ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 501 คุกเข่า และยังขอให้มอบอักขระยันต์หุ่นเชิดให้!
บทที่ 501 คุกเข่า และยังขอให้มอบอักขระยันต์หุ่นเชิดให้!
ตู้เทียนซานรู้สึกโมโหจนต้องนำยันต์สื่อสารออกมาเพื่อที่จะเรียกคน
ทว่าเมื่อใช้ยันต์ไปนั้น มันแค่สว่างวาบขึ้นมาแต่กลับไม่เกิดสิ่งใดขึ้นอีก
“เกิดอันใดขึ้น?” ตู้เทียนซานมีสีหน้าสงสัย
คนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกตกใจจนต้องนำยันต์สื่อสารออกมาลอง ทว่าก็เพียงแค่สว่างวาบขึ้นมาเท่านั้น แต่ไม่เกิดผลลัพธ์ใด ๆ
นี่จึงทำให้พวกเขาหวาดกลัวขึ้นมา ฟาเทียนรู้สึกแปลกใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เหตุใดยันต์สื่อสารของคนเหล่านี้จึงไม่เกิดผล
ลู่เฉินมองพวกเขาด้วยรอยยิ้ม “ภายในค่ายกลนี้ ข้าได้เพิ่มพลังไปเพียงเล็กน้อย และพลังนี้สามารถทำให้ไม่ว่ายันต์ของผู้ใดก็ไม่เกิดผล”
ทุกคนได้ยินแล้วก็สับสนขึ้นมา แม้แต่ฟาเทียนยังพูดออกมาด้วยความตกตะลึง “ผู้อาวุโส นี่ท่านร้ายกาจเกินไปหรือไม่”
“ข้าไม่ชอบมีปัญหากับผู้ใด แต่ถ้าหากมามีปัญหากับข้า…” ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มชั่วร้าย
รอยยิ้มชั่วร้ายนี้ ทำให้ตู้เทียนซานพูดขึ้นมาด้วยความโมโห “เจ้าหนุ่ม เจ้าอย่าคิดว่าพวกข้าจะกลัวเจ้า!”
“ไม่กลัว?” ลู่เฉินค่อย ๆ เดินเข้าไปทีละก้าว
ตู้เทียนซานสั่งให้ทุกคนโจมตีลู่เฉินต่อไปทันที แต่การโจมตีของคนเหล่านี้ยังคงเหมือนเมื่อครู่ ไม่เกิดผลใด ๆ ขึ้นกับลู่เฉิน ตรงกันข้าม ชายหนุ่มกลับใช้พลังสายฟ้าโจมตีบนร่างของคนเหล่านั้นต่อไป
คนเหล่านี้ถูกทรมานซ้ำไปซ้ำมาจนจนเจ็บปวดแสนสาหัส
ในที่สุด แต่ละคนหวาดกลัวจนถอยออกไปและยังหลบซ่อนอยู่ด้านหลังตู้เทียนซาน บางคนถึงกับร้องขอชีวิตกับตู้เทียนซาน “ท่านทูตตู้ ช่วยพวกเราด้วย!”
ช่วย?
ในขณะนั้น ตู้เทียนซานยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จึงทำได้เพียงพูดโน้มน้าวว่า “ศิษย์น้องผู้นี้ มีเรื่องใดจงค่อย ๆ เจรจากัน!”
ลู่เฉินคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเจ้าเล่ห์เพทุบายเพียงนี้
ฟาเทียนตะโกนออกมา “ยังให้จะเจรจาหรือ? เหตุใดเจ้าจึงหน้าไม่อายเพียงนี้?”
ตู้เทียนซานกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “ขอแค่เจ้าปล่อยพวกเราไป พวกเราจะนำทางเจ้าไปไปหาสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นั่น!”
ฟาเทียนได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกโมโหขึ้นมา “เจ้ายังมีหน้ากล้าพูดเช่นนี้หรือ?”
