ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 482 ความสามารถถูกจำกัด แรงกดดันเพิ่มมากขึ้น
บทที่ 482 ความสามารถถูกจำกัด แรงกดดันเพิ่มมากขึ้น
เมื่อลู่เฉินเห็นมันมีหน้าสีหน้าประหลาดใจก็กล่าวว่า “โลกใบนี้ ไม่มีกำแพงใดที่ไม่มีลมผ่านได้”
“พูดมา ผู้ใดบอกเจ้ากันแน่!” ราชาหมาป่าเฒ่ารู้สึกโมโหขึ้นมา และวิญญาณของมันก็ค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้น
เมื่อเห็นว่าวิญญาณสัตว์ร้ายของราชาหมาป่าเฒ่าแข็งแกร่งขึ้น ชายหนุ่มเพียงหยอกเย้าอีกฝ่ายว่า “โมโหแล้ว จะมีประโยชน์อันใดหรือ?”
“เจ้าคงไม่คิดว่าข้าไม่กล้าลงมือกับเจ้าหรอกนะ?” ราชาหมาป่าเฒ่าคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะอวดดีเพียงนี้ จึงเริ่มพูดขึ้นมาด้วยความโมโห
“ข้ารู้ว่าเจ้ากล้า แต่หากลงมือไป ก็ไม่สามารถทำร้ายข้าได้” ลู่เฉินอดพูดโจมตีออกมาไม่ได้
“ทำร้ายเจ้าไม่ได้? เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน?” ราชาหมาป่าเฒ่ารู้สึกโมโหจนวิญญาณแข็งแกร่งขึ้น ทันใจนั้นจึงยกกรงเล็บขึ้นมาและตะปบออกไปอย่าแรง
เงากรงเล็บสีม่วงสว่างขึ้นมาตรงหน้าลู่เฉิน
ราชาหมาป่าเฒ่าคิดว่าการวิธีนี้สามารถฉีกวิญญาณของคนคนนี้ออกเป็นชิ้น ๆ ได้อย่างง่ายดาย
แต่สิ่งที่ทำให้ราชาหมาป่าเฒ่าคิดไม่ถึงก็คือ เมื่อเหวี่ยงกรงเล็บนี้ออกไป ลู่เฉินกลับไม่เป็นอันใดแม้แต่น้อย
ราชาหมาป่าเฒ่าชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะจ้องเขม็ง “วิญญาณที่แข็งแกร่งของข้ายังบาดเจ็บได้ เจ้าไม่มีทางที่จะไม่ป็นอันใด!”
“เหตุใดจึงไม่มีทางกัน?” ชายหนุ่มย้อนถาม
“การโจมตีของข้านี้ สามารถทำลายวิญญาณผู้ฝึกตนขั้นแปลงเซียนได้อย่างง่ายดาย แล้วนับประสาอะไรกับวิญญาณของเจ้า” ราชาหมาป่าเฒ่ามองไปยังวิญญาณของลู่เฉิน รู้สึกเป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้ แต่พลังที่ระเบิดออกมานั้นกลับไม่ใช่! ทำให้ภายในใจของราชาหมาป่าเฒ่ารู้สึกว่าไม่ปกติ
“อย่าสิ้นเปลืองพลังนักเลย เจ้าไม่สามารถมองเห็นบางอย่างได้”
ราชาหมาป่าเฒ่ารู้สึกหงุดหงิดใจ สายตายังคงจ้องมองไปยังลู่เฉิน “เจ้าช่างอวดดีนัก!”
“ต้องขออภัย ข้าก็เป็นเช่นนี้มาตลอด” คำพูดของเขาทำให้ราชาหมาป่าเฒ่าเกิดความโมโหขึ้นมา
เห็นเพียงราชาหมาป่าเฒ่าพุ่งตัวไปด้านหน้าลู่เฉินด้วยความเร็ว จากนั้นหยุดอยู่ห่างจากชายหนุ่มเพียงระยะหนึ่งก้าวและจับด้วยกรงเล็บเดียว
ราชาหมาป่าเฒ่าคิดว่าใกล้เพียงนี้ จะต้องทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บได้บ้างแล้ว
แต่เมื่อรอยกรงเล็บพุ่งออกไป ลู่เฉินเพียงกล่าวว่า “ควรจะจบได้แล้วกระมัง?”
“เจ้า!” ราชาหมาป่าตกใจขึ้นมา ส่วนชายหนุ่มแค่ยิ้มประหลาดออกมา และใช่คำสาปภูต
โซ่ตรวนหลายเส้นพันรัดราชาหมาป่าเฒ่าไว้ แต่ราชาหมาป่าเฒ่าคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะสามารถกักขังตนไว้ได้
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดที่อยู่อีกด้านหนึ่งคลายความกังวลออกมา “ช่างเก่งกาจนัก”
ราชาหมาป่าเฒ่ามองลู่เฉินด้วยสายตาโกรธเคือง “ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
“อย่ากังวลไป” พูดจบ เขาก็เตรียมทำตราประทับวิญญาณให้แก่อีกฝ่าย แต่เมื่อราชาหมาป่าเฒ่าสัมผัสได้ถึงตราประทับวิญญาณในขณะนั้น วิญญาณของราชาหมาป่าเฒ่าผู้นี้จึงดูเลือนรางไปทันที จากนั้นก็หายไป
ลู่เฉินขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมา “หายไปเสียแล้ว?”
