ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 454 บดขยี้สมบัติวิญญาณที่แข็งแกร่งด้วยมือเปล่า!
บทที่ 454 บดขยี้สมบัติวิญญาณที่แข็งแกร่งด้วยมือเปล่า!
ลู่เฉินละสายตาจากพวกเขาพลางเอ่ยขึ้นมาว่า “ไม่ต้องสนใจพวกเขา”
ลู่เฉินพูดจบก็เดินดูรอบ ๆ ภายในเมืองนี้ จากนั้นจึงเดินมาถึงโรงน้ำชาแห่งหนึ่ง และนั่งที่นั่นเพื่อรอหานลั่วสุ่ยจัดการบางอย่าง
แต่เมื่อเวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม อยู่ ๆ บนถนนก็ครึกครื้นขึ้นมาเป็นอย่างมาก มีบางคนตะโกนขึ้นมาว่า “ดูนั่น ไป๋เหล่าเอ้อร์จากเจ็ดมือสังหารแห่งแดนทักษิณามาแล้ว!”
“ไป๋เหล่าเอ้อร์? ผู้ที่ถูกจัดอยู่ในอันดับที่สองน่ะรึ ผู้ที่พลังปราณถึงระดับปรมาจารย์ขั้นแปลงเซียนน่ะรึ?”
“ใช่ ไป๋เหล่าเอ้อร์ผู้นั้นนั่นแหละ!”
ขณะเดียวกันก็มีคนพบว่ามีบางอย่างแปลก ๆ “คงจะไม่ไปโจมตีเจ้าหนุ่มนั่นหรอกนะ”
“ต้องเป็นเช่นนั้นแน่! เขาคงไม่มาทำอันใดที่นี่โดยไม่มีสาเหตุ”
จากนั้นผู้คนภายในโรงน้ำชาก็วิ่งไปที่ประตูทางเข้าพลางถกเถียงกัน ไม่นานก็มีชายสองคนจากนอกโรงน้ำชาเดินเข้ามา
หนึ่งในนั้นเหมือนเป็นนักพรตคนหนึ่ง บนหน้าผากของเขาปรากฏจุดสีขาว แม้แต่เส้นผมยังเป็นสีขาวหิมะ
คนผู้นี้คือไป๋เหล่าเอ้อร์ และด้านข้างเขานั้นคือราชันย์แมลงลมเหล่าซาน เหล่าซานจากเจ็ดมือสังหารก่อนหน้านี้
อาการบาดเจ็บของราชันย์แมลงลมดีขึ้นมากแล้ว เมื่อมองเห็นลู่เฉิน เขาก็แสยะยิ้มออกมา “เจ้าหนุ่ม ในที่สุดเจ้าก็ออกมาจนได้!”
ลู่เฉินนั่งอยู่ที่เดิม เขาหยิบแก้วชาของตนยกขึ้นดื่ม ราวกับไม่มีความสนใจทั้งสองคนตรงหน้านี้เลย
ผู้คนที่เฝ้ามองต่างก็ถูกท่าทางนิ่งสงบของลู่เฉินดึงความสนใจ
ฟาเทียนแปลกใจขึ้นมา “ผู้อาวุโส พวกเขาคือ?”
“ก็แค่คนน่ารำคาญสองคน” คำตอบของลู่เฉินทำให้สายตาของราชันย์แมลงลมฉายแววโมโหออกมา
จากนั้นราชันย์แมลงลมก็หันไปพูดกับไป๋เหล่าซานว่า “พี่รอง ท่านดูสิ เขาช่างอวดดีนัก!”
ไป๋เหล่าซานมองลู่เฉินด้วยสายตาดูถูก “เจ้าหนุ่ม เจ้าช่างใจกล้านัก กล้าสังหารพี่หกและพี่เจ็ดของข้ารึ?”