ตู้เทียนซานเริ่มกลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ “ท่านทั้งสอง พวกเราจะนำทางพวกเจ้าไปหามันแน่!”
ฟาเทียนไม่เชื่อ แต่ลู่เฉินกลับเอ่ยคำเบาออกมา “อยากมีชีวิตรอดก็จงลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง!”
คนเหล่านี้ย่อมต้องการมีชีวิตรอด ดังนั้นแต่ละคนจึงค่อย ๆ เข้าไป ฟาเทียนได้แต่แปลกใจว่าลู่เฉินคิดจะทำสิ่งใด
ส่วนลู่เฉินนั้นค่อย ๆ เพิ่มอักขระยันต์หุ่นเชิดให้แก่พวกเขา
เมื่อคนเหล่านี้พบว่ามีอักขระยันต์หุ่นเชิดอยู่นั้น แต่ละคนก็ตกตะลึงขึ้นมา “อักขระยันต์หุ่นเชิด?”
เพราะตู้เทียนซานต่อแถวอยู่ในลำดับสุดท้าย เมื่อได้ยินว่ามีอักขระยันต์หุ่นเชิดก็รีบถอยหลังออกไปทันที คิดจะหนีออกไป แต่ตั๊กแตนตำข้าวแขนทอง จักจั่กอัสนี รวมถึงแมวมารมายาล้อมรอบเขาไว้แล้ว ทำให้เขาไม่สามารถหนีออกไปได้
ฟาเทียนมองตู้เทียนซานที่หมุนตัวออกไปด้วยรอยยิ้ม “ท่านทูตตู้ หนีทำไมกัน?”
ตู้เทียนซานมีสีหน้าลำบากใจ “ข้า… ข้าไม่ได้หนี เพียงแค่ข้า…”
“เจ้านี่เป็นคนเจ้าเล่ห์เสียจริง!” ฟาเทียนพูดดูถูก
ตู้เทียนซานไม่รู้ว่าควรจะพูดเช่นไร จึงทำได้เพียงเคลื่อนไหวมาตรงหน้าลู่เฉินอย่างรวดเร็ว และพูดกับเขาว่า “คือว่า… มอบอักขระยันต์เพิ่มให้ข้าเถิด”
อีกฝ่ายเรียกร้องขออักขระยันต์
ฟาเทียนอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ลู่เฉินจึงเพิ่มให้เขาอย่างไม่เกรงใจ จากนั้นก็มองไปยังทุกคน “สัตว์ศักดิ์สิทธิ์นั่น ตอนนี้อยู่ที่ใด?”
“บนภูเขาแห่งหนึ่งของหอวังอัสนีเรา” ตู้เทียนซานพูดด้วยความเคารพ
“นำทางไป!” เมื่อลู่เฉินพูดจบ คนเหล่านี้ก็หมุนตัวไป ก่อนจะพบว่าถนนเส้นนี้ปรากฏขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
นี่ทำให้คนเหล่านั้นพลันตกตะลึงขึ้นมา แต่ขณะนั้นก็ทำได้เพียงนำทางไปอย่างว่าง่าย
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เดินออกไปจากถ้ำมาถึงยังยอดเขา และมีสะพานลอยเชื่อมต่อไปยังภูเขาลูกอื่น
เห็นเพียงตู้เทียนซานและคนอื่น ๆ เดินนำลู่เฉินตรงไปยังสะพานลอยแห่งหนึ่ง บนเส้นทางนี้ได้พบคนของหอวังอัสนีจำนวนไม่น้อย เพียงแต่คนเหล่านั้น เมื่อเห็นตู้เทียนซานและพวกไม่ได้สวมเครื่องแบบของหอวังอัสนี แต่ละคนจึงแสดงสีหน้าประหลาดใจ
บางคนยังกระซิบกระซาบว่า “ดูนั่น พวกท่านทูตตู้ไม่ได้สวมเสื้อเกราะอสนีบาตจริง ๆ”
“จริงด้วย”
“พวกเขาเป็นอันใดอย่างนั้นหรือ?”
ขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยนั้น ตู้เทียนซานและคนอื่น ๆ ต่างก็มีสีหน้าหดหู่ เพราะจริง ๆ แล้วเสื้อผ้าของพวกเขาได้ถูกลู่เฉินทำลายไปแล้ว ถ้าหากต้องการชุดใหม่นั้นทำได้เพียงต้องไปรายงานเท่านั้น
ดังนั้น พวกตู้ซานเทียนจึงทำได้เพียงไม่สนใจคนเหล่านั้นที่กำลังถกเถียงกันและเดินหน้าต่อไป
…
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม ลู่เฉินกับคนอื่น ๆ มาถึงภูเขาหิมะแห่งหนึ่ง อีกทั้งที่นี่ยังสามารถได้ยินเสียงของสัตว์ร้ายเป็นจำนวนมากด้วย
ทว่าสัตว์ร้ายเหล่านี้ถูกกักขังอยู่ในพื้นที่ที่แตกต่างกัน และพื้นที่เหล่านั้นก็มีค่ายกลอยู่ ทำให้พวกมันไม่สามารถออกมาได้ ดังนั้นสัตว์ร้ายเหล่านั้นจึงทำได้เพียงส่งเสียงร้องอยู่ภายในค่ายกล
เมื่อฟาเทียนเห็นภาพนี้แล้วก็รู้สึกกังวลใจขึ้นมาเล็กน้อย “สาวน้อยผู้นั้นคงไม่ถูกกักขังอยู่ใช่หรือไม่?
ตู้เทียนซานรีบอธิบายทันที “วางใจเถิด นางน่าจะอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว ไม่มีผู้ใดหรือสัตว์ประเภทอื่นรบกวนนาง”
ฟาเทียนจึงรู้สึกวางใจ “ถ้าหากนางเป็นอันใดไป เจ้าจบเห่แน่!”
ตู้ซานเทียนไม่รู้จะทำเช่นไร จึงทำได้แค่เพียงนำทางต่อไป
แต่เมื่อใกล้จะถึงยอดเขานั้น กลับเกิดเสียงดังขึ้นบนภูเขา
“เหตุใดจึงเสียงดังเช่นนั้น?” ฟาเทียนแปลกใจจึงมองขึ้นไปบนภูเขา และบนภูเขานั้นมีกลุ่มคนกำลังลงมือกับฉีฉีน้อยอยู่ บังคับไม่ให้นางเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา
ฟาเทียนร้อนใจขึ้นมาทันที “ผู้อาวุโส ท่านดูนั่น!”
ลู่เฉินมองขึ้นไป ไม่เพียงแค่เห็นฉีฉีน้อยและคนของหอวังอัสนีเท่านั้น แต่ยังพบวานรขาวรวมทั้งฉีเหยียนและพรรคพวก
ขณะเดียวกัน ยังมีคนหนึ่งในมือถือพัดไฟเพลิงอยู่ พัดนั้นสามารถปล่อยไฟเพลิงออกมาได้ บีบบังคับฉีฉีน้อยจนหวาดกลัวหัวหด
ส่วนตู้เทียนซานนั้นหวาดกลัวขึ้นมา รีบนำคนเข้าไปทันทีและตะโกนขึ้นมา “หยุด!”
ลู่เฉินและคนอื่น ๆ ปรากฏตัวออกมา วานรขาวและคนอื่นเห็นพวกเขาในทันที และเมื่อฉีฉีน้อยเห็นลู่เฉินจึงตะโกนขึ้นมาด้วยความดีใจ “ท่านน้อง!”