ขณะนั้นเอง เสียงของราชาหมาป่าเฒ่าก็ได้ดังออกมาจากร่างของราชาหมาป่าเหมันต์สงัด
ลู่เฉินควบคุมร่างของราชาหมาป่าเหมันต์สงัดอีกครั้ง และมองไปยังรูปปั้นน้ำแข็งตรงหน้า รูปปั้นน้ำแข็งส่องแสงสว่างสีม่วงขึ้นมา จากนั้นเสียงของราชาหมาป่าเฒ่าจึงดังขึ้นมาจากตรงนั้น “เจ้าหนู คิดไม่ถึงล่ะสิ”
“เมื่อครู่เกิดสิ่งใดขึ้น?” เขาคิดไม่ถึงจริง ๆ เมื่อตราประทับวิญญาณของตนตกลงไปแล้วในขณะนั้น แต่อีกฝ่ายจะยังสามารถกลับมายังร่างของตนเองได้
ราชาหมาป่าเฒ่าพูดด้วยความพึงพอใจ “วิญญาณของข้าได้รับพลังบางอย่าง และพลังนี้ก็คือเมื่อใดที่ผู้ใดหรือสิ่งมีชีวิตใดคิดจะควบคุมข้า วิญญาณของข้าก็จะสามารถกลับไปยังร่างได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วชายหนุ่มก็ขมวดคิ้วทันที “พลังหวนคืนวิญญาณ!”
ราชาหมาป่าเฒ่าที่ไม่คิดว่าลู่เฉินจะรู้จัก จึงเผยยิ้มออกมา “คิดไม่คิดว่า เจ้าที่เป็นเพียงเจ้าหนุ่มอ่อนวัยเช่นนี้จะรู้จักพลังหวนคืนวิญญาณได้”
“พลังหวนคืนวิญญาณสูญหายไปในแล้วในแดนชุมนุมภูตผี เจ้าไปได้มันมาได้อย่างไร?” ลู่เฉินแปลกใจเป็นอย่างมาก
ราชาหมาป่าเฒ่าเผยรอยยิ้มประหลาด “แม้แต่แดนชุมนุมภูตผีก็รู้จัก?”
“สิ่งที่ข้ารู้ยังมีอีกมากนัก” เขามองไปยังราชาหมาป่าเฒ่า
ใครจะคิดว่าราชาหมาป่าเฒ่าเพียงแค่ยิ้มออกมา “แม้เจ้าจะรู้มากมาย แต่แล้วอย่างไรหรือ?”
“เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะทำลายร่างที่ไม่สมบูรณ์นี้ของเจ้าหรือ?”
ไม่ง่ายเลยที่ราชาหมาป่าเฒ่าจะชุบชีวิตกายเนื้อของตนได้ เพียงแค่ต้องการให้ร่างกายฟื้นฟูได้อย่างสมบูรณ์ แต่ตอนนี้เมื่อลู่เฉินพูดจาคุกคามเช่นนี้ ราชาหมาป่าเฒ่าจึงกล่าวออกมาด้วยความโกรธเคือง “เจ้าเชื่อหรือไม่ ข้าสามารถฆ่าเจ้าได้?”
“ฆ่าข้า? ใช้พลังใดกัน?” ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา จากนั้นจึงก้าวไปข้างหน้า เตรียมที่จะเริ่มทำลายน้ำแข็งนั่น
แต่ก้อนน้ำแข็งนี้มีความแข็งแรงมาก ลู่เฉินจึงทำได้เพียงใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ ค่อย ๆ ละลายมัน
เมื่อราชาหมาป่าเฒ่าเห็นชั้นน้ำแข็งที่กำลังละลายก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมา และพูดออกมาด้วยความร้อนใจ “คอยดูเถิด ข้า ข้าจะต้องฆ่าเจ้าให้ได้!”
ลู่เฉินไม่สนใจ จนกระทั่งเมื่อชั้นน้ำแข็งละลายลงไปในที่สุด เมื่อเขาเตรียมที่จะลงมือ ประตูห้องลับก็เปิดออก
ปัง!
ขณะที่ประตูเปิดออกนั้น แสงสีน้ำเงินสว่างขึ้นมาจากตรงนั้น และภายในแสงสีน้ำเงินนี้มีกลิ่นอายของนักบุญหญิงอยู่
เห็นเพียงแสงที่ลอยอยู่ตรงนั้น จากนั้นจึงจ้องมองไปยังราชาหมาป่าเหมันต์สงัดด้วยรอยยิ้มประหลาดพลางเอ่ยถาม “เจ้าคือใคร!”
ลู่เฉินจ้องมองไปยังนักบุญหญิงพลางพูดขึ้นมา “เจ้าคิดว่าอย่างไรกัน?”
เมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว นักบุญหญิงจึงตกตะลึงขึ้นมา “เจ้า เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”
ราชาหมาป่าเฒ่ารีบพูดออกมาทันที “ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดทำข้อตกลงบางอย่างกับคนผู้นี้”
นักบุญหญิงจึงพูดขึ้นมาราวกับเข้าใจทุกอย่าง “เจ้าวางกับดักราชาหมาป่าเหมันต์สงัดไว้อย่างนั้นหรือ?”
“หากไม่วางกับดัก แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าสามารถชุบชีวิตให้เจ้าหนุ่มที่ถูกสังหารไปเมื่อหนึ่งแสนปีก่อนได้?”
นักบุญหญิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้ารู้เรื่องใด?”
“สิ่งที่ข้ารู้นั้นมีไม่มาก แต่เมื่อคิดว่าเจ้าสามารถสื่อสารกับราชากระดูกภูตได้ ดังนั้นข้าคิดว่าภายในแดนชุมนุมภูตผีนั้น เจ้าอาจจะตามหาวิญญาณของราชาหมาป่าเฒ่าได้ จากนั้นจึงชุบชีวิตมัน” ลู่เฉินคาดเดาออกมา
นักบุญหญิงตะคอกกลับมา “สิ่งที่เจ้ารู้ ไม่น้อยจริง ๆ!”
“ดูเหมือนว่าข้าจะเดาถูกบางส่วน เพียงแต่ราชากระดูกภูตอยู่สูงเพียงนั้น เหตุใดจึงร่วมมือกับเจ้าได้?”
นักบุญหญิงคร้านจะเสียเวลาพูดกับชายผู้นี้ จึงตะคอกออกมา “ก่อนหน้านี้ เจ้าทำลายจิตข้าไป วันนี้ข้าจะทำลายเจ้าบ้าง!”
“ว่าอย่างไรนะ? คิดจะทำลายข้า?”
“ใช่ ข้าจะทำลายราชาหมาป่าเหมันต์สงัด และทำลายจิตของเจ้าไปพร้อมกันด้วย” เมื่อนักบุญหญิงพูดจบ จึงตะโกนไปยังมุมมืดด้านหลัง “เข้ามา!”
เพียงไม่นาน มนุษย์วานรสีขาวตัวหนึ่งจึงปรากฏตัวขึ้น
มนุษย์วานรขาวนี้ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับกาย แต่มันดูท่าทางไม่ธรรมดา
นักบุญหญิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “จัดการราชาหมาป่าเหมันต์สงัดและจิตภายในร่างของเขาให้ข้า!”
“ขอรับ!” มนุษย์วานรขาวขานรับ จากนั้นเพียงไม่นานก็มาถึงตรงหน้าของราชาหมาป่าเหมันต์สงัด
ทว่ามนุษย์วานรขาวไม่ใช่ลู่เฉิน จึงไม่สามารถใช้ทักษะการเคลื่อนไหวของมนุษย์กระดาษได้ ทำให้เมื่อมนุษย์วานรขาวเข้ามานั้น เพียงฝ่ามือเดียวก็ทำให้ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดถูกตีจนกระเด็นออกไป
ตู้ม!
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดกระแทกเข้าไปกำแพงที่อยู่รอบ ๆ อย่างรุนแรง ลู่เฉินควบคุมร่างของราชาหมาป่าเหมันต์สงัดอยู่ ดังนั้นความเจ็บปวดที่ได้รับจึงรุนแรงเช่นกัน
เขาตกลงมาก็รู้สึกราวกับทั้งร่างกำลังจะแตกสลาย ทว่ากลับรู้สึกตื่นเต้นอยู่ด้วยเล็กน้อย “ไม่ถูกกระตุ้นเช่นนี้มานานแล้ว”
เมื่อเห็นว่าลู่เฉินไม่กลัว ทั้งยังเหมือนจะรู้สึกสนุก นักบุญหญิงก็ตะโกนขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม อีกไม่นานเจ้าจะได้รู้สึกถูกกระตุ้นมากกว่านี้!”
พูดจบ มนุษย์วานรขาวจึงลงมืออีกครั้ง
นักบุญหญิงตะโกนขึ้นมา “นี่ไม่ใช่กายเนื้อของเจ้า ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะใช้วิธีใดต่อต้านวานรขาวนี้ได้!”
ทันใดนั้นเอง แม้วิธีที่ลู่เฉินสามารถใช้ได้จะมีไม่มากนัก โดยเฉพาะกระจกนภาวิญญาณรวมถึงทักษะการเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถใช้ได้ และยิ่งราชาหมาป่าเหมันต์สงัดมีร่างเป็นสัตว์ร้าย แต่พลังที่ชายหนุ่มสามารถใช้ได้มีเพียงสองชนิด หนึ่งคือวิญญาณของตน และอีกชนิดคือพลังของสัตว์ร้าย
ดังนั้น นี่จึงเท่ากับการจำกัดลู่เฉิน และยิ่งบนร่างไร้ซึ่งสมบัติวิญญาณใด ๆ ทำให้ยามเมื่อเขาเผชิญหน้ากับมนุษย์วานรขาวนั้น จึงนับเป็นเรื่องยุ่งยากมาก