ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 504 เคล็ดวิชาอัสนีวิญญาณ ทักษะที่ยอดเยี่ยมของคนคุ้นเคย!
บทที่ 504 เคล็ดวิชาอัสนีวิญญาณ ทักษะที่ยอดเยี่ยมของคนคุ้นเคย!
“ไปเถิด” ลู่เฉินไม่ได้สนใจคนเหล่านั้น แต่กลับคิดที่จะฝ่าค่ายกลเข้าไป
ศิษย์ของหอวังอัสนีที่เฝ้ามองอยู่ไกล ๆ นั้น แต่ละคนก็พูดกันขึ้นมา
“เจ้าหนุ่มผู้นี้ ใจกล้าเกินไปหรือไม่? ถึงคิดจะเข้าไปยังภูเขาลูกนั้น?”
“คิดจะพึ่งพาฝูงสัตว์ปีศาจนั้น จะอวดดีไม่ได้!”
“เจ้าหนุ่มผู้นี้ แท้จริงแล้วคือใครกัน เหตุใดท่านทูตตู้และคนเหล่านั้นจึงนำทางให้เขาได้”
“ใครจะรู้กัน…”
ผู้คนในบริเวณนั้นต่างก็ไม่มีใครรู้ได้ จึงทำได้แค่แปลกใจสงสัยเท่านั้น
ทว่าในตอนที่ลู่เฉินเตรียมตัวจะเข้าไปยังภูเขาลูกนั้น ชายชราในชุดคลุมสีดำซึ่งลอยตัวอยู่ท่ามกลางค่ายกลในภูเขานั้นก็ได้ลอยมาตรงหน้าลู่เฉินและคนอื่น ๆ จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “รู้หรือไม่ว่าที่นี่คือที่ใดกัน?”
ตู้เทียนซานและคนอื่น ๆ แต่ละคนหวาดกลัวจนตัวสั่น บางคนยังพูดออกมาด้วยน้ำเสียงติดขัด “ผู้อาวุโสใหญ่!”
“ยังมีหน้ามาเรียกข้าว่าผู้อาวุโสใหญ่อีกหรือ?” คนผู้นี้ผิวหน้าเต็มไปด้วยรอยปรุ ดวงตาทั้งสองมีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อเบิกตาขึ้น ทำให้ดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก
เมื่อตู้เทียนซานเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งรู้สึกตื่นกลัวขึ้นมา “ผู้อาวุโสใหญ่ นี่… ท่านนี้คือนายน้อยลู่ เขาต้องการหญ้ามังกรน้ำแข็ง”
“เหอะ! หญ้ามังกรน้ำแข็งเป็นหญ้าศักดิ์สิทธิ์ของหอวังอัสนีของข้า ข้าจะมอบให้ผู้อื่นได้อย่างไร?” ผู้อาวุโสใหญ่ตะคอกกลับมา
ศิษย์ขอหอวังอัสนีที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็หัวเราะขึ้นมา
“เจ้าหนุ่มผู้นี้ บ้าไปแล้วจริงหรือ?” บางคนพูดเยาะเย้ยขึ้นมา
“คิดอยากได้หญ้ามังกรน้ำแข็ง?”
คนเหล่านั้นต่างก็รู้สึกว่าเป็นความอวดดีเกินไป
ตู้เทียนซานไม่รู้ว่าควรพูดเช่นไรดี
ลู่เฉินกลับพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ต้องทำเช่นไร จึงจะสามารถมอบหญ้าที่อยู่ด้านบนทั้งหมดให้แก่ข้าได้!”
“มอบให้เจ้าทั้งหมด? เจ้าหนุ่ม เจ้าคิดว่าข้าอยู่ที่ใดของหอวังอัสนีกัน?” ผู้อาวุโสใหญ่รู้สึกโมโหขึ้นมา
ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ จึงเริ่มถกเถียงกัน
บางคนยังพูดออกมาว่า “เป็นเจ้าหนุ่มที่เป็นไม่รู้จักเป็นตายเสียจริง!”