วานรขาวจึงรีบหันไปพูดกับคนของหอวังอัสนีทันที “ผู้อาวุโสสวี่ รีบเถิด”
“สัตว์ศักดิ์สิทธิ์นี้กำจัดได้ค่อนข้างยาก แต่ข้าจะให้คนของข้ารีบลงมือ” ผู้ที่ถูกเรียกว่าผู้อาวุโสสวี่ตอบกลับ
ทว่าในตอนนั้นเอง ตู้เทียนซานรีบไปตะโกนหยุดผู้อาวุโสสวี่ “ผู้อาวุโสสวี่ หยุดก่อนเถิด!”
“ตู้เทียนซาน เจ้าทำสิ่งใดกัน?” เมื่อเห็นตู้เทียนซานและคนอื่น ๆ เดินเข้ามาท่ามกลางผู้คน ซ้ำยังให้ทุกคนหยุดลงมือกับฉีฉี ผู้อาวุโสสวี่จึงพูดตำหนิเขา
ตู้เทียนซานจึงอธิบายว่า “สัตว์ศักดิ์สิทธิ์นี้ ข้าเป็นผู้เชิญมาเอง”
“ตู้ซานเทียน เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังพูดสิ่งใด?” ผู้อาวุโสสวี่เบิกตากว้าง
“ข้าได้รับคำสั่งจากท่านผู้นำ ให้ไปเชิญสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นี้มา” ตู้เทียนซานรีบอ้างถึงท่านผู้นำหอวังอัสนี
ผู้อาวุโสสวี่ตะคอกขึ้นมา “ผู้นำหอปิดตัวเองอยู่ จะมีเวลามายุ่งเรื่องสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร!”
ตู้เทียนซานร้อนใจขึ้นมา “ผู้อาวุโสสวี่ ไม่ทราบว่าท่านหมายความว่าอย่างไร?”
“ความหมายนั้นง่ายนัก สัตว์ศักดิ์สิทธิ์นี้ จวนเหมันต์อุดรต้องการ ดังนั้นจงมอบให้แก่จวนเหมันต์อุดร” ผู้อาวุโสสวี่ชี้ไปยังฉีเหยียนและคนอื่น ๆ
ตู้เทียนซานได้ฟังยิ่งร้อนใจขึ้นมา “เช่นนั้นไม่ได้!”
“ไม่ได้หมายความว่าอย่างไร?” ผู้อาวุโสสวี่กล่าวพลางเบิกตากว้าง
ตู้เทียนซานมองไปยังลู่เฉินและฟาเทียน
ทันใดนั้น ลู่เฉินและฟาเทียนได้เดินไปข้าง ๆ ฉีฉีแล้ว ดังนั้นตู้เทียนซานจึงชี้ไปยังลู่เฉินพลางพูดขึ้นมา “เขาคือเจ้าของของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์!”
ใครจะคิดว่าผู้อาวุโสสวี่กลับเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา “เจ้าของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์? ข้าว่านะตู้เทียนซาน เจ้าโง่หรือข้าโง่กันแน่?”
“เรื่องจริง!” ตู้เทียนซานตอบด้วยความมั่นใจ
ผู้อาวุโสสวี่หัวเราะ “ตู้เทียนซาน เพียงแค่ขั้นหลอมแก่นแท้คนหนึ่ง เจ้าบอกว่าเขาเป็นเจ้าของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ห้าดาวอย่างนั้นหรือ เจ้าไม่คิดว่าทักษะการโกหกของเจ้ามันตกต่ำหรือไร?”
“ข้าไม่ได้โกหก และพวกเขาสามารถรับรองได้!” ตู้เทียนซานชี้ไปยังกลุ่มคนที่ตนนำมา
ผู้อาวุโสสวี่ไม่อยากฟังคำพูดไร้สาระของตู้เทียนซานต่อไป จึงหันไปออกคำสั่งแก่ศิษย์ที่ล้อมสัตว์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ “จับเจ้าคนนอกสองคนนั่นมาให้ข้า!”