ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 502 สมบัติวิญญาณนี้มอบให้นางเล่น ก็คือมอบให้นางเล่น!
บทที่ 502 สมบัติวิญญาณนี้มอบให้นางเล่น ก็คือมอบให้นางเล่น!
เมื่อบรรดาศิษย์ของหอวังอัสนีได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มลงมือ
ตู้เทียนซานพูดขึ้นมาด้วยความร้อนใจ “ผู้อาวุโสสวี่ ไม่เกิดผล!”
“ในหอวังอัสนีของข้า ยังมีสิ่งที่ใดที่ข้าใช้ไม่ได้?” ผู้อาวุโสสวี่ไม่คิดเช่นนั้น บรรดาศิษย์ของหอวังอัสนีจึงเตรียมลงมือ
ฉีฉีน้อยมองไปยังลู่เฉินด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ศิษย์พี่ มอบให้ข้า คอยดูว่าข้าจะจัดการพวกเขาอย่างไร!”
พูดจบ ฉีฉีน้อยก็กลายเป็นร่างโปร่งแสงและหายไป คนของหอวังอัสนีรู้สึกตกใจขึ้นมา ส่วนผู้อาวุโสสวี่นั้นได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น
และในขณะนั้นเอง มวลอากาศเย็นก็ปรากฏขึ้น คนของหอวังอัสนีเหล่านั้นค่อย ๆ ถูกแช่แข็งตรงนั้นทันที
แต่คนของหอวังอัสนีได้เตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว
เห็นเพียงพัดสีแดงเพลิงปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือของผู้อาวุโสสวี่ จากนั้นเมื่อพัดมันออกไป ลูกไฟเพลิงก็สว่างรอบกายคนเหล่านั้น เพียงไม่นานก็ทำให้คนเหล่านั้นกลับมาเป็นปกติ
ฉีฉีน้อยปรากฏตัวออกมาก่อนจะเอ่ยปากฟ้องลู่เฉิน “ศิษย์พี่ ท่านดูสิ พัดของเจ้าหนุ่มผู้นั้นน่าเกลียดเกินไปแล้ว!”
“เช่นนั้น ข้าจะนำมาให้เจ้า”
“ท่านนำมาได้หรือ?” ฉีฉีน้อยตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
ลู่เฉินตกปากรับคำ ฉีฉีน้อยจึงตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น “ได้! เช่นนั้นท่านช่วยนำพัดมาให้ข้า จากนั้นข้าจะจัดการพวกเขา!”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ วานรขาวได้ยินแล้วก็รีบเอ่ยเตือนผู้อาวุโสสวี่ “จับสมบัติวิญญาณไว้ให้มั่น มิเช่นนั้น…”
ผู้อาวุโสสวี่ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงต้องจับสมบัติวิญญาณให้มั่น แต่เพียงไม่นาน จู่ ๆ พัดนั้นก็หลุดออกจากมือ และลอยไปอยู่บนฝ่ามือลู่เฉิน
ผู้คนในบริเวณนั้นพลันตกตะลึงขึ้นมา วานรขาวก่นด่าทันที “ตายซะ!”
ฉีเหยียนมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “เจ้าหนุ่มผู้นี้ ไยจึงน่ารังเกียจนัก!”
ผู้อาวุโสสวี่กลับครุ่นคิดขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม หากไม่อยากตายจงนำพัดคืนมาให้ข้า มิเช่นนั้น ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ถึงความแข็งแกร่งของสวี่เล่ยซาน!”
สวี่เล่ยซาน คือนามที่แท้จริงของผู้อาวุโสสวี่
แต่ลู่เฉินไม่สนใจ เขาเพียงแค่พูดว่า “นางอยากเล่นก็มอบให้นางเล่นเถิด”
“นี่คือสมบัติวิญญาณที่ข้าหลอมขึ้นมา เจ้าคิดว่าเจ้าอยากให้ผู้ใดเล่นก็ให้ได้อย่างนั้นหรือ?” ผู้อาวุโสสวี่พูดด้วยท่าทางดูถูก
“โอ้? เช่นนั้น เจ้าสามารถนำกลับไปได้หรือไม่?” เขาย้อนถาม
สวี่เล่ยซานจึงตะโกนขึ้นมา เขาคิดจะควบคุมพัดนั้น ทว่าใครจะคิดว่าพัดนั้นได้สูญเสียการควบคุมไปแล้วในที่สุด ไม่ว่าสวี่เล่ยซานจะพยายามเพียงใดก็ไร้ประโยชน์
เขาตกตะลึง และเมื่อลู่เฉินได้ทำลายการติดต่อระหว่างสวี่เล่ยซานกับพัดนั้นไปแล้วก็มอบให้แก่ฉีฉีน้อย “เอาไป!”
