ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 481 ยืมร่างกาย เพื่อใช้ต่อต้านราชาหมาป่าเฒ่า
บทที่ 481 ยืมร่างกาย เพื่อใช้ต่อต้านราชาหมาป่าเฒ่า
เมื่อห้องลับเปิดออกในขณะนั้น จึงได้เห็นราชาหมาป่าที่มีขนาดตัวใหญ่กว่าตน ทว่าร่างกายของมันดูผอมแห้งลงเล็กน้อย ทั้งยังถูกแช่แข็งอยู่ตรงนั้น ราวกับซากศพที่ถูกคงสภาพกายไว้
“เข้ามาเถิด” น้ำเสียงของชายชราดังมาจากร่างของราชาหมาป่าเฒ่า
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดรู้สึกหวาดกลัวอย่างอธิบายไม่ถูก แต่เขายังคงเดินเข้าไปด้วยความระมัดระวัง
“เจ้าคือราชาหมาป่าเหมันต์สงัดตัวน้อยในตอนนั้นหรือ?” ร่างนั้นเอ่ยถามขึ้นมาพร้อมด้วยสีม่วงจาง ๆ ที่ส่องสว่างอยู่ในความมืด
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดตอบด้วยท่าทาง ‘เชื่อฟัง’ “ใช่”
“ถึงแม้จะไม่ค่อยดีนัก แต่อย่างน้อยคุณภาพก็พอ ๆ กับข้า” อีกฝ่ายพูดด้วยท่าทางไม่สนใจเท่าใดนัก
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหมายความว่าอย่างไร แต่แสงสีฟ้าที่กะพริบอยู่อีกด้านหนึ่งนั้น มีเสียงของนักบุญหญิงดังขึ้นมา “พวกเจ้าคุยกันเสีย ข้าขอตัวออกไปก่อน”
จากนั้นแสงสีน้ำเงินนี้ก็ออกไป ประตูห้องลับถูกปิดลง เหลือเพียงราชาหมาป่าเหมันต์สงัดและราชาหมาป่าเฒ่าผู้นั้น
ราชาหมาป่าเฒ่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดออกมา “ชุบชีวิตข้า จำเป็นต้องใช้เลือดและพลังของเจ้า เจ้ารู้หรือไม่?”
“รู้” ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดขานรับ
“อืม เช่นนั้น เจ้าไปนอนตรงนั้น หากไม่ได้รับอนุญาตจากข้า จงอย่าขยับ” ราชาหมาป่าเฒ่าเอ่ยเตือนขึ้นมา
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดถามขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจ “ผู้อาวุโส ท่าน?”
“แน่นอนว่าต้องดูดซับพลังของเจ้า” ราชาหมาป่าเฒ่าพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ดูดซับ?” ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดหวาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อย
“เจ้าอยู่ที่นี่ อย่าขยับ เรื่องอื่นเจ้าไม่จำเป็นต้องยุ่ง” ราชาหมาป่าเฒ่าพูดด้วยน้ำเสียงโมโหเล็กน้อย
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดจึงทำได้เพียงขึ้นไปนอน และบนร่างของราชาหมาป่าเฒ่าจึงปล่อยแสงสีม่วงออกมา ขณะเดียวกัน แสงสีม่วงนี้ได้กลายเป็นม่านขึ้นมา ปกคลุมราชาหมาป่าเหมันต์สงัดไว้ภายใน
เพียงไม่นาน ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดรู้สึกได้ว่า เลือดภายในร่างกายของตนกำลังไหลออกไป
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดหวาดกลัวจนกังวลใจขึ้นมา “ข้าไม่อยากตาย!”
“การมีชีวิตของเจ้า ก็เพื่อสังเวยให้ข้า” ราชาหมาป่าเฒ่าพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา และราชาหมาป่าเหมันต์สงัดไม่อยากนั่งนิ่งเช่นนี้ต่อไป จึงลุกขึ้นคิดจะหนีออกไป
แต่เงาสีม่วงนั้นพันรัดมันไว้อย่างแน่นหนา ทำให้มันไม่สามารถออกไปจากม่านนี้ได้
ราชาหมาป่าเฒ่าจึงตะโกนออกมา “อย่าสิ้นเปลืองพลังนักเลย มิเช่นนั้นอีกไม่นาน ข้าจะทำลายวิญญาณของเจ้าซะ”
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดตื่นตระหนกขึ้นมา จึงหลับตาลงและเริ่มร้องขอความช่วยเหลือจากลู่เฉิน
ลู่เฉินคิดไม่ถึงว่า ราชาหมาป่าเฒ่าคิดจะชุบชีวิตจริง ๆ ทั้งยังคิดที่จะขโมยเลือดและพลังจากราชาหมาป่าเหมันต์สงัด ชายหนุ่มคิดอะไรได้บางอย่างก่อนจะพูดออกมา “เจ้าอย่าขยับ ข้าจะยืมใช้ร่างกายของเจ้า”
“ยืมใช้ร่างกายของข้า?”
