ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 513 ไม่ว่าเคล็ดวิชาตอบโต้จะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ก็ยังมีจุดอ่อน!
- Home
- ตำนานจอมราชันย์อหังการ
- บทที่ 513 ไม่ว่าเคล็ดวิชาตอบโต้จะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ก็ยังมีจุดอ่อน!
บทที่ 513 ไม่ว่าเคล็ดวิชาตอบโต้จะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ก็ยังมีจุดอ่อน!
หลังจากที่ฉีฉีน้อยพูดจบ นางก็ดูดซับไอเย็นของหิมะโดยรอบ จากนั้นก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
“นี่สิถึงจะน่าสนใจ” อวิ๋นซวนซวนแย้มยิ้ม พลันเมฆหมอกสีขาวก็ปรากฏขึ้นรอบตัวนาง
เมื่อฉีฉีน้อยโจมตีหมอกสีขาว หมอกสีขาวก็ดูดซับพลังเหล่านั้นไป ขณะที่อวิ๋นซวนซวนดูดซับการโจมตีของอีกฝ่ายจากในหมอกสีขาว
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ลู่เฉินพลันถามด้วยความสงสัย “เคล็ดวิชาตอบโต้?”
เคล็ดวิชาตอบโต้เป็นคาถาชนิดหนึ่งที่ตอบโตได้อย่างรวดเร็วในการเผชิญหน้ากับผู้อื่น แต่ผู้ที่ฝึกฝนเคล็ดวิชาตอบโต้จะไม่สามารถฝึกฝนสมบัติวิญญาณอื่นได้ ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้โดยการตอบโต้กับผู้อื่นตลอดชีวิต
โดยทั่วไปแล้วมีคนน้อยมากที่รู้วิธีฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีความสามารถสูงก็จะไม่ฝึกฝน เพราะพวกเขาจะหาคนที่มีความสามารถเก่งกว่าหรือแข็งแกร่งกว่าพวกเขาได้ยาก
ดังนั้นเมื่อลู่เฉินเห็นว่าสตรีตรงหน้าเขาสามารถฝึกฝนคาถาแบบนี้ได้ เขาก็รู้สึกอัศจรรย์ใจ
แต่ฉีฉีน้อยไม่รู้ นางคิดว่าหลังจากนี้อวิ๋นซวนซวนจะใช้เคล็ดวิชาต่อต้านการโจมตีของตน นางจึงเพิ่มความแข็งแกร่งของตน แต่ยิ่งนางแข็งแกร่งขึ้นมากเท่าไหร่ อวิ๋นซวนซวนก็ยิ่งดูดซึมเร็วขึ้นเท่านั้น นางจึงล้อเลียนว่า “สาวน้อย ต่อเถิด”
ฉีฉีน้อยคิดจะจัดการต่อ แต่ลู่เฉินเตือนว่า “หยุดก่อน ยิ่งการโจมตีของเจ้ารุนแรงเท่าไหร่ การต่อต้านของนางก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉีฉีน้อยก็ไม่ค่อยเต็มใจนัก ทว่านางก็เชื่อฟังคำสั่งของลู่เฉิน จึงหันตัวกลับไปหาชายหนุ่ม
อวิ๋นซวนซวนหยุดดูดซับและทำได้เพียงเก็บหมอกสีขาวคืนมา ก่อนนางจะจ้องมองลู่เฉินที่ยืนอยู่ท่ามกลางหิมะด้วยรอยยิ้ม “เจ้าวางแผนมาเองหรือ?”
“เคล็ดวิชาตอบโต้ของเจ้าก็มีจุดอ่อนเช่นกัน”
“จุดอ่อน? เจ้าประเมินข้าต่ำไป” อวิ๋นซวนซวนไม่คิดว่าการตอบโต้ของตนจะมีจุดอ่อน และยังรู้สึกว่าเขาโกหก
ลู่เฉินเพียงยิ้มบาง ๆ หลังจากเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อ “โอ้? เจ้าไม่เชื่อหรือ?”
“แน่นอน!” อวิ๋นซวนซวนพูดอย่างมั่นใจ
“เอาล่ะ นี่จะทำให้เจ้ารู้ว่าจุดอ่อนของเจ้าอยู่ที่ใด”
สิ้นคำนั้น เขาก็หยิบกู่ฉินเพลิงโบราณออกมา
“กู่ฉิน? เจ้าคงไม่ได้ตั้งใจจะพึ่งพาเสียงกู่ฉินนี่ใช่ไหม?” อวิ๋นซวนซวนหัวเราะ
“ใช่”
“น่าเสียดายนัก ข้าได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาที่สามารถเพิกเฉยต่อเสียงใด ๆ ได้” อวิ๋นซวนซวนกล่าวอย่างมั่นใจ
“อ้อ? อย่างนั้นหรือ?”