ฉีฉีน้อยจับพัดผลึกแก้วแดงพลางพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “พัดนี้ ช่างมีความหมายยิ่งนัก”
คนของหอวังอัสนีพลันตกตะลึง เพราะทักษะของฉีฉีน้อยนั้น พวกเขาย่อมรู้ดี
และก่อนหน้านี้เพราะมีพัดนั่น พวกเขาจึงโจมตีฉีฉีน้อยโดยไร้ซึ่งความเกรงกลัวใด ๆ แต่ตอนนี้ พวกเขาหวาดกลัวจนค่อย ๆ ถอยออกไปไกล สวี่เล่ยซานกล่าวด้วยน้ำเสียงมีโทสะ “ถอยออกไปทำไมกัน?”
ทุกคนไม่กล้าที่จะไม่ถอยออกมา วานรขาวจึงหันไปพูดกับสวี่เล่ยซาน “ต้องคิดหาวิธีจัดการกับเจ้าหนุ่มนั่น มิเช่นนั้นก็จะไม่สามารถจับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มาได้”
สวี่เล่ยซานไม่รู้ถึงความน่ากลัวของลู่เฉิน ดังนั้นเขาจึงพูดอย่างไม่คิดอะไร “เพียงแค่ขั้นหลอมแก่นแท้คนหนึ่งเท่านั้น คอยดูกระบี่สายฟ้าของข้าสังหารเขาเสีย!”
สวี่เล่ยซานเพียงคิดเท่านั้น สายฟ้ามากมายรอบกายก็กลายเป็นกระบี่เล่มหนึ่ง จากนั้นกระบี่นี้พลันพุ่งออกไปหมายจะสังหารลู่เฉินให้ตายตก
ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนคิดไม่ถึงก็คือ เมื่อสายฟ้าเหล่านั้นหลอมรวมเป็นกระบี่สายฟ้าโจมตีไปบนร่างของชายหนุ่มนั้น เพียงครู่เดียวมันก็หายไป และเขาไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
สวี่เล่ยซานเบิกตากว้าง “เป็นไปไม่ได้!”
ภายในร่างของลู่เฉินมีไข่มุกอัสนีวิญญาณอยู่ และไข่มุกนี้ นอกจากสามารถทำให้พลังปราณแปรเปลี่ยนเป็นสายฟ้าฟาดได้แล้ว ยังสามารถดูดซึมซับสายฟ้าเข้าไปได้ ดังนั้นกระบี่สายฟ้าที่แข็งแกร่งนั้น เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วก็ถูกดูดซึมซับจันไม่เหลือ จึงไม่สามารถทำให้ลู่เฉินบาดเจ็บได้
แต่สวี่เล่ยซานยังคงไม่เชื่อ เขาให้ทุกคนโจมตีใส่ลู่เฉินต่อไป
ตู้เทียนซานรู้ถึงความน่ากลัวของชายคนนี้ ดังนั้นเขาจึงอดส่ายศีรษะออกมาไม่ได้ ราวกับว่าคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้
เห็นเพียงสายฟ้าเหล่านั้นโจมตีลงบนร่างของลู่เฉิน แต่ไม่เกิดผลใด ๆ ขึ้นกับเขา จึงทำให้สวี่เล่ยซานก่นด่าออกมา “นี่ยังใช่มนุษย์หรือไม่?”
วานรขาวรู้ว่าหากตอนนี้ไม่มีวิธีที่แข็งแกร่งมากพอ ก็ไม่สามารถทำร้ายลู่เฉินได้ ดังนั้นเขาจึงเอ่ยถามสวี่เล่ยซาน “ยังมีวิธีใดที่แข็งแกร่งกว่านี้หรือไม่?”
“วิธีที่แข็งแกร่ง?” สวี่เล่ยซานขมวดคิ้วมุ่น
วานรขาวจึงเอ่ยเตือน “ข้าได้ยินมาว่า หอวังอัสนีมีเคล็ดวิชาสายฟ้าที่แข็งแกร่งอยู่มากมาย”
“แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่กลัวใด ๆ ทั้งสิ้น!” เมื่อสวี่เล่ยซานเห็นท่าทางของลู่เฉิน ก็มีสีหน้ากังวลขึ้นมา
วานรขาวคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พูดออกมา “บนภูเขาลูกนี้มีสัตว์ปีศาจธาตุสายฟ้าที่แข็งแกร่งอยู่ไม่น้อยมิใช่หรือ?”
“ใช่”
“ให้พวกมันลองไปโจมตีเจ้าหนุ่มนั่น” วานรขาวเสนอความคิดเห็น
“แต่สัตว์ปีศาจเหล่านี้อาจจะไม่เชื่อฟัง” สวี่เล่ยซานมองไปยังสัตว์ปีศาจที่ถูกขังอยู่รอบ ๆ
“ปล่อยมันออกมา ข้ามีวิธีทำให้มันบ้าคลั่ง เมื่อถึงเวลานั้น สัตว์ปีศาจเหล่านี้จะไปโจมตีพวกเขาเอง” วานรขาวอธิบาย
“จริงหรือ?”
