปยังลู่เฉิน “เหตุใดเจ้าจึงรู้ว่าข้าอยู่ตรงไหน?”
“ไม่ว่าเคล็ดวิชาพรางกายใด ต่อหน้าข้ามันก็เสียแรงเปล่าทั้งนั้น” ลู่เฉินตอบกลับเพียงสั้น ๆ
ผู้คนในบริเวณนั้นตกตะลึงขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต่างก็คิดไม่ถึงว่าแม้แต่เคล็ดวิชาพรางกาย ลู่เฉินยังสามารถดูออกได้
ไป๋เหล่าเอ้อร์ไม่พอใจ จึงหายตัวไปอีกครั้ง
ลู่เฉินเผยรอยยิ้มเย็นชา “ยังเอาอีกหรือ?”
ชายหนุ่มเปิดใช้ ‘กำแพงพันชั้น’ อีกครั้ง ในตอนนั้น จู่ ๆ ไป๋เหล่าเอ้อร์ก็ปรากฏตัวออกมาพลางใช้มือข้างหนึ่งฟาดไปบนกำแพงพันชั้นของลู่เฉิน กำปั้นนี้ทะลุกำแพงพันชั้นของลู่เฉิน เข้าใกล้ ‘ร่าง’ ของชายหนุ่มเข้าทุกที
ไป๋เหล่าเอ้อร์ตะโกนอย่างได้ใจ “ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าสามารถใช้เคล็ดวิชาทะลุผ่านได้ เช่นนั้นเจ้าก็ควรรู้ไว้ว่า ตราบใดที่เคล็ดวิชาทะลุผ่านของข้าโจมตีออกไป ก็สามารถทะลุผ่านการป้องกันของเจ้าได้!”
ทะลุผ่านการป้องกัน…
ทุกคนที่ได้ยินต่างสูดหายใจเข้าเต็มปอด หลายคนคิดว่าลู่เฉินจบเห่เป็นแน่
แต่มีสิ่งที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือ เมื่อกำปั้นสัมผัสเนื้อกายของลู่เฉิน เจ้าตัวจะกลายเป็นเพียงมนุษย์กระดาษ
“อันใดกัน!” ไม่ง่ายเลยที่ไป๋เหล่าเอ้อร์จะฉวยโอกาสทำให้ลู่เฉิน ‘บาดเจ็บ’ ได้ แต่ลู่เฉินกลับกลายเป็นมนุษย์กระดาษเสียนี่
ไม่เพียงแต่ไป๋เหล่าเอ้อร์เท่านั้น ผู้คนในบริเวณนั้นแต่ละคนต่างเบิกตากว้าง รู้สึกเสียดายเป็นอย่างมาก
ฟาเทียนตะโกนด้วยความพึงพอใจ “เห็นหรือไม่? การโจมตีของพวกเจ้า สำหรับผู้อาวุโสแล้วนับว่าไร้ผลทั้งสิ้น!”
ราชันย์แมลงลมพึมพำออกมา “เทียบกับเมื่อก่อน ตอนนี้น่ากลัวกว่าแล้ว”
ขณะที่ราชันย์แมลงลมพึมพำอยู่นั้น ลู่เฉินก็หัวเราะ แล้วเอ่ยขึ้นต่อหน้าไป๋เหล่าเอ้อร์ว่า “เคล็ดวิชาทะลุผ่านของเจ้านับว่าแข็งแกร่งมาก แต่เมื่อมาเจอข้าแล้ว นั่นก็นับว่าเจ้าโชคร้ายโดยแท้!”
ไป๋เหล่าเอ้อร์ไม่พอใจ เหวี่ยงกำปั้นออกไปอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ลู่เฉินไม่ให้เขาสัมผัสตนได้
เจ้าตั๊กแตนตำข้าวแขนสีทองที่อยู่บนบ่าของลู่เฉินเหวี่ยงคมมีดออกไป แต่ไป๋เหล่าเอ้อร์ไม่ได้เตรียมการป้องกันใด ๆ ทำให้ใบมีดโจมตีไป๋เหล่าเอ้อร์ในทันที
ไป๋เหล่าเอ้อร์หลั่งเลือดออกมาในพลันนั้น เจ้าตัวตกใจจนต้องหันไปตะโกนยังราชันย์แมลงลม “ถอย!”
เมื่อทั้งสองคิดจะหนี จักจั่นอัสนีปรากฏตัวออกมา มันฟาดสายฟ้าออกไปทันที ทำให้ทั้งสองคนตัวชาดิกอยู่พักหนึ่ง
ขณะเดียวกัน ตั๊กแตนตำข้าวแขนสีทองที่อยู่ด้านหลังก็ได้ปล่อยเงามีดสีทองออกมา
เพียงไม่นาน ร่างกายของทั้งสองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส บีบให้วิญญาณต้องหนีออกไปจากเนื้อกาย เหลือเพียงร่างที่ล้มนอนอยู่บนพื้น
ผู้คนในบริเวณนั้นรู้สึกสับสนขึ้นมา
บางคนถึงกับขยี้ตาตัวเองเบา ๆ “นี่คือแมลงอันใดกัน?”
