ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 521 วันนี้ พวกเจ้าถึงวาระที่จะต้องพังพินาศ!
บทที่ 521 วันนี้ พวกเจ้าถึงวาระที่จะต้องพังพินาศ!
เมื่ออวิ๋นซวนซวนได้ยินเช่นนั้น สีหน้าก็เต็มไปด้วยความสงสัย “ไม่ใช่ข้า? แล้วเช่นนั้นคือผู้ใด?”
“เขา!” หยวนเส่าชิงใช้นิ้วชี้มือขวาชี้ไปยังลู่เฉิน แล้วเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา
“เขา?” อวิ๋นซวนซวนรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก
ฝูงชนที่มองอยู่รอบ ๆ ยิ่งรู้สึกสงสัยขึ้นมา หยวนเส่าชิงจึงอธิบายว่า “ว่ากันว่า เขามีนามว่าลู่เฉินใช่หรือไม่!”
อวิ๋นซวนซวนขวมดคิ้ว “ไม่ได้เป็นเพราะว่าเขามีนามว่าลู่เฉิน เจ้าก็ทำให้เขาลำบากใจหรอกหรือ?”
“จอมมารหญิง เจ้าควรรู้ พวกเราพันธมิตรกำจัดมารห้ามผู้ใดก็ตามเอ่ยถึงคนผู้นั้น มิเช่นนั้น…” หยวนเส่าชิงแสยะยิ้มออกมา
“มิเช่นนั้นอย่างไรหรือ?” ฟาเทียนเห็นว่าหยวนเส่าชิงพูดถึงลู่เฉินเช่นนี้ก็พลันรู้สึกไม่พอใจ
หยวนเส่าชิงยกยิ้มชั่วร้าย “มิเช่นนั้น จะถูกจับตัดลิ้นและถูกสลักยันต์ปิดผนึก ทำให้เขาไม่สามารถพูดได้ตลอดกาล!”
ฟาเทียนรู้สึกไม่พอใจทันที และตะโกนว่า “พวกเราพูดไปแล้ว อย่างไรเล่า?”
อวิ๋นซวนซวนก็ไม่สบายใจเช่นกัน “หยวนเส่าชิง ลู่เฉินเมื่อหนึ่งแสนปีก่อนเป็นบุคคลที่ข้าเคารพยิ่งนัก”
“หมายความว่า พวกเจ้าต้องการที่จะมีปัญหากับพวกเราพันธมิตรกำจัดมารอย่างนั้นหรือ?” หยวนเส่าชิงเผยรอยยิ้มประหลาด
ฟาเทียนไม่ยอมถอย “ใครกลัวพวกเจ้ากัน?”
อวิ๋นซวนซวนเป็นคนเจ้าอารมณ์เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อได้ยินคำพูดของฟาเทียน จึงยกนิ้วโป้งขึ้นมา “หลวงจีน พี่หญิงชื่นชมเจ้ายิ่งนัก!”
“พี่หญิงอะไรกัน” ฟาเทียนพูดด้วยความหดหู่ใจ
หยวนเส่าชิงยิ้มเย็นชา “โอ้อวดความสามารถอย่างนั้นหรือ?”
ฟาเทียนตอบกลับอย่างไม่หวั่นเกรง “เป็นเพราะพวกเจ้าสอดรู้สอดเห็น!”
“สอดรู้สอดเห็น?”
“ผู้อาวุโสมีนามว่าอย่างไร พวกเจ้าก็เสนอหน้าเข้ามายุ่ง ไม่เรียกว่าสอดรู้สอดเห็น เช่นนั้นควรเรียกว่าอย่างไร?” ฟาเทียนพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก
หยวนเส่าชิงฉีกยิ้มก่อนจะพูดขึ้นมา “เขาจะมีนามว่าหมาแมวอย่างไรก็ได้ แต่จะเอ่ยถึงนามของจอมมารผู้นั้นไม่ได้!”