“อืม!”
สวี่เล่ยซานจึงนำเหรียญสัญลักษณ์ออกมา และเหรียญสัญลักษณ์จึงเกิดแสงสว่างสีขาวขึ้นมา
เมื่อสวี่เล่ยซานโยนเหรียญสัญลักษณ์ไปบนภูเขานั้น ค่ายกลที่อยู่รอบ ๆ ภูเขาลูกนี้จึงเกิดการสั่นสะเทือนขึ้น ตู้เทียนซานกล่าวด้วยความร้อนใจว่า “ผู้อาวุโสสวี่ ท่านคิดจะทำสิ่งใดกัน?”
ไม่เพียงแต่ตู้เทียนซานเท่านั้น ศิษย์คนอื่น ๆ ของหอวังอัสนีต่างก็ตกตะลึงขึ้นมา
สวี่เล่ยซานจึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หากไม่อยากตาย จงถอยออกมาตรงนี้!”
คนของหอวังอัสนีค่อย ๆ บินออกไป จนเหลือเพียงตู้เทียนซานและกลุ่มคนที่ถูกลู่เฉินจับไปที่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น เพราะพวกเขาได้กลายเป็นหุ่นเชิดของชายหนุ่มไปแล้ว
ภายในใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว โดยเฉพาะตู้เทียนซานที่หันไปพูดกับลู่เฉินว่า “รีบไปเถิด มิเช่นนั้นหากสัตว์ปีศาจออกมาก็จะยิ่งลำบาก!”
“ปล่อยสัตว์ปีศาจ?”
“ใช่ เมื่อครู่ ผู้อาวุโสสวี่ได้ปล่อยค่ายกลกักขังปีศาจที่อยู่ภายในค่ายกลของภูเขาลูกนี้ และเมื่อค่ายกลถูกเปิดออก สัตว์ปีศาจเหล่านั้นก็จะวิ่งออกมารอบ ๆ ภูเขา” ตู้เทียนซานอธิบาย
ลู่เฉินกลับฉีกยิ้มออกมา “เช่นนั้นก็มาเถิด ข้ากำลังต้องการเลือดสัตว์ปีศาจบางส่วนพอดี”
“เลือดสัตว์ปีศาจ?” ตู้เทียนซานไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใดอยู่
ส่วนฉีฉีน้อยนั้น เมื่อสัมผัสได้ถึงสัตว์ปีศาจที่อยู่รอบ ๆ นั้นก็พูดขึ้นมาว่า “มีหลาย ๆ สิ่งกำลังเข้ามาแล้ว!”
ลู่เฉินกลัวว่าฉีฉีน้อยจะแสดงความรุนแรงมากเกินไปจนฆ่าสัตว์ปีศาจเหล่านั้นได้ ดังนั้นเขาจึงเอ่ยเตือนฉีฉีน้อยขึ้นมา “อีกสักครู่ไม่ต้องฆ่าพวกเขา ปล่อยพวกมันไว้ มันมีประโยชน์!”
“เจ้าค่ะ!” ฉีฉีน้อยรับคำอย่างเชื่อฟัง
ทว่าวานรขาวในตอนนั้นยืนอยู่บนท้องฟ้าและพูดกับลู่เฉินว่า “เจ้ารอเวลาตายของเจ้าเถิด!”
เมื่อฟาเทียนเห็นวานรขาวนำของบางสิ่งออกมาก็รีบตะโกนไปยังลู่เฉินทันที “ผู้อาวุโส ท่านดูนั่น!”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น ก่อนจะเห็นกำไลกระดูกในมือของวานรขาวพอดี และกำไลกระดูกนั้นยังมีหัวกะโหลกขนาดเล็กเก้าหัว
ขณะนั้น หัวกะโหลกขนาดเล็กทั้งเก้านี้กำลังแผ่กำจายแสงสีดำจาง ๆ อยู่
“น่าสนใจนี่” เมื่อเห็นหัวกะโหลกขนาดเล็กนี้ ชายหนุ่มก็ฉีกยิ้มออกมา
ฟาเทียนเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “ผู้อาวุโส นั่นคือสิ่งใดกัน?”
“สมบัติวิญญาณชนิดหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อภูตผีได้” ลู่เฉินอธิบาย
“ส่งผลกระทบต่อภูตผี?” ฟาเทียนมีสีหน้าสับสน
ลู่เฉินมองไปยังสัตว์ปีศาจรอบ ๆ “เจ้าดูรอบ ๆ นั่น!”