เมื่อได้ยินว่าลู่เฉินสังหารเจ็ดมือสังหารไปแล้วสองคน ทุกคนต่างก็พากันตกตะลึงขึ้นมา
ทว่าใครจะคิดว่าอีกฝ่ายกลับพูดออกมาว่า “ข้าผู้นี้ไม่ชอบทำร้ายผู้ใด แต่คนที่ทำร้ายข้า ข้าก็จะไม่เกรงใจเช่นกัน!”
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?” ในมือของไป๋เหล่าเอ้อร์ปรากฏแส้ขนหางจามรีสีทองออกมา เมื่อเขาสะบัด แสงสีทองก็กลายเป็นกระบี่พุ่งตรงไปยังลู่เฉิน
ฟาเทียนเห็นอาวุธดังกล่าวแล้วก็รีบจับมันด้วยมือเปล่าทันที
หลังจากนั้น ทุกคนที่เห็นเงากระบี่นั้นต่างกระเด็นออกไปไกล ทว่าฟาเทียนกลับยังคงสบายดี
ทุกคนตกตะลึงขึ้นมาทันที บางคนยังรู้สึกเหลือเชื่อจนต้องอุทานออกมา “หลวงจีนผู้นี้ เหตุใดจึงแข็งแกร่งเพียงนี้?”
บางคนก็ถึงกับแปลกใจ “หลวงจีนผู้นี้คือผู้ใดกัน?”
ขณะที่ทุกคนกำลังแปลกใจ ราชันย์แมลงลมก็หันไปมองฟาเทียน แล้วเอ่ยเตือนขึ้นมาว่า “หลวงจีน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า!”
“ผู้ใดคิดจะทำร้ายผู้อาวุโส ต้องผ่านข้าไปให้ได้เสียก่อน!” ฟาเทียนที่ยืนเคียงข้างลู่เฉินตะโกนขึ้นมา
ราชันย์แมลงลมจึงพูดขึ้นมาด้วยความโมโห “เจ้าอยากตายอย่างนั้นหรือ?”
“ลองดูก็รู้ว่าผู้ใดกันแน่ที่อยากตาย!” ฟาเทียนไม่สนใจราชันย์แมลงลมผู้นี้
ราชันย์แมลงลมจึงตะโกนขึ้นมาว่า “ตายซะ!”
เมื่อพูดจบ แมลงสีดำจำนวนมากก็บินกรูออกมาจากเสื้อคลุมของราชันย์แมลงลม และเป้าหมายก็คือฟาเทียน!
ทุกคนคิดว่าเมื่อฟาเทียนเผชิญหน้ากับแมลงเหล่านี้จะต้องตายเป็นแน่
ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือ ฟาเทียนปล่อยให้แมลงเหล่านี้เข้ามายังร่างกายของตน
ราชันย์แมลงลมยิ้มเย็นชาออกมา “อวดดีนัก”
เมื่อพูดจบ ราชันย์แมลงลมก็ให้แมลงเหล่านี้ไปโจมตีฟาเทียน แต่คิดไม่ถึงว่าบนผิวของฟาเทียนมีชั้นเลือดสีทองป้องกันอยู่ ไม่ว่าแมลงเหล่านี้จะกัดเช่นไรก็ไม่สามารถทำให้ฟาเทียนบาดเจ็บได้
เมื่อเห็นเช่นนี้ ราชันย์แมลงลมก็เปลี่ยนสีหน้า แม้จะอัดพลังออกไป แต่ผลยังคงเป็นเช่นเดิม ฟาเทียนผู้นี้ยังคงไม่เป็นอันใดเลยสักนิด
ราชันย์แมลงลมเหลือเพียงความตกตะลึง
ในขณะที่ไป๋เหล่าเอ้อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ดูเหมือนว่าการป้องกันของหลวงจีนจะไม่ธรรมดา!”
ราชันย์แมลงลมเก็บแมลงกลับไปพร้อมดวงตาที่เบิกกว้าง ก่อนจะพูดออกไปว่า “เจ้ามาจากสำนักใดกัน?”