จนกระทั่งมีชายชราผมยาวผู้หนึ่ง ร่างกายเต็มไปด้วยสายฟ้าลอยออกมา “ผู้อาวุโสใหญ่ มอบให้ข้าจัดการเถิด!”
“อืม” ผู้อาวุโสใหญ่ขานรับ
ชายชราผมยาวผู้นั้นรีบปล่อยลูกกลมอัสนีออกมาจากร่างกายทันที แล้วลูกกลมอัสนีเหล่านี้ก็ค่อย ๆ เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน จนกลายเป็น ‘ไข่มุก’ เส้นหนึ่ง
ศิษย์ของหอวังอัสนีแต่ละคนที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็ร้องอุทานออกมา
“ดูนั่น การโจมตีของผู้อาวุโสเล่ย!”
“นี่คือเคล็ดวิชาโซ่ตรวนอัสนีของผู้อาวุโสเล่ยใช่หรือไม่?”
“ใช่ มันสามารถพันรัดคนไว้ได้ทันที จากนั้นเคล็ดวิชาอัสนีนี้สามารถดูดยอดฝีขั้นแปลงเซียนคนหนึ่งจนตายได้”
“น่ากลัวจริง ๆ!”
ขณะที่คนเหล่านั้นกำลังเยินยอถึงความเก่งกาจกันอยู่ ผู้อาวุโสผมยาวที่ถูกเรียกว่าผู้อาวุโสเล่ยก็สะบัดผมยาวออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูเบี้ยวผิดรูป “เจ้าหนุ่ม เจ้าจะปล่อยให้สัตว์ปีศาจเหล่านั้นขึ้นมาด้วยกัน? หรือเจ้าจะขึ้นมาเอง?”
“จัดการกับเจ้า ไม่จำเป็นต้องใช้สัตว์ปีศาจเหล่านี้” ชายหนุ่มยิ้มด้วยความมั่นใจ
แต่ฉีฉีน้อยที่อยู่อีกด้านหนึ่งกลับอดไม่ได้ “ศิษย์พี่ ข้าลองเอง!”
“เมื่อครู่เจ้าใช้พลังไปมาก ให้ข้าจัดการเองเถิด” ลู่เฉินส่ายศีรษะปฏิเสธพลางตอบกลับ
ฉีฉีน้อยจึงพูดด้วยท่าทางสลดลงเล็กน้อย “เช่นนั้นก็ได้”
ผู้อาวุโสเล่ยยิ้มเย็นชา “เจ้าหนุ่ม ถ้าหากเจ้าให้นางลงมือ ไม่แน่ว่าอาจจะยังพอสู้ได้ แต่ถ้าหากเจ้ามาด้วยตนเองละก็ เช่นนั้นคงจะลำบากเสียแล้ว”
ลู่เฉินไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว แต่กลับยิ้มพลางเอ่ยว่า “มาเถิด ให้ข้าดูเสียหน่อย เคล็ดวิชาโซ่ตรวนอัสนีของเจ้านี้แข็งแกร่งเพียงใดกัน!”
“ดูให้ดีเถิด!” ผู้อาวุโสเล่ยโบกมือเพียงหนึ่งครั้ง ลูกกลมอัสนีเหล่านี้ จึงล้อมรอบกายชายหนุ่มไว้ทันที จากนั้นจึงเกิดเสียง ‘เปรี้ยง’ ดังขึ้นมาไม่หยุดบนร่างกายของเขา ดูแล้วน่าเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
ผู้คนที่มองดูอยู่รอบ ๆ ต่างก็คิดว่าเพียงไม่นานลู่เฉินอาจได้รับประจุไฟฟ้ามากเกินไป หรืออาจจะตายได้ในทันที
ใครจะคิดว่าชายหนุ่มไม่เพียงแต่ไม่หยุด แต่ยังค่อย ๆ นำลูกกลมอัสนีหล่านั้นดูดซับจนหมดสิ้น จนกระทั่งลูกกลมอัสนีหายไปทั้งหมดในที่สุด ลู่เฉินจึงฉีกยิ้มพลางมองไปยังผู้อาวุโสเล่ยที่ตกตะลึงอยู่ “ยังมีอีกหรือไม่?”