“เจ้าได้ทำข้อตกลงกับข้า ข้าสามารถแทรกจิตเข้าไปภายในร่างกายของเจ้าเมื่อใดก็ได้”
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดเข้าใจในคำพูดของลู่เฉิน ดังนั้นมันจึงพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “เร็ว รีบช่วยข้า!”
ลู่เฉินได้สติกลับมาก็มองไปยังฟาเทียนที่อยู่อีกด้านหนึ่ง “ข้าจะทำสมาธิเสียหน่อย เจ้าจงคอยคุ้มครองข้า”
ฟาเทียนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา “ผู้อาวุโส ท่านวางใจเถิด ข้าจะคอยคุ้มกันท่าน”
เขาหาสถานที่สงบภายในภูเขา จากนั้นจึงนั่งลง และคอยให้ฟาเทียนเฝ้ามองอยู่อีกด้านหนึ่ง
ชายหนุ่มหลับตาลง จากนั้นจึงแทรกจิตเข้าไปภายในราชาหมาป่าเหมันต์สงัด แล้วราชาหมาป่าเหมันต์สงัดก็มอบอำนาจในการควบคุมร่างกายให้ลู่เฉินทันที
เมื่อลู่เฉินลืมตาขึ้น เขาก็ควบคุมร่างของราชาหมาป่า และให้มันกลายร่างเป็นมนุษย์
เห็นเพียงชายหนุ่มอายุน้อยผู้หนึ่งปรากฏตัวออกมา ผมสีม่วง ขณะเดียวกันยังมีใบหน้าละม้ายคล้ายกับลู่เฉิน
ชายหนุ่มยังคิดที่จะเปลี่ยนเสื้อคลุมเพื่อคลุมร่างไว้ ทำให้ตนดูเหมือนมนุษย์มากที่สุด
เมื่อราชาหมาป่าเฒ่าผู้นั้นเห็นราชาหมาป่าเหมันต์สงัดกลายเป็นมนุษย์จึงขมวดคิ้วมุ่น “อย่างไรกัน? กลายเป็นมนุษย์ก็หนีได้แล้วหรือ?”
ลู่เฉินมองราชาหมาป่าเฒ่าด้วยรอยยิ้ม “กลายร่างเป็นมนุษย์ จึงจะสามารถจัดการเจ้าได้สะดวกขึ้น”
ราชาหมาป่าเฒ่าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตะคอกออกมา “เจ้าคนไม่รู้จักประมาณตน แล้วยังไม่ดูว่าข้ากับเจ้าต่างกันเพียงใด”
เขามองไปยังม่านแสงสีม่วงรอบ ๆ พลางยิ้มออกมา “เป็นเพียงม่านกักกันสัตว์ร้ายเท่านั้น”
“ม่านกักกันสัตว์ร้ายนี้ มากพอที่จะควบคุมเจ้า!” ราชาหมาป่าเฒ่ายังไม่รู้ว่าราชาหมาป่าเหมันต์สงัดถูกลู่เฉินผนึกกายเข้ามาแล้ว ดังนั้นเขาจึงพูดโดยไม่สนใจราชาหมาป่าเหมันต์สงัดผู้นั้น
“นั่นไม่จำเป็น!”
พูดจบ ลู่เฉินก็วางมือข้างหนึ่งไว้บนม่านกักกันสัตว์ร้าย จากนั้นม่านกักกันสัตว์ร้ายพลันค่อย ๆ อ่อนแอลง
ราชาหมาป่าเฒ่าตกตะลึงขึ้นมาเล็กน้อย “เหตุใดเจ้าถึงทำลายม่านกักกันสัตว์ร้ายนี้ได้?”
“เพียงแค่ม่านเล็ก ๆ เท่านั้น” เขาพูดอย่างไม่สนใจ เพราะม่านชนิดนี้ เพียงแค่ดูดซับพลังผ่าน ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ ก็สามารถทำลายได้อย่างง่ายดาย
แต่ราชาหมาป่าเฒ่าไม่รู้ ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงโมโหออกมาจากภายในรูปปั้นน้ำแข็ง “หากเจ้าไม่อยากตาย ทางที่ดีคือรีบนอนลงไปซะ มิเช่นนั้นหากวิญญาณของข้าพุ่งออกมา เจ้าจะต้องตายแน่”
“วิญญาณพุ่งออกมา? เช่นนั้นจงรีบซะ ข้าจะรอดู เจ้าตายไปเมื่อหนึ่งแสนปีก่อนแล้ว จะนำวิญญาณมาจากที่ใด” ลู่เฉินมองราชาหมาป่าเฒ่าด้วยรอยยิ้ม
เมื่อราชาหมาป่าเฒ่าได้ยินดังกล่าวจึงรู้สึกโมโหขึ้นมา “ข้าตายไปแล้วเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน แต่หนึ่งแสนปีนี้ ข้าก็อยู่รอดมาได้”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ราวกับราชาหมาป่าเฒ่าหวนคิดไปถึงเรื่องน่าเจ็บปวดขึ้นมา
“โอ้? รอดมาได้อย่างไร? เล่าให้ฟังเสียหน่อย และก็เจ้ากลับมายังมหาทวีปจิ่วโหยวได้อย่างไรกัน” ลู่เฉินถามออกไปหลายคำถาม
ราชาหมาป่าเฒ่ารู้สึกได้ว่าท่าทางการพูดของราชาหมาป่าเหมันต์สงัดดูเปลี่ยนไป ดูไม่เหมือนราชาหมาป่าเหมันต์สงัดเมื่อก่อนหน้านี้ ดังนั้นร่างของมันจึงมีแสงสีม่วงสว่างออกมา ราวกับกำลังมองไปยังลู่เฉิน
เมื่อเห็นว่ามันไม่พูดอันใด เขาก็ยิ้มพลางเอ่ยออกมา “เหตุใดจึงไม่พูดต่อแล้ว?”