“แน่นอน!” อวิ๋นซวนซวนกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ลู่เฉินเริ่มบรรเลงกู่ฉิน
เสียงในตอนแรกนั้นไม่เกิดผล อวิ๋นซวนซวนจึงไม่แม้แต่จะจริงจังกับมัน ทั้งยังเอ่ยเยาะเย้ยว่า “เจ้าอยากทำให้ข้ากลัวด้วยเสียงอ่อนแอเช่นนี้หรือ?”
ชายหนุ่มยิ้ม ขณะเดียวกัน กุ่ยเจี๋ยก็มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังอวิ๋นซวนซวนแล้ว
อวิ๋นซวนซวนรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทันใดนั้นนางก็ถูกห้อมล้อมด้วยหมอกสีขาวแล้ว ส่วนกุ่ยเจี๋ยไม่มีร่างกายจึงทะลุผ่านหมอกสีขาวไปได้ทันที
อวิ๋นซวนซวนยิ้มพิกล “ข้าสามารถจัดการกับวิญญาณได้ดีเช่นกัน”
พูดจบ แสงสีดำก็กะพริบวาบบนร่างของอวิ๋นซวนซวน แล้วแสงสีดำนั้นก็ปิดกั้นกุ่ยเจี๋ยจากภายนอก แม้กระทั่งป้องกันการโจมตีของกุ่ยเจี๋ยไม่ให้ทำร้ายนาง
ลู่เฉินยิ้ม “น่าสนใจ ข้าได้เรียนรู้เคล็ดวิชาภูตผีและยังนำศาสตราวุธภูตมาด้วย”
“แน่นอน!” อวิ๋นซวนซวนพูดอย่างภาคภูมิใจ
“ไม่ต้องกังวล ยังมีอีก!”
“ยังมีอีก?” อวิ๋นซวนซวนไม่รู้ว่าลู่เฉินหมายถึงสิ่งใด
แต่ครู่ต่อมา สิ่งที่น่าสนใจก็เกิดขึ้น
เห็นเพียงชายหนุ่มบรรเลงกู่ฉิน และเสียงก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ชั้นป้องกันแสงสีดำของอวิ๋นซวนซวนสั่นระริก ราวกับว่ามีพลังบางอย่างส่งผลต่อการป้องกันของนางอย่างไรอย่างนั้น
อวิ๋นซวนซวนเริ่มตื่นตระหนก “เกิดอันใดขึ้น?”
“เคล็ดวิชาป้องกันภูตผีของเจ้าจำเป็นต้องร่วมมือกับศาสตราวุธภูต และตอนนี้วิญญาณของศาสตราวุธภูตของเจ้าก็ถูกข้ารบกวนแล้ว” ลู่เฉินอธิบาย
“เป็นไปไม่ได้ เจ้าเข้ามายุ่งกับศาสตราวุธภูตของข้าได้อย่างไร!?” อวิ๋นซวนซวนถามด้วยความตกใจ
“ขวดกักอสูรนั่น ข้าก็เอาไปได้ มีอันใดที่ทำไม่ได้อีก?” ลู่เฉินแสยะยิ้มชั่วร้าย
หลังจากได้ยินวาจานี้ สีหน้าของอวิ๋นซวนซวนก็เปลี่ยนไปอย่างมาก นางรีบถอยห่างเพื่อพยายามหลีกเลี่ยงเสียง
แต่เมื่ออวิ๋นซวนซวนรีบวิ่งไปที่สูง นางพบว่ามีเขตแดนอยู่รอบตัวนางตั้งแต่เมื่อไหร่ก็สุดจะรู้ได้
อวิ๋นซวนซวนถามเสียงหลง “เจ้าทำมันตอนไหน?”
“เพิ่งวางไป!” ลู่เฉินตอบ
เมื่อได้ยินเช่นนี้ อวิ๋นซวนซวนพลันแสดงท่าทีแปลกประหลาด “เพิ่งวางไป?”
“มีปัญหาอันใดหรือ?” ลู่เฉินมองไปที่อวิ๋นซวนซวนด้วยรอยยิ้ม
อวิ๋นซวนซวนรู้สึกตกใจ “เหตุใดเจ้าจึงมีความสามารถมากขนาดนี้?”
“ยอมจำนนเถิด” คำพูดของเขาทำให้อวิ๋นซวนซวนกลับมามีสติอีกครั้ง
เห็นเพียงอวิ๋นซวนซวนจ้องมองที่ลู่เฉินและพูดว่า “ยอมจำนน? เป็นไปไม่ได้!”
พูดจบ อวิ๋นซวนซวนก็หายไปทันที ราวกับว่านางหายไปจากกลางอากาศ
ฟาเทียนและฉีฉีน้อยตกใจมาก
ในขณะที่ลู่เฉินยังคงยิ้มสบาย ๆ “เจ้าคิดว่าเจ้าเร้นกายแล้วข้าจะหาเจ้าไม่พบหรือ?”