“ไม่เป็นอันใดอย่างนั้นหรือ?” ใบหน้าบูดเบี้ยวของผู้อาวุโสเล่ยแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึง
ไม่เพียงแต่ผู้อาวุโสเล่ยเท่านั้น ผู้อาวุโสอื่นต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน บางคนยังพูดด้วยความสงสัยขึ้นมา “เป็นไปได้อย่างไร?”
ผู้อาวุโสกลุ่มนั้นมองลู่เฉินด้วยความแปลกใจ และภายในใจยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย “เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นใครกันแน่?”
ขณะที่ทุกคนกำลังแปลกใจนั้น ชายหนุ่มกลับพูดขึ้นมาอีกครั้ง “ถ้าหากไม่มีวิธีใด เช่นนั้น ข้าจัดการเอง!”
จัดการเอง?
ทุกคนต่างแปลกใจว่าเขาคิดจะทำสิ่งใด แล้วตอนนั้นเอง ชายหนุ่มเดินไปอยู่ด้านหน้าของค่ายกล และร่างทั้งร่างก็ผ่านเข้าไปในค่ายกลอย่างง่ายดายและปลอดภัย
“อันใดกัน?” ผู้อาวุโสเหล่านั้นต่างเบิกตากว้าง
ผู้อาวุโสใหญ่ยิ่งเบิกตากว้าง “เจ้าเข้ามาได้อย่างไร?”
ลู่เฉินไม่ได้อธิบายใด ๆ แต่กลับมองไปยังฟาเทียนและพวก “พวกเจ้าและสัตว์ปีศาจรออยู่ด้านนอก ข้าจะไปนำหญ้ามา”
การไม่สนใจของเขาทำให้ผู้อาวุโสแต่ละคนรู้สึกไม่สบายใจ บางคนรู้สึกโมโห
ผู้อาวุโสเล่ยตะคอกเสียงดัง ร่างทั้งร่างกลายเป็นสายฟ้าฟาดลงบนร่างกายลู่เฉิน
จากนั้นร่างของชายหนุ่มก็เต็มไปด้วยสายฟ้า ซ้ำยังสามารถมองเห็นผู้อาวุโสเล่ยที่กลายเป็นร่างเงาเข้าสู่ร่างกายของลู่เฉินด้วย
ผู้อาวุโสใหญ่และคนอื่น ๆ ต่างรู้ถึงวิชาของผู้อาวุโสเล่ย ดังนั้นจึงเชื่อว่าเขาจะสามารถจัดการชายหนุ่มได้
แต่ฟาเทียนกลับรู้สึกว่าลู่เฉินจะไม่เป็นอันใด ทว่าตู้เทียนซานพูดด้วยความกังวลใจ “เช่นนี้ ต้องแย่แน่ ๆ”
“มีปัญหาหรือ?” ฟาเทียนไม่เข้าใจจึงเอ่ยถาม
“วิชาของผู้อาวุโสเล่ยนั้น เรียกว่าเคล็ดวิชาอัสนีวิญญาณ”
“เคล็ดวิชาอัสนีวิญญาณ?” ฟาเทียนแปลกใจ
“ก็คือเมื่อกลายเป็นสายฟ้า รุกรานเข้าสู่ร่างกายแล้ว จากนั้นจะใช้สายฟ้าในการโจมตีวิญญาณในพื้นที่จิตของผู้นั้น จนทำลายวิญญาณของอีกฝ่ายในที่สุด” ตู้เทียนซานค่อย ๆ อธิบาย
ฟาเทียนกลับคลี่ยิ้ม
ตู้เทียนซานเอ่ยถาม “เจ้ายิ้มอันใดกัน?”