“สำนักสุญญตา!”
เมื่อได้ยินชื่อสำนักสุญญตา ทุกคนจึงเริ่มถกเถียงกันขึ้นมา
“สำนักสุญญตานี้ เหตุใดจึงมีหลวงจีนที่แข็งแกร่งเพียงนี้?”
“ใครจะรู้เล่า?”
ไม่มีใครรู้ว่าเหตุใดหลวงจีนถึงแข็งแกร่งเพียงนี้ได้ ไป๋เหล่าเอ้อร์สะบัดมือเพียงหนึ่งครั้ง เชือกเส้นหนาสีดำก็ปรากฏออกมาพันรัดฟาเทียนไว้ทันที ร่างกายของฟาเทียนจึงไม่สามารถขยับได้อีก
ราชันย์แมลงลมพอใจมาก “อย่าดิ้นรนนัก นี่คือเชือกกักวิญญาณระดับสูงเก้าดาว”
เมื่อทุกคนได้ยินว่าเป็นระดับสูงเก้าดาว แต่ละคนก็ถึงกับอ้าปากค้าง
ฟาเทียนร้อนใจขึ้นมา แต่เชือกนี้กลับยิ่งแน่นขึ้น ทำให้ฟาเทียนทำได้เพียงยืนดิ้นรนอยู่ตรงนั้น
ไป๋เหล่าเอ้อร์มองไปยังลู่เฉิน “ตอนนี้ไม่มีผู้ใดช่วยเจ้าแล้ว”
ราชันย์แมลงลมหัวเราะเยาะลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม ตอนนี้จงยอมแพ้เสียเถิด พวกเราจะยอมปล่อยเจ้าไป มิเช่นนั้น หากพี่รองของข้าลงมือ ถึงตอนนั้นก็จะเป็นเวลาตายของเจ้า!”
“ข้าคิดว่าเจ็ดมือสังหารจะแข็งแกร่งนัก แต่ไม่คิดว่า… ก็ไม่มากสักเท่าไหร่” คำพูดของลู่เฉินทำให้ไป๋เหล่าเอ้อร์และราชันย์แมลงลมมีสีหน้าเปลี่ยนไป
ผู้คนอีกด้านต่างแปลกใจ ชายหนุ่มคนนี้เอาความกล้าเช่นนี้มาจากที่ใดกัน!
หลังจากนั้นไม่นาน ทุกคนก็ตกตะลึง
พวกเขาเห็นเพียงลู่เฉินใช้มือข้างหนึ่งจับโซ่นั้นไว้ จากนั้นโซ่ก็เริ่มบิดบี้ยวขึ้นมาทันที เมื่อถึงเส้นสุดท้าย โซ่ก็หักลงในที่สุด
“เขาใช้มือเปล่าในการหักสมบัติวิญญาณระดับสูงเก้าดาวรึ?” มีคนพูดขึ้นมา
ฟาเทียนและไป๋เหล่าเอ้อร์แสดงสีหน้าตกใจขึ้นมาทันที “เป็นไปได้อย่างไร?”
มีเพียงลู่เฉินผู้เดียวเท่านั้นที่รู้ เมื่อครู่เขาเพิ่งจะรวบรวม ‘เม็ดยาศาสตรา’ เม็ดยาสีขาวเม็ดที่เจ็ดได้
‘เม็ดยาศาสตรา’ นั้นตามชื่อแล้ว จำเป็นต้องดูดซับพลังของสมบัติวิญญาณ และจำเป็นต้องมีสมบัติวิญญาณของวิญญาณศาสตรา ไม่ใช่ซากเหล็กของศาสตราเซียนเช่นครั้งนั้น
แต่คนเหล่านี้ไม่รู้ ทั้งยังคิดว่าลู่เฉินสามารถทำลายสมบัติวิญญาณด้วยมือเปล่าได้จริง ๆ แต่แท้จริงแล้ว ลู่เฉินได้กลืนกินพลังของสมบัติวิญญาณจนหมดสิ้นต่างหาก
ลู่เฉินสะบัดมือแล้วมองไปยังไป๋เหล่าเอ้อร์ “ยังมีสมบัติวิญญาณอีกหรือไม่? นำออกมาให้หมด!”