“โอ้? เช่นนั้นใช้นามของท่านพ่อ หรือท่านปู่เจ้าได้หรือไม่?” จบประโยคของฟาเทียน บริเวณโดยรอบก็เกิดความครุกรุ่นทันที
ทุกคนต่างหัวเราะขึ้นมาเสียงดัง
อวิ๋นซวนซวนก็พูดขึ้นว่า “หลวงจีน วิชาฝีปากของเจ้านั้น…ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!”
หยวนเส่าชิงก็เป็นคนเจ้าอารมณ์คนหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อได้ยินวาจานั้นก็เผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็อย่าหาว่าพันธมิตรกำจัดมารนั้นไม่ปรานี!”
สิ้นคำนั้น กลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังหยวนเส่าชิงก็ก้าวขึ้นมาด้านหน้า ในมือของคนเหล่านี้ถือกระดิ่งสีทองไว้ พวกเขาเขย่ามันจนส่งเสียงขึ้นมา ทำให้ผู้คนในบริเวณนั้นรู้สึกเจ็บปวด
บางคนที่มีพลังปราณอ่อนแอก็อาเจียนออกมาทันที
บางคนเดินโซซัดโซเซ คิดอยากรีบหนีออกไปจากที่นี่ ส่วนอวิ๋นซวนซวนนั้นกำลังอดทนต่อความเจ็บปวด ขณะที่ฉีฉีและฟาเทียนเจ็บปวดจนต้องกุมศีรษะของตนไว้ เพราะไม่อยากหนีออกไปจากที่นี่ จึงทำได้เพียงร้องออกมา
หยวนเส่าชิงพูดด้วยความพึงพอใจ “นี่คือจุดจบ!”
ตอนนั้นเอง เสียงของกู่ฉินเพลิงโบราณก็ดังขึ้น มันส่งกระแสเสียงกระจายไปบริเวณรอบ ๆ ทำให้อวิ๋นซวนซวนและคนอื่น ๆ อาการดีขึ้นมาในทันที จนกระทั่งผู้คนในบริเวณนั้นค่อย ๆ ได้สติขึ้นมา
“ไม่เป็นอะไรแล้วหรือ?”
“เป็นเพราะกู่ฉินของท่านหมอลู่”
“ท่านหมอลู่ช่างเก่งกาจยิ่งนัก!”
“ทรงพลังเกินไปแล้ว!”
อวิ๋นซวนซวนจ้องมองไปยังลู่เฉินด้วยความตกตะลึง และคนของพันธมิตรกำจัดมารต่างมองไปยังลู่เฉินด้วยความโกรธเคือง โดยเฉพาะหยวนเส่าชิงที่เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “เหตุใดเจ้าจึงไม่เป็นอันใด?”
“เหตุใดข้าต้องเป็นอันใดด้วย?” ลู่เฉินย้อนถาม
หยวนเส่าชิงมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา “ดูเหมือนว่าต้องเพิ่มพลังให้พวกเจ้ามากกว่านี้แล้ว”
พูดจบ หยวนเส่าชิงก็ให้คนเหล่านั้นเพิ่มพลังเข้าไปอีก เสียงของกระดิ่งจึงดังขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งกำแพงของร้านค้าบริเวณรอบ ๆ เริ่มเกิดรอยร้าวขึ้น แต่ยังโชคดีที่มีเสียงบรรเลงกู่ฉินของลู่เฉิน จึงทำให้ทุกคนปลอดภัย
หยวนเส่าชิงรู้สึกโมโห ฟาเทียนเห็นท่าทางเช่นนั้นก็พูดเยาะเย้ยขึ้นมา “อาศัยพวกเจ้า? มาเพิ่มอีกสักหนึ่งร้อยคน อย่างไรก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของผู้อาวุโสได้!”
“ตายซะ!” หยวนเส่าชิงสะบัดมือขวา เชือกสีทองได้ลอยออกมาจากแขนเสื้อด้านขวา พันรัดร่างของฟาเทียนเอาไว้
อวิ๋นซวนซวนตกใจขึ้นมา “ตรวนพันธนาการ!”