ทุกคนต่างไม่รู้จัก ไม่นานก็เริ่มถกเถียงกันขั้นมา ส่วนลู่เฉินกลับไปยังที่นั่งของตน แล้วดื่มชาต่อไป
ฟาเทียนยิ้มพลางเอ่ยออกมา “ผู้อาวุโส ท่านทำให้พวกเขากลัวจนตายได้เลยนะขอรับ”
“ข้าเพียงอยากให้พวกเขารู้ว่าข้าไม่ใช่คนที่จะทำร้ายได้ง่าย ๆ!” ลู่เฉินพูดพลางยกยิ้มด้วยความมั่นใจ
ฟาเทียนพูดด้วยความนับถือ “ผู้อาวุโสช่างเก่งกาจนัก!”
ลู่เฉินไม่ตอบ ปล่อยให้วิญญาณทั้งสองหนีไปยังป่าเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองเหมันต์สงัด
เมื่อทั้งสองเห็นว่าลู่เฉินไม่ได้ไล่ตามมา ราชันย์แมลงลมก็พูดขึ้นมาด้วยความโมโห “ไอ้เวรนั่นสมควรตาย”
“สองตัวนั้น แท้จริงแล้วคือแมลงอันใดกัน?” ไป๋เหล่าเอ้อร์อยากรู้เป็นอย่างมาก
ราชันย์แมลงลมเล่นแมลงในป่าพลางคิดทบทวนอย่างละเอียด หลังจากขมวดคิ้วครุ่นคิดพักหนึ่งก็พูดออกมา “ในนั้นมีแมลงตัวหนึ่ง น่าจะเป็นแมลงโบราณ”
“แมลงโบราณ?” ไป๋เหล่าเอ้อร์ไม่รู้ว่านี่หมายความว่าอันใด
ราชันย์แมลงลมไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ได้แต่เอ่ยขึ้นว่า “แมลงโบราณมีพลังที่เก่าแก่ และทรงพลังมาก”
ไป๋เหล่าเอ้อร์ที่กลายเป็นเพียงวิญญาณก่นด่าออกมา “เจ้าหนุ่มนั่น เหตุใดจึงมีของแปลกประหลาดเช่นนี้?”
ราชันย์แมลงกังวลใจขึ้นมา “ข้าก็คิดไม่ถึงว่าเพียงแค่ไม่เจอกันระยะหนึ่ง เขาจะเปลี่ยนไปได้น่ากลัวเช่นนี้”
ขณะนั้นเอง คนผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังทั้งสองก็หัวเราะออกมา “จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้น่ากลัวขนาดนี้หรอก!”
ทั้งสองวิญญาณได้ยินแล้วก็นึกอกสั่นขวัญแขวน พอหลังกลับไปก็เห็นชายผู้หนึ่งมีกระดูกเพียงซีกเดียวของใบหน้า เขาคือผู้อาวุโสกระดูก!
ผู้อาวุโสกระดูกยกโครงกระดูกแขนด้านขวาขึ้น หยิบขวดใบหนึ่งออกมาพลางแสยะยิ้ม “ข้ามียาสองเม็ด สามารถทำให้พวกเจ้าฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็ว”
“เจ้าคือใคร?” ไป๋เหล่าเอ้อร์รู้สึกว่าไม่มีของดีขนาดนั้นอยู่ภายในโลกใบนี้หรอก!
ราชันย์แมลงลมก็คิดเช่นเดียวกัน เขาจึงมองไปยังผู้อาวุโสกระดูกด้วยความแปลกใจ
ผู้อาวุโสกระดูกมองทั้งสองแล้วกล่าวว่า “มีคนผู้หนึ่งที่ช่วยเจ้าได้”
“จะเชื่อได้อย่างไร?” ไป๋เหล่าเอ้อร์ถามด้วยความสงสัย
“พวกเรามีศัตรูคนเดียวกัน” ผู้อาวุโสกระดูกยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เจ้าหมายถึงเจ้าสารเลวนั่น?” ไป๋เหล่าเอ้อร์แปลกใจ
ผู้อาวุโสกระดูกขานรับ “ใช่ ผู้ที่ทำร้ายเนื้อกายของเจ้า”
ไป๋เหล่าเอ้อร์ยังคงสงสัยอยู่ “พวกเจ้าจะทำให้ข้าเชื่อได้อย่างไรว่าไม่ได้ร่วมมือกับเจ้าหนุ่มผู้นั้น?”
“เรื่องนี้รึ” เมื่อผู้อาวุโสกระดูกพูดจบ ก็มองไปยังด้านหลังที่ไม่ไกลนัก “ออกเดินทางก่อนเถิด”
ต่อมาก็มีเงาคนสองเงาปรากฏออกมา ทั้งสองคือมู่ตู๋ซา อีกคนคือถูอิ่นซา
คนหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน อีกคนออกมาจากต้นไม้
เมื่อเห็นทั้งสอง ราชันย์แมลงลมก็ถามอย่างประหลาดใจ “พวกเจ้ามาได้อย่างไร?”
ไป๋เหล่าเอ้อร์ไม่อธิบายใด ๆ “เหตุใดพวกเจ้าจึงอยู่กับเจ้าหนุ่มผู้นั้น?”
มู่ตู๋ซาตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พี่รอง พลังของเขาทำให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้นได้!”
ถูอิ่นซาพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ดูพวกเราสิ พวกเราเองก็ได้รับพลังมากมายจากเขา!”
หลังจากนั้นทั้งสองจึงแสดงพลังออกมา ไป๋เหล่าเอ้อร์และราชันย์แมลงลมก็ได้แต่ตกตะลึง!