สมบัติวิญญาณ? นำออกมาทั้งหมด?
คำพูดของลู่เฉินยิ่งเปรียบเสมือนเป็นการยั่วยุ ทั้งสองจึงมีสีหน้าไม่ดีนัก โดยเฉพาะราชันย์แมลงลมที่พูดด้วยความโมโห “เจ้าหนุ่ม อย่าอวดดีให้มากนัก อีกไม่นานจะเป็นเวลาตายของเจ้า!”
จากนั้น ราชันย์แมลงลมก็มองไปยังไป๋เหล่าเอ้อร์
ไป๋เหล่าเอ้อนำของที่ดูคล้ายเชือกออกมาอีกครั้ง แต่เมื่อมันพันรัดลู่เฉิน มันก็ถูกชายหนุ่มดูดซึมซับพลังแล้วค่อย ๆ ร่วงลงสู่พื้น ท้ายสุดจึงถูกเหยียบและแหลกสลายไปต่อหน้าต่อตา
นี่ทำให้ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นตกตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง บางคนถึงกับขยี้ตาตัวเอง “หลอกลวง หลอกลวงกันแน่ ๆ!”
ราชันย์แมลงลมมีสีหน้าเปลี่ยนไป “พี่รอง ยังมีสมบัติวิญญาณอื่นอีกหรือไม่?”
ไป๋เหล่าเอ้อร์นำสมบัติวิญญาณอื่นออกมาอีก แต่ผลยังคงออกมาเช่นเดิม ทุกครั้งที่สัมผัสลู่เฉิน มันก็จะกลายเป็นเพียง ‘ของที่ใช้การไม่ได้’ ทำให้ไป๋เหล่าเอ้อร์รู้สึกราวกับมีหยดเลือดหยดลงหัวใจ ในที่สุดก็ทนไม่ไหว “ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ครั้นเอ่ยจบ ไป๋เหล่าเอ้อร์จึงสะบัดมือ แสงสีทองมากมายพลันปรากฏรอบกายลู่เฉิน จากนั้นแสงสีทองเหล่านั้นก็ค่อย ๆ กลายเป็นศรบินมากมาย
ฟาเทียนคิดจะขวางศรบินนี้ไว้ แต่ศรบินเหล่านี้กลับบินอ้อมผ่านเขาแล้วพุ่งไปที่ร่างของลู่เฉินแทน
ทุกคนคิดว่าลู่เฉินจะถูกแทงจนทะลุ
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือ ลู่เฉินได้เปิด ‘กำแพงพันชั้น’ ที่มีระดับชั้นกว่าแปดร้อยชั้นออกมา
การโจมตีของไป๋เหล่าเอ้อร์ทำลายไปเพียงสี่ร้อยกว่าชั้น ซึ่งยังห่างจากแปดร้อยชั้นมากนัก แม้แต่หินสีทองที่กระเด็นออกมาก็ยังพุ่งไปยังไป๋เหล่าเอ้อร์
ไป๋เหล่าเอ้อร์คิดอยากจะให้หินสีทองเหล่านั้นกระเด็นออกไป
แต่หินสีทองก็ได้กลายเป็นผงสีทองที่ค่อย ๆ ซึมซับลงไป ทำให้เพียงไม่นานทั้งร่างของไป๋เหล่าเอ้อร์ก็กลายเป็นสีทอง จนกระทั่งเขายืนนิ่งและไม่สามารถขยับได้ในที่สุด
ราชันย์แมลงลมพลันตกตะลึง “พี่รอง!”