“ใช่! เมื่อถูกพันรัดไว้ก็จะเป็นการสะกดการใช้พลังปราณ!” หยวนเส่าชิงตะคอกเสียงดังขึ้นมา จากนั้นเขาสะบัดแขนเสื้อด้านซ้าย เชือกอีกเส้นลอยออกไปพันรัดลู่เฉินไว้เช่นกัน
ผู้คนในบริเวณนั้นตกตะลึงขึ้นมา ฉีฉีคิดจะลงมือ แต่คนที่อยู่ด้านหลังหยวนเส่าชิงกลับตะโกนขึ้นมา “จัดกระบวนทัพ!”
คนเหล่านั้นจึงก้าวขึ้นมาด้านหน้า นำร่มสีทองออกมา กลายเป็นเขตแดนแสงทองกักขังฉีฉีไว้
เมื่ออวิ๋นซวนซวนเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้จึงรีบเข้าไปช่วยทันที แต่ด้านข้างของหยวนเส่าชิงมีคนกลุ่มคนปรากฏออกมา พวกเขาก้าวออกมาและล้อมอวิ๋นซวนซวนไว้อย่างรวดเร็ว แต่ละคนยังปล่อยมวลพลังที่แข็งแกร่งออกมาเพื่อสะกดนางไว้ไม่ให้ขยับร่างกายได้
อวิ๋นซวนซวนตกใจจนสีหน้าเปลี่ยนไป “คนพวกนี้ ไม่ใช่ศิษย์ธรรมดา?”
หยวนเส่าชิงจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ “คนเหล่านี้ เป็นยอดฝีมือขั้นแปลงเซียนในพันธมิตรกำจัดมารของข้า และแต่ละคนได้ผ่านความเป็นความตายมาแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นนักรบกำจัดมาร!”
อวิ๋นซวนซวนมีสีหน้าเปลี่ยนไป “เหตุใดพวกเขาจึงมาที่นี่?”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้” หยวนเส่าชิงเผยรอยยิ้มประหลาด และเมื่อผู้คนบริเวณรอบ ๆ ได้ยินชื่อนักรบกำจัดมารนั้น แต่ละคนก็พลันมีสีหน้าเปลี่ยนไป
บางคนก็กระซิบกระซาบกัน “ไหนบอกว่านักรบพวกนี้จะไม่ออกมาจากพันธมิตรกำจัดมารมิใช่หรือ?”
“เป็นเช่นนั้น นอกเสียจากมีเรื่องสำคัญ”
“เช่นนั้น นักรบเหล่านี้อยู่ระดับใดกัน? ”
“ดูไม่ออก!”
…
อวิ๋นซวนซวนร้อนใจขึ้นมา นางรีบตะโกนไปยังลู่เฉิน “หนี หนีให้เร็วที่สุด!”
“หนี? หนีพ้นหรือ?” เชือกในมือซ้ายของหยวนเส่าชิงพันรัดลู่เฉินไว้แน่นหนา
ชายหนุ่มกลับมองไปยังเชือกเหล่านี้พลันพูดขึ้นมาว่า “ดูเหมือนว่าพันธมิตรกำจัดมารของพวกเจ้า วันนี้ถึงวาระที่จะต้องพังพินาศเสียแล้ว!”
“ยังกล้าขู่ข้าอีกหรือ?” หยวนเส่าชิงยิ้มประหลาด
พันธมิตรกำจัดมารคนอื่น ๆ ต่างก็หัวเราะเสียงดัง ผู้คนที่มองดูอยู่รอบ ๆ รู้สึกแปลกใจว่าลู่เฉินคิดจะทำสิ่งใด ในเมื่อเขาถูกกักขังไว้เช่นนี้
และในขณะนั้นเอง เพียงความคิดเดียวของลู่เฉิน เชือกบนร่างฟาเทียนและลู่เฉินรวมทั้งร่มทองของคนเหล่านั้น ทั้งหมดค่อย ๆ ร่วงตกสู่ปลายเท้าลู่เฉิน
ทุกคนตกตะลึงขึ้นมา
คนของพันธมิตรกำจัดมารแต่ละคนจึงตะโกนขึ้น อวิ๋นซวนซวนรู้สึกงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน “นี่ก็สามารถควบคุมได้?”