“หากเทียบกับวิญญาณ เช่นนั้นเขาคงเทียบไม่ได้กับผู้อาวุโส!” ฟาเทียนรู้ว่าลู่เฉินเป็นผู้ที่มีวิญญาณแข็งแกร่งมาก ดังนั้นเขาจึงพูดไปพลางยิ้มไป
ตู้เทียนซานกล่าวด้วยความแปลกใจ “เช่นนั้นจริงหรือ?”
“คอยดูเรื่องสนุกเถิด” ฟาเทียนฉีกยิ้ม
ฉีฉีน้อยที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็พูดขึ้นว่า “วิญญาณของศิษย์พี่แข็งแกร่งยิ่งนัก!”
โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นจิตของลู่เฉินกลายเป็นเงาวิญญาณกับตาตัวเอง ฉีฉีน้อยจึงจำได้เป็นอย่างดี
ทว่าคนอื่น ๆ ของหอวังอัสนีนั้นไม่รู้ โดยเฉพาะผู้อาวุโสเหล่านั้น รวมถึงยังมีผู้อาวุโสเล่ยที่เข้าไปยังพื้นที่จิตของลู่เฉิน ทันใดนั้น ขณะที่กำลังปล่อยสายฟ้าออกไปเป็นจำนวนมากก็พูดขึ้นมาด้วยความพึงพอใจ “อย่าหลบซ่อน เจ้าไม่สามารถซ่อนมันได้”
“หลบซ่อน? ข้าจำเป็นต้องทำหรือ?” เงาวิญญาณของลู่เฉินปรากฏอยู่ตรงหน้าผู้อาวุโสเล่ย
ทันใดนั้น ผู้อาวุโสเล่ยพลันกลายเป็นกลุ่มเงาวิญญาณสายฟ้าสว่างขึ้นมา และพูดขึ้นมาด้วยความพอใจ “เจ้าหนุ่ม ตอนนี้เพียงแค่ข้าคิด ก็จะสามารถทำลายเจ้าได้อย่างง่ายดาย!”
ลู่เฉินกลับจ้องมองผู้อาวุโสเล่ยพลันถามติดตลก “ว่ามาเถิด เคล็ดวิชาวิญญาณสายฟ้า ผู้ใดมอบให้เจ้า!”
“อย่างไรกัน? กลัวหรือ?”
“เคล็ดวิชาวิญญาณสายฟ้า เมื่อหนึ่งแสนปีก่อนนับเป็นทักษะที่ยอดเยี่ยมของเล่ยม่อเทียน ส่วนเจ้า เหตุใดจึงทำได้?” เมื่อลู่เฉินเห็นเช่นนั้นก็หวนนึกถึงเล่ยม่อเทียนแห่งเก้าจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ อีกทั้งเขายังเป็นหนึ่งในเก้าบุคคลที่สามารถใช้เคล็ดวิชาวิญญาณสายฟ้าได้
ผู้อาวุโสเล่ยไม่รู้ว่าเล่ยม่อเทียนคือผู้ใด แต่เขากลับพูดขึ้นมาด้วยความพอใจ “นี่คือวิชาสายฟ้าที่ท่านผู้นำมอบให้ข้า!”
“ผู้นำ?”
“ใช่ ผู้นำของหอวังอัสนี!” ผู้อาวุโสเล่ยพูดด้วยความภูมิใจ
“หมายความว่า เจ้าไม่รู้ว่าเคล็ดวิชาอัสนีวิญญาณนี้มีที่มาอย่างไร?”
“เหตุใดเจ้าจึงถามมากมายเช่นนี้?” ผู้อาวุโสเล่ยมองว่าลู่เฉินคุยกับตนเช่นนี้ ดูราวกับกำลังเค้นถามตนอยู่ จึงรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย
ลู่เฉินฉีกยิ้ม “ดูเหมือนว่าขอแค่จับเจ้าได้ก็จะยอมพูดอย่างตรงไปตรงมาสินะ”
“เจ้า? จับข้า? น่าขันนัก!” ผู้อาวุโสเล่ยกล่าวด้วยท่าทีดูถูก