ยามนี้ อวิ๋นซวนซวนอ้อมมาอยู่ข้างหลังลู่เฉินแล้ว “ขอแค่ข้าเอาชนะเจ้าได้ เสียงกู่เฉินและภูตของเจ้าก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อข้า”
จากนั้นนางก็รวมสมาธิไว้ที่ฝ่ามือ คิดจะแช่แข็งเขาไว้ตรงนี้
แต่สิ่งที่อวิ๋นซวนซวนไม่คาดคิดก็คือเมื่อฝ่ามือนั้นโจมตี ‘กำแพงพันชั้น’ มันกลับแตกออกเพียงเจ็ดร้อยชั้นเท่านั้น
“นี่…” ดวงตาของอวิ๋นซวนซวนเบิกกว้าง รู้สึกว่ามันเหลือเชื่อเกินไป
ลู่เฉินถามอวิ๋นซวนซวนว่า “เป็นอย่างไรบ้าง? จบแล้วหรือ?”
อวิ๋นซวนซวนพูดอย่างเคร่งขรึม “ข้าเคยเห็นอัจฉริยะมานับไม่ถ้วน แต่ข้าไม่เคยเห็นใครแปลกเท่าเจ้า”
“แล้วตอนนี้เห็นหรือยัง?”
อวิ๋นซวนซวนหายตัวไปทันทีอีกครั้ง จากนั้นจึงพูดว่า “ตราบใดที่เจ้ายังมองไม่เห็นข้าเช่นนี้ เจ้าก็จะหาข้าไม่พบ”
“ข้าเกรงว่าเจ้าจะประเมินข้าต่ำไปจริง ๆ”
“ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะยังหาข้าเจอได้” อวิ๋นซวนซวนพูดอย่างภาคภูมิใจ
ลู่เฉินยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็บรรเลงกู่ฉิน ขณะที่กุ่ยเจี๋ยยังคงซ่อนตัว และในเวลาเดียวกันก็พุ่งเข้าไปในร่างของอวิ๋นซวนซวนภายใต้คำสั่งของลู่เฉิน
อวิ๋นซวนซวนหน้าเปลี่ยนสี จากนั้นก็ปรากฏตัวขึ้น และนั่งขัดสมาธิบนหิมะอย่างรวดเร็ว นางหลับตา ขณะเดียวกันบริเวณรอบ ๆ ก็ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีขาวเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นแอบลอบโจมตี
ในจิตสำนึกของอวิ๋นซวนซวนในยามนี้ กุ่ยเจี๋ยกำลังใกล้เข้ามาทีละก้าว
วิญญาณของอวิ๋นซวนซวนใช้ความเย็นสีดำล้อมรอบตัวไว้ทันที “มาเลย!”
กุ่ยเจี๋ยยิงธนูเงามารสองสามดอกที่สร้างจากเคล็ดวิชาภูตผีออกมา แต่อวิ๋นซวนซวนสกัดกั้นพวกมันไว้ทั้งหมดในคราวเดียว ยิ่งไปกว่านั้น อวิ๋นซวนซวนยังพูดอย่างมีชัยว่า “เจ้าเห็นหรือไม่ ข้าต้านทานมันได้อย่างง่ายดาย?”
ลู่เฉินซึ่งอยู่นอกร่างของอวิ๋นซวนซวนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าต่อต้านการโจมตีของเขา แต่เจ้าจะต่อต้านของข้าได้หรือไม่?”
“ร่างกายของข้าเปิดใช้งานการป้องกันตัวเองแล้ว เจ้าโจมตีข้าไม่ได้” อีกฝ่ายสาบาน
“อย่างที่ข้าพูดไปเมื่อครู่ เคล็ดวิชาตอบโต้ของเจ้ามีจุดอ่อน”
พูดจบ เขาก็สำแดงเคล็ดวิชาอัสนีวิญญาณ ยิ่งไปกว่านั้นยังกลายเป็นเงาลวงตาเข้าไปในร่างของอวิ๋นซวนซวนทันที
เมื่ออวิ๋นซวนซวนเห็นลู่เฉินปรากฏขึ้นในพื้นที่จิตสำนึก ดวงตาของนางพลันเบิกกว้าง “จะ เจ้าเข้ามาได้อย่างไร!?”
“จุดอ่อน” ลู่เฉินมองอวิ๋นซวนซวนด้วยรอยยิ้ม
อวิ๋นซวนซวนตกใจทันทีที่จ้องมองไปยังเงาสายฟ้านี้ “เคล็ดวิชาวิญญาณอัสนีที่ร่ำลือ”
“ในเมื่อเจ้ารู้ เช่นนั้นพวกเราก็มาคุยกันดี ๆ เถิด!”
“คุย?”
“ใช่ เรามาคุยเรื่องชายชุดดำข้างนอกกัน!”
“ชายชุดดำ ชายชุดดำคืออันใด?” อวิ๋นซวนซวนถามด้วยความสับสน