รอยยิ้มของหยวนเส่าชิงตึงขึ้นมา พลางเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “เจ้าหนุ่ม เจ้าทำสิ่งใดกับสมบัติวิญญาณเหล่านี้?”
“จำเป็นต้องอธิบายให้เจ้าฟังด้วยหรือ?” เมื่อลู่เฉินพูดจบ ก็ค่อย ๆ ‘ซึมซับ’ สมบัติวิญญาณเหล่านี้ต่อหน้าผู้คนในบริเวณนั้นทันที จากนั้นก็บดขยี้มัน
การบดขยี้สมบัติวิญญาณระดับสูงเหล่านี้ด้วยมือเปล่า ทำให้ผู้คนบริเวณนั้นต่างก็ตกตะลึงขึ้นมาทันที
บางคนถึงกับอ้าปากค้าง มองดูด้วยความคาดไม่ถึง
อวิ๋นซวนซวนจ้องมองไปยังขยะเหล่านั้น “แหลกละเอียดแล้ว?”
คนของพันธมิตรกำจัดมารแต่ละคนมองด้วยความโกรธแค้น บางคนให้ลู่เฉินชดใช้สมบัติวิญญาณ บางคนก็ต้องการชีวิตเขา
แต่ขณะที่คนเหล่านี้กำลังจะลงมือ ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองและจักจั่นอัสนีจึงปรากฏตัวออกมา คนของพันธมิตรกำจัดมารจำนวนไม่น้อยมีการตอบสนองทันทีเมื่อถูกสายฟ้าพุ่งเข้าสู่ร่างกาย หรือบางคนถูก ‘เงากระบี่’ พุ่งใส่ ทำให้เกิดเสียงร้องโหยหวนขึ้นมาทันที
รอยยิ้มของหยวนเส่าชิงแปรเปลี่ยนไป และถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมตะโกนขึ้นว่า “ระวัง!”
นักรบกำจัดมารเหล่านี้ถอยหลังในทันที และปล่อยม่านป้องกันของแต่ละคนออกมา เมื่อม่านป้องกันนี้ซ้อนทับกันหลายชั้น มันก็กลายเป็นม่านป้องกันหลายชั้น
เมื่อทุกคนเห็นแล้วก็อดอิจฉาไม่ได้ บางคนยังพูดออกมาว่า “ดูนั่น ม่านป้องกันหลายชั้นของพันธมิตรกำจัดมาร”
“ป้องกันหลายชั้นเพียงนี้ แข็งแกร่งเพียงใดกัน?”
“หากคิดจะแบกขั้นแปลงเซียนที่ทรงพลังนั้น นับว่าไม่ใช่ปัญหา!”
ขณะที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น หยวนเส่าชิงพลันยักไหล่ขึ้น และจ้องมองไปยังลู่เฉินพลางกล่าวออกมาอย่างชั่วร้าย “เจ้าหนุ่ม หากไม่อยากทำให้พันธมิตรกำจัดมารขุ่นเคืองใจ จงเลิกต่อต้านเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้น…!”
ลู่เฉินไม่สนใจ เขานำกระบี่เก้าสุขสงบออกมา
เมื่อเห็นลู่เฉินคิดจะโจมตีพวกเขา หยวนเส่าชิงก็เผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา “อย่างไรหรือ? คิดจะลองพลังการป้องกันของพวกข้าอย่างนั้นหรือ?”
“ขยะ!” ลู่เฉินเย้ยหยัน