“เจ้าไม่ใช่หมาป่าน้อยตัวนั้น”
“สายตาแหลมคมนัก เหตุใดจึงดูออกได้เร็วเพียงนี้” ลู่เฉินที่ควบคุมราชาหมาป่าเหมันต์สงัดอยู่พูดด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าคือผู้ใด!?” ราชาหมาป่าเฒ่าเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความร้อนใจ
“แล้วเจ้าจะได้รู้”
เมื่อราชาหมาป่าเฒ่าเห็นลู่เฉินแสร้งทำลึกลับ ภายในใจก็ร้อนรุ่มขึ้นมา “หึ ข้าจะรอดู”
เห็นเพียงร่างของราชาหมาป่าเฒ่ามีเงาแสงสีม่วงลอยออกมา จากนั้นจึงพุ่งตรงไปยังร่างของราชาหมาป่าเหมันต์สงัด จึงได้เห็นทั้งสองวิญญาณภายในร่างของราชาหมาป่าเหมันต์สงัด
หนึ่งคือราชาหมาป่าเหมันต์สงัด และอีกคนคือลู่เฉิน
เมื่อเห็นลู่เฉินที่เป็นมนุษย์นั้น ราชาหมาป่าเฒ่าจึงเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “มนุษย์?”
ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีเลศนัย “ยินดีต้อนรับเจ้าสู่ที่นี่”
ราชาหมาป่าเฒ่ามองดูมนุษย์ผู้นี้ และมองไปยังราชาหมาป่าเหมันต์สงัดพลางพูดขึ้นมาด้วยความดูถูก “ในที่สุดเจ้าก็ทำข้อตกลงกับมนุษย์”
“นั่นย่อมดีกว่าการตกเป็นเหยื่อของเจ้า” ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดพูดด้วยความลำบากใจ
“ข้าให้เจ้ามอบพลังให้ข้า เพราะข้าเห็นแก่เจ้า” ราชาหมาป่าเฒ่าพูดด้วยความโมโห
แต่ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดไม่คิดเช่นนั้น ลู่เฉินจึงพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “เจ้ารังแกรุ่นหลังเช่นนี้ หมายความว่าอย่างไร?”
“เจ้าคนน่าเกลียด ข้าจะสั่งสอนมันอย่างไรก็เป็นเรื่องของข้า เจ้าไม่จำเป็นต้องพูด” เมื่อราชาหมาป่าเฒ่าบันดาลโทสะขึ้นมา จึงเริ่มกลายเป็นเงาหมาป่าสีม่วงขนาดใหญ่ จากนั้นจ้องมองลู่เฉินด้วยแววตาดุร้าย
ลู่เฉินยิ้มออกมา “ดูเหมือนว่า หนึ่งแสนปีมานี้ เจ้าเปลี่ยนไปไม่น้อย”
ราชาหมาป่าเฒ่ายังคิดว่าลู่เฉินเคยได้ยินเรื่องเล่าของตนมา ดังนั้นมันจึงตะคอกขึ้นมา “ในเมื่อเจ้ารู้เรื่องราวของข้าเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน เช่นนั้นก็ควรรู้ว่า ในตอนนั้น ข้าคือสัตว์ร้ายอันดับหนึ่งแห่งมหาทวีปจิ่วโหยว!”
“สัตว์ร้ายอันดับหนึ่ง? ผู้ใดมอบฉายานี้ให้เจ้า?” ลู่เฉินยิ้มเย็นชา
“อย่างไรก็ใช่!” ราชาหมาป่าเฒ่าพูดด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง
“เท่าที่ข้าจำได้ เจ้าเคยถูกหมาป่ายมโลกเก้าหางไล่ล่า ใช่หรือไม่?”
เมื่อราชาหมาป่าเฒ่าได้ยินดังนั้น จึงเอ่ยถามด้วยสีหน้าแปลกใจ “เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?”
เมื่อหนึ่งแสนปีก่อน ราชาหมาป่าเฒ่าเคยพัวพันกับหมาป่ายมโลกเก้าหางจริง แต่มันคิดมาตลอดว่าหมาป่ายมโลกเก้าหางคือสัตว์เลี้ยงของจอมมารลู่ ดังนั้นมันจึงแข็งแกร่งเช่นนั้น
เพียงแต่ราชาหมาป่าเฒ่าไม่เข้าใจ เรื่องที่ตนพ่ายแพ้นั้นไม่มีผู้ใดรู้ แต่เจ้าหนุ่มตรงหน้ารู้ได้อย่